การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 321 เบาะแสบางอย่าง
หัวใจของต้วนชิงหมิงพลันเต้นระรัวขึ้นมา เมื่อได้ยินที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูด ละลํ่าละลักเอ่ยถาม “เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้า
บอกว่าชิวหนิงออกไปส่งคุณชายใหญ่กลับเรือนหรือ?”
นางแอบชำเลืองมองสายตาของต้วนชิงหมิง พลันใบหน้าเริ่มแดงขึ้นด้วยความโกรธ กัดฟันแน่นก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ชิวหนิงบอกว่าจะทำขนมกุ้ยฮวาให้คุณชายใหญ่ทาน บ่าวกับเยวี่ยเจียจึงมิได้ห้ามปราบเจ้าค่ะ”
การที่ต้วนอวี้หายตัวไป นางรู้สึกผิดและตำหนิตัวเองอย่างหนัก นางร้อนใจจนตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเอามือที่กุมจนแน่น
ไปไว้ตรงไหน
เนิ่นนานพักใหญ่ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เจอคุณชายใหญ่ เป็นเพราะการละเลยของนางทำให้ชิวหนิงพาต้วนอวี้ออกไป
โดยง่าย อย่างไรเสียเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับชิวหนิงไม่มากก็น้อย ทว่าด้วยข้อนี้แม้ต้วนชิงหมิงไม่ต่อว่านาง เซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์ก็ไม่มีทางให้อภัยตัวนางเองอย่างแน่นอน
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอนหายใจออกมา เมื่อเห็นนัยน์ตาที่มีนํ้าตาปริ่มซึมของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ “เอาล่ะ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวร้องไห้… ข้าถามอะไรอีกสักข้อ ขอให้เจ้าตอบตามความเป็นจริงเท่านั้นก็พอ!”
หญิงสาวรีบปาดนํ้าตาที่เอ่อล้นออกมาอย่างลวกๆ แล้วยืดตัวตรงขึ้น
พูดตามจริง ต้วนชิงหมิงไม่มีทางต่อว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้
นางเคยสั่งให้ทำขนมกุ้ยฮวาเสียที่ไหน? มีแต่ที่ต้วนอวี้เคยบอกว่าขนมกุ้ยฮวาที่ชิวหนิงทำนั้นอร่อยถูกปาก และ
หวังว่าชิวหนิงจะทำให้เขาทานบ่อยๆ แต่ว่าชิวหนิงกลับใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างอย่างนั้นหรือ?
บ่าวรับใช้ทุกคนต่างรู้ว่าต้วนชิงหมิงรักและเอ็นดูต้วนอวี้เป็นที่สุด ขอเพียงให้เขาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนก็พอ เรื่องอื่น
หรือสิ่งของใดที่เด็กชายต้องการต้วนชิงหมิงจะไปเสาะหามาให้ ไม่ว่าจะเป็นของอะไรก็ตาม… บัดนี้หากมีบ่าวรับใช้อ้างคำ
สั่งของต้วนชิงหมิงให้ทำขนมกุ้ยฮวาให้ต้วนอวี้ เชื่อได้ว่าบ่าวรับใช้คนสนิทของต้วนชิงหมิงทุกคนย่อมเชื่อคำสั่งนั้นอย่างไม่
ต้องสงสัย
นางกำสองมือเป็นหมัดแน่น จนเส้นเอ็นแตกแขนงคล้ายร่างแหหลังฝั่ามือปูดโปน ทว่ากลับได้สติขึ้นมาเมื่อเล็บจิก
เข้าไปโดนเนื้อ… เห็นทีการที่นางดีกับต้วนอวี้มากเกินไป กลับเป็นจุดอ่อนให้คนที่ไม่หวังดีใช้เป็นอาวุธกลับมาทำร้ายนาง?
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ปาดนํ้าตาและเล่าต่อ “ใช่แล้วเจ้าค่ะ อันที่จริงบ่าวเห็นสีหน้าของชิวหนิงดูแปลกออกไป ใจหนึ่งก็
อยากจะห้ามคุณชายใหญ่เอาไว้ไม่ต้องให้ชิวหนิงไปส่ง เพียงแต่คุณชายใหญ่เอาแต่มองไปที่ชิวหนิงและตอบตกลงไป!”
หัวใจของต้วนชิงหมิงเหมือนหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ความหลักแหลมของต้วนอวี้เป็นสิ่งที่ต้วนชิงหมิงรู้เป็นอย่างดี เรื่องง่ายเช่นนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ดูออก แต่เหตุใดต้วนอวี้
กลับดูไม่ออก? หรือว่าเขารู้เรื่องอย่างเต็มอกทว่าแสร้งทำเป็นไม่รู้?
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นานา ต้วนชิงหมิงก็รู้สึกร้อนรนใจขึ้นไปอีก นางเอาแต่ภาวนาขอให้อย่าเกิดเรื่อง
ขึ้นกับต้วนอวี้ จากนั้นก็ไล่ถามเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่อ “คุณชายใหญ่ได้พูดอะไรทิ้งไว้หรือไม่?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พอจะมองความกังวลที่ต้วนชิงหมิงมีออก ต่อให้อีกฝั่ายถามสิ่งใดมา นางก็ยอมตอบความจริงทั้งหมด
ออกมาโดยไม่ได้ปิดบัง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พลันคุกเข่าลงกับพื้นทันที แค่นเสียงกล่าวคำ “ก่อนที่คุณชายใหญ่จะเดินออกไปนั้นก็หันมามองบ่าว
อย่างตั้งใจ บ่าวจึงเดินตามออกไป ไม่นานคุณชายใหญ่ได้เอ่ยขึ้นอีกสองประโยคแต่ไม่ได้พูดกับบ่าว แต่พูดกับเยวี่ยเจียกับ
ชิวหนิงเจ้าค่ะ… คุณชายใหญ่บอกว่า เขากับพี่ชิวหนิงจะออกไปเล่นด้วยกัน รอให้เล่นจนหนำใจแล้วจะกลับมาเอง ฝาก
บอกพี่สาวด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วงไป”
แล้วนางจะไม่เป็นกังวลได้อย่างไรเล่า?
ต้วนชิงหมิงซวนเซไปมาหลังจากที่ได้ฟังเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอื้อนเอ่ย เห็นทีต้วนอวี้รับรู้อะไรได้บางอย่างแต่ก็ยังเลือกที่
จะไปกับชิวหนิง… เจ้าอวี้เอ๋อร์ซื่อบื้อเอ๋ย รู้ทั้งรู้ว่าชิวหนิงมีปัญหาทำไมจะต้องตามไปด้วย ถ้าอวี้เอ๋อร์เลือกที่จะอยู่ใน
เรือน ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าทำอะไรเขา!
ผ้าเช็ดมือได้ร่วงหลุดจากมือของต้วนชิงหมิงลงพื้นไปแล้ว ทว่านางกลับไม่รู้สึกตัว แม้แต่นํ้าชาที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ริน
ให้ตั้งแต่ยังร้อนก็เย็นชืด ไม่มีการแตะต้องแม้แต่น้อย
นางกำลังรวบรวมสมาธิเพื่อครุ่นคิดเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทั้งหมด แต่ไม่ว่าจะคิดจนแทบจะหัวแตกก็ยังไม่อาจหา
เบาะแสได้
ช่วงเช้าของวันนี้นางออกจากจวนไปเจอองค์หญิงจิ่นซิ่ว ต่อมาก็พบหลิวยวน และชุนถาว เพื่อเดินทางไปเยี่ยมตู้
ชิงหรวน ในระหว่างทางพบกับคนร้าย ตอนนั้นไม่ว่านางหรือหลิวยวนล้วนมีความเห็นตรงกันว่าคนร้ายมาเพื่อหลิวยวน
โดยเฉพาะ แต่ตอนนี้มานั่งคิดดูคนร้ายคนนั้นอาจมาหาเรื่องนางก็เป็นได้
หลังจากนั้นนางก็กลับมาที่เรือน เมื่อหันหลังจะเดินเข้าจวนก็พบชิวหนิงเดินออกมาและมีคำพูดที่แปลกประหลาด
เดิมทีต้วนชิงหมิงกลับเข้าเรือนมาจะเรียกนางมาถาม แต่ไม่นึกไม่ฝันว่าชิวหนิงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเฉกเช่น
เดียวกัน แล้วจะให้นางทำอย่างไรดี?
สำหรับจวนต้วนแล้ว ไม่ว่าต้วนอวี้หรือชิวหนิงล้วนมิใช่คนแปลกหน้า ทว่าปัญหาในเวลานี้คือพวกเขาทั้งสองคน
ออกจากจวนต้วนไปหรือยัง? หรือถ้าออกไปแล้วจะไปที่ใด?
ต้วนชิงหมิงยังคงนั่งคิดทบทวนไปมา อยู่ๆ นางก็ลุกพรวดขึ้นมาและหันไปกำชับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เสียงแผ่วเบาให้ไป
ทำบางสิ่งบางอย่าง ครู่เดียวเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ขอตัวออกไป ต้วนชิงหมิงเพียงพยักหน้ารับทราบ หลังจากนั้นนางจึงนั่งลง
และเริ่มจิบนํ้าชาอย่างนิ่งเงียบ
ในหน้าหนาวที่หิมะตกโปรยปราย ชาแก้วนั้นได้เย็นชืดไปหมดแล้ว และเมื่อดื่มนํ้าชาเข้าไปก็ทำให้นางตื่นขึ้นใน
ทันที
นางสืบเท้าเดินไปตรงอ่างนํ้า พลันหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาชุบนํ้า บิดและเช็ดทั่วใบหน้า สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ
อีกเฮือกหนึ่งแล้วนั่งลงที่เดิม
ตอนนี้นางห้ามลนลาน จะต้องไม่เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด นางต้องมีสติ เพราะว่าคนที่วางแผนหลอกให้อวี้เอ๋อร์
ติดตามไปด้วย จะต้องซ่อนตัวอยู่ในที่มืดเพื่อมองดูนางอ่อนแอ เสียใจและลนลานทำสิ่งใดไม่ถูกเป็นแน่
ดังนั้นยิ่งช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ ต้วนชิงหมิงยิ่งไม่สามารถแสดงจุดอ่อนออกมาให้ใครได้เห็น มิเช่นนั้นคงหนีไม่พ้น
รอยยิ้มเยาะของคนที่แอบอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
ผ่านไปไม่นานเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็กลับมา ครั้งนี้นางพาสาวใช้ที่ชื่อ ‘ซานยาโถว’ กลับมาด้วย
บ่าวรับใช้สาวน้อยคนนี้อายุราวสิบปีนิดๆ แม้ท่าทางจะดูทื่อๆ แต่ดูแล้วเป็นคนที่มีไหวพริบและเอาตัวรอดเก่ง
พอตัว รอยยิ้มของนางช่วยกลบเกลื่อนเรื่องต่างๆ ได้ทุกเรื่อง
ซานยาโถวเป็นบ่าวรับใช้ที่ทันฮูหยินติงโหรวตอนมีชีวิต เนื่องจากพี่น้องของแม่นมหนิงได้ฝากฝังซานยาโถวกับ
นาง อีกอย่างฮูหยินได้ออกเงินช่วยรักษาโรคที่แม่ของนางเป็นจนหายดี นับแต่นั้นมาซานยาโถวจึงขออยู่เป็นบ่าวรับใช้ใน
จวนต้วนเพื่อตอบแทนบุญคุณ
ตอนที่หลิวหรงได้ดูแลจัดการจวนต้วนนั้น ซานยาโถวอายุยังน้อยและด้วยท่าทางที่ดูทึ่มทื่อ จึงทำให้นางรอดจาก
นํ้ามือของหลิวหรงไปได้
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หันไปส่งสายตาให้กับต้วนชิงหมิง พริบตาเดียวซานยาโถวก็ก้าวเท้าขึ้นมายืนตรงหน้าของต้วนชิงห
มิง นางยอบกายทำความเคารพ “คารวะคุณหนูใหญ่!” จากนั้นก็ถอยหลังออกไปยืนด้านข้างแทน
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ซานยาโถว แล้วเอ่ยถามด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน “ซานยาโถว เรื่องนี้เกี่ยวกับความเป็นความ
ตายของคุณชายใหญ่ ข้าจะไม่พูดอ้อมค้อมแล้วกัน เจ้าบอกข้ามาได้หรือไม่ วันนี้ตอนบ่ายเจ้าเห็นอะไรมาบ้าง?”
ซานยาโถวพูดอย่างหน้านิ่วคิ้วขมวด “เรียนคุณหนูใหญ่ สิ่งที่ซานยาโถวเห็นวันนี้คือ พี่ชิวหนิงบ่าวรับใช้ของคุณ
หนูใหญ่ถูกคุณหนูรองเรียกตัวไปพบ จากนั้นก็อยู่ที่เรือนคุณหนูรองอยู่นานสองนาน ส่วนเข้าไปทำอะไรนั้นซานยาโถวไม่รู้
ไม่เห็นแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าหงึกหงักตอบเสียงเรียบนิ่ง “อ่อ!”
ต้วนอวี้หรานเรียกชิวหนิงเข้าไปพบอย่างที่คิดไว้จริง อย่างนั้นชิวหนิงจะมีท่าทางต่อหน้าต้วนอวี้หรานอย่างไร?
ตอนนี้ต้วนอวี้หายตัวไป ส่วนชิวหนิงก็หายตัวไปเช่นกันอีก นางไม่เชื่อหรอกว่าชิวหนิงจะทรยศต้วนอวี้ได้ เพราะ
นิสัยของต้วนอวี้หรานนั้น ชิวหนิงย่อมรู้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจนว่าต้องการมาดึงไปเป็นพวก ไม่ว่าต้วนอวี้หรานจะให้ผล
ประโยชน์มากมายเพียงใด ชิวหนิงจะไม่มีทางรับปากเด็ดขาด… ถ้าถึงขั้นต้องให้หลิวหรงออกมาข่มขู่แล้วละก็ คงจะไม่มี
ทางหามาชิวหนิงแต่น่าจะเป็นเยวี่ยเจียหรือไม่ก็บ่าวรับใช้คนอื่นมากกว่า เนื่องจากบ่าวรับใช้จะจงรักภักดีหรือไม่ บางทีต้
วนอวี้หรานอาจดูไม่ออก แต่หลิวหรงกลับดูออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
เพราะฉะนั้นหลิวหรงไม่มีทางยอมให้ต้วนอวี้หรานเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงเพื่อจะใช้ชิวหนิงอย่างแน่นอน
แต่ถ้าชิวหนิงไม่ได้ทรยศต้วนอวี้……แล้วตอนนี้น้องชายนางไปอยู่ที่ไหน? ชิวหนิงในตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน?
พูดได้ว่าในใจของต้วนชิงหมิงบัดนี้ยังคิดอะไรไม่ออกเลย
ซานยาโถวแอบชำเลืองมองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ราวกับอยากพูดสิ่งใดแต่ก็ไม่ยอมพูดออกมา เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นดัง
นั้นจึงเข้าไปกระตุกชายเสื้อของซานยาโถวอย่างเบามือ ทำท่าทางพยักพเยิดว่าพูดออกมาได้เลย
ซานยาโถวที่ตื่นเต้นและกังวลได้เห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กระตุกเสื้อเพื่อสื่อความหมาย นางจึงเอ่ยปากพูดอีกครั้ง “คุณ
หนูใหญ่บ่าวมีเรื่องจะเรียนเจ้าค่ะ!”