การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 316 ความวุ่นวายในวันข้างหน้า
เหยียนหลิ่งอวี๋เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ถามเสียงนิ่ง “ถูกฝั่ามือใคร เป็นใครกันที่กล้าใช้ฝั่ามือกับหนิวไปั๋?”
เขาผงะถอยไปด้านหลัง ดวงตายังคงจ้องมองไปที่ศพของหนิวไปั๋ ก่อนเอ่ยปากถามขึ้น “หรานสุ่ย เจ้ามองออก
หรือไม่ว่าเป็นฝั่ามือของผู้ใด?”
ก่อนหน้าที่หรานสุ่ยกับปีสุ่ยจะมาถึง เหยียนหลิ่งอวี๋ได้พิสูจน์ศพของหนิวไปั๋ไปก่อนแล้ว อีกทั้งเขายังคิดว่าข้อสรุป
ที่ได้นั้นย่อมถูกต้องแม่นยำมากกว่าหรานสุ่ยมากพอตัว ทว่าเขาต้องการทดสอบอีกฝั่ายว่าจะได้ข้อสรุปเหมือนหรือแตก
ต่างจากเขาอย่างไร
หรานสุ่ยจับเสื้อผ้าของหนิวไปั๋พลิกดูไปมา กวาดสายตามองดูร่างที่นอนไร้ซึ่งลมหายใจตรงหน้า ชั่วอึดใจเดียว
พลันหันหน้ากลับไปพูดกับเหยียนหลิ่งอวี๋ “เรียนองค์ชาย หนิวไปั๋ผู้นี้ถูกฝั่ามือพลังนํ้าแข็งเข้าพ่ะย่ะค่ะ หากถูกพลังฝั่ามือ
นี้เข้าไปเพียงครั้งเดียว ก็สามารถหยุดชีพจรหัวใจทำให้ถึงแก่ความตายได้… ถึงแม้จะไม่เหลือร่องรอยทิ้งไว้ แต่ไม่ว่า
คนร้ายจะพยายามซ่อนความลับนี้เพียงใด ย่อมมีจุดที่หลงลืมไปได้”
เขาหยุดเว้นจังหวะก่อนจะชี้นิ้วไปที่มือของหนิวไปั๋ “องค์ชายทอดพระเนตรเห็นรอยตรงเล็บของผู้ตายหรือไม่พ่ะ
ย่ะค่ะ ถ้าสังเกตดีๆ ตรงเล็บของผู้ที่โดนพลังนี้จะมีสีดำและม่วงชํ้า อีกอย่างนิ้วก้อยของเขาเริ่มแข็งแล้ว… อากาศที่หนาว
เหน็บในยามนี้หากมีคนเสียชีวิตละก็ ร่างกายจะไม่แข็งอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ฉะนั้นจึงมีทางเดียวที่เป็นไปได้ นั่นก็คือผู้ตาย
ถูกพลังฝั่ามือนํ้าแข็งอย่างแรงจนถึงแก่ความตายในทันทีพ่ะย่ะค่ะ”
หรานสุ่ยกลั้นใจพูดออกมายืดยาวในครั้งเดียว แล้วหันหน้าไปถามปีสุ่ย “แล้วเจ้าเล่าว่าอย่างไรปีสุ่ย มีข้อสงสัยอื่น
หรือไม่?”
ปีสุ่ยที่กำลังฟังการวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ อย่างตั้งใจ… ถึงกับเงยหน้าขึ้นมาทันที ทว่าสายตากลับประสาน
เข้ากับหรานสุ่ยโดยบังเอิญ เขาพลันทำหน้านิ่งขรึมเก็บอาการและหันมองไปทางอื่น
ถ้าวัดกันที่วรยุทธ์ในการต่อสู้ หรานสุ่ยนั้นไม่อาจสู้ปีสุ่ยได้ แต่ถ้าวัดเรื่องการไขคดีจากศพนั้น หรานสุ่ยเป็นผู้
เชี่ยวชาญกว่าปีสุ่ยมาก
ทว่าหรานสุ่ยกลับไม่ได้รับการพูดเสริมใดจากปีสุ่ย แต่ถึงกระนั้นเขาก็หาได้สนใจไม่ เพียงแต่เบะปากเล็กน้อยยัก
ไหล่ขึ้น แล้วหันหน้าไปพูดกับเหยียนหลิ่งอวี๋ “หากองค์ชายไม่เชื่อในคำพูดของกระหม่อม กระหม่อมก็พร้อมที่จะควัก
หัวใจเขาออกมาพิสูจน์พ่ะย่ะค่ะ เพราะเวลาผ่านไปเนิ่นนานถึงเพียงนี้หัวใจของหนิวไปั๋ย่อมเย็นเยียบไปเรียบร้อยแล้วพ่ะ
ย่ะค่ะ”
ปีสุ่ยแอบชำเลืองตามองเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่แวบหนึ่ง และรีบก้มหน้าลงไม่พูดไม่จา
บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบสงบ ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ชายทั้งสามคนที่กำลังยืนดูศพอยู่ในบ้าน
ของคนตาย เพื่อหาสาเหตุการตายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ภาพเช่นนี้ถ้าคนทั่วไปเข้ามาเห็นเข้าคงต้องตกใจจนขวัญหนีดีฝั่อ
กันเป็นแน่
เหยียนหลิ่งอวี๋เอาแต่นิ่งเงียบไปเมื่อได้ยินหรานสุ่ยคาดเดาสาเหตุการตายของหนิวไปั๋ออกมายืดยาว เขาย่อมเชื่อ
ในข้อสรุปของหรานสุ่ยเพราะข้อสรุปนั้นเหมือนที่เขาคิดไว้เช่นกัน
การตายของหนิวไปั๋จะต้องมีเรื่องตามมาอีกไม่น้อย ถ้าจะให้เหยียนหลิ่งอวี๋ควักหัวใจของเขาออกมาพิสูจน์ว่าตาย
ฝั่ามือจากวรยุทธ์ไหน เขาคงไม่ทำอย่างแน่นอน เพราะว่าหนิวไปั๋คนนี้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้ค่าไร้ราคา แม้จะตายไป
แล้วเขาก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะไปแก้แค้นให้… หมากตัวหนึ่งที่มีหรือไม่มี ก็ค่าเท่ากันนั้น ได้ใช้ฐานะว่าที่ราชบุตรเขยอย่างเกินตัว
บัดนี้หนิวไปั๋ก็ตายไปแล้ว อีกไม่นานคนก็จะลืมเขาไปอย่างรวดเร็ว แล้วเหตุใดเขาจะต้องเอาความสนใจและเวลาไปสิ้น
เปลืองกับเรื่องนี้ด้วย?
เด็กหนุ่มหันหน้ามองไปด้านนอกหน้าต่าง หรี่ตาลงพลางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ออกมา
เนื่องจากจวนของราชบุตรเขยเพิ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จจึงมีหลายจุดที่ยังทำได้ไม่ดี ถ้าหากใครเข้ามาจากหลังจวน
ย่อมมองเห็นสวนหลังบ้านและห้องรับแขกได้อย่างชัดเจนทั้งหมด
อีกอย่างบ่าวรับใช้ในจวนราชบุตรเขยในเวลานี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าหนิวไปั๋ได้เสียชีวิตแล้ว
หิมะที่โปรยปรายได้จับตัวกลายเป็นนํ้าแข็งทั้งตรงพื้นทางเดินและชายหลังคา ส่วนตรงบริเวณชายหลังคานั้นเห็น
บ่าวรับใช้กำลังใช้ไม้ตีก้อนนํ้าแข็งเพื่อไม่ให้ย้อยลงมา ทว่าเมื่อทำเสร็จเรียบร้อย พวกเขาก็รีบเดินกลับไปอย่างรวดเร็วโดย
ไม่มีผู้ใดสนใจมาดูหนิวไปั๋สักนิดเดียว
ภายใต้ความเงียบสงบนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋กลับเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยและเหยียดหยันออกมา “ในเมื่อเจ้าตายด้วย
พลังฝั่ามือนํ้าแข็ง เช่นนั้นเรื่องสนุกๆ ก็ใกล้จะเริ่มแล้วสินะ!”
พลังฝั่ามือนํ้าแข็งเป็นวรยุทธ์ที่สูงส่งและยากที่จะฝึกฝนให้สำเร็จ ทว่ากลับมีคนที่สามารถฝึกพลังฝั่ามือนํ้าแข็งได้
ใกล้สำเร็จ… คนนั้นก็คือองครักษ์ ‘สุ่ยหาน’ ที่อยู่ภายใต้สังกัดขององค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ย บัดนี้หนิวไปั๋เสียชีวิตจาก
พลังฝั่ามือนํ้าแข็ง ดูท่าเรื่องนี้เริ่มจะสนุกคึกคักขึ้นมาแล้ว!
เหยียนหลิ่งอวี๋กล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกไป… เขาเพียงอยากจะมา ‘เยี่ยม’ หนิวไปั๋เสียหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง
นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นภาพการตายอย่างน่าอนาถของหนิวไปั๋ แม้การเดินทางมาดูและได้พบศพเข้าถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อย
มงคล ทว่าเหยียนหลิ่งอวี๋กลับไม่ค่อยจะเชื่อในความคิดนี้แม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าเดินออกไปด้านนอกพลางกวักมือเรียก
ให้หรานสุ่ยกับปีสุ่ยตามไป “หรือว่าพวกเจ้าทั้งสองคนจะอยู่เฝั้าศพของหนิวไปั๋อยู่ที่นี่?”
เมื่อทั้งสองคนได้ยินก็รีบก้าวเท้าไปยืนอยู่ด้านหลังเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างรวดเร็ว
หรานสุ่ยกับปีสุ่ยติดตามมาถึงที่นี่ก็เพราะองค์ชายสามเท่านั้น บัดนี้องค์ชายสามจะไปแล้ว พวกเขาย่อมติดตามไป
ด้วยอย่างแน่นอน จะให้พวกเขาอยู่เฝั้าศพของหนิวไปั๋น่ะหรือ เกรงว่าหนิวไปั๋คงจะไม่มีบุญมากขนาดนั้น
พริบตาเดียวเหยียนหลิ่งอวี๋ก็กระโดดลอยตัวขึ้นไปบนกำแพง พร้อมกับหันไปมองบ่าวรับใช้คนหนึ่งกำลังเดิน
เข้าไปเคาะที่ห้องของหนิวไปั๋เบาๆ ราวกับว่าต้องการมารายงานบางสิ่ง ทว่าประตูที่ถูกแรงเคาะไม่นานก็เปิดออก ทันทีที่
ประตูเปิดออกพลันเห็นบ่าวรับใช้ผู้นั้นมีสีหน้าตกใจจนอ้าปากค้าง นางกรีดร้องอย่างสุดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเหมือนคน
เสียสติ “ช่วยด้วย!!! มีคนตาย… ราชบุตรเขยตายแล้ว ราชบุตรเขยตายแล้ว!”
ส่วนหรานสุ่ยกับปีสุ่ยที่กระโดดตามขึ้นมาบนกำแพงได้หันมองเหยียนหลิ่งอวี๋ ราวกับรอให้อีกฝั่ายพูดอะไรบาง
อย่างออกมา
ขอเพียงประตูในห้องหนิวไปั๋เปิดออกมา ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือให้กับราชบุตรเขย เห็นทีบ่าว
รับใช้คนนี้แม้จะไม่ได้เป็นผู้ร้ายสังหารหนิวไปั๋ แต่อย่างน้อยที่สุดเขาเป็นคนที่เจอและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในห้อง
หรานสุ่ยกับปีสุ่ยมีความคิดเหมือนกัน ที่อยากจะจับตัวบ่าวรับใช้คนนี้มาถามว่าเหตุใดต้องร้องจนเสียสติขนาดนั้น
ด้วย
องค์ชายสามกระโดดข้ามไปยังหลังคาบ้านอื่นแล้ว อย่างไม่เห็นสายตาขององครักษ์ทั้งสองที่มองมาอย่างฉงนใจ
แล้วเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่หันหน้ากลับไปมอง “พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่ หรือจะรอให้บ่าวรับใช้คนนั้นร้องจนหมดเสียงแล้วจะ
เข้าไปช่วยร้องต่ออย่างนั้นหรือ?”
พวกเขาได้แต่ยิ้มเจื่อน ไม่เปล่งวาจาใดออกมา พวกเขาเพียงอยากจับบ่าวรับใช้คนนั้นมาถามเท่านั้นเอง เหตุใด
องค์ชายสามถึงได้พูดกระทบเสียดสีแรงเช่นนี้ด้วยเล่า?
พลางรีบตามเหยียนหลิ่งอวี๋ไปติดๆ ด้วยความว่องไว
เหยียนหลิ่งอวี๋กระโดดไปมาราวกับวิหคที่โบยบินในนภากาศได้ไม่ซํ้าท่าทาง แล้วหยุดลงที่หลังคาบ้านหนึ่ง พลาง
หันกลับไปมองจวนราชบุตรเขยที่บ่าวรับใช้ต่างส่งเสียงร้องและวิ่งกันวุ่นวายชุลมุนไปหมด เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พูดนิ่ง
เรียบ “ละครฉากนี้แสดงได้ไม่เลว หากเป็นเช่นนี้ละก็ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เรื่องนี้ก็ต้องไปถึงพระกรรณของเสด็จพ่ออย่างไม่
ต้องสงสัย…”
นํ้าเสียงของเหยียนหลิ่งอวี๋เต็มไปด้วยความเย็นชา… ว่าที่ราชบุตรเขยอย่างหนิวไปั๋เสียชีวิตลง องค์หญิงจิ่นซิ่วก็ไม่
จำเป็นต้องจัดงานอภิเษกอีกต่อไปแล้ว อย่างนั้นองค์หญิงก็จะมีเวลามาเลือกราชบุตรเขยที่นางถูกใจ หรือพูดได้ว่ามีเวลา
อย่างเต็มที่เพื่อไปพัวพันกับหลิวยวนและวางแผนให้หลิวจื๋อรับนางเป็นลูกสะใภ้