การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 313 หนิวไปั๋กลายเป็นที่รับอารมณ์
แม้เหยียนหลิ่งอวี๋จะพยายามควบคุมและปิดบังความอ้างว้างที่พรั่งพรูออกมา ทว่าก็ไม่สามารถทำได้
นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขากระหายอยากจะเดินเข้าไปอยู่ในใจของต้วนชิงหมิง อยากจะครอบครองทุกอย่างที่เป็นนาง
ไม่เว้นแม้แต่ความคิดของนาง……ต้วนชิงหมิง เจ้าบอกข้ามาได้หรือไม่ว่า ในใจของเจ้านั้นข้ามีความหมายต่อเจ้าบ้างหรือ
ไม่
ใช่ว่าทุกคำถามจะมีคำตอบ ในบางเรื่องอาจจะหาคำตอบไม่ได้เลยทั้งชีวิต เฉกเช่นการเดินทางมานานแสนนาน
เพียงลำพัง และเมื่อย้อนมองกลับไปก็ไม่สามารถหาทางเดิมที่เคยเดินมาพบอีกแล้ว… สำหรับคนบางคน คำถามบาง
คำถามอาจถูกกำหนดให้เรามีสิทธิ์เพียงแค่ยืนมองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น
เหยียนหลิ่งอวี๋ยืนแน่นิ่งอยู่ตรงมุมตลาดไม่รู้เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด จนกระทั่งมีเงาดำอีกเงาหนึ่งปรากฏกาย
ขึ้นมาอยู่ด้านหลังของเขาขานเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา “องค์ชาย”
เหยียนหลิ่งอวี๋หันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว มองอีกฝั่ายที่มาใหม่ด้วยแววตาแหลมคมดุจเดิม ปราศจากร่องรอย
ความเศร้าหมองระคนเสียใจที่มีเมื่อครู่ อย่างกับคนละคน
ถือเป็นเรื่องดีที่เงาดำอีกคนปรากฏตัวขึ้นมา มิเช่นนั้นเขาคงจะยืนตัวแข็งทื่อเป็นรูปปันอยู่กลางเมืองหลวง นาน
เท่าไรก็สุดรู้
เขาหันหน้ากลับมามองที่ถนนด้านหน้าอีกครั้ง ไม่พบเงาของต้วนชิงหมิงอีกแล้ว
จึงหันหน้ากลับมาดังเดิมและสืบเท้าเข้าด้านข้าง เงาดำเมื่อครู่เดินติดตามเขาออกไป กระทั่งถึงช่วงถนนที่ไม่มี
ผู้คน เหยียนหลิ่งอวี๋จึงถามเงาดำด้วยนํ้าเสียงราบเรียบ “เรื่องที่ให้ไปทำเป็นอย่างไรบ้าง?”
เงาดำนั้นเป็นคนที่เหยียนหลิ่งอวี๋ส่งไปจับตาดูหนิวไปั๋ ส่วนปีสุ่ย ลั่วสุ่ย และจิ้งสุ่ยล้วนเป็นองครักษ์รับใช้ใกล้ชิดเห
ยียนหลิ่งอวี๋มานานหลายปี ดังนั้นการกลับมาขององครักษ์จะต้องเกี่ยวข้องกับหนิวไปั๋ หรือไม่ก็คนที่คอยบงการหนิวไปั๋
อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
ดวงตาสีเข้มของปีสุ่ยดูใสราวกับสายธารที่ไหลไม่หยุด ทำให้คนมองไม่อาจล่วงรู้ได้ว่ากำลังนึกคิดสิ่งใดอยู่
ในสถานการณ์ปกติปีสุ่ยจะอยู่ด้านนอกเมืองเพื่อคอยรายงานข่าวให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋ ทว่าบัดนี้เขากลับเข้าเมือง
หลวงมาเพื่อรับคำสั่ง เหยียนหลิ่งอวี๋ ให้เขาจับตาคนชั่วอย่างหนิวไปั๋เป็นการชั่วคราวไปก่อน และไม่ให้หนิวไปั๋เป็นอะไร
ไปก่อนงานอภิเษกที่ฮ่องเต้พระราชทานมาจะถึง
การที่ให้ปีสุ่ยไปคอยจับตาและปกปั้องหนิวไปั๋นั้น ดูเป็นเรื่องง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก แต่ในช่วงหน้าสิ่ว
หน้าขวานที่เหยียนหลิ่งอวี๋เพิ่งได้ธนูชวนเย่ว์มาอยู่ในมือเช่นนี้ ย่อมต้องมีเรื่องมากมายที่จะต้องสะสางแน่นอน
ถึงแม้ปีสุ่ยจะโตกว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ถึงสองปี แต่เขาก็เป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน ตอนนี้เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ถามขึ้น
เขาจึงนึกถึงสิ่งที่ได้พบเจอและอยากหัวเราะออกมาแต่เขากลับฝืนกลั้นเอาไว้ ได้แต่รายงานเสียงเบากับเขา
“องค์ชาย ครั้งนี้พวกกระหม่อมตั้งใจรอให้อีกฝั่ายลงมือกับหนิวไปั๋ก่อนถึงเข้าไปช่วย……แต่ไม่ต้องเป็นห่วงพ่ะย่ะ
ค่ะตอนนี้เขายังคงรอดและมีลมหายใจอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
เหยียนหลิ่งอวี๋หันไปหัวเราะเยาะปีสุ่ย “ทำไมกัน เจ้าคิดว่าเรื่องนี้มันน่าขันอย่างนั้นหรือ?”
ปีสุ่ยส่ายหัวปฏิเสธ “ไม่พ่ะย่ะค่ะ ไม่น่าขันแม้แต่นิดเดียวพ่ะย่ะค่ะ!”
ชายหนุ่มพูดไปพาลให้นึกถึงภาพหนิวไปั๋ที่กำลังร้องไห้โฮคิดถึงพ่อแม่ ร้องขอชีวิตจากผู้ร้าย เขารู้สึกดูถูกดูแคลน
ในความขี้ขลาดนั้นอย่างที่สุด… เกิดเป็นชายชาตรีแต่กลับเหยียบขี้ไก่ไม่ฝั่อ ขี้ขลาดตาขาวแบบนั้น ช่างไม่สมกับลูกผู้ชาย
เลยเสียจริง
เพราะการวางแผนของต้วนชิงหมิงและเหยียนหลิ่งอวี๋ ได้ช่วยผลักดันให้หนิวไปั๋ได้กลายเป็นราชบุตรเขยของฝั่า
บาท แม้ว่าเวลานี้งานอภิเษกจะยังไม่ถึงกำหนด แต่ว่าที่ราชบุตรเขยอย่างหนิวไปั๋ก็มีคนตามหน้าตามหลัง อีกทั้งทำตัวสูง
ศักดิ์ วางมาดจนไม่เห็นหัวใครเสียแล้ว
การที่หนิวไปั๋ได้อภิเษกกับองค์หญิงจิ่นซิ่วนับว่าเป็นโชคใหญ่ที่หล่นทับเขา ในชาตินี้เขาได้เป็นราชบุตรเขยของ
องค์หญิง เพียงแต่ใจขององค์หญิงนั้นกลับไม่ได้อยู่ที่เขา ทุกครั้งที่เขาเอาเรื่องนี้ไปโอ้อวดกับใครก็ตามมักจะทำให้องค์
หญิงเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก
ในแต่ละวันองค์หญิงจิ่นซิ่วจะไปหาเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเพื่อทวงถามสัญญาที่ให้ไว้กับนาง เรื่องที่จะกำจัดว่าที่
ราชบุตรเขยอย่างหนิวไปั๋ก่อนวันอภิเษก
ทว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยทำเพียงส่งองครักษ์ฝีมือธรรมดาออกไป ล่อหนิวไปั๋ออกมาในยามราตรี เพื่อจะได้สังหาร
โดยที่ไม่มีใครรู้ใครเห็น ใครเล่าจะรู้! องครักษ์ที่เขาส่งไปนั้นไม่มีใครได้รอดกลับมารายงานได้สักคนเดียว
ไม่นานเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็รู้สึกผิดสังเกต จึงส่งคนไปตามสืบสาเหตุการหายไปขององครักษ์ที่ไม่มีใครรอดกลับมา
สักคน และดูว่าคนที่ช่วยหนิวไปั๋อยู่เบื้องหลังเป็นผู้ใด
ทางด้านหนิวไปั๋ที่เอาแต่มัวเมากับสุรานารี ย่อมไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยนิดว่าเขาได้รอดชีวิตจากความตายมาหลายต่อ
หลายครั้งแล้ว
กว่าเจ้าตัวจะรู้ว่ามีคนแอบลอบสังหารก็ล่วงเลยมาจนครั้งที่สาม วันนั้นโชคดีที่ปีสุ่ยออกมาเจอได้ทันเวลา มิอย่าง
นั้นชีวิตของหนิวไปั๋คงไม่มีลมหายใจมาจนถึงตอนนี้ เดิมทีปีสุ่ยคิดว่าหนิวไปั๋ผู้นี้คงจะได้บทเรียนและเกรงกลัวชีวิตอันน้อย
นิดของเขาจะจบลง แต่นึกไม่ถึงว่าหนิวไปั๋ผู้นี้ไม่เพียงจะไม่สำนึกบุญคุณที่เขาช่วยชีวิต ยังโอหังลอยหน้าลอยตาเสพสุข
อย่างไม่สนใจใคร ยิ่งไปกว่านั้นยังพูดจาอย่างโอ้อวดว่าข้างกายเขามียอดฝีมือปกปั้องอยู่ หากใครกล้าแตะต้องเขาแม้แต่
ปลายเล็บ ยอดฝีมือก็จะปลิดชีพคนผู้นั้นทันที
ความโอหังของหนิวไปั๋สร้างความไม่พอใจและเดือดดาลให้กับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยกับองค์หญิงจิ่นซิ่วยิ่งนัก พวกเขา
ทั้งสองจึงส่งหญิงงามเมืองไปยั่วยวนหนิวไปั๋เพื่อล่อออกมาให้องครักษ์สังหาร แม้ทางปีสุ่ยจะส่งคนเข้าไปเพื่อเตือนสติ
หนิวไปั๋แล้ว แต่ชายหนุ่มที่หลงใหลหญิงงามอย่างโงหัวไม่ขึ้นก็ลืมคำเตือนจนหมดสิ้น
เหตุการณ์ทั้งสามครั้งทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋ปวดหัวจนกุมขมับ กำชับกำชาให้พวกปีสุ่ยไปดูแลชีวิตอันไร้ค่าของหนิว
ไปั๋ให้รอดพ้นจากอันตรายก่อนจะถึงวันงานอภิเษกเท่านั้น แต่ไม่ต้องออกโรงปกปั้องไปเสียทุกฝีก้าว
เพราะก่อนงานอภิเษกหนิวไปั๋เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่หลังจากงานอภิเษกแล้ว เขาจะกลับ
กลายเป็นคนที่มีตัวตนขึ้นมา จนต้องทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋กับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอาจต้องเปิดศึกดึงหนิวไปั๋เข้ามาอยู่ฝั่ายตนก็
เป็นได้
เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นแววตาที่สดใสและลุกวาวของปีสุ่ย พลางถามขึ้นเสียงนิ่ง “ตอนนี้หนิวไปั๋อยู่ที่ไหนแล้ว?”
ในเมื่อหนิวไปั๋ยังไม่ตายก็คงจะถูกคนแบกกลับไปนอนแล้ว เพียงแต่หนิวไปั๋ถูกแบกไปที่ไว้ที่ใด?
เมื่อได้ที่เหยียนหลิ่งอวี๋ถามถึงคนสำมะเลเทเมาอย่างหนิวไปั๋ขึ้น ปีสุ่ยก็แอบมองไปอีกทางเหมือนต้องการปกปิดไม่
ให้หลุดขำออกมา “เรียนองค์ชาย หนิวไปั๋ตอนนี้ถูกคนแบกกลับไปที่จวนราชบุตรเขยแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองสายตาของปีสุ่ยก็อดฉงนใจขึ้นมามิได้ “เจ้าได้สั่งให้คนตามไปถึงจวนหรือไม่?”
หนิวไปั๋ในตอนนี้เมามายจนไร้สติ องครักษ์ขององค์ชายใหญ่ก็ถูกฝั่ายเราเล่นงานจนถอยหนีไปแล้ว ตอนนี้คงไม่มี
องครักษ์ของอีกฝั่ายติดตามหนิวไปั๋นั้นแล้ว
ทุกอย่างเป็นไปตามที่เหยียนหลิ่งอวี๋คาดหมายไว้ไม่มีผิด ปีสุ่ยเมื่อได้ยินก็ส่ายหน้าและตอบเสียงนิ่ง “เรียนองค์
ชายสาม คนขององค์ชายใหญ่ถูกพวกกระหม่อมตีกระเจิดกระเจิงจนหนีไปแล้ว บัดนี้หนิวไปั๋ถูกแบกกลับไปจวนของเขา
กลางวันแสกๆ ฝั่ายองค์ชายใหญ่คงไม่กล้าส่งคนมาลงมือในยามนี้ ดังนั้นกระหม่อมจึงให้พวกของเรากลับไปพักผ่อนก่อน
โดยที่ไม่ต้องติดตามเขาไปพ่ะย่ะค่ะ”