การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 329 ได้สติกลับมา
โชคดีที่ซานไล่จื่อไม่ได้โง่เขลาจนเกินเยียวยา ดังนั้นคำพูดของต้วนอวี้ที่ไม่เข้าใจในตอนแรก บัดนี้เขาเข้าใจจนหมด
สิ้นแล้ว
เพราะอย่างไรเสียซานไล่จื่อก็เป็นคนที่รักและห่วงแหนชีวิตของตน มิหนำซํ้ายังใช้ชีวิตเสพสุขทุกสิ่งอย่างเต็มที่
เขามักจะรับจ้างทำเรื่องชั่วๆ เพื่อเอาเงิน มากิน มาใช้ และเสพสุข ดังนั้นปกติเขาจึงชอบไปหมกตัวอยู่ที่ร้านชา เพื่อฟัง
คนเล่าเรื่องที่ชื่อ หลี่เซียจื่อ ที่ตามองไม่เห็น อีกทั้งถือโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนพเนจรเหมือนกัน
อันที่จริงเรื่องที่ได้ยินได้ฟังหรือเรื่องที่คนอื่นพบเจอมานั้น หากต้องเจอกับการฆ่าปิดปากก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง
ปกติที่รับรู้กันทั่วไป
แม้พวกเขาจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเงินได้ แต่เมื่อคิดๆ ดูแล้วก็ไม่อยากจะถูกฆ่าปิดปากโดยไม่รู้ตัว กอปรกับการ
เตือนของต้วนอวี้ทำให้ซานไล่จื่อกลัวผลเสียที่จะตามมาถึงชีวิต เพียงแค่คิดเหงื่อพลันผุดพรายท่วมตัวด้วยความรักตัว
กลัวตาย ในขณะที่ทูจื่อก็ยังมองเรื่องนี้ด้วยความเข้าใจและคิดในใจว่า ‘ช่างอันตรายเหลือเกิน!’
มันช่างอันตรายเสียเหลือเกิน! ถ้าพลาดไปแม้แต่เพียงเล็กน้อย ศีรษะของพวกเขาทั้งสองคนอาจหลุดออกจากบ่า
ก็เป็นได้
ซานไล่จื่อกับทูจื่อต่างหันมาสบตากัน อย่างเข้าใจแม้ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย ตอนนี้พวกเขารู้สึกราวกับว่ากำลังเจอพญา
ยม พลางขยี้ตามองอยู่หลายครั้ง ก็ต้องตกใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้านั้นเป็นต้วนอวี้ต่างหาก
ต้วนอวี้จ้องมองไปที่ซานไล่จื่อ พลางแสยะยิ้มมุมปาก “ว่าอย่างไรดี คิดออกแล้วหรือยัง?”
ซานไล่จื่อได้ฟังพลันยิ้มแห้งๆ ออกมา “เรียนคุณชาย ข้าน้อยคิดออกแล้ว… วันนี้ตอนที่ข้าน้อยทั้งสองคนจับตัว
คุณชายมาจะต้องมีคนเห็นอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นหากมีคนมาตามหาและพบข้าน้อยทั้งสองคนเข้าก็คงกลายเป็นแพะ
รับบาปแทนคนคนนั้น……”
ต้วนอวี้อดสงสารในสติปัญญาอันน้อยนิดไม่ได้ เขาได้แต่ส่ายหน้าและพูดอย่างดูแคลน “ซานไล่จื่อเจ้ามันโง่เหลือ
เกิน โง่เสียจนข้าอยากให้เจ้ากลายไปเป็นผีแทนคนพวกนั้นแล้ว”
อีกฝั่ายหน้าตาซีดขาวขึ้นมาทันที
หรือว่าคนที่มารอนั้นจะน่ากลัวยิ่งกว่าพวกเขาสองคนอีก?
เด็กชายพูดเย้ยหยัน “พวกเจ้าจงฟังข้าให้ดี เพราะถ้าพวกเจ้าถูกจับตัวได้ก็จะกลายเป็นแพะรับบาปไปทันที แล้ว
คิดหรือว่าคนคนนั้นจะยอมออกมาเปิดเผยตัว หากพวกเจ้าถูกจับแล้ว… หรืออีกทางหนึ่ง ถ้าคืนนี้พวกเจ้านำตัวข้าออก
จากวัดร้างนี้ไปส่งให้คนคนนั้นได้ แต่ใครเล่าจะไปรู้ว่าคนคนนั้นอาจกลัวความลับรั่วไหล และเลือกปิดปากพวกเจ้าทั้งสอง
คนเป็นอันดับแรกก็ได้”
ซานไล่จื่อรู้สึกได้ว่านํ้าเสียงของต้วนอวี้ได้เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นระคนมีเลศนัย เด็กน้อยลดสุ้มเสียงให้ตํ่าและเบาลง
“ซานไล่จื่อ พวกเจ้าลองคิดดูให้ถี่ถ้วน ถ้าเกิดเจ้าทั้งสองคนตายไปพร้อมกับข้า เช่นนั้นจะมีใครที่คอยเปิดโปงคนที่อยู่
เบื้องหลังเล่า……ช่างเป็นแผนการปิดปากที่แยบยลเสียจริง ตอนนี้คนโง่อย่างพวกเจ้าทั้งสองพอจะเข้าใจบ้างหรือไม่?”
ซานไล่จื่อและทูจื่อได้ยินก็หน้าซีดขาวเป็นคำรบที่สอง
ที่แท้พวกเขาทั้งสองคนจะต้องตายอย่างนั้นหรือ? ไม่เพียงจะเป็นแพะรับบาปเท่านั้น ยังเป็นคนร้ายอีกต่างหาก
คนคนนั้นที่มาตามหาพวกเขาและวางแผนเรื่องนี้ทั้งหมด ตั้งใจที่จะให้เขาทั้งสองคนกลายเป็นคนผิดหรือ
ซานไล่จื่อตัวสั่นระริกและเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา ทว่าทูจื่อที่ยืนข้างเขากลับพูดอย่างกล้าหาญขึ้นมา
แทน “พี่สามเรื่องนี้พวกเราไม่รับทำจะดีกว่า… ในเมื่อคุณชายใหญ่ต้วนไม่ได้เป็นอะไร พวกเราก็รีบหนีเอาชีวิตรอดกัน
เถอะ ส่วนเงินค่าจ้างที่เหลือนั่นอย่าไปเอามันเลย!”
การจับตัวในครั้งนี้เป็นซานไล่จื่อที่รับงานใหญ่มา แต่ถ้าจะให้เอาชีวิตมาแลกกับเงินนั้นย่อมไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
ดังนั้นความคิดแรกของทูจื่อคือหยุดทำเรื่องนี้และแยกย้ายเอาชีวิตรอดกลับบ้านใครบ้านมัน……
หลังจากที่ทูจื่อพูดจบลง ซานไล่จื่อก็ยกมือขึ้นตีศีรษะอีกฝั่าย พลางตวาดลั่นด้วยความโมโห “ทูจื่อ เจ้าคิดบ้า
อะไรของเจ้า? วิ่งหนีหรือ แล้วพวกเราจะหนีไปที่ไหน ในเมื่อคนคนนั้นสามารถตามหาเราได้ ไม่กลัวหรือว่าเขาจะตามไป
หาที่บ้าน?”
ทูจื่อได้ฟังก็เกิดกลัวขึ้นมา เขาถูกซานไล่จื่อทุบตีจนต้องยกมือขึ้นมาปั้องกัน ไม่นานทูจื่อก็ถามอีกฝั่ายอย่างตกใจ
“พี่สาม ข้าไม่อยากตาย ในเมื่อวิ่งหนีกลับไปก็ไม่ได้ เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรดี…”
เขาสีหน้าเศร้าสลด มองไปที่ซานไล่จื่อ ในเวลานี้ไม่ว่าจะเงินหรือเรื่องการจับตัวคุณชายต้วนล้วนไม่ได้อยู่ในความ
สนใจอีกต่อไป
ทว่าซานไล่จื่อทำเพียงถอนหายใจออกมา แล้วหันไปพูดกับต้วนอวี้ “พวกเราขอทำตามที่คุณชายสั่งขอรับ……”
ซานไล่จื่อเป็นคนที่ฉลาดไม่เบา ในเมื่ออีกฝั่ายไม่กล้าทำร้ายต้วนอวี้ต่อหน้า นั่นแสดงได้ว่าต้วนอวี้นั้นจะต้องไม่ใช่
เด็กธรรมดา ตอนนี้ชีวิตพวกเขาอาจเข้าใกล้ความตายเข้าไปทุกที เขาจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น!
ต้วนอวี้มองไปที่ซานไล่จื่อแล้วพยักหน้ารับ “ไม่เลวนี่ ตอนนี้ขอเพียงพวกเจ้าทั้งสองคนฟังข้า ข้าก็จะช่วยเจ้าทั้ง
สองอย่างเต็มที่…”
ซานไล่จื่อกับทูจื่อได้ฟังก็มีสีหน้าแห่งความดีใจปรากฏขึ้นมาทันที พวกเขาทั้งสองคนจึงก้าวไปข้างหน้าโดยมิได้นัด
หมายและถามขึ้นว่า “ตอนนี้คุณชายจะให้พวกเราทำอะไรบ้างขอรับ?”
ด้านต้วนอวี้เอาแต่มองออกไปข้างนอกหน้าต่างและพูดเสียงเย็นชา “ตอนนี้จะทำอะไรได้ นอกจากไปที่วัดร้าง
อย่างไรเล่า!”
“ห๊ะ!” ซานไล่จื่อกับทูจื่อต่างตกใจที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้น… อะไรกันเนี่ย! จะไปที่วัดร้างอย่างนั้นหรือ ที่นั่นจะเป็นที่
ฝังศพของพวกเขาทั้งสองคน เวลานี้ต้วนอวี้ยังจะให้พวกเขาไปอีก นั่นก็หมายความว่าส่งพวกเขาทั้งสองไปตายชัดๆ
เห็นได้ชัดว่าต้วนอวี้ต่อหน้าดูจะอยากช่วยพวกเขา แต่ที่จริงคงอยากให้พวกเขาตายมากกว่ากระมัง!
ต้วนอวี้มองอีกฝั่ายด้วยสายตาที่เย็นชาและเบือนปากพูดออกมา “ดูท่าทางพวกเจ้าทั้งสองคน… จะไม่เชื่อว่าข้าจะ
ช่วยชีวิตพวกเจ้า แต่จะทำร้ายพวกเจ้าแทนอย่างนั้นใช่หรือไม่? แต่ว่าพวกเจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ หากไม่ไปที่วัดร้างจะรู้ได้
อย่างไรว่าคนที่ต้องการให้พวกเจ้าตายเป็นใคร? ถ้าไม่อาจหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้พบ ต่อให้พวกเจ้ารอดวันนี้ไปได้
ใครจะรับประกันพวกเจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อจนถึงวันพรุ่งนี้?”
ซานไล่จื่อกับทูจื่อเข้าใจขึ้นมาทันที ต้วนอวี้อยากให้พวกเขาไปที่นั่น เพื่อที่จะถอนรากถอนโคนคนที่อยู่เบื้องหลัง
เรื่องนี้ เช่นนั้นพวกเขาจะต้องเดินทางไปตามแผนที่เคยตกลงกับคนคนนั้น
แต่ว่าสิ่งที่ทั้งสองคนยังเป็นกังวลก็คือ หากต้วนอวี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝั่ายก็เท่ากับพวกเขาต้องตายตามไปด้วยหรือ
ไม่
เมื่อนึกถึงจุดนี้ซานไล่จื่อจึงหันไปถามต้วนอวี้อย่างอ้อมค้อม “ถ้าอีกฝั่ายมีคนมากกว่า คุณชายจะต่อสู้จนเอาชนะ
ได้หรือ?”
ต้วนอวี้มองค้อนไปที่ซานไล่จื่ออย่างดูแคลนและพูดด้วยนํ้าเสียงที่หนักแน่นดั่งภูผา “เจ้าคิดว่าพวกนั้นมันโง่อย่าง
นั้นหรือ… เรื่องการฆ่านั้น ยิ่งคนรู้น้อยยิ่งเป็นผลดี ฉะนั้นอีกฝั่ายจะต้องมาเพียงคนเดียวเท่านั้น!”
แม้จะมาเพียงคนเดียว ทว่าอีกฝั่ายต้องมีฝีมือฉกาจที่สามารถฆ่าซานไล่จื่อกับทูจื่อได้ด้วย ซึ่งคำพูดเหล่านี้ต้วนอวี้
ไม่ได้พูดออกไป เวลานี้ต้วนอวี้ต้องการให้สองคนนั้นพาเขาไปที่วัดร้างให้เร็วที่สุด
แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนโง่ที่จะเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง อีกอย่างเรื่องใดที่เขาไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้จะไม่มีทางทำ
คํ่าคืนนี้เขาจะต้องไปที่วัดร้าง และต้องจับตัวคนที่หมายต้องการฆ่าพวกเขาปิดปากให้จงได้!