การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 309 โรคเรื้อรังของตู้ชิงหรวน
ความจริงใจของชุนถาวแสดงออกมาอย่างเปิดเผยทุกครั้งที่ได้พบกับต้วนชิงหมิง
ดูเหมือนว่านางจะบังเอิญเจอต้วนชิงหมิงอยู่บ่อยครั้ง ครั้นนางก้าวเท้าออกมาจากร้านยา สายตาพลันเหลือบไป
เห็นสาวน้อยสวมหมวกตาข่ายยืนอยู่ไม่ไกล ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ลักษณะท่าทางการเดิน และอิริยาบถต่างๆ ล้วนละม้า
ยกับต้วนชิงหมิงเป็นอย่างมาก ทำให้นางลองตะโกนเรียกชื่อเสียงดังขึ้นมาเพื่อทดสอบ นึกไม่ถึงว่าอีกฝั่ายจะเป็นต้วนชิงห
มิงจริงๆ ทั้งที่เมื่อวานเพิ่งได้พบหน้ากัน
ปกติหญิงสาวจะอยู่แค่ในจวนด้วยความห่อเหี่ยว ทว่าเวลานี้ได้เจอต้วนชิงหมิงด้วยความบังเอิญก็รู้สึกดีใจเป็น
อย่างมาก จนไม่ได้สนใจเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านข้างในตอนนี้ เหมือนกับเขาเป็นอากาศธาตุ ไม่มีตัวตน
ชุนถาวสามารถมองหลิวยวนเป็นอากาศธาตุได้ ทว่าต้วนชิงหมิงจะทำอย่างนั้นไม่ได้ นางจึงกล่าวแนะนำทั้งสอง
คนให้รู้จักกัน
แม้จะได้ยินที่ต้วนชิงหมิงแนะนำอีกฝั่ายให้ได้รู้จักแล้ว นางก็ยังคงพูดต่อไปอีกสองสามประโยค แล้วปรายตามอง
ไปทางหลิวยวนครั้งหนึ่ง ทว่ามองเพียงแวบเดียวยังรู้สึกได้ว่าชายตรงหน้า หน้าตางดงามไม่น้อย
แสงอาทิตย์ในฤดูหนาวที่โผล่พ้นขึ้นมาสาดส่องไปทั่วบริเวณ สะท้อนชุดคลุมสีดำของเด็กหนุ่มรูปงามเบื้องหน้า
เขาน่าจะมีอายุประมาณสิบสี่สิบห้าปี ผิวพรรณขาวผ่องเรียบเนียน ใบหน้าสมส่วนได้รูป ริมฝีปากรูปกระจับ แก้มของเขา
แดงระเรื่อทั้งสองข้างละม้ายแต่งหน้าก็มิปาน ทว่ากลับไม่มีความเป็นหญิงปรากฏออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งแววตาคู่นั้นที่ดูแล้วมีทั้งความฉลาดและความจริงใจ
เมื่อได้เห็นรูปร่าง ท่าทางที่อ่อนโยน และดูสะอาดสะอ้านของเด็กหนุ่ม แม้ว่าชุนถาวจะเป็นบ่าวรับใช้คนหนึ่งที่ตู้
ชิงหรวนหาได้มองนางเป็นบ่าวรับใช้ไม่ จึงมองออกว่าแม้หลิวยวนจะมีรูปงามและท่าทางสู้เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้ แต่เมื่อเขา
ยืนคู่กับต้วนชิงหมิงช่างดูเหมาะสม ส่งเสริม พอเหมาะพอเจาะ และดึงดูดสายตาของผู้คนยิ่งนัก!
ชุนถาวมีความรู้สึกที่ถูกชะตากับต้วนชิงหมิงจึงมองนางเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง เวลานี้เมื่อชุนถาวมองเห็น
หลิวยวนพลันรู้สึกพอใจ อ้าปากเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยนขึ้นมา “อันที่จริง ข้านั้นเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้คนหนึ่ง ทว่าชิงห
มิงติดปากเรียกว่าพี่สาว บางครั้งก็รู้สึกไม่คุ้นชินเหมือนกัน”
นํ้าเสียงของชุนถาวพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ เมื่อหลิวยวนได้ยินก็หันไปพูดอย่างรีบร้อน “ชิงหมิงไม่ค่อยจะยอมใคร
ง่ายๆ ในเมื่อนางเรียกว่าพี่สาว เช่นนั้นถือว่าก็นับเป็นพี่สาวคนหนึ่งของนางได้จริง”
ต้วนชิงหมิงยืนยิ้ม พลางอดหัวเราะออกมาไม่ได้ที่ได้ยินทั้งสองคนพูดยอกันไปกันมา “พี่ชุนถาว… คนนี้คือหลิว
ยวน!”
นางเลือกที่จะไม่บอกฐานะของเขาออกมาด้วย อีกทั้งชุนถาวก็ไม่ได้สนใจเรื่องฐานะนอกกายอะไรพวกนั้นเช่นกัน
นางได้หันไปพูดยิ้มๆ ให้กับหลิวยวน “คารวะคุณชายหลิว!”
หลิวยวนเผยยิ้ม พลางรีบตอบทันที “เรียกว่าหลิวยวนก็พอ!”
เขาพูดไปใบหน้าก็แดงขึ้นมา กระอ้อมกระแอ้มพูดเสียงเบา “เรียกเหมือนกับชิงหมิงก็แล้วกัน!”
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ต้วนชิงหมิงจะยอมเปลี่ยนมาเรียกชื่อของเขาเหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้นเขามีความคิดที่อยากจะ
บอกกับคนทั้งเมืองหลวง ดังนั้นจึงถือโอกาสนี้พูดกับชุนถาวก่อนเลยแล้วกัน
ทว่าชุนถาวเมื่อได้เห็นสีหน้าของหลิวยวนก็อดที่จะแปลกใจขึ้นมาไม่ได้ ในขณะที่ต้วนชิงหมิงยังมีท่าทีที่ไม่ได้ตื่น
ตระหนกเหมือนกับนาง พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ถึงตอนที่ต้วนชิงหมิงอยู่กับเหยียนหลิ่งอวี๋
แต่ในตอนนี้คุณชายหลิวเบื้องหน้าผู้นี้ช่างดูสง่างาม เรียบร้อย และอ่อนโยน เมื่อยืนข้างต้วนชิงหมิงช่างดูจะ
เหมาะเจาะเหมาะสมอะไรถึงเพียงนี้… ชุนถาวมองทั้งสองคนสลับไปมาด้วยรับรู้ถึงความรู้สึกที่หลิวยวนมีต่อต้วนชิงหมิงอ
อกอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่เมื่อเห็นสายตาชะงักของต้วนชิงหมิงจึงไม่รู้ว่า นางตกใจกับสิ่งที่เห็นหรือว่าไม่ได้มีความคิด
เหมือนเฉกเช่นที่หลิวยวนคิดแม้แต่น้อย?
นิสัยเด็ดขาดของต้วนชิงหมิงที่มักวางแผนเรื่องราวต่างๆ ไว้มากมาย อีกทั้งนางยังมีดวงตาเฉียบคมที่สามารถมอง
เรื่องราวทะลุปรุโปร่งและอ่านใจคนได้อีก
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงเป็นอยู่ในขณะนี้มักทำให้ผู้คนต่างลืมไปคิดไปว่าความจริงนั้น นางเป็นเพียงสาวน้อยคนหนึ่ง
เท่านั้น นางมีสายตาที่มองโลกอย่างเข้าใจในทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องของความรัก ความรู้สึกเพียงเรื่องเดียวที่ยังไม่ค่อยตาม
ทันเท่าไร ไม่ว่าจะเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋หรือหลิวยวนก็ไม่ต่างกัน ต่างโดนคำพูดของต้วนชิงหมิงทำให้โกรธจนพูดไม่ออก
เหมือนกันมิใช่หรอกหรือ
ชุนถาวคิดได้ดังนั้นก็อดที่จะส่ายหน้าเบาๆ พลางถอนหายใจออกมาไม่ได้ เอื้อนเอ่ยถามต้วนชิงหมิงถึงอาการของ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ขึ้นแทน`
ในเวลานี้หลิวยวนได้เข้าไปช่วยชุนถาวถือของพะรุงพะรัง จนเต็มไม้เต็มมือไปหมดเหมือนกับคนแบกของไปแล้ว
แต่เพราะชุนถาวเป็นคนที่สนิทสนมของต้วนชิงหมิง เขาจึงไม่ได้รู้สึกว่าไม่เหมาะสมแต่อย่างใด เมื่อมือของชุนถาวว่างลง
ต้วนชิงหมิงจึงยื่นมือขึ้นไปจับแขนของชุนถาว จับแกว่งไปมาพร้อมกับเดินพูดคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้
ด้านหลิวยวนก็เต็มอกเต็มใจที่จะเดินเป็นเงาตามตัวทั้งสองคนอย่างเต็มใจ ดูข้างหลังก็จะเห็นสายตาของเขาไม่
สามารถละไปจากต้วนชิงหมิงได้เลย
บ่าวรับใช้ของจวนเซี่ยงเมื่อเห็นคุณชายในเวลานี้กลายเป็นคนแบกของก็รีบจะเข้าไปช่วย แต่มีหรือที่หลิวยวนจะ
ยอมให้บ่าวรับใช้เข้ามาทำลายเวลาที่ดีเช่นนี้ เขาใช้สายตาแข็งกร้าวมองไปที่บ่าวรับใช้ พลางส่ายหน้าน้อยๆ เป็นการ
ปฏิเสธ พวกบ่าวรับใช้ถึงกับหน้าถอดสีชะงักเท้าไม่กล้าเดินเข้าไปช่วย
หลิวยวนทั้งหอบและอุ้มห่อยาที่ชุนถาวนำออกมาเป็นจำนวนมากเดินตามไปจากข้างหลัง ไม่นานกลิ่นยาในห่อได้
ลอยเข้ามาเตะจมูก ต้วนชิงหมิงได้กลิ่นพลันขมวดคิ้วขึ้น “พี่ชุนถาวไปเอายาอะไรมาหรือ?”
ชุนถาวเผยยิ้มออกมา ใบหน้าที่แดงระเรื่อและสีหน้าที่สดใสของนาง ทำให้ต้วนชิงหมิงรู้ได้ทันทีว่ายาเหล่านี้จะ
ต้องเป็นของคุณหนูใหญ่ตู้อย่างแน่นอน
ทว่าอีกฝั่ายได้แต่ถอนหายใจออกมายาวๆ เฮือกหนึ่ง พลางทำสีหน้าลำบากใจ “เห้อ! โรคเรื้อรังที่นายหญิงเป็นนั้น
ยังไม่ดีขึ้นเลย ข้าเลยต้องออกมาเอายาไปให้นะสิ”
ต้วนชิงหมิงทราบดีว่าชุนถาวเป็นหมอที่พอมีฝีมืออยู่ระดับหนึ่ง ถ้าโรคที่คุณหนูใหญ่ตู้เป็นอาการไม่หนักมาก พี่ชุน
ถาวคงจะสามารถรักษาให้หายได้ ดูท่าอาการปั่วยครั้งนี้คงจะร้ายแรงอยู่ไม่น้อย เพราะนางเคยเห็นชุนถาวออกมาซื้อยา
ที่ถนนสายนี้ถึงสองครั้งแล้ว
“พี่ชุนถาว ยานี้กินมากไปก็ไม่ดี จะต้องระวังสุขภาพด้วย!” เด็กสาวกล่าวกระซิบ
ชุนถาวส่ายหน้าและฝืนยิ้ม ยกไหล่ขึ้นน้อยๆ “วางใจได้ ถ้ายาเหล่านี้ลงไปถึงท้องนายหญิงได้สักครึ่งหนึ่งก็นับว่า
เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังพลันชะงักงันด้วยความตกใจ หยุดเดินแล้วหันมากุมมือชุนถาวไว้แน่น เอ่ยถามสายตาร้อนรุ่มใจ
“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ? เหตุใดทานยาได้น้อยเช่นนี้ถึงไม่บอกชิงหมิง?”
ชุนถาวทราบดีว่าต้วนชิงหมิงเป็นห่วงเป็นใยตู้ชิงหรวนอย่างมาก นางจึงตบมือต้วนชิงหมิงอย่างเบามือและพูด
ปลอบใจขึ้น “ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดหรอก…”
เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่เหมือนที่นางคิดอย่างนั้นหรือ? แล้วความจริงเป็นอย่างไรกันแน่
“คุณหนูตู้……เป็นโรคเรื้อรังที่เป็นมานานแล้ว พอถึงฤดูหนาวโรคนี้ก็จะกำเริบ ดังนั้นชิงหมิง เจ้าไม่ต้องกังวลจน
เกินไป…”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นมา ราวกับนางรู้ว่าชุนถาวยังเล่าความจริงออกมาไม่หมด
คิดไม่ถึงว่าชุนถาวแอบถอนหายใจออกมาแล้วพูดต่อว่า “เจ้าอาจจะไม่รู้ สภาพจิตใจของนายหญิงช่วงนี้ไม่ดีเลย
นายหญิงพอได้นั่งครั้งหนึ่งก็จะนั่งตรงนั้นเป็นครึ่งค่อนข้างวัน ไม่พูดไม่จาไม่ลุกไปไหน ทานอาหารก็น้อย อีกอย่างยาพวก
นี้ที่ต้มไว้แล้วก็ยังต้องนำมาอุ่นให้ร้อนอยู่หลายครั้งกว่าจะดื่มลงไปได้หมด”
“พี่ชุนถาวก็ชอบพูดให้ตกอกตกใจอยู่นั่นแหละ แค่บอกว่ากินยาได้เพียงนิดเดียว จะพูดออกมาอย่างนี้ไม่ได้เชียว
หรือ”
ชุนถาวถอนหายใจออกมาอีกครั้งเมื่อได้ยินได้ฟัง
ต้วนชิงหมิงเห็นชุนถาวไม่ได้ตอบอะไร จะเห็นก็เพียงใบหน้าที่มีแต่ความกังวลออกมา นางเข้าใจว่าชุนถาวกับตู้ชิง
หรวนผูกพันกันเพราะอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว ถ้าชุนถาวคิดหาวิธีใดออก นางย่อมนำมาใช้เพื่อไม่ให้ตู้ชิงหรวนต้องทน
ทรมานถึงเพียงนี้ ดูจากท่าทางแล้วหญิงสาวจะต้องพูดโน้มน้าวตู้ชิงหรวนมากมายจนนับไม่ถ้วนแล้ว เพียงแต่คนที่ดื้อรั้น
ย่อมปฏิเสธทุกอย่างออกไปจนหมด ดังนั้นสิ่งที่นางทำไปทั้งหมดจึงไม่ได้ผลแม้แต่น้อย