การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 314 ไปเยี่ยมหนิวไปั๋
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับรู้ เห็นด้วยกับการตัดสินใจของปีสุ่ย
ในเมื่อเวลานี้หนิวไปั๋ยังปลอดภัยดีก็ควรถอนองครักษ์ออกมา เพราะหากยังให้ติดตามอยู่ทุกฝีก้าวกลัวว่าเหยียน
หลิ่งเจวี๋ยจอมระแวงจะสืบสาวราวเรื่องมาถึงเขาก็เป็นได้
ถึงแม้จะสืบมาจนเจอ แต่เหยียนหลิ่งอวี๋ก็หาได้หวาดกลัวเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ เพราะเขาได้เตรียมโยนความผิด
ทั้งหมดให้องค์ชายรองอย่างเหยียนหลิ่งรุ่ยรับแทนเรียบร้อยแล้ว……หากองครักษ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋ถูกจับตัวได้ก็จะบอก
ว่าคนบงการเรื่องทั้งหมดเป็นองค์ชายรองเหยียนหลิ่งรุ่ย คราวนี้ก็แค่คอยดูองค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองตีกันเท่านั้น
เหยียนหลิ่งอวี๋ชอบดูคนตีกันเป็นชีวิตจิตใจ ในเมื่อบทละครในโลกมีมากมาย เขาก็อยากจะเขียนให้บทละครนี้ทั้ง
ฝั่ายองค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองได้ออกมาฟาดฟันสลับกันไปมาบ้าง
บัดนี้ข้างกายของหนิวไปั๋ไร้คนคอยติดตาม เมื่อคนที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยส่งมา ถูกคนขององค์ชายสามตีกลับไปจน
หมดแล้ว ถ้าเหยียนหลิ่งอวี๋ไปเยี่ยมหนิวไปั๋ในเวลานี้คงไม่มีใครเห็นกระมัง?
ทว่าแผนการต่อไปคือต้องเดินทางไปเยี่ยมหนิวไปั๋ถึงที่จวน
เหยียนหลิ่งอวี๋นิ่งไตร่ตรองชั่วครู่ สายตาพลันเปล่งประกายสดใสขึ้นมาทันที โบกไม้โบกมือพูดขึ้น “ไปปีสุ่ย พวก
เราไปเยี่ยมหนิวไปั๋กันเถอะ!”
อีกฝั่ายถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกโตขึ้นกว้างสุดเท่าที่จะทำได้… อะไรกัน? เหยียนหลิ่งอวี๋อยากจะไป
เยี่ยมหนิวไปั๋อย่างนั้นหรือ?ปกติเขาไม่ใช่คนที่เอะอะก็ตกอกตกใจโดยง่าย แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกตระหนกตกใจกับคำพูด
ของเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นที่สุด
ปีสุ่ยคาดเดาว่าเหยียนหลิ่งอวี๋คงอยากจะไปดูว่าหนิวไปั๋ผู้นั้นยังมีลมหายใจอยู่หรือไม่มากกว่า
เหยียนหลิ่งอวี๋มีหรือจะคาดเดาความคิดของปีสุ่ยไม่ออก ทว่าเขาไม่ได้อธิบายสิ่งใด เพียงแต่เงยหน้ามองหลังคาสูง
ที่อยู่ในตลาดแล้วพูดเสียงเรียบนิ่งอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน “ปีสุ่ย เจ้าอย่าได้คิดอะไรเลอะเทอะไป องค์ชายอย่างข้าแค่
อยากไปดูหนิวไปั๋ให้เห็นกับตาว่ายังปลอดภัยดี ตอนนี้ถึงเวลาก็ผ่านไปนานแล้วถึงเวลาที่ต้องไปทวงค่าคุ้มครองเสียหน่อย
แล้ว!”
แต่ไหนแต่ไรเหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้จะไม่ลงทุนกับคนและเรื่องที่ไม่คุ้มค่า หรือบางครั้งถ้าลงทุนไปแล้วก็จะต้องได้กำไร
หลายเท่าๆ บัดนี้เรื่องที่ปกปั้องหนิวไปั๋ยังถือว่าไม่เสร็จสิ้น คงถึงเวลาที่ต้องไปทวงค่าคุ้มครองบ้างเสียหน่อยแล้วมิใช่หรือ?
เมื่อปีสุ่ยได้ยินที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดเช่นนั้นก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง เผยยิ้มออกมาได้… เขานึกอยู่แล้วว่าองค์ชายสาม
ไม่มีทางไปเยี่ยมเจ้าหนิวไปั๋เฉยๆ แน่ เขาจะไปทวงค่าคุ้มครองต่างหาก
ใช่แล้ว ใช่แล้ว นี่สิค่อยสมกับฉายาองค์ชายปีศาจที่พวกเขารู้จักหน่อย!
เขาอยากรู้เหลือเกินว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหนิวไปั๋บ้าง พูดตามตรงเขาอยากจะเห็นใบหน้าที่แสดงอารมณ์ที่ตก
ตะลึงอํ้าอึ้งไปไม่ถูกของหนิวไปั๋เสียจริง
เพราะคนที่ทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋นึกถึงและแสดงเจตจำนงจะไป ‘เยี่ยม’ นั้นมีอยู่ไม่มาก อีกอย่างหนิวไปั๋ก็นับว่า
เป็นผู้โชคดีรายแรกในเดือนสุดท้ายของปีนี้
ปีสุ่ยยังตกอยู่ในภวังค์ความคิด ยืนครุ่นคิดไปเรื่อยเปือย ขณะที่เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ก้าวเท้าเดินออกไปทางจวนว่าที่
ราชบุตรเขย เรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋อยากจะออกไป “เยี่ยม” เพื่อสั่งสอนหนิวไปั๋ได้เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เอง เพราะตอนนี้เขา
อารมณ์ไม่ค่อยดีจึงอยากระบายอารมณ์เสียหน่อย
เมื่อปีสุ่ยลองคิดๆ ดูแล้ว เรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋ยอมช่วยหนิวไปั๋กับหลิวยวนนั้น อาจเป็นเพราะว่าต้วนชิงหมิงอย่าง
แน่นอน
เพราะว่าต้วนชิงหมิง เหยียนหลิ่งอวี๋จึงยอมที่จะกระโจนเข้าไปช่วยโดยที่ไม่คิดหน้าคิดหลัง ถ้าเขาช่วยหลิวยวน
และทำให้หนิวไปั๋เป็นไปตามที่ต้วนชิงหมิงคิดไว้ ไม่แน่ว่านางอาจจะซาบซึ้งใจเขาก็เป็นได้ แต่ว่าตอนนี้จิตใจของเหยียน
หลิ่งอวี๋กลับรู้สึกเสียใจ โดดเดี่ยวระคนอ้างว้างเป็นที่สุด
เขาอุตส่าห์ส่งยอดองครักษ์ของเขาเพื่อไปคุ้มครองเจ้าสำมะเลเทเมาอย่างหนิวไปั๋ให้ปลอดภัย แต่ในทางกลับกัน
เจ้าของความคิดเรื่องนี้กำลังทำอะไรอยู่? กำลังพลอดรัก กำลังจับมือใครอยู่บนถนนในตลาดเล่า? หรือกำลังไปหาท่านปั้า
ของพวกเขาทั้งสองคน?
เพียงแค่เหยียนหลิ่งอวี๋นึกถึงภาพที่หลิวยวนจับมือของต้วนชิงหมิง โดยที่นางไม่ขัดขืน ในใจพลันเต็มเปียมไปด้วย
ความเกลียดชังและเคียดแค้นอย่างบอกไม่ถูก
เหอะ เหอะ! ต้วนชิงหมิง เจ้าอยากจะช่วยหลิวยวนหรือ? เช่นนั้นนับแต่นี้ไป คนอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋จะไม่สนใจ
เรื่องหนิวไปั๋อีกต่อไปแล้ว ที่เหลือก็ปล่อยให้นางเป็นคนจัดการเอาเองเถอะ… นอกจากนางจะเข้ามาขอร้องให้เขาช่วย มิ
เช่นนั้นเขาจะไม่เอาเรื่องนี้มาใส่ใจอีกต่อไป!
ทว่าปีสุ่ยกลับยังยืนอยู่ที่เดิมคิดอะไรอยู่ก็สุดรู้ ครู่เดียวพลันได้สติกลับมา เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋เดิน
ไปไกลแล้ว จึงเร่งฝีเท้าตามองค์ชายสามไปทันที
ปีสุ่ยครุ่นคิดในใจ การที่องค์ชายสามออกโรงไปสั่งสอนด้วยตัวเองนั้นจะต้องมีเรื่องสนุกให้ดูอย่างแน่นอน แล้ว
เรื่องสนุกเช่นนี้จะขาดคนอย่างเขาไปได้อย่างไรกัน?
“องค์ชายเดินช้าหน่อยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกลัวว่าหากองค์ชายเดินรวดเร็วเช่นนี้ กว่ากระหม่อมจะตามไปทัน
เรื่องสนุกก็คงจบลงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ปีสุ่ยร้องทักองค์ชายสามที่เดินนำอยู่ด้านหน้า
ทว่าอีกฝั่ายเพียงหันกลับมามองค้อนไปหนึ่งที แล้วเดินเลี้ยวเข้าไปในซอยที่ไม่มีคนแล้วใช้มือหนึ่งผลักกำแพงให้
ตัวลอยขึ้นไปอยู่ด้านบนและเดินต่อไป
ปีสุ่ยที่เดินตามมาข้างหลังติดๆ เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ดันตัวขึ้นไปอยู่ด้านบนแล้ว พลางยกมือขึ้นมาขยี้จมูก พูด
พึมพำ “แย่แล้ว วันนี้องค์ชายอารมณ์เสียมากขนาดนี้เชียวหรือ”
เขารู้ดีว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนที่ไม่ได้ทำอะไรตามแบบแผนที่วางไว้ แต่เขาก็จะไม่ทำเรื่องที่สุ่มเสี่ยงเกินตัว ทว่า
วันนี้เขาได้เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋มีอารมณ์ไม่ปกติ แสดงว่าต้องมีเรื่องอะไรที่ทำให้ต้องขัดเคืองใจเป็นแน่
ปีสุ่ยเงยหน้ามองไปบนท้องฟั้า ทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ… เห็นทีชีวิตของหนิวไปั๋วันนี้ คงจะ ‘ถึงฆาต’
เป็นแน่แล้ว!
ทว่าสิ่งเดียวที่ปีสุ่ยยังคงเป็นห่วงก็คือ หากเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้หนิวไปั๋ ‘ถึงฆาต’ ขึ้นมาจริง ความโกรธที่อัดอั้นใน
ใจนั้นจะลดน้อยถอยลงไปหรือไม่? แล้วเขา……ที่อยู่ใกล้เหยียนหลิ่งอวี๋มากที่สุดในเวลานี้ จะโดนลูกหลงไปด้วยอีกคน
หรือไม่?
ชั่วพริบตาเดียว ปีสุ่ยพลันเกิดความรู้สึกเสียใจขึ้นมา เขาเป็นองครักษ์ที่คอยส่งข่าวอยู่นอกเมืองหลวงอยู่ดีๆ ทำไม
ตอนนี้ถึงจะต้องมาคอยหวาดระแวงว่าจะต้องกลายเป็นเพื่อนที่ตายพร้อมกับหนิวไปั๋ไปด้วย
สายตาของปีสุ่ยกลับกลอกไปมาพร้อมกับมองไปทางที่เหยียนหลิ่งอวี๋ไปเดินหายไป พลางคิดหาวิธีเอาตัวรอด
วรยุทธ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋นับว่าเป็นเลิศในบรรดาองครักษ์ทั้งสามสิบหกคน องครักษ์มากกว่าครึ่งมีเหยียนหลิ่งอวี๋
เป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ให้… ส่วนปีสุ่ยกลับไม่ได้อยู่ในครึ่งนั้น เขาเป็นคนที่ซ่อนวรยุทธ์และไม่นำมาใช้ต่อหน้าองครักษ์ด้วยกัน
ดังนั้นวรยุทธ์ของเขาดีหรือไม่ย่อมไม่มีใครรู้ได้ชัดเจน
ใช่แล้ว หากองค์ชายถาม เขาควรใช้ข้ออ้างว่าวรยุทธ์ของเขานั้นไม่ได้สูงจึงตามองค์ชายไปไม่ทันดีกว่า
เพียงแต่ถ้าเขาคิดเองว่าไม่อยากจะไปหาหนิวไปั๋กับเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ไม่ต้องไปอย่างนั้นหรือ?
ในความเป็นจริงระหว่างที่ปีสุ่ยกำลังครุ่นคิดหาวิธีและข้ออ้างอยู่นั้น ด้านบนกำแพงก็มีเสียงเรียกที่เย็นชาและไร้
ความรู้สึกเรียกขึ้น แต่เสียงนั้นกลับเป็นเหมือนเสียงฟั้าที่ผ่าลงมาตรงหัวเขาอย่างไรอย่างนั้น “เห้ย! ปีสุ่ย เจ้ายืนอยู่ข้าง
ล่างชมนกชมไม้หรืออย่างไร องค์ชายบอกให้ข้ารีบมาเรียกเจ้าให้ตามไปโดยเร็ว!”
เมื่อปีสุ่ยได้ยินเสียงเรียกจากบนกำเเพง ใบหน้าของเขาก็ซีดขาวไร้เลือดฝาดในทันที