การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 325 ต้วนอวี้ถูกจับตัวไป
สรรพเสียงรอบด้านพลันเงียบลง เมื่อจางอี๋เหนียงจากไป
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ออกไปส่งจางอี๋เหนียงแทนต้วนชิงหมิง ชั่วอึดใจเดียวก็เดินกลับมาพลางค่อยๆ ปิดประตูลง ก่อนเดิน
มาอยู่ข้างกายต้วนชิงหมิง นางมองผู้เป็นนายแล้วเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา “คุณหนูรีบพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงกลับถอนหายใจยาวออกมาแทนที่
นางวางแก้วนํ้าชาที่อยู่ในมือลง หันไปพูดเสียงเบากับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์……เจ้ามีคำถามที่อยากจะถาม
ข้ามากมายใช่หรือไม่ ตอนนี้เจ้าถามมาได้เลย!”
อีกฝั่ายก้มหน้าลงเล็กน้อยละม้ายปฏิเสธ ส่วนต้วนชิงหมิงก็ไม่มีกะจิตกะใจที่จะจิบชาอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้อกของ
นางราวกับจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก้าวเท้ามายืนด้านหน้าเด็กสาว พร้อมกับใช้ดวงตาโตจ้องมองไปที่ต้วนชิงหมิงไม่เปล่งวาจา
ทันใดนั้นต้วนชิงหมิงก็ฝืนยิ้มออกมา
นางมองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และเอ่ยเสียงแผ่วเบา “เจ้ากำลังคิดว่าทำไมข้าต้องหลอกจางอี๋เหนียง แทนที่จะพูดตาม
ความจริงใช่หรือไม่?”
อีกฝั่ายพยักหน้าเป็นการตอบรับ
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ไม่รู้ว่าเจ้าได้สังเกตเห็นบ่าวรับใช้ที่ติดตามจางอี๋เหนียงมาด้วยหรือไม่”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทำท่านึกตาม……บ่าวรับใช้ที่ติดตามจางอี๋เหนียงมาหรือ? นางเอาแต่ยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านหลังจางอี๋
เหนียงตลอด ไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ใด ราวกับว่านางเป็นอากาศธาตุ
นางครุ่นคิดเพียงครู่เดียว แล้วจึงถามอย่างสงสัย “พอคุณหนูพูด บ่าวก็คิดขึ้นมาได้แล้ว บ่าวรับใช้คนนั้นหน้าไม่
คุ้นเลย ไม่รู้จางอี๋เหนียงไปซื้อบ่าวรับใช้คนใหม่มาตอนไหน แล้วทำไมไม่เอาตงเอ๋อร์มาด้วย!”
“ไม่ใช่ว่าจางอี๋เหนียงไม่อยากพามาด้วย แต่ว่าพามาด้วยไม่ได้ต่างหาก……” ต้วนชิงหมิงตอบ
อีกฝั่ายได้ยินก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ แล้วถามขึ้นอย่างตกใจ “ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นเจ้าคะ ตงเอ๋อร์เป็นถึงบ่าวรับใช้
คนสนิทของจางอี๋เหนียงเลยนะเจ้าคะ!”
ต้วนชิงหมิงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปัดเสื้อผ้าแล้วพูดด้วยนํ้าเสียงเย็นยะเยือก “ก็เพราะบ่าวรับใช้คนนั้นเป็นคนที่
ถูกส่งมาให้อยู่ข้างกายของจางอี๋เหนียงอย่างไรเล่า นางจึงไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่ว่านางจะไปที่ใดก็ตาม จะมีบ่าวรับใช้คนนั้น
ติดตามไปด้วยทุกที่”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถึงกับเบิกตาโตขึ้นมา “คุณหนูหมายถึง……”
ต้วนชิงหมิงไม่เปล่งวาจาใดออกมา เพียงถอนหายใจเบาๆ อย่างหงุดหงิดที่อีกฝั่ายเข้าใจอะไรช้าเช่นนี้
เสียดายที่นางติดตามต้วนชิงหมิงมาเป็นเวลานาน บางเรื่องไม่ต้องให้ชี้หรือบอกไปเสียทุกอย่าง ขอเพียงนางคิดให้
ลึกขึ้นอีกนิดก็จะสามารถเข้าใจความหมายที่ต้วนชิงหมิงต้องการสื่อ
อยู่ๆ อีกฝั่ายก็ร้องเสียงดังด้วยความเข้าใจในบัดดล “คุณหนู บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ… จางอี๋เหนียงไปเชื่อคำพูดของ
คนอื่นเข้าเลยร่วมมือกัน แล้วหันมาเล่นงานคุณหนูกับคุณชายใหญ่นั่นเอง”
นางหยุดเว้นจังหวะด้วยรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา แล้วพูดต่ออีกประโยค “เหตุใดช่างเป็นคนที่กินบนเรือนขี้รดบน
หลังคาเช่นนี้ ไม่รู้จักบุญคุณของคุณหนู! ลูกในท้องของนางก็เป็นเพราะคุณหนูช่วยนายท่านถึงได้รู้ ตอนนี้นางกลับไปช่วย
คนอื่นเพื่อเล่นงานคุณหนู…”
ต้วนชิงหมิงหันไปพูดกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่างไม่สนใจเรื่องที่เคยช่วยเหลือ “คนเรามีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัว
เอง หากนางคิดว่าคนอื่นเป็นที่พึ่งได้และอยากไปสวามิภักดิ์ทำไมจะไม่ได้เล่า มันไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลย!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ “แต่คนคนนั้นจะเห็นนางเป็นเพื่อนหรือเจ้าคะ จางอี๋เหนียงช่างเบาปัญญา
เหลือเกิน หรือว่านางไม่กลัวว่าตัวนางกับลูกในท้องอาจจะไม่มีชีวิตรอดเจ้าคะ?”
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์……เจ้าฉลาดขึ้นแล้วนี่!” ต้วนชิงหมิงเอ่ยชมอีกฝั่าย
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้สึกดีใจเมื่อได้รับคำชมจากผู้เป็นนาย แต่พอฉุกคิดเรื่องหนึ่งได้ก็ทำหน้าหนักอกอีกครา “บ่าวฉลาด
ขึ้นแล้ว ทว่าจางอี๋เหนียงกลับโง่ลงเจ้าค่ะ!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของต้วนชิงหมิงพลันหายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่ส่งผ่านออกมาทางสายตา “ทุกคนล้วน
ต้องได้รับผลจากที่ตัวเองเลือกด้วยกันทั้งนั้น จางอี๋เหนียงก็เช่นกัน”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าต้วนชิงหมิงตัดใจที่จะช่วยเหลือจางอี๋เหนียงแล้ว นางจึงเดินขึ้นไปข้างหน้าแล้ว
พูดเสียงแผ่วเบา “คุณหนูอย่ามัวแต่ใส่ใจกับพวกที่ไม่เห็นค่าเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้ก็ดึกแล้ว……คุณหนูรีบพักผ่อนเถอะ
เจ้าค่ะ”
เดิมทีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นึกว่าต้วนชิงหมิงยังคงโกรธเคืองสิ่งที่จางอี๋เหนียงทำในวันนี้ จึงอยากจะพูดโน้มน้าวให้นางรีบ
พักผ่อน ทว่านางกลับส่ายหน้าไปมา “ไม่ ข้ายังพักผ่อนไม่ได้ ข้าจะรอจนกว่าเยวี่ยเจียกลับมา”
เหตุใดต้องรอจนกว่าเยวี่ยเจียกลับมาด้วยเล่า? เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยังไม่เข้าใจ
เช่นนั้น เยวี่ยเจียอยู่ที่ใดเล่าในเวลานี้? นางไปหาใคร? ทำไมคุณหนูจะต้องรอ?
จากนั้นต้วนชิงหมิงก็เอาแต่นั่งนิ่งเงียบๆ แล้วมองไปที่นอกหน้าต่างที่มีแต่ความมืดมิดปกคลุมท้องฟั้าไปทั่ว… เย
วี่ยเจีย ทำไมเวลานี้ถึงยังไม่กลับมา หรือว่านางจะไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงร้อนอกร้อนใจเพียงใด?
ไม่รู้ว่าเรื่องที่สั่งให้นางไปทำสำเร็จหรือยัง? เยวี่ยเจียตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใดกันแน่?
ต้วนอวี้ที่ถูกคนพาตัวไปตั้งครึ่งค่อนวันเล่า เขาจะมีสภาพเป็นอย่างไร?
เห้อ! อวี้เอ๋อร์อย่าได้เป็นอะไรไปนะ! ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปแล้วพี่สาวคนนี้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรกัน
ต้วนชิงหมิงคงนึกไม่ถึงว่าระหว่างที่นางเป็นกังวลจนใจร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ ต้วนอวี้ที่นางเป็นห่วงจะถูกมัดจนแน่น
แทบกระดุกกระดิกไม่ได้ เขาถูกจับโยนเข้าไปในห้องมืด ที่ศีรษะมีผ้าสีดำคลุมอยู่ บรรยากาศรอบข้างเงียบเชียบ ในปากมี
ผ้าห่อหมาเหอ[1]ยัดอยู่จนปากนั้นทั้งชาทั้งบวมจนพูดไม่ออก
ไม่ว่าจะในชาติที่แล้วหรือการกลับชาติมาเกิดในชาตินี้ของต้วนอวี้ เขาไม่เคยได้รับความทุกข์ทรมานเป็นเช่นนี้มา
ก่อน ถึงแม้ตาจะมองไม่เห็น ปากบวมแดงจนพูดไม่ได้ แต่ภายในใจกลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ… เหอะ เดี๋ยวเถอะ! ใครกันที่
บังอาจมาทำคุณชายใหญ่อย่างข้า รอให้ข้าออกไปได้ก่อน จะเล่นงานให้พวกเจ้าทั้งหมดต้องมากราบกรานขอชีวิตแทบ
เท้าข้าให้จงได้!
แต่นั่นเป็นเรื่องที่ต้วนอวี้คิดจะทำหลังจากออกไปจากห้องนี้ได้ ตอนนี้เขาถูกโยนเข้ามาในห้องที่มีแต่ฟางและลม
อันหนาวเหน็บผ่านเล็ดลอดเข้ามาตามช่อง ไม่นานเขาก็รู้สึกหนาวจนตัวสั่นระริก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดก็สุดรู้ กว่าประตูจะถูกเปิดออกมา พลันได้ยินเสียงกระซิบกระซาบข้างใบหูของต้วนอ
วี้ “โอ้! พี่สาม เจ้าเด็กคนนี้ไม่พูดไม่จา ไม่ขยับเขยื้อนหรือว่าจะตายไปแล้ว… เจ้าเด็กคนนี้ใช้เงินไปถึงสองร้อยตำลึงกว่า
จะได้มา ถ้าตายไปก่อน สองร้อยตำลึงนี้จะไปเอาจากใครได้!”
เมื่อเสียงนั้นเงียบลงก็มีเสียงต่อว่าต่างๆ นานาดังขึ้นมา “ทูจื่อ เจ้าคิดไม่ได้เชียวหรือ… เจ้าเด็กนี้เพิ่งถูกจับมัดได้ไม่
เท่าไร เจ้าอ้าปากพูดเรื่องตาย ต่อไปถ้าจะพูดอะไรก็พูดให้มันเป็นมงคลหน่อย เข้าใจไหม?”
คนที่ชื่อทูจื่อเหมือนจะเกรงกลัวพี่สามเป็นอย่างมาก เวลานี้เขาถูกต่อว่าจนหน้าเสีย ไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีก
เขาเอาแต่นั่งมองต้วนอวี้ที่นอนอยู่ที่มุมห้อง พลางคิดในใจ……เป็นเพราะเจ้าเด็กนี่แท้ๆ ถึงทำให้เขาเพียงอ้าปากพูดก็โดน
ตีหัว เห็นทีคงต้องหาโอกาสตบเจ้าเด็กคนนี้หลายๆ ครั้งจะได้ไม่ขาดทุน หึ!
ทางด้านต้วนอวี้พอได้ยินบทสนทนาที่ทั้งสองคนพูด ก็โกรธจนอยากฉีกพวกนั้นออกเป็นชิ้นๆ… เจ้าสองคนนี้จับ
ตัวเขามามัดเพื่อเงินสองร้อยตำลึง มันช่างน่าอัปยศเหลือเกินที่ทั้งสองคนเลือกเอาชีวิตของคนเพียงเพื่อแลกกับเงิน ถ้า
เขาออกจากที่นี่ไปได้ จะต้องสั่งสอนสองคนนี้ให้รู้จักว่าอะไรที่เรียกว่า ลักพาตัว อะไรที่เรียกว่าผลประโยชน์…
ต้วนอวี้กำลังคิดสิ่งใดอยู่นั้นไม่มีใครล่วงรู้ได้ ภายในห้องเล็กๆ นี้มีเพียงคนที่ถูกเรียกว่าพี่สามกำลังต่อว่าทูจื่อไป
ด้วย และพยายามจุดตะเกียงนํ้ามันไปด้วย
เมื่อไฟติดขึ้นมา แสงสว่างได้ส่องไปให้เห็นภายในห้องจนชัดเจนไปหมด
[1] หมาเหอ คือ พืชชนิดหนึ่งที่ใช้ลงโทษในสมัยโบราณ โดยจะเอายัดเข้าไปในปากทำให้ปากชาไร้ความรู้สึกจน
พูดออกมาไม่ได้