การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 320 ต้วนอวี้หายตัวไป
เสียงที่เหยียนหลิ่งอวี๋เปล่งออกมาช่างอ้างว้างระคนสงสัย ใบหน้าของเขาถูกแสงอาทิตย์อัสดงอาบย้อมเป็น
ประกายสีทอง ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ดุจสวมหน้ากาก มีเพียงนัยน์ตาคู่นั้นที่เผยแววสับสนฉายชัดขึ้น ไม่นานความมืดก็
เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ
สรรพเสียงรอบด้านเงียบลง หูโล่งสงบ มองไปรอบตัวไม่มีใครอยู่แม้สักคนเดียว
ในซอยเล็กๆ ไร้ซึ่งผู้คน กลับมีเพียงสายลมอันเหน็บหนาวที่พัดผ่านไปผ่านมา
ทว่าเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม พลางระบายลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ ก่อนเงยหน้ามองท้องฟั้าราวกับกำลังดื่มดํ่า
บรรยากาศที่กว้างใหญ่จนสุดลูกหูลูกตา
คำถามที่ได้เอื้อนเอ่ยไปคงไม่มีเสียงใดตอบกลับมา
ทว่าหลังจากนั้นไม่นานกลับมีเสียงตอบกลับมา “เรียนองค์ชาย คุณหนูใหญ่ต้วนเห็นองค์ชายเข้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ทันใดนั้นหัวใจของเหยียนหลิ่งอวี๋ได้เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เขากุมมือไว้แน่นเพื่อจะควบคุมอารมณ์ไม่ให้แสดงออก
มา ก่อนเอ่ยถามโดยที่ยังไม่ได้หันกลับมา “อย่างนั้น… นางได้เดินตามมาหรือไม่?”
เงียบสงัด… ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาแม้แต่คำเดียว!
เหยียนหลิ่งอวี๋ขยับตัวละม้ายกำลังจะหันกลับมา อีกฝั่ายจึงตอบอย่างตะกุกตะกัก “เรียนองค์ชาย… คุณหนูใหญ่ต้
วนเดินเข้าจวนต้วนไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เขาชะงักเท้าโดยพลัน หัวใจของเขาเหมือนแตกสลายลงในบัดดล
ชั่วพริบตาเดียวก็ยิ้มกว้างออกมา ทว่านัยน์ตากลับเศร้าโศก… ‘เหยียนหลิ่งอวี๋ นางพบเจ้าแล้ว เจ้ารู้ตัวบ้างหรือ
ไม่?’
นางเห็นเขาแล้ว ทว่าไม่ได้ตามมาและเลือกที่จะเดินเข้าจวนต้วนไป เหอะ เหอะ! เหยียนหลิ่งอวี๋เอ๋ย เจ้ารู้ตัวบ้าง
หรือไม่ ว่าตัวเจ้าช่างน่าขันเพียงใด?
เหยียนหลิ่งอวี๋ตัวเจ้านั้นลงแรงกายแรงใจให้ผิดคนแล้ว
เขาหยุดนิ่งพึมพำในใจอยู่นาน พลางส่ายหน้าน้อยๆ แล้วเลือกที่จะเดินต่อไปข้างหน้า ไม่หันกลับมามองว่าเสียง
นั้นเป็นใคร
ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องน้อยใดที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด หรือเรื่องที่ไม่อาจลืมเลือนได้ เหยียนหลิ่งอวี๋เลือกที่จะไม่เอามาคิด
ใส่ใจ
เขาเลือกที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป แต่คนที่แอบซ่อนตัวอยู่ในที่ลับกลับเบะปากออกมา
เหตุการณ์ตั้งแต่หน้าประตูจวนต้วนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาได้เห็นเหตุการณ์ทั้งสิ้น ตั้งแต่บ่าวรับใช้คนสนิทของต้วน
ชิงหมิงเดินออกมาหานางอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าตื่นเต้นตกใจ กระซิบกระซาบกันประเดี๋ยวเดียว ต้วนชิงหมิงที่มีสีหน้า
ปกติกลับเเปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที แล้วรีบเดินเข้าประตูจวนไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย
องครักษ์คนนี้อยากจะเล่าให้เหยียนหลิ่งอวี๋ได้รับฟังอีกว่า บนรถม้านอกจากหลิวยวนจะอยู่กับต้วนชิงหมิงแล้ว ก็
ยังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ดึงหลิวยวนขึ้นรถม้าแล้วจากไป
เขาอยากจะเล่าภาพเหตุการณ์นี้ให้เหยียนหลิ่งอวี๋ได้รับรู้เสียจริง
ทว่าเมื่อได้เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเหยียนหลิ่งอวี๋จากด้านข้างแล้ว องครักษ์คนนี้ก็มิกล้าปริปากเล่าสิ่งใดออกมาอีก
ไม่ว่าเขาจะอยากเล่าเรื่องนี้ปานใดก็ตาม คงไม่อาจเปลี่ยนใจเหยียนหลิ่งอวี๋ที่เดินจากไปแล้วได้
หรือว่าองค์ชายสามจะไม่สนใจว่าในรถม้ามีใครอยู่ในนั้นบ้าง หรือว่าเขากำลังโกรธเคืองอยู่ จึงไม่สนใจสิ่งที่จะเกิด
กับต้วนชิงหมิง
หรือเป็นเพราะองค์ชายสามเห็นภาพยังไม่ทันจบก็ด่วนสรุปจนเข้าใจผิดไปแล้ว สรุปแล้วองครักษ์คนนี้เป็นคนที่
สังเกตรายละเอียดและหูตาว่องไว เขาจึงรู้ว่าต้วนชิงหมิงหันหน้ากลับมาเพื่อเติมเต็มความรู้สึกให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋
หน้าที่ขององครักษ์คนหนึ่งคือการปกปั้องเจ้านายให้ปลอดภัย ทั้งไม่ให้เจ้านายเข้าไปเสี่ยงภยันตรายต่างๆ เอง
คิดได้ดังนั้นก็หันหลังกลับไปแฝงตัวอยู่บนต้นไม้ที่หนาทึบเฉกเช่นเดิม
ภาพเหยียนหลิ่งอวี๋ที่เดินจากไปท่ามกลางแสงอาทิตย์เหลืองอร่ามที่ใกล้ลับขอบฟั้า ความมืดมิดก็คืบคลานเข้า
มาปกคลุมทุกสรรพสิ่งแทนที่
ท้องฟั้ามืดมิด
ดำสนิทจนมองไม่เห็นสิ่งใด… กลับเห็นแสงไฟที่ถูกจุดขึ้นมา
……*
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงหันหลังกลับมา ก็ได้พบใบหน้าที่ซีดขาวและตื่นตกใจของชิวหนิง สายตาของนางเต็มไปด้วย
ความร้อนรุ่มใจและกังวลใจ จนต้วนชิงหมิงรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา
นางเดินเข้าไปจับมือที่สั่นเทาของชิวหนิงเอาไว้แน่น แล้วค่อยๆ ถามขึ้นอย่างช้าๆ “ชิวหนิง ทำไมไม่อยู่ดูแลเรือน
ให้ดี เจ้ามาที่นี่ทำไมกัน?”
สีหน้าร้อนใจของชิวหนิงได้เปลี่ยนเป็นสีแดงกํ่าขึ้นมาในทันที นางรีบก้มหน้าและกุมมือของต้วนชิงหมิงไว้แน่น อ้า
ปากพูดกระอ้อมกระแอ้ม “คุณหนู… คุณชายใหญ่หายไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวนึกว่าคุณชายใหญ่ออกมารับคุณหนูจึงเดินตาม
ออกมา”
สิ้นเสียงของชิวหนิง ต้วนชิงหมิงก็กล่าวกลั้วหัวเราะขึ้นมา “อวี้เอ๋อร์นิสัยซุกซนอาจจะอยากออกมาเล่นบ้าง เจ้า
ไปตามหาองค์ชายใหญ่ที่เรือนแล้วหรือยัง?”
ชิวหนิงส่ายหน้าไปมาอย่างร้อนใจ ทว่าไม่ได้พูดอะไรออกมา
ต้วนชิงหมิงจึงขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความงงงวย แล้วรีบเดินผ่านชิวหนิงเข้าประตูจวนไป
น่าแปลก! สายตาของชิวหนิงช่างน่าแปลกเหลือเกิน! หรือว่าอวี้เอ๋อร์เกิดเรื่องขึ้นแล้วจริงๆ?
ไม่สิ ดูแล้วไม่น่าเป็นเช่นนั้น
ต้วนชิงหมิงรู้นิสัยของชิวหนิงเป็นอย่างดี นางไม่ได้เป็นคนที่แยกแยะอะไรไม่เป็น ถ้าไม่เจอต้วนอวี้ขึ้นมาจริง คนที่
เดือดร้อนก่อนใครต้องไม่ใช่ชิวหนิง ควรเป็นพวกแม่นมประจำตัวต้วนอวี้ต่างหาก! แต่ตอนนี้ชิวหนิงกลับมีหน้าตาตื่นกลัว
มาบอกนางว่าไม่พบต้วนอวี้
เรื่องนี้ดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยจริงๆ
ทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นยังคลุมเครืออยู่ ราวกับว่ามีเพียงการไปดูให้เห็นกับตาที่เรือน ก็จะรู้ความจริง?
เมื่อเดินเข้ามาที่จวนต้วน ต้วนชิงหมิงก็เดินขึ้นเกี้ยวไป พลันรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีจนต้องใช้มือกุมขมับ
เดิมทีตอนที่ต้วนชิงหมิงกลับมาก็ยังไม่เห็นชิวหนิงออกมารอรับ จนเวลาผ่านไปนานสองนานชิวหนิงจึงปรากฏตัว
ออกมารับพร้อมกับสีหน้าร้อนใจ
นางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงสั่งให้เยวี่ยเจียออกไปถามบ่าวรับใช้ในเรือนว่ามีใครเห็นต้วนอวี้อยู่ที่เรือนหรือไม่ แต่สิ่งที่
น่าตกใจเป็นที่สุดก็คือ เยวี่ยเจียกลับมารายงานว่าต้วนอวี้ไม่อยู่ที่เรือนของเขา!
เวลานี้ต้วนชิงหมิงรู้สึกตื่นตระหนกไปหมด
หรือว่าสิ่งที่ชิวหนิงพูดออกมานั้นจะเป็นเรื่องจริง? อวี้เอ๋อร์หายตัวไปแล้ว? เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชิวหนิงหรือ?
ความคิดต่างๆ นานาพรั่งพรูอยู่ภายในหัวของต้วนชิงหมิง จนนางนิ่งเงียบไปไม่พูดไม่จา นางเม้มปากจนแน่น
แล้วเรียกเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ให้มาพบ
ช่วงก่อนหน้านี้หลานชายของแม่นมหนิงแต่งงาน ต้วนชิงหมิงจึงให้แม่นมกลับไปที่จวนติง ตอนนี้แม่นมหนิงไม่อยู่
ที่จวนต้วน ต้วนชิงหมิงกลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป… โชคดีที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หายดีจนเกือบเป็นปกติแล้ว แม้ว่า
บาดแผลยังมีร่องรอยหลงเหลืออยู่ แต่ว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงาน
นานแล้วที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้สึกเบื่อหน่ายที่ไม่ได้ปรนนิบัติต้วนชิงหมิง เมื่อนางได้ยินเสียงที่ต้วนชิงหมิงเรียกหาก็รีบ
พรวดเข้ามาที่เรือนอย่างรวดเร็วแล้วถามขึ้นว่า “คุณหนูมีเรื่องอะไรให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รับใช้เจ้าคะ?”
เด็กสาวมองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แล้วส่ายหน้าไปมา แล้วเอ่ยถามขึ้น “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ไหนเจ้าลองเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นใน
เรือนทั้งหมดให้ข้าฟังอย่างละเอียดทุกเรื่องเลยนะ!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า เล่าเรื่องราว “เมื่อเช้าพอคุณหนูออกไปได้ไม่นาน คุณหนูรองก็เข้ามา บ่าว
ได้ออกมาต้อนรับและเดินชมเรือนไปรอบหนึ่งเป็นเพื่อนนาง และตอนที่คุณหนูรองจะกลับไปยังบังเอิญเจอคุณชายใหญ่
โดยบังเอิญอีกด้วย คุณชายใหญ่ตั้งใจมาหาคุณหนูเจ้าค่ะ แต่เมื่อทราบว่าคุณหนูไม่อยู่ที่เรือนก็อยากจะเข้าไปในห้อง ส่วน
คุณหนูรองก็ยืนมองดูอยู่สักครู่ก็เดินจากไปเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย……ต้วนอวี้หรานมาที่นี่อย่างนั้นหรือ? อย่างนั้นการหายตัวไปของต้วนอวี้จะ
เกี่ยวข้องโดยตรงกับต้วนอวี้หรานหรือไม่?
ต้วนชิงหมิงเริ่มคิดในแง่ร้าย จนเผลอเม้มปากแน่น หลังจากนั้นก็หันไปโบกมือให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดต่อ “เจ้าพูดต่อ
ไปสิ”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้ารับแล้วพูดต่อทันที “เมื่อคุณชายใหญ่เดินเข้ามาในห้อง บ่าวก็เตรียมของทานเล่นและนํ้าชา
รับรอง ไม่นานหลังจากที่คุณชายใหญ่รอสักพักใหญ่ๆ ก็ทนรอไม่ไหว ชิวหนิงที่เข้ามาทีหลังได้เข้ามาขวางทางไม่ให้บ่าว
เข้าใกล้คุณชายใหญ่ แล้วนางก็พูดขึ้นเสียงดังลั่นว่าจะไปส่งคุณชายใหญ่กลับเรือนเอง! อีกทั้งนางยังยํ้าว่าคุณหนูสั่งให้ทำ
ขนมกุ้ยฮวาให้องค์ชายใหญ่ทานด้วยเจ้าค่ะ”