การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 318 เรื่องในอดีตของเหยียนหลิ่งอวี๋
สายตาคมของหรานสุ่ยเห็นชัดถึงความพออกพอใจ ครั้นปีสุ่ยเห็นอีกฝั่ายแอบหัวเราะคิกคัก จึงหันหน้าไปอีกทาง
พลางระบายลมหายใจออกอย่างขุ่นมัว ด้วยรู้นิสัยใจคอของหรานสุ่ยเป็นอย่างดี
ปราศจากสุ้มเสียงใดไปชั่วขณะ……หรานสุ่ยไม่มีทางปล่อยให้ปีสุ่ยอยู่อย่างสุขสบายไปกว่าเขาอย่างแน่นอน
ในเวลานี้เองที่หรานสุ่ยกำลังจะอ้าปากพูด พลันมีเสียงน่าเกรงขามทว่าทุ้มน่าฟังของเหยียนหลิ่งอวี๋ลอยมาแต่ไกล
เขาพูดเตือนสติองครักษ์ทั้งสองขึ้นว่า “หรานสุ่ย ปีสุ่ย พวกเจ้าทั้งสองฟังข้าให้ดี ความแค้นส่วนตัวที่พวกเจ้ามีต่อกันนั้น
ข้าเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นและไม่พูดขึ้นมา แต่หากพวกเจ้าเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เรื่องที่สั่งไปผิดพลาด……ถึงตอน
นั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจพวกเจ้าแล้วกัน!”
คำพูดเพียงประโยคเดียวของเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้สีหน้าของพวกเขาถอดสีไปทันที พลางก้มหน้าลง ไม่เอื้อนเอ่ย
คำใด
ถ้าพวกเขาสองคนทำเรื่องนี้ไม่สำเร็จตามคำสั่งแล้วละก็ องค์ชายสามคงไม่เก็บพวกเขาไว้อย่างแน่นอน ทั้งคู่จึงได้
แต่ก้มหน้าก้มตาผงกศีรษะและไปทำตามที่รับสั่ง
แม้เหยียนหลิ่งอวี๋จะออกมาจากจวนราชบุตรเขยแล้ว ทว่าเขายังคงวนเวียนคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ไม่คลาย
แน่นอนว่าหากเป็นเรื่องของต้วนชิงหมิงแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋จะต้องยื่นมือเข้ามาแทรกแซงอย่างแน่นอน ทว่าอีก
เหตุผลที่เขาสั่งการเช่นนี้ก็เป็นเพราะคิดถึงผลสุดท้ายที่จะตามมา ที่หากหลิวยวนถูกวางแผนให้แต่งกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว
หลิวจื๋อผู้เป็นบิดาของหลิวยวน คงต้องเข้าร่วมกับฝั่ายเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอย่างเสียมิได้ แม้เขาจะเป็นขุนนางที่จงรักภักดี
ก็ตาม ถึงตอนนั้นแคว้นจะสูญเสียขุนนางชั้นดีไปอีกหนึ่งคน อีกทั้งยังส่งผลต่ออนาคตที่สดใสของหลิวยวนตามไปด้วย
เด็กหนุ่มพรูลมหายใจเฮือกหนึ่งช้าๆ เมื่อคิดถึงจุดนี้ เขาชอบคนมีความรู้ความสามารถและไม่อยากจะเห็นจุดจบ
เช่นนั้น
เหยียนหลิ่งอวี๋เดินอยู่บนหลังคามาสักระยะหนึ่งแล้ว ครั้นพบกับซอยที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน จึงกระโดดลงมา แล้วเดิน
ต่อไปข้างหน้าอย่างสบายใจ
ตั้งแต่เล็กเหยียนหลิ่งอวี๋เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว ท่านแม่ของเขาเป็นเพียงนางสนมคนหนึ่งที่อยู่ในวังหลวงมาเป็น
เวลานานและได้เสียชีวิตลงไปอย่างน่าอนาถตั้งแต่ที่เขายังเยาว์… องค์ชายคนอื่นต่างมีท่านอาจารย์ส่วนตัวกันทั้งสิ้น ส่วน
เขาเพียงได้รับการช่วยเหลือจากพระสนมเจ้าจึงได้รับการศึกษาเล่าเรียนที่ดี แต่ทว่าเขาย่อมรู้ดีว่าพระสนมเจ้า เห็นเขา
เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เอาไว้ใช้จัดการศัตรูของนาง
หากพูดให้น่าฟังเหยียนหลิ่งอวี๋ก็เป็นองค์ชายที่สูงส่งผู้หนึ่ง แต่หากจะพูดเรื่องจริงเขากลับเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง
บนกระดานก็เท่านั้น
ส่วนลึกในใจของเขาหาได้อยากเป็นหมากของใครไม่ แต่เพราะรู้ดีว่าเพื่อให้มีชีวิตที่มั่นคงในวังหลวง ทุกคนย่อม
ต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ
ทว่าอย่างน้อยเขาก็ยังโชคดี เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นถือว่าประสบความสำเร็จ
ส่วนพระสนมเจ้าที่เคยช่วยเหลือกลับคิดกำจัดเขาไปให้พ้นหูตา เมื่อเขาล่วงรู้จึงแอบซ้อนแผนอันเป็นเหตุให้พระ
สนมเจ้าต้องสิ้นใจในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองงานหนึ่ง ที่จริงแล้วแผนการครั้งนั้นไม่ได้มุ่งให้ถึงแก่ชีวิตนาง แต่ด้วยความไม่เชื่อ
มั่นและความอิจฉาริษยาที่สุมทรวงอยู่ในอกกลับทำร้ายตัวนางเองให้ต้องสิ้นใจจากไป
เรื่องนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ยังคงจำได้มิลืมเลือน… วันนั้นในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของฮองเฮา ภายในวัง
หลวงได้จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองจนถึงดึกดื่น เมื่อถึงตอนที่องค์ชายสามเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องถวายพระพร ที่ตอนนั้นเขา
เพียงอายุ 9 ปี บ่าวรับใช้ในวังคนหนึ่งได้เดินมาชนแก้วสุราหกจนหมดสิ้น พระสนมเจ้าจึงเข้าไปตำหนิและต่อว่าเหยียน
หลิ่งอวี๋ที่ประมาทเลินเล่อ และเมื่อถึงตอนที่เหยียนหลิ่งอวี๋ยกแก้วสุราขึ้นมาถวายพระพรอีกครั้ง กลับมีคนพูดขึ้นว่าสุรา
ในแก้วขององค์ชายสามนั้นมียาพิษ มิหนำซํ้าคนที่วางยาพิษไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพระสนมเจ้า
ในตอนนั้นแก้วสุราในมือของเหยียนหลิ่งอวี๋ถูกแย่งเข้าไปตรวจสอบ เขาตกตะลึงกับสิ่งที่เจอจนทำอะไรไม่ถูก
ฝั่าบาททรงกริ้วอย่างมาก มีรับสั่งให้ทหารจับตัวองค์ชายสามไปตรวจร่างกายทันที ทว่าภายใต้การช่วยเหลือของ
ใครบางคน ความผิดทั้งหมดจึงพุ่งไปที่พระสนมเจ้าแต่เพียงผู้เดียว
พระสนมเจ้าผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อได้ยิน ใบหน้าถอดสีแววตาร้อนรนปรากฏเด่นชัด นางลนลานคุกเข่าลง
ในทันทีพร้อมแก้ต่างว่านางมิได้เป็นผู้กระทำเรื่องนี้
เหยียนหลิ่งอวี๋ถูกเหล่าองครักษ์ตรวจร่างกายก็ไม่พบยาพิษใดในตัวเขาแม้แต่น้อย ทว่าระหว่างที่พระสนมเจ้า
กำลังแก้ต่างอยู่นั้นกลับมีถุงใส่ผงเล็กๆ ที่มีลักษณะคล้ายที่พบในแก้วสุราร่วงหล่นมาจากกระโปรง
ภาพตรงหน้านั้นละม้ายความจริงทั้งหมดได้ปรากฏออกมาจนยากที่จะแก้ต่างให้พ้นผิด แต่งานฉลองวันเกิดคงไม่
เหมาะสมจะเป็นที่ไต่สวนความผิด ฝั่าบาทจึงสั่งให้ทหารนำตัวพระสนมเจ้าไปขังไว้ก่อน รอให้งานฉลองวันเกิดเสร็จสิ้น
ค่อยตัดสิน ความหวาดกลัวเผยชัดออกทางแววตา นางวิงวอน ร้องขอชีวิตจากฝั่าบาท
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่นาง ทว่าว่าจู่ๆ เหยียนหลิ่งอวี๋กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฝั่าบาทพร้อมกับขอรับโทษแทน
พระสนมเจ้า
นางชะงักตกใจทันที ทว่าหาใช่การซึ่งใจไม่ พระสนมเจ้ากลับต่อว่าและทุบตีเหยียนหลิ่งอวี๋ในทันที กล่าวว่าเขา
เป็นตัวซวยและเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเขา นางจึงต้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้
สีหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ซีดขาวลงไปถนัดตา แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ นํ้าตารินไหลอาบแก้มทั้งสอง
ข้าง แต่ยังคงยืนหยัดที่จะรับโทษทั้งหมดแทนพระสนม
ด้วยความพิโรธดั่งสายฟั้าฟาดของฝั่าบาทจึงรับสั่งให้นำตัวเหยียนหลิ่งอวี๋ไปเค้นความจริงออก ส่วนพระสนมเจ้าก็
ให้ลากเข้าไปขังไว้ในคุกอันมืดมิด
หลังจากที่พระสนมเจ้าได้รับการทรมานเป็นเวลาสามวัน สุดท้ายนางจึงเลือกปลิดชีพตัวนางเอง ส่วนเขาที่ถูก
ทรมานไม่ต่างกันก็ถูกปล่อยตัวออกมา
การสิ้นของพระสนมเจ้าหาได้สร้างความเสียใจให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋แม้แต่น้อยไม่ เมื่อเขาได้กลับมาพักที่ตำหนัก
และอยู่ในห้องเพียงผู้เดียวก็มักจะเจ็บปวดหัวใจจนแทบหายไม่ออกเป็นเวลานานหลายปี
สิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยได้เอ่ยให้ใครได้รับรู้คือ ที่แท้ฮองเฮาสั่งให้คนนำยาพิษนั้นไปใส่ในแก้วสุรา แต่ยานั่นไม่ใช่
ยาพิษกลับเป็นยาปลุกอารมณ์ต่างหาก ฮองเฮาก็ต้องการให้เหยียนหลิ่งอวี๋ตกตายตามกันไป แต่เมื่อนางตรึกตรองจน
ดีแล้ว หากในวังหลวงต้องเกิดการสูญเสียขององค์ชายใดไปย่อมสร้างความทรมานเหมือนตายทั้งเป็นให้กับฝั่าบาท
อันที่จริงฝั่าบาทนั้นไม่ได้รักฮองเฮามากมายถึงเพียงนั้น ทว่าพระองค์ไม่อยากหักหน้านางต่อหน้าคนอื่น เพราะจะ
เป็นการทำลายอำนาจและหน้าตาของวงศ์ตระกูล ดังนั้นฝั่าบาทจึงจำเป็นต้องสั่งลงโทษพระสนมเจ้ากับเหยียนหลิ่งอวี๋
จากนั้นก็ให้ขังอยู่ภายในตำหนัก
เรื่องทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นมานั้น ไม่ว่าจะเป็นการปลิดชีพตัวเองของพระสนมเจ้าและการถูกปล่อยตัวของเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่เขาวางไว้ ปกติเหยียนหลิ่งอวี๋จะเป็นคนมองการณ์ไกลไปมาก ถ้าเขาตั้งใจทำสิ่ง
ใดแล้วต่อให้ทางข้างหน้ามีอุปสรรคขวากหนามสักเพียงใดก็พร้อมยืนหยัดเผชิญหน้า
พระสนมเจ้าได้สิ้นแล้ว
ข่าวลือที่ไม่เป็นผลดีต่อเหยียนหลิ่งอวี๋เริ่มแพร่ออกไปปากต่อปากจนทั่ววังหลวง… ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาทำต่อคน
เลี้ยงดูอย่างพระสนมเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พระสนมเจ้าเล่นงานท่านแม่แท้ๆ ของเขาให้ตายไป ทุกเรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋
ทำไปทั้งหมดนั้นเพียงเพื่อต้องการแก้แค้นให้กับท่านแม่แท้ๆ ก็เท่านั้น
ข่าวลือนั้นย่อมสามารถฆ่าคนให้ตายทั้งเป็นได้
เมื่อมีผู้หวังดีประสงค์ร้ายนำข่าวลือนี้ไปเล่าถึงพระกรรณของฝั่าบาท พระองค์ทรงกริ้วอย่างหนักและเสด็จไปถึง
ตำหนักของเหยียนหลิ่งอวี๋ เพื่อต้องการคาดคั้นความจริงกับองค์ชายที่ไม่ได้พบมาหลายวัน
ทว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ออกมาต้อนรับฝั่าบาทด้วยอาการอิดโรยแล้วล้มลงสลบไปเจ็ดวันเจ็ดคืนเต็มๆ
ก่อนหน้านี้เหยียนหลิ่งอวี๋ได้คุกเข่าต่อหน้าปั้ายวิญญาณของพระสนมเจ้า ไม่กิน ไม่ขยับ ไม่นอน ไม่พัก จนกระทั่ง
ฝั่าบาทเสด็จมา เขาถึงลุกขึ้นมาแล้วล้มฟุบลงไปด้วยลมหายใจที่รวยริน
ด้วยความตกพระทัยของฝั่าบาทที่เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ล้มลงอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นข่าวลือทั่ววังหลังก็หายไป
โดยปริยาย