การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 323 ความคิดเห็นของจางอี๋เหนียง
ต้วนชิงหมิงนิ่งไตร่ตรองถึงช่วงเวลาที่ต้วนอวี้หายตัวไปจากคำบอกเล่า กอปรกับเวลาหายตัวไปที่ไม่เป็นไปใน
ทิศทางเดียวกัน สิ่งนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญของปัญหานี้
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ
ตอนที่ซานยาโถวเล่าเรื่องนี้ นางไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด ทว่าเวลานี้เมื่อได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูด กลับรู้สึกว่ามี
บางสิ่งที่ผิดแปลกไป พลางคิดในใจว่าดีที่นางได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ต้วนชิงหมิงฟัง ไม่เช่นนั้นอาจจะถ่วงเวลาในการ
ตามต้วนอวี้ก็เป็นได้
หลังจากนั้นต้วนชิงหมิงก็นิ่งเงียบครุ่นคิดบางสิ่งไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดออกมา
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ อย่างนั้นหรือ? นางคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างถี่ถ้วนอีก
ครั้ง
เฉพาะแค่เดือนสิบสองที่ผ่านมา แม้จะดูเหมือนว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่มากนัก แต่เมื่อมานั่งไล่คิดทบทวนดูดีๆ
กลับพบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่น้อย ตั้งแต่เรื่องหลิวจื๋อยอมรับหลิวยวนเข้าจวน เรื่ององค์หญิงจิ่นซิ่ว แล้วก็เรื่องภาพปัก
ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันมานี้
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ผุดขึ้นในหัวของเด็กสาว……หรือจะเป็นเรื่องที่องค์หญิงจิ่นซิ่วมาหาเรื่องที่ร้าน ทว่าหากคิด
ทบทวนแล้ว ก็ไม่น่าจะมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับการหายตัวไปของต้วนอวี้
เพียงแต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็สุดรู้!
ยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่ต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงไปที่ร้านนํ้าชาซานสุ่ยและได้พลัดกับเขา จนต้องเอาธนูชวนเย่ว์มา
แลกเปลี่ยน จนสุดท้ายต้วนชิงหมิงก็ต้องกลับไปที่ร้านตามที่องค์หญิงจิ่นซิ่วได้ยื่นเอาไว้
คนที่รู้จักต้วนชิงหมิงทุกคนล้วนทราบดีว่า การนัดเจอที่ร้านขององค์หญิงจิ่นซิ่วเป็นเรื่องใหญ่ที่นางต้องไปพบด้วย
ตัวนางเอง ฉะนั้นต้วนชิงหมิงจึงไม่ได้พาต้วนอวี้ไปด้วย
แม้นางจะครุ่นคิดอย่างไร ก็ไม่สามารถตกผลึกได้ว่าเรื่องใดจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของต้วนอวี้ แต่ถ้าไม่
เกี่ยวข้องกัน เหตุใดต้องเกิดเรื่องขึ้นกับผู้เป็นน้องชายที่ตอนที่นางออกไปที่ร้านด้วย
แล้วเรื่องที่นางกับหลิวยวนประสบอีกเล่า จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่? อีกเรื่องที่ต้วนชิงหมิงนึกขึ้นมาได้ก็
คือ ต้วนเจิ้งมีภารกิจจึงไม่กลับมาที่จวนในคํ่าคืนนี้ได้
เมื่อประมวลหลายๆ เรื่องเข้าด้วยกัน นางเหมือนจะมั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้จะต้องเป็นฝีมือของหลิวหรงเป็นแน่
เป็นที่รู้กันว่าเมื่อต้วนเจิ้งไม่อยู่ ก็ไม่มีใครมีอำนาจคุ้มครองบุตรสาวบุตรชายลูกภรรยาเอกได้เต็มที่ อีกอย่างหาก
หลิวหรงกับต้วนอวี้หรานอยากจะทำเรื่องอะไรขึ้นมาก็คงมิใช่เรื่องยาก เพียงแต่นางกลับนึกไม่ถึงว่าสองแม่ลูกจะกล้าเล่น
งานต้วนอวี้อย่างเปิดเผยเช่นนี้
อันที่จริงหากพวกนางไม่มายุ่งเกี่ยวกับต้วนอวี้ นางก็ยังพอจะมีเมตตาเล่นงานสองแม่ลูกแต่พอให้มีชีวิตอยู่ใน
ความหวาดกลัวเท่านั้น
แต่วันนี้หลิวหรงบังอาจมาลํ้าเส้นที่นางได้ขีดไว้ เช่นนั้นวันแห่งความพินาศของหลิวหรงกับต้วนอวี้หรานก็ไม่ไกล
จากนี้แล้ว!
สายตาของต้วนชิงหมิงระริกไหวอย่างโกรธแค้น คิดไปก็กุมมือไว้แน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางจึงได้สติขึ้นมา
ไม่สิ… ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะถกเรื่องใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง แต่สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือการตามหา
ว่าต้วนอวี้อยู่ที่ไหน จากนั้นจะได้ช่วยคิดหาทางช่วยออกมา
เมื่อนึกถึงว่าน้องชายจะต้องเจอเรื่องเลวร้าย นางพลันรู้สึกถึงเส้นเลือดที่เต้นตุบๆ ที่ศีรษะอย่างทรมาน ตัดสิน
ใจเด็ดเดี่ยวไม่ว่าต้วนอวี้อยู่ที่ไหนจะต้องไปช่วยออกมาให้จงได้
ต้วนชิงหมิงมองไปโดยรอบก็เห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับมาแล้ว ทว่าทางเยวี่ยเจียยังไม่ได้กลับมา เช่นนั้นนางคงจะมี
ความคืบหน้าบ้างแล้ว
นางผ่อนลมหายใจ สายตาอ่อนลงเล็กน้อย ขอเพียงเยวี่ยเจียไปสืบเสาะเบาะแสที่มีประโยชน์มาได้ว่าต้วนอวี้ไป
ที่ไหน เรื่องนี้ก็ถือว่าสำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง
จู่ๆ ด้านนอกของห้องก็มีคนผลักประตูเข้ามา พูดด้วยความรีบร้อน “คุณหนูใหญ่ คุณชายใหญ่…เขาหายตัวไป
แล้วเจ้าค่ะ!”
สายลมอันหนาวเหน็บได้รอดตัวเข้ามาภายในห้องอย่างแรงจากการเปิดในครั้งนี้จนทำให้ของสั่นไหวไปมา เมื่อ
ได้ยินที่คนวิ่งพรวดเข้ามาบอก ต้วนชิงหมิงก็อดไม่ได้ที่จะกำมือไว้แน่น
คนที่ผลักประตูวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนก็คือจางอี๋เหนียง เวลานี้นางไม่ได้แต่งหน้า ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ใบหน้า
ซีดขาว ดวงตาที่ลนลาน กอปรกับเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย มีเพียงเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่คลุมตัวอย่างมิดชิด ทว่าต้วนชิงหมิงสังเกต
เห็นในชุดคลุมนั้น ท้องของนางโตขึ้นไม่น้อย!
ตอนนี้จางอี๋เหนียงที่มีท่าทีลนลานลืมที่จะขออนุญาตเข้าพบต้วนชิงหมิง ทว่าจางอี๋เหนียงกลับเลือกที่จะผลัก
ประตูพรวดเข้ามา พอเห็นต้วนชิงหมิงเข้า นางก็รีบก้มหัวคำนับ และพูดเรื่องที่ทุกคนในห้องกำลังกังวลใจออกมา
แววตาคู่นั้นของต้วนชิงหมิงเปล่งประกายเปียมไปด้วยพลัง ราวกับธนูที่แหลมคมสามารถทะลุทะลวงทุกสิ่ง ได้
สาดไปที่จางอี๋เหนียง แม้นางจะไม่รู้ตัวแต่สามารถสัมผัสถึงพลังบางอย่างได้พุ่งเข้ามาจนตัวสั่นเทิ้ม จนต้องรีบก้มหน้าก้ม
หน้า ไม่กล้าพูดสิ่งใดออกมา
ด้านหลังของจางอี๋เหนียง มีบ่าวรับใช้ที่ชื่อชิวจวี๋เดินตามเข้ามา และชิวหนิงที่สาวเท้าตามหลังมาอย่างลนลาน
กล่าวขอโทษต้วนชิงหมิง “เรียน… คุณหนู จางอี๋เหนียงยืนกรานจะเข้ามา บ่าวห้ามแล้ว… แต่ก็ห้ามไม่ไหวเจ้าค่ะ”
ชิวจวี๋ห้ามไม่อยู่และไม่กล้าห้ามอย่างจริงจังก็ด้วยท้องของจางอี๋เหนียงมีลูกของต้วนเจิ้งอยู่ หากเกิดอะไรที่ไม่คาด
ฝันขึ้น นางคงไม่มีปัญญารับโทษได้
ต้วนชิงหมิงจ้องมองไปที่ชิวหนิงอยู่สักพัก จากนั้นก็โบกมือให้นางออกไปเฝั้าอยู่หน้าประตูตามเดิม
ชิวจวี๋ที่เหงื่อแตกพลักนั้น เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงไม่ได้กล่าวโทษที่นางห้ามไม่อยู่ จึงรีบถอยหลังออกจากห้องไปยืน
เฝั้าอยู่หน้าประตูตามเดิม
สายตาที่ต้วนชิงหมิงจ้องมองไปที่ชิวจวี๋ได้หยุดอยู่เป็นเวลานานโดยไม่พูดสิ่งใดออกมา เพียงแต่ต้วนชิงหมิงก็มอง
ไปที่จางอี๋เหนียงและบ่าวใช้ติดตามที่ดูแปลกหน้าคนหนึ่ง กำลังมองไปทั่วห้องเหมือนสำรวจบางสิ่งอยู่
ต้วนชิงหมิงไม่พูดไม่จา จางอี๋เหนียงจึงไม่กล้าขยับเขยื้อนตัวไปไหนได้แต่คุกเข่าลงที่พื้นอย่างช้าๆ โดยไม่กล้าพูด
สิ่งใดออกมา
อันที่จริงความสัมพันธ์ของคนนั้นช่างน่าเเปลกเหลือเกิน จางอี๋เหนียงได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพึมพำใน
ใจว่า “โชคชะตาเล่นตลก!”
ประโยคที่จางอี๋เหนียงอยากจะพูดออกมาในเวลานี้ก็คือ โชคชะตาช่างเล่นตลกอะไรแบบนี้
ตามหลักแล้วจางอี๋เหนียงที่อายุมากกว่าต้วนชิงหมิงก็ไม่น่าจะหวาดกลัวได้มากถึงเพียงนี้ แต่ไม่ทราบด้วยเหตุอัน
ใดทุกครั้งที่นางเห็นต้วนชิงหมิงก็จะมีความหวาดกลัวขึ้นมาจากส่วนลึกของใจ ความหวาดกลัวนี้เหมือนกับว่าจางอี๋
เหนียงกำลังยืนอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาเยอะและมีความคิดความอ่านที่ยากจะคาดเดา
พูดตามตรงนั้นจางอี๋เหนียงนั้นกลัวต้วนชิงหมิงอย่างมาก ดังนั้นถ้าเหตุการณ์ไม่บังคับละก็ นางก็ไม่ยอมมาพบ
หน้าต้วนชิงหมิงหรอก ทว่าตอนนี้นางจำเป็นต้องมา
การวางเดิมพันในครั้งนี้ของจางอี๋เหนียง แม้จะรู้ว่าไม่มีทางเอาชนะได้แม้แต่น้อย ทว่าเพื่อลูกที่อยู่ในท้อง นาง
จำเป็นต้องเดิมพันหมดหน้าตัก
ตอนนี้การเดิมพันได้เริ่มไปแล้วก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะหยุดกลางคัน
ฉะนั้นไม่ว่าจะหวาดกลัวต้วนชิงหมิงสักเพียงใด จางอี๋เหนียงจำต้องเข้ามาเผชิญหน้า
จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ในที่สุดจางอี๋เหนียงที่ทนบรรยากาศและความกดดันในห้องไม่ไหว ต้วนชิง
หมิงจึงเอ่ยเสียงเรียบขึ้นมา