การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 322 ไล่สืบเรื่องราวจากเบาะแส
ต้วนชิงหมิงมองซานยาโถวแล้วพูดขึ้น “มีเรื่องอะไรก็เล่าออกมาได้เลย ต่อให้เจ้ามีความผิด ข้าก็จะไม่เอาโทษกับ
เจ้า!”
ซานยาโถวได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดจบ ก็มีความกล้ามากยิ่งขึ้น เล่าต่อไป “เรียนคุณหนูใหญ่ เรื่องนี้บ่าวได้ยินจาก
บ่าวรับใช้ที่อยู่ห้องเดียวกัน จางเสิ่นมีลูกสาวคนหนึ่งที่อายุไล่เลี่ยกับซานยาโถวและอาศัยอยู่ที่ด้านหลังของจวน วันนี้
ตอนเย็นก่อนทานอาหารเย็นจางเสิ่นกับลูกสาวกำลังคุยกันอยู่ บ่าวดันไปได้ยินโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ……พวกนางทั้งสองคนพูด
ถึงเรื่องที่พี่ชิวหนิงพาตัวคุณชายใหญ่ออกไปทางประตูจวนด้านหลังเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังพลันร้อนใจขึ้นมาอีกคำรบหนึ่ง นางบีบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือจนเเน่น ทว่ากลับเอ่ยถามอีกฝั่าย
ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “เช่นนั้นเป็นเวลาตอนไหนที่พาออกไป พวกนางได้พูดกันหรือไม่?”
อีกฝั่ายรู้สึกตกใจกับนํ้าเสียงของต้วนชิงหมิงที่ถามอยู่ไม่น้อย แต่นางก็ตอบกลับไปตามตรงอย่างชัดเจน “เวลาที่
ชัดเจนนั้น พวกนางไม่ได้พูดถึงเจ้าค่ะ ทว่าวันนี้จางเสิ่นอยู่รับใช้ในช่วงเช้า หลังจากได้ทานอาหารกลางวันก็กลับไปพัก
ผ่อนแล้ว ฉะนั้นถ้าคาดเดาเวลาจากที่นางพูดๆ กันก็น่าจะเป็นหลังช่วงอาหารเที่ยงเจ้าค่ะ”
แจ่มแจ้งในบัดดล ต้วนชิงหมิงเข้าใจขึ้นมาทันที เห็นทีต้วนอวี้กับชิวหนิงออกไปด้วยกันน่าจะประมาณช่วงที่ซาน
ยาโถวพูดมา
ชิวหนิงได้นำตัวต้วนอวี้ออกไปตามที่คิดไว้จริงๆ แต่พาต้วนอวี้ไปที่ใด ก็สุดรู้… หากอาศัยแรงชิวหนิงคนเดียว การ
พาตัวต้วนอวี้ออกไปคงจะต้องทิ้งเบาะแสบางอย่างหลงเหลือไว้แน่ เช่นนั้นถ้าให้ประเมินคร่าวๆ ก็คือชิวหนิงจะต้องหล
อกล่อต้วนอวี้ออกไปเพื่อส่งต่อให้คนอื่น
แล้วคนพวกนั้นเป็นใครกัน? พวกเขาพาต้วนอวี้ไปที่ไหน ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? เมื่อนึกถึงว่าคนพวกนั้นจะ
ทำร้ายน้องชายสุดที่รักของนาง ต้วนชิงหมิงก็ไม่อาจสงบจิตสงบใจลงได้ แต่เวลานี้นางจะมัวลนลานไม่ได้เป็นอันขาด
ฉะนั้นจะต้องเลิกคิดในแง่ร้ายและลงมือตามหาเบาะแสต้วนอวี้เป็นสำคัญ
การพาตัวต้วนอวี้ไปนั้นยังมีข้อที่น่าสงสัยอยู่อีกหลายจุด อย่างเช่น ชิวหนิงรับคำสั่งใครให้พาต้วนอวี้ไป? เป็นต้วน
อวี้หรานหรือไม่? และถ้าเป็นเช่นนั้นนางจะพาต้วนอวี้ไปที่ใด แค่สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือชิวหนิงเป็นคนพาตัวต้วนอวี้ไป
แต่ทำไมไม่พาเขากลับมาด้วย? ทว่านางให้ชิวหนิงกลับมาเล่าเรื่องราวทั้งหมด แต่ทำไมอีกฝั่ายถึงไปหายตัวไปเสียแล้ว?
อีกฝั่ายจะเอาตัวต้วนอวี้ไปด้วยเหตุผลอันใด? คุณหนูและคุณชายจวนท่านแม่ทัพใหญ่นั้นมีฐานะสูงและเป็นที่รู้จัก
ไปทั่ว หากเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น คนที่คิดไม่ดีด้วยจะต้องตายโดยไม่ต้องสงสัย ดังนั้นถ้าอีกฝั่ายรู้ฐานะของต้วนอวี้ จะ
ยังกล้าเอาตัวเขาไปอีกหรือไม่ เช่นนี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าอีกฝั่ายมีเปั้าหมายและวิธีการที่ไม่บริสุทธิ์
เด็กสาวทราบดีว่าซานยาโถวไม่ได้รู้เรื่องมากมายเท่าไรนัก นางจึงถามเรื่องอื่นๆ อีกนิดหน่อยแล้วปล่อยให้อีกฝั่าย
กลับไป
เมื่อซานยาโถวเดินออกไปแล้ว เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ค่อยๆ ปิดประตูลง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อยู่รับใช้ต้วนชิงหมิงมาเป็นเวลานาน ย่อมรู้ว่าฝีมือของต้วนชิงหมิงนั้นไม่ใช่ธรรมดา ในเมื่อไม่พบต้
วนอวี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ร้อนรนขึ้นมาทันที ทว่านางเชื่อมั่นว่าต้วนชิงหมิงจักต้องหาต้วนอวี้จนพบแน่นอน
บัดนี้ปัญหาที่สำคัญเป็นอันดับแรกคือช่วยซานยาโถวจัดการปัญหา
ซานยาโถวเป็นบ่าวรับใช้ของฮูหยินติงโหรวมาก่อน ถือได้ว่าเป็นบ่าวของต้วนชิงหมิงไปโดยปริยาย ซานยาโถว
ไม่มีทางทรยศต้วนชิงหมิงอย่างแน่นอน เพียงแต่สิ่งที่ต้วนชิงหมิงถามในตอนนี้เกี่ยวข้องกับต้วนอวี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงได้พูด
กำชับกำชานางไป
ตัวอย่างเช่น ช่วงนี้มีข่าวคราวอะไรที่พูดกันอย่างแพร่หลาย ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับต้วนอวี้อย่าได้มีท่าทางแปลก
จนผิดสังเกต
ซานยาโถวนับว่าเป็นบ่าวรับใช้ที่มีไหวพริบดีมาก เมื่อนางเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินตามนางออกมาก็เข้าใจความหมาย
ที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต้องการสื่อทันที ดังนั้นพอก้าวออกจากประตูเรือน นางจึงหันมาพูดกระซิบกระซาบ “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ข้ารู้
นะ ว่าเหตุใดพี่ถึงตามข้ามา อันที่จริงเรื่องที่ไม่พบคุณชายใหญ่ได้แพร่สะพัดกันในหมู่บ่าวรับใช้จนทั่วก่อนแล้ว……พูดได้
ว่ารู้ก่อนที่จะทานอาหารเย็นเสียอีก ดังนั้นพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์วางใจได้ หากมีคนอื่นมาพูดเรื่องคุณชายใหญ่กับข้า ข้าจะแสร้ง
ทำเป็นไม่รู้เรื่อง อีกอย่างถ้ามีข่าวคราวขึ้นมา ข้าจะรีบมาบอกพี่ก่อนเป็นคนแรก!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้นก็จับมือของซานยาโถวไว้แน่น พูดเสียงเบา “ซานยาโถว… เจ้าช่างเป็นบ่าวที่เฉลียว
ฉลาดเสียจริง จำไว้น่ะ ถ้ากลับไปแล้วมีคนอื่นถามเจ้าไปไหนมา ก็ตอบเพียงว่าไปหาเสี่ยวจวี๋ อีกอย่างถ้าได้ข่าวคราวอะไร
มา เจ้าต้องระมัดระวังตัวให้ดีด้วยล่ะ!”
ซานยาโถวพยักหน้าเข้าใจอย่างว่าง่าย หลังจากนั้นก็โบกมือไปมาเป็นการขอตัว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู พลางมองตามซานยาโถวไปจนลับตา จากนั้นนางก็ถอนหายใจแล้วก็เดินกลับ
เข้าเรือน และพบว่าต้วนชิงหมิงยังคงยืนอยู่ตรงหน้าต่างดังเดิม
การหายตัวไปของต้วนอวี้สร้างความกังวลใจให้กับต้วนชิงหมิงเป็นอย่างมาก ยิ่งเวลานี้เป็นช่วงเหมันต์ฤดูที่อากาศ
หนาวเหน็บจนเข้ากระดูก ไม่รู้ว่าอวี้เอ๋อร์จะทนความหนาวไหวหรือไม่… อีกอย่างแม้ว่านางกับต้วนอวี้จะเกิดเหตุไม่คาด
ฝันขึ้น ถึงตอนนั้นทั้งสองคนก็คงอยู่ต่อสู้เคียงข้างกัน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่เหมือนกัน นางไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นจะ
ปฏิบัติกับน้องชายนางอย่างไร
ในตอนนั้นเองจู่ๆ ต้วนชิงหมิงก็นึกถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมา
ตั้งแต่กลับชาติมาเกิดใหม่นั้น ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา เหยียนหลิ่งอวี๋มักจะคอยตามนางเหมือนเป็นเงาตาม
ตัวไปด้วยทุกที่ แต่ไม่รู้ว่าในครั้งนี้เขาจะมาปรากฏตัวหรือไม่ เพราะจากท่าทางที่ดูเศร้าสร้อยเมื่อตอนเย็นที่นางได้เห็น
เขาเองก็คงมีปัญหาอย่างแน่นอน ทว่าตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาแก้ไขเรียบร้อยหรือยัง?
เมื่อต้วนชิงหมิงคิดไปคิดมาถึงตรงนี้ นางก็ฝืนยิ้มขึ้นมา… เป็นที่รู้กันทั่ว เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้เป็นถึงองค์ชาย หาก
ต้องการสิ่งใดก็ย่อมมีคนเสาะแสวงหามาให้ อย่างนั้นเขาจะเกิดเรื่องอะไรได้เล่า ขอเพียงเขาไม่ไปสร้างความโชคร้ายให้
กับคนอื่นก็พอ
เวลานี้ต้วนอวี้หายตัว และยังขาดกำลังเสริมที่จะมาช่วย ส่วนคนที่เดือดเนื้อร้อนใจมากที่สุดก็คือนางอยู่ดี!
พอต้วนชิงหมิงคิดถึงเรื่องต้วนอวี้ก็ได้แต่ถอนหายใจยาวออกมาอย่างแผ่วเบา ถ้านางยิ่งคิดเรื่องเขา จิตใจก็จะ
ร้อนรนทุรนทุรายมากขึ้นไปอีก พลางเดินไปหยิบกานํ้าชารินใส่แก้วจนเต็ม จากนั้นก็รวบรวมสมาธิประมวลลำดับเหตุกา
รณ์ที่ต้วนอวี้หายตัวไป
เป็นเวลาเดียวกันกับที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินกลับเข้ามาในเรือน
เด็กสาวปรายตามองอีกฝั่ายปราดหนึ่ง แล้วถามขึ้นว่า “ซานยาโถวไปแล้วหรือ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้าเป็นการตอบรับ แล้วเดินเข้ามารินนํ้าชาแทนต้วนชิงหมิง ทันทีที่แตะกานํ้าชาความรู้สึกเย็น
วาบกระทบปลายนิ้ว นํ้าชาเย็นชืดไปหมดแล้ว นางจึงรินนํ้าชาในกาออกแล้วใส่นํ้าใหม่เข้าไป เพื่อเปลี่ยนใบชาใหม่ให้ต้
วนชิงหมิง พลางเอ่ยรายงานเสียงเบา “คุณหนู… เมื่อครู่ซานยาโถวบอกกับบ่าวว่า เรื่องการหายตัวของคุณชายใหญ่เกิด
ขึ้นก่อนเวลาอาหารเย็น ถึงตอนนี้ข่าวก็ได้แพร่ไปทั่วจวนแล้วเจ้าค่ะ!”
“อะไรนะ?” ต้วนชิงหมิงชะงักมือที่ยกถ้วยชากำลังจะดื่มเข้าปากทันที
นางหยุดชะงักตกใจแล้วรีบถามอย่างร้อนใจ “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์… ทำไมซานยาโถวถึงบอกเรื่องสำคัญเช่นนี้กับเจ้า?”
ข่าวคราวที่ต้วนอวี้หายตัวไปนั้นน่าจะแพร่ออกไปก่อนที่ต้วนชิงหมิงจะกลับมาที่จวนแล้ว และก่อนที่นางจะกลับ
มาก็ได้ทานอาหารเย็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว… ถ้าเหตุการณ์การหายตัวของต้วนอวี้เป็นไปตามที่ต้วนชิงหมิงคิด ข่าวนี้คง
แพร่ออกไประหว่างที่พวกบ่าวรับใช้ทานอาหารเย็น แต่ตอนนั้นต้วนอวี้ก็คงไม่ได้อยู่ในจวนแล้ว… ทว่าเหตุใดเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
ถึงมาบอกว่าข่าวของต้วนอวี้แพร่ก่อนที่จะทานอาหารเย็น?
อย่างนั้นเป็นไปได้หรือไม่ว่าก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นได้มีคนตั้งใจวางแผนให้เรื่องนี้แพร่ออกไป
ถ้าจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นการพลั้งปากพูดออกมา บ่าวรับใช้ที่รู้เรื่องนี้คงมีเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ตอนนี้คงเล่าปาก
ต่อปากไปทั่วจวนแล้ว ฉะนั้นคำพูดนี้จึงดึงความสนใจของต้วนชิงหมิงขึ้นมาได้ทันที