การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 311 ท่านปั้าตู้ชิงหรวนของพวกเรา
ชุนถาวในตอนนี้รู้สึกอับอายขึ้นมาจนไม่กล้าถามอะไรต่อไปอีก เมื่อได้ยินที่หลิวยวนเล่าเกี่ยวกับชีวิตของเขา นาง
ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ พลางหันหน้าไปทางต้วนชิงหมิง ก่อนจะหันไปพูดกับเด็กหนุ่มอย่างจริงใจ “คุณชายหลิว คำพูดเมื่อครู่
อย่าได้ถือสาเอาความเลย… ท่านแม่ของคุณชายเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก!”
ผู้หญิงที่สามารถเลี้ยงบุตรชายให้เติบโตขึ้นมาโดยลำพังนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่ายเลย ส่วนนิสัยของบุตรชายนั้น
ย่อมเกิดจากการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดีจากผู้เป็นมารดา ดังนั้นหลิวยวนจึงมีจิตใจและท่าทางที่แตกต่าง
จากคนทั่วไป ฉะนั้นในสายตาของชุนถาวนั้น ท่านแม่ของหลิวยวนควรได้รับการคารวะ
คำชื่นชมที่ชุนถาวได้พูดออกมาจากใจจริงนั้นหาได้แฝงความหมายอื่นใดไว้ไม่ ทว่าคำพูดชื่นชมเหล่านั้นกลับ
กระทบจิตใจของหลิวยวนอย่างเสียมิได้
ดวงตาคู่นั้นของเด็กหนุ่มค่อยๆ แดงขึ้นมา เขาก้มหน้างุดตํ่าลง เม้มปากเป็นเส้นตรงอย่างกลั้นนํ้าตา เอื้อนเอ่ย
อย่างชัดเจน “ขอบคุณพี่ชุนถาวที่พูดชื่นชม… ท่านแม่นั้นเป็นคนยอดเยี่ยมจริงๆ เพียงแต่ไม่เคยมีใครพูดเช่นนี้มาก่อน ถ้า
หากท่านแม่ได้ยินคำชื่นชมของพี่ชุนถาว……จะต้องดีใจไม่น้อยเลยทีเดียว”
ชุนถาวยกยิ้มบางๆ ตอบกลับ “ท่านแม่ของหลิวยวนเลี้ยงลูกชายคนเดียวมาได้ดีถึงเพียงนี้ ย่อมเป็นคนที่ยอด
เยี่ยมเกินใครจริงๆ”
นางเห็นท่าทางและความรู้สึกของหลิวยวนในเวลานี้คล้ายกำลังเสียใจที่ต้องห่างกับท่านแม่……แต่ชุนถาวที่ปกติ
ฝึกแต่วรยุทธ์และการต่อสู้เวลามีอะไรก็มักจะพูดจาตรงไปตรงมา จะให้นางพูดอะไรที่โน้มน้าวหรือปลอบใจคนจึงไม่ใช่สิ่ง
ที่นางถนัด
แม้นางจะพูดปลอบใจคนไม่เก่ง ทว่าตอนนี้ก็มีคนที่มีวาทศิลปอย่างต้วนชิงหมิงอยู่ข้างกายมิใช่หรอกหรือ นาง
แอบชำเลืองมองไปที่ต้วนชิงหมิงพลางกระทุ้งข้อศอกสะกิดเบาๆ เมื่ออีกฝั่ายหันมองก็บุ้ยปากของนางไปทางหลิวยวน
ต้วนชิงหมิงเข้าใจในทันที พลางระบายลมหายใจออกมาเบาๆ แค่นางมองดูหลิวยวนก็พอเดาได้ว่าตอนนี้เขาคง
เหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย
จากชีวิตที่ต้องทำไร่ทำนา พริบตาเดียวกลับกลายเป็นคนสูงศักดิ์ที่มีทุกอย่างเพียบพร้อม สำหรับหลิวยวนนั้นช่าง
แตกต่างกันราวฟั้ากับดิน ทว่าภายนอกที่ดูสูงศักดิ์กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและเรื่องชั่วร้ายไม่จบไม่สิ้น
เขาที่เคยมีชีวิตเรียบง่ายและอยู่กับท่านแม่อย่างสุขสบายนั้น ต้องเปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ จนบางครั้งก็
ไม่อาจตั้งตัวรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทัน
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้สำหรับหลิวยวนเป็นทั้งเรื่องร้ายและดีในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่ยังเล็กเขาได้รับการเลี้ยงดู
และอบรมสั่งสอนอย่างดีจากท่านแม่ แต่หลังจากที่ต้องเจอเรื่องภาพปักกับปรอท พลันทำให้หลิวยวนที่มีปณิธานและ
ความเชื่อมั่นในใจอันบริสุทธิ์ ละม้ายเด็กน้อยที่กำลังเดินหลงทางไม่รู้ว่าควรเดินไปทิศทางไหน แต่ก็ไม่สามารถเลี่ยงที่จะ
ต้องพบเจอกับเรื่องร้ายๆ ที่ทำให้ต้องเสียใจได้
การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ของหลิวยวน ต้วนชิงหมิงนั้นย่อมรับรู้อย่างสุดซึ้ง เพียงแต่วิธีการรับรู้ของนาง
ย่อมโหดร้ายและเหี้ยมโหดกว่าก็เท่านั้น ในเวลานี้หน้าตาของชายหนุ่มที่ทั้งสดใส ซื่อตรง และบริสุทธิ์กลับต้องเจอเรื่อง
ชั่วร้าย ทำให้นางอดนึกเสียใจขึ้นมาไม่ได้
ทว่านางทำได้เพียงมองสบตากับหลิวยวนด้วยความจริงใจ เอื้อนเอ่ยนํ้าเสียงปลอบโยน “หลิวยวนต้องเข้าใจนะว่า
เรื่องราวต่างๆ อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่เราคาดคิดไว้ทุกเรื่อง… ท่านแม่ของหลิวยวนเป็นคนที่มีจิตใจยิ่งใหญ่ที่สุด และ
ท่านก็ภาคภูมิใจที่มีบุตรชายแบบนี้ ขอเพียงหลิวยวนขยันหมั่นเพียรย่อมสร้างความสุขและความภาคภูมิใจให้ท่านแม่ได้
แน่นอน”
นัยน์ตาของเขากลับมาเป็นประกายดังเดิม พลางยื่นมือออกไปจับมือของต้วนชิงหมิงกุมไว้แน่น สบตาอีกฝั่ายผ่าน
หมวกตาข่ายนิ่งนาน เขาเดินหน้าเข้าหานางครึ่งก้าว แล้วโน้มตัวยื่นหน้าเข้าไปพูดข้างหูต้วนชิงหมิงด้วยความสุข “ชิงห
มิงคิดว่าพี่เป็นเช่นไรบ้าง?”
หลิวยวนคิดมาตลอดว่าตัวเขานั้นสามารถสู้กับเรื่องราวต่างๆ ได้แต่ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเขาได้พบกับเรื่องราว
ร้ายๆ มากมายจนทำให้คนที่มั่นคงไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด มีอันต้องสั่นคลอน… สิ่งที่หลิวยวนต้องการมากที่สุดเวลานี้คือการ
ยอมรับ คำชื่นชมและกำลังใจจากคนที่เขารู้สึกพิเศษด้วย
ต้วนชิงหมิงไม่ได้ยืนมือของนางออกไปจับมือหลิวยวน ทว่าก็มิได้ปฏิเสธและเลือกที่จะใช้มืออีกข้างตบไปที่หลังมือ
ของเขาที่เกาะกุมมือของนางอยู่ พลางคลี่ยิ้มบางๆ มองสบตาอีกฝั่ายอย่างเชื่อมั่น “หลิวยวนทำได้อยู่ได้ จะต้องทำได้
อย่างแน่นอน!”
หลิวยวนจับมือต้วนชิงหมิงไว้แน่น มองนางด้วยแววตาที่สดใสและเปล่งประกาย
ทว่า เพียงครู่เดียวเขาก็ส่ายหน้าไปมา “ชิงหมิงประเมินพี่สูงเกินไปแล้ว พี่ทำไม่ได้หรอก”
นางยังอมยิ้มดุจเดิม พูดขึ้น “หลิวยวน ในโลกใบนี้ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของพวกเราไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากตัวเรา
เอง ถ้าหลิวยวนรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวแล้วละก็ ต่อให้คนทั้งโลกต่างสนับสนุนยังไงก็จะคิดว่าไม่ได้อยู่ดี แต่ถ้าหลิวยวนคิดว่า
ทำได้ย่อมทำได้อย่างแน่นอน ต่อให้มีคนมาขัดขวางก็ย่อมไม่มีความหวาดกลัวใดๆ … ชิงหมิงเชื่อมั่นในตัวของหลิวยวน!”
การได้กลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ ต้วนชิงหมิงได้ตั้งปณิธานแรกคือการแก้แค้น ในคราแรกความคิดของนางล้วน
ทุ่มเทให้กับการแก้แค้นหลิวหรงกับต้วนอวี้หราน แต่หลังจากที่ทั้งสองคนต้องประสบเหตุการณ์ร้ายขึ้นมาจริงๆ นางกลับ
รู้สึกว่างเปล่าเคว้งคว้างแทนที่จะมีความสุข ดังนั้นช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้ต้วนชิงหมิงเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่า การจะมีความ
สุขหรือจมอยู่กับความทุกข์นั้น ย่อมอยู่ที่เราเป็นคนเลือกให้เป็นต่างหาก
ทว่านางจะไม่หยุดแก้แค้นเป็นแน่ เพราะหลิวหรงกับต้วนอวี้หรานไม่คู่ควรที่จะได้รับการให้อภัย…
“ชิงหมิงพูดได้ถูกต้อง พี่ไม่ควรที่มานั่งรู้สึกเสียใจแบบนี้ แต่ควรเอาเวลาแปรเปลี่ยนเป็นพลังเพื่อให้ท่านแม่ได้
ภูมิใจมากกว่า”
“หลิวยวนทำได้อยู่แล้ว!” นางให้กำลังใจเขาอีกครั้ง
เขามองต้วนชิงหมิงด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง จากสายตาที่กระสับกระส่ายกลับกลายเป็นแน่วแน่ มีความมุ่งมั่นและ
พร้อมที่จะรับมือกับทุกสิ่งที่จะต้องพบเจอในวันข้างหน้า
หลิวยวนมิได้พูดอะไรอีก แค่มองสบตานางอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน
ต้วนชิงหมิงก็ไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบกลับ เพียงอมยิ้มพยักหน้าแล้วมองกันและกัน
หากวันข้างหน้าของเขาประสบความสำเร็จขึ้นมา สิ่งหนึ่งย่อมเป็นพลังจากต้วนชิงหมิงที่ส่งมาให้เขาในวันนี้
ภายในใจของหลิวยวนตอนนี้ผู้หญิงที่มีความสำคัญในชีวิตของเขามีอยู่เพียงสองคนเท่านั้น คนแรกคือท่านแม่ที่
คอยดูแลเขามาเป็นอย่างดี ส่วนคนที่สองนั้นเป็นคนที่ช่วยให้เขาที่กำลังเดินหลงทางพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ คนคน
นั้นก็คือต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิง พี่หลิวยวนคนนี้จะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังอย่างแน่นอน…
ทางด้านชุนถาวที่ยืนดูอยู่ด้านข้างก็ได้แต่แอบถอนหายใจ ดูท่าหลิวยวนคนนี้ช่างเชื่อฟังคำพูดของต้วนชิงหมิง
เหลือเกิน ทั้งสองคนนี้เหมือนเป็นบุพเพสันนิวาสที่ฟั้าประทานให้มาครองคู่กัน ประเดี๋ยวกลับไปที่เรือน ชุนถาวจะ
รายงานเรื่องนี้ให้ตู้ชิงหรวนได้ทราบเพื่อจะได้ช่วยเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ทั้งคู่ได้คู่กัน
ชุนถาวยิ่งมองดูหลิวยวนกับต้วนชิงหมิงก็ยิ่งรู้สึกมีความสุข ไม่นานนางก็โบกไม้โบกมือให้พวกเขาสาวเท้าก้าวให้
เร็วกว่านี้หน่อย “เร็วเข้า ชิงหมิง หากนายหญิงเห็นชิงหมิงเข้าละก็จะต้องดีใจมากแน่นอน!”
หลิวยวนจับมือต้วนชิงหมิงไว้แนบแน่น จากนั้นก็พูดเสียงเบาแต่แฝงความหมายบางอย่าง “ชิงหมิงไปกันเถอะ
พวกเราไปเยี่ยมท่านปั้าด้วยกัน…”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นด้วยความงงงวย ท่านปั้าของนางนั้นกลับกลายเป็นท่านปั้าของหลิวยวนไปตั้งแต่เมื่อไร
กัน?