การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 317 ความแค้นส่วนตัว
อันที่จริงการเสียชีวิตของหนิวไปั๋ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรมากมาย เพียงแต่ฐานะว่าที่ราชบุตรเขยของเขากลับทำให้
การเสียชีวิตในครั้งนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา… เพราะข่าวการเสียชีวิตอย่างไม่มีปีไม่ขลุ่ย อีกทั้งร่องรอยบาดแผลที่เต็ม
ไปทั้งร่างกาย ทว่าเรื่องนี้ย่อมส่งผลต่อพระพักตร์ของฝั่าบาทไม่มากก็น้อย
ฉะนั้นหนิวไปั๋จะเสียชีวิตไปโดยไม่มีการสืบสาวหาความไม่ได้ อีกไม่นานฝั่าบาทจะต้องมีพระราชโองการให้คน
หาความจริงอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยที่สุดจะได้ให้คำตอบแก่เหล่าขุนนางและองค์หญิงจิ่นซิ่ว… ถึงแม้องค์หญิงจิ่น
ซิ่วอาจจะไม่สนใจในคำตอบแต่ขั้นตอนนี้จะละเลยไม่ได้เป็นอันขาด
การเสียชีวิตของหนิวไปั๋จะต้องมีการคัดเลือกคนไปค้นหาความจริง โดยเฉพาะฐานะของคนผู้นั้นยิ่งสำคัญเป็น
ที่สุด เพราะจะต้องเป็นตัวแทนของฝั่าบาทและองค์หญิงจิ่นซิ่ว ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจาก
เหล่าขุนนางอีกด้วย มีเพียงการกระทำนี้เท่านั้นที่จะแสดงออกให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการจากไปของว่าที่
ราชบุตรเขยของฝั่าบาท ทั้งยังช่วยอุดปากผู้คนให้เงียบสนิทลงไป
แน่นอนว่าคนที่เหมาะสมในการสืบหาความจริงเรื่องนี้จะต้องเป็นองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอย่างแน่แท้!
นอกจากองค์ชายใหญ่จะเป็นพระราชโอรสของฝั่าบาทแล้ว ยังเป็นพี่ชายขององค์หญิงจิ่นซิ่วอีกด้วย เขาจะต้อง
โกรธแค้นคนที่มาสังหารว่าที่น้องเขยของเขา และจะต้องสืบหาความจริงให้ล่วงรู้ทั้งหมดอย่างแน่นอน
แต่ปัญหาอยู่ที่เบื้องหลังการฆ่าหนิวไปั๋นั้นกลับเป็นองครักษ์ข้างกายของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย จึงไม่น่าแปลกใจหากจับ
ผู้ร้ายมาลงโทษไม่ได้
หากมีพระราชโองการลงมาจากฝั่าบาทย่อมมิอาจเพิกเฉยได้ ฉะนั้นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะต้องหาแพะรับบาปมารับ
ผิดในเรื่องนี้ หรืออาจเป็นใครที่ล่วงเกินองค์ชายใหญ่มากที่สุดในช่วงนี้ก็เป็นได้
เป็นที่รู้กันดีว่าในวังหลวงแห่งนี้ สิ่งที่เรียกว่า ‘ความซื่อตรง’ นั้นหาได้ยากและมักมีบางสิ่งซ่อนเร้น เรื่องบางเรื่อง
อาจเป็นเช่นนั้น ทว่าบางเรื่องอาจถูกปรับเปลี่ยนจนกายเป็นเรื่องอื่นไป
ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับหนิวไปั๋หรือใครก็ตาม ถ้าแทรกแซงไปถึงวังหลวงและขุนนางในราชสำนัก แม้เรื่องจริงนั้น
จะเป็นที่ประจักษ์แจ้ง แต่สิ่งที่ขาดกลับเป็นหลักฐาน
ดังนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋จึงรู้ดีว่า ถ้าปล่อยให้องค์ชายใหญ่เป็นผู้ค้นหาความจริง เรื่องนี้ก็จะพอคาดเดาผลได้ทันทีเป็น
สองทาง ทางแรกคือสามารถจับตัวคนร้ายและมีหลักฐานในการลงโทษ ผู้คนจะต่างสรรเสริญฝั่าบาทในการสืบหาความ
จริงให้ปรากฏขึ้นมาได้ ถึงตอนนั้นองค์หญิงจิ่นซิ่วจะต้องร้องห่มร้องไห้เสียใจอย่างหนัก และด้วยความสงสารและเมตตา
ฝั่าบาทจะจัดงานอภิเษกกับคนอื่นให้ใหม่
ทางเเรกนี้เห็นทีเหยียนหลิ่งเจวี๋ยคงคิดไว้นานแล้ว ทั้งยังได้เตรียมแพะรับบาปไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่เช่นนั้นเขาจะ
มั่นอกมั่นใจในแผนการที่วางแผนโดยโยนศพของหนิวไปั๋เข้ากลับไปจวนราชบุตรเขยได้อย่างไร?
ส่วนทางที่สองคือ การหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผลต่อการเสียชีวิตของหนิวไปั๋ต่างๆ นานา จากนั้นก็ปั่าวประกาศ
ว่าการเสียชีวิตของหนิวไปั๋ให้ยิ่งใหญ่เหมือนเป็นวีรบุรุษ เพื่อปกปั้ององค์หญิงจิ่นซิ่วจากอันตราย เพื่อรักษาภาพลักษณ์ให้
กับองค์หญิง
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อ และเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะเลือกทางไหน ระหว่างทำ
ตามแผนที่วางไว้ หรือใช้โอกาสนี้กำจัดคนที่เคยล่วงเกินเขา
แต่ความจริงของเรื่องนี้ไม่แน่ชัดว่าจะเป็นไปตามที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยคาดการณ์ไว้หรือไม่?
เหมือนคำกล่าวที่ว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ย่อมไม่มีใครล่วงรู้ว่าความจริงที่เปิดเผยนั้นเป็นเรื่องจริง หรือว่า
เป็นเรื่องที่เสริมสร้างเติมแต่งขึ้นมากันแน่?
ทว่าเรื่องที่องค์ชายรองเหยียนหลิ่งรุ่ยมีความโกรธเกลียดองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยู่ในตอนนี้นั้นก็อาจนำพา
ความซวยมาได้
เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องไปบอกความจริงตั้งแต่เริ่มจนจบทั้งหมดให้กับเหยียนหลิ่งรุ่ยได้รับรู้ เพื่อ
จะได้มีคนมาค้านเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไว้บ้าง
ดวงตาทั้งคู่ของเขาทอประกายเด็ดเดี่ยว… ในการเกิดมาเป็นองค์ชายเหมือนกันนั้นก็มีข้อดีที่ไม่ขาดคู่ต่อสู้ และก็มิ
ขาดพันธมิตรที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ ถึงจะกลายเป็นเพื่อนกันได้
ถูกต้องแล้ว ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรโดยแท้จริง จะมีก็แค่คนบางจำพวกที่เปลี่ยนไปเพราะเห็นแก่ผล
ประโยชน์ ทั้งจิตใจและเกียรติในตนเองก็ย่อมสูญเสียไปด้วย`
อย่างน้อยในครั้งนี้ เขาไม่ต้องลงมือเองก็สามารถทำให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมีรอยยิ้มที่จบไม่สวย
เดิมทีเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยากใช้โอกาสนี้ขยายอำนาจของเขาให้มากกว่าเหยียนหลิ่งรุ่ย ทว่าเรื่องเหล่านี้เหยียนหลิ่ง
อวี๋หาได้สนใจแม้แต่น้อยไม่ หากเหยียนหลิ่งเจวี๋ยและองค์หญิงจิ่นซิ่วไม่ดึงต้วนชิงหมิงเข้ามาในวงจรครั้งนี้
ด้วยเหตุนี้เขาจำต้องยื่นมือเข้ามาแทรกแซง เพื่อให้แผนการที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยวางแผนไว้พังไม่เป็นท่า และไม่ให้
โอกาสองค์หญิงจิ่นซิ่วได้สมปรารถนากับหลิวยวน
ทว่าทุกครั้งที่เหยียนหลิ่งอวี๋นึกถึงหลิวยวนขึ้นมาทีไร กลับเห็นแววตาอำมหิตและไม่พอใจปรากฏขึ้นมาเมื่อนั้น…
ภาพหลิวยวนจับมือต้วนชิงหมิงเดินแกว่งไปแกว่งมาบนถนนต่อหน้าที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในหัว ทำให้เขาอยากเข้าไป
จัดการกับหลิวยวนให้ตายทั้งเป็นประเดี๋ยวนั้น
แต่ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยกลับรู้ดีว่าเขาไม่อาจแตะต้องหลิวยวนได้ เนื่องจากต้วนชิงหมิงไม่อนุญาต มิหนำซํ้าเด็กบ้า
อย่างต้วนอวี้ก็ไม่ให้เขาแตะต้องเหมือนกัน
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้แต่ถอนหายใจ… แม้เรื่องฮูหยินติงโหรวที่เขาเคยได้ยินได้ฟังมานั้น นางเป็นคนเด็ดขาดและมี
กิริยางดงามอ่อนช้อย จิตใจกว้างขวาง แต่เหตุใดนางถึงได้ให้กำเนิดบุตรสาวกับบุตรชายที่มีความฉลาดเป็นกรดและเจ้า
เล่ห์ยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอกเสียอีก
ทั้งบุตรสาวกับบุตรชายของฮูหยินติงโหรวยังมีนิสัยที่ดื้อรั้น คงไม่ยอมปล่อยให้คนที่ไม่ชอบเดินลอยนวลขวางหู
ขวางตาเป็นแน่
และสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดบุตรสาวกับบุตรชายของจวนต้วนคู่นี้ทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋ทั้งเกลียดทั้งรักในเวลา
เดียวกัน ถ้าถึงเวลาเกลียดเขาก็ทำได้เพียงกัดฟันกรอด ถ้าถึงเวลารักก็จะรักจนหลงใหลได้ปลื้มจนยอมทำให้ทุกอย่าง
ทุกครั้งที่นึกถึงคำพูดของต้วนอวี้และสีหน้าของต้วนชิงหมิง เหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็จะถอนหายใจยาวออกมาทันที…
เอาล่ะ เอาล่ะ! ชีวิตของเขาในชาตินี้ยังไม่เคยเจอคู่ปรับที่แข็งแกร่งขนาดนี้ บัดนี้บุตรสาวกับบุตรชายจวนต้วนถือเป็นคู่
ปรับตัวฉกาจของเขาเลยทีเดียว!
ดังนั้น หลิวยวนจะต้องแต่งกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว ส่วนเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็จะไม่มีวันทำตามแผนที่วางไว้ได้สำเร็จ…
เหยียนหลิ่งอวี๋หยุดตรึกตรองเล็กน้อย พลางหันไปผายมือให้กับหรานสุ่ย “หรานสุ่ยประเดี๋ยวเจ้ากลับไปดูบ่าวรับ
ใช้คนที่ร้องเสียงหลงคนนั้น ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น แล้วหาโอกาสจับตัวบ่าวใช้คนนั้นมาเค้นความจริงทั้งหมด
ออกมา สุดท้ายก็แกล้งปล่อยข่าวเรื่องนี้ให้องค์ชายรองรู้เรื่องทั้งหมดนี้เสีย”
หรานสุ่ยได้ฟังพลันก้มหน้ารับคำสั่ง “พ่ะย่ะค่ะ” ทว่าเขาก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองตามองปีสุ่ย และหันกลับมาพูดกับ
เหยียนหลิ่งอวี๋ “กระหม่อมหรานสุ่ย ได้เดินทางออกนอกเมืองหลวงกว่าครึ่งปีแล้วจึงไม่ค่อยคุ้นเส้นทางเสียเท่าไร มิทราบ
ว่าจะให้ปีสุ่ยไปทำงานนี้ร่วมกับกระหม่อมได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าอนุญาตอย่างไม่ลังเลใจ “ปีสุ่ย เจ้าไปช่วยหรานสุ่ยจับตาดูหนิวไปั๋อีกแรง แล้วอย่าให้ศพ
หายไปอย่างไร้ร่องรอยล่ะ!”
ปีสุ่ยถึงกับหน้าถอดสีพลันทำหน้าเจื่อนลง คลับคล้ายเข้าใจบางอย่าง เมื่อได้ฟังที่เหยียนหลิ่งอวี๋สั่งการ… องค์ชาย
การมาครั้งนี้ไม่ได้ต้องการชีวิตอันไร้ค่าของหนิวไปั๋อย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ แต่บัดนี้มีคนคอยทำให้สำเร็จแทนแล้ว เหตุใด
ยังต้องให้กระหม่อมคอยติดตามดูอีกพ่ะย่ะค่ะ?
แน่นอนว่าคำพูดนี้ปีสุ่ยทำได้เพียงคิดอยู่ในใจ ไม่กล้าเอ่ยปากพูดออกมา ในเมื่อเป็นคำสั่งของเหยียนหลิ่งอวี๋มีหรือ
ที่เขาจะกล้าพูดคำว่า ‘ไม่’ ออกมา เขาจึงทำได้แต่ก้มหน้าตอบรับอย่างโดยดีว่า ‘พ่ะย่ะค่ะ’
เมื่อพูดประโยคสุดท้ายจบเหยียนหลิ่งอวี๋ก็กระโดดไปต่อ โดยทิ้งให้หรานสุ่ยกับปีสุ่ยไปทำงานตามที่เขาสั่ง
ปีสุ่ยเงยหน้าขึ้นมามองหรานสุ่ยด้วยความโมโห ส่วนหรานสุ่ยที่หน้าตาออกทีเล่นทีจริงก็พูดสัพยอก “คนที่อยาก
ให้เรื่องวุ่นวายอย่างเจ้าเนี่ย ตอนนี้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้วเจ้าคงพอใจสินะ?”