การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 331 ความโกรธของเหยียนหลิ่งอวี๋ (2)
การกระทำของซานไล่จื่อกับทูจื่อเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เปลี่ยนไปจนต้วนอวี้อดที่จะยิ้มเยาะออกมาไม่
ได้
เขามองไปที่ท่าทางเร่งรีบของซานไล่จื่อกับทูจื่อ ก่อนเอ่ยขึ้น “ได้สิ อย่างนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ!”
ไปกันเถอะ! พวกเรารีบไปวัดร้างกันเถอะ… พอถึงที่นั่นไม่รู้เหมือนกันว่าใครจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งกันแน่?
เมื่อเห็นต้วนอวี้ยินยอมที่จะไป ทั้งสองคนต่างก็ยิ้มให้กัน จากนั้นคนหนึ่งก็เดินนำหน้าต้วนอวี้ ส่วนอีกคนก็เดิน
ตามหลัง คนที่เดินตามหลังพูดอย่างมีความสุขว่า “คุณชายเช่นนั้น พวกรีบออกจากเมืองกันเถอะ ทางไปวัดร้างนั้นค่อน
ข้างไกล พวกเรารีบไปและรีบกลับมาก่อนที่ฟั้าจะสางกันเถอะขอรับ!”
ซานไล่จื่อกับทูจื่อจะกลับมาพร้อมกัน ส่วนต้วนอวี้นั้นจะกลับมาได้หรือไม่ก็ไม่มีใครล่วงรู้ได้ สิ่งนั้นอยู่เหนือความ
คาดหมายที่ทั้งสองคนสามารถบอกได้
พวกเขาวางแผนกันไว้ดิบดีแล้ว ถ้าหากต้วนอวี้ถูกฆ่าตาย พวกเขาจะรีบวิ่งหนีไปให้เร็วที่สุด ทว่าไม่คิดจะกลับ
บ้าน เพราะกลัวคนจ้าง ตามพวกเขาสะกดรอยตามไปถึงบ้าน แต่เลือกใช้โอกาสที่ฟั้ายังมืดมิดหนีไปพึ่งเพื่อนและญาติที่
อยู่นอกเมืองหลวงแทน
อย่างไรเสียสองคนนี้ขอเพียงที่หลับที่นอนในช่วงคับขันสักระยะหนึ่ง รอให้เรื่องนี้เงียบลงจึงค่อยกลับมา ถึงเวลา
นั้นก็จะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้ว
ทว่า ต้วนอวี้ในเวลานี้ถูกสองคนนี้ประกบหน้าประกบหลัง เพราะกลัวว่าจะหลบหนีไปและไปหามือเปล่า ทว่าต้
วนอวี้ที่มองแผนการออกทั้งหมดก็ไม่ได้โวยวาย เขาได้แต่เดินอยู่ตรงกลางและมองทางตามที่ซานไล่จื่อได้ก้าวเดิน พบว่า
เป็นทางไปประตูเมือง ต้วนอวี้จึงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ หรือว่าเขาถูกพาตัวออกมาจากประตูเมืองทางนี้
ในใจยังคงวนเวียนคิดถึงผู้เป็นพี่สาว ต้วนอวี้เชื่อว่าต้วนชิงหมิงทำอะไรเพื่อเขามามากมายหลายต่อหลายเรื่องแล้ว
ส่วนซานไล่จื่อที่ไร้สมองนี้ช่างกล้าพาตัวเขาออกจากเมืองโดยไม่กลัวใครจะเห็นเข้าเลยหรือ?
สิ่งที่ทำให้ต้วนอวี้ยิ่งแปลกใจอีกเรื่องก็คือ ก่อนอาทิตย์จะลับขอบฟั้าลงในแต่ละวันประตูเมืองจะถูกปิดสนิท เหตุ
ใดคนเปิดประตูเมืองถึงปล่อยให้พวกเขาออกมาได้อย่างสบายใจเฉิบเช่นนี้ และยิ่งไม่เชื่อว่าซานไล่จื่อกับทูจื่อจะมีอำนาจ
มากพอสั่งให้คนเปิดหรือปิดประตูเมืองได้แน่
เมื่อนึกถึงจุดนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองที่ประตูเมืองอีกหลายต่อหลายครั้ง ทูจื่อที่เดินตามหลังและคอยจับ
จ้องต้วนอวี้อยู่ทุกฝีก้าว มองตามสายตาของเด็กน้อยไปก่อนถามขึ้นอย่างรีบร้อนว่า “คุณชายดูอะไรอยู่งั้นหรือ? ทำไมข้า
น้อยมองไม่เห็นอะไรบ้างเลย?”
ซานไล่จื่อพอได้ยินที่ทูจื่อพูดก็รีบหันหน้ากลับมาถามต้วนอวี้ขึ้นทันที “คุณชายเดินดีๆ ขอรับ ทางข้างหน้าไม่ค่อย
ดีขอรับ!”
คำพูดนี้เป็นการบอกต้วนอวี้กลายๆ ว่าให้เดินมองทาง ไม่ใช่เอาแต่คิดอยากจะวิ่งหนี ทว่าซานไล่จื่อคงลืมนึกไป
ถ้าต้วนอวี้คิดจะหนีจริง คนอย่างเขาก็มิอาจห้ามได้
ต้วนอวี้หัวเราะออกมาเมื่อได้ยินที่ซานไล่จื่อพูด พลางเอื้อมมือขึ้นไปตบไหล่ของซานไล่จื่อเบาๆ พูดด้วยนํ้าเสียง
เยาะเย้ย “ซานไล่จื่อไหนเจ้าว่ามาสิ ถ้าคุณชายอย่างข้าคิดจะหนี เจ้าจะห้ามข้าไม่ให้ไปได้อย่างนั้นหรือ?”
ซานไล่จื่อได้ฟังก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาลืมไปได้อย่างไรว่าต้วนอวี้ไม่ใช่คนไร้ความสามารถ เหตุการณ์เมื่อครู่ได้
พิสูจน์ให้เห็นฝีมือที่ไม่ธรรมดาของเขาให้เห็นประจักษ์ไปแล้ว
อีกฝั่ายได้แต่ยิ้มเจื่อนออกมา “คุณชายเข้าใจผิดแล้ว ข้าน้อยกลัวว่ากลางดึกกลางดื่นเช่นนี้ คุณชายจะไม่ชินทาง
เลยพูดเตือนให้ระวังเท่านั้นขอรับ……”
ต้วนอวี้ตอบกลับอย่างเย็นชา “ซานไล่จื่อ อย่าหาว่าข้าไม่เตือน ทางที่ดีอย่าได้คิดทำเรื่องชั่วๆ กับข้า มิเช่นนั้นถึง
เวลาคนที่ต้องนั่งร้องไห้ออกมาต้องเป็นพวกเจ้าทั้งสองคน!”
สายลมหนาวเหน็บได้พัดมาจากทุกทิศทุกทาง เมื่อผสานกับคำพูดของต้วนอวี้ยิ่งทำให้ซานไล่จื่อขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ด้วยความหวาดกลัว
ซานไล่จื่อรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน “ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณชายวางไว้ทั้งหมด… ข้าน้อยทั้งสองคนยอมทำ
ตามที่สั่ง ไฉนเลยจะกล้าคิดเรื่องชั่วต่อคุณชายได้ขอรับ?”
ต้วนอวี้ได้แต่ยิ้มเยาะออกมาแทน ไม่เปล่งวาจาใดตอบ
ทั้งสามคนเดินต่อไปข้างหน้าสักพักใหญ่ ต้วนอวี้มองเห็นประตูเมืองอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทว่าอยู่ๆ ทางข้างหน้านั้นก็
ถูกตัดหายไป
เขาได้แต่หยุดยืนนิ่งตะลึงงันอยู่ตรงนั้น
ทางด้านซานไล่จื่อที่ถูกต้วนอวี้ขู่ไปเมื่อครู่ จึงไม่กล้าที่จะเอ่ยปากเร่งให้ต้วนอวี้เดินเร็วๆ ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เป็นเพื่อน
โดยไม่ทราบว่าต้วนอวี้กำลังคิดอะไรอยู่!
ซานไล่จื่อไม่ได้เปล่งวาจาใด จะมีก็แต่ทูจื่อที่ทนไม่ไหวก้าวไปข้างหน้าสองก้าว แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“คุณชายเป็นอะไรหรือไม่ ทำไมไม่เดินต่อเล่าขอรับ?”
ต้วนอวี้ที่หยุดยืนดูประตูเมืองไม่เดินต่อไป ทำให้หนึ่งในสองคนทนความหนาวเหน็บไม่ไหวเลยจึงเอ่ยถามต้วนอวี้
ว่าเกิดอะไรขึ้น ลมหนาวในคืนนี้พัดแรงจนหนาวเหน็บไปทั้งตัว อีกอย่างซานไล่จื่อกับทูจื่อก็สวมเสื้อผ้าที่ค่อนข้างบาง
มากจนตอนนี้เอาแต่ยืนสั่นไปทั้งตัว
ในเหมันต์ฤดูที่หิมะตกกองบนพื้นทำให้เวลาเดินมีเสียงสวบสาบทุกย่างก้าว แม้ต้วนอวี้จะรู้สึกหนาวพอๆ กับสอง
คนนั้น แต่เขาหาใช่เด็กน้อยอย่างที่เห็นไม่ จึงสามารถทนความหนาวได้มากกว่าที่สองคนนั้นคาดไว้ ในเวลานี้ต้วนอวี้
แสยะยิ้มออกมา “เจ้าสองคนจะพาคุณชายอย่างข้าไปที่ใด? ข้างหน้าไม่มีทางเดินอีกแล้ว พวกเจ้าคงไม่ได้คิดจะพาข้าปีน
ข้ามกำแพงเมืองไปกระมัง?”
ซานไล่จื่อก็หัวเราะเบาๆ ออกมาเมื่อสิ้นเสียงต้วนอวี้ ในความหนาวเหน็บถึงกระดูกเช่นนี้แค่พูดออกมาก็มีควัน
ออกจากปาก แม้กลุ่มควันสีขาวจะมองเห็นไม่ชัดเจน แต่เมื่อมองมาจากกำแพงที่สะท้อนแสงไฟอยู่ก็พอจะเห็นคลับคล้าย
คลับคลาเหมือนมีบางสิ่งปรากฏขึ้นมา
ต้วนอวี้เห็นควันที่ถูกพ่นออกมาจากปากของซานไล่จื่อ เขาเกิดสงสัยและไม่เข้าใจว่าซานไล่จื่อนั้นหัวเราะทำไมกัน
ซานไล่จื่อไม่พูดไม่จา ทางด้านทูจื่อจึงตอบออกมาแทน เขาชี้นิ้วออกไปที่ที่มืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรแล้วหัวเราะ
ออกมา “คุณชายวางใจได้ ทางที่พวกข้าใช้เข้าออกจากเมือง ได้เตรียมการไว้หมดแล้วขอรับ!”
ต้วนอวี้มองตามมือที่ชี้ของทูจื่อก็เห็นเพียงความมืดมิด เขาเม้มปากแน่นด้วยความโมโหแต่ไม่ได้พูดออกมา ได้แต่
มองซานไล่จื่อเหมือนอยากฟังเหมือนอยากฟังคำอธิบาย
ซานไล่จื่อเอาแต่ยกมือลูบหัวของตัวเขาอย่างเก้อเขิน จากนั้นก็หันไปพูดกับต้วนอวี้ “คุณชาย ข้าน้อยอยากจะ
บอกว่าประตูเมืองนี้พวกเราคงไม่มีความสามารถที่จะปีนข้ามไปได้…”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ซานไล่จื่อได้ชี้ไปที่แห่งหนึ่งพร้อมกับพูดข้างหูต้วนอวี้ “แต่ว่าพวกเราสามารถผ่านกำแพงเมือง
ออกไปได้… คุณชายสามารถวางใจ แล้วเดินตามพวกข้ามาได้เลย!”
ต้วนอวี้ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยไม่เอื้อนเอ่ยคำใด เขาเห็นเพียงซานไล่จื่อจ้องมองมาด้วยสายตาที่แฝงอะไรบางอย่าง
“คุณชายตามข้าน้อยมาจะได้ไม่หลงขอรับ”
เมื่อซานไล่จื่อพูดจบก็กระโดดลงไปในความมืดมิดที่อยู่ตรงหน้า
ต้วนอวี้เห็นเช่นนั้นก็ตกใจอยู่ไม่น้อย เขาอยากพูดห้ามแต่ทูจื่อที่อยู่ด้านหลังได้กระโดดตามลงไปแล้ว
ตอนนี้ต้วนอวี้เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า เมื่อไม่อาจข้ามกำแพงไปได้ ก็ไม่ควรที่กระโดดลงไปในความมืดที่อยู่ตรงหน้า
หรือว่าการกระโดดลงไปสามารถเจอทางอื่น?
ไม่นานก็มีเสียงซานไล่จื่อกับทูจื่อดังขึ้นมา “คุณชายรีบกระโดดลงมาเร็ว… ไม่ต้องกลัว ข้างล่างนี้ไม่มีอะไรทั้ง
นั้น!”
ต้วนอวี้ไม่อยากกระโดดลงไป เพราะเขามองลงไปแล้วไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างล่างแม้แต่น้อย
หากไม่กระโดดลงไปก็ถือว่าขลาดนัก อย่างน้อยเสียงซานไล่จื่อที่ตะโกนเรียกก็ไม่คล้ายจะแอบเล่นงาน แต่เหมือน
เป็นการช่วยหาทางออกจากประตูเมืองเสียมากกว่า
แต่ว่าทางออกเมืองนั้นจะอยู่ในหลุมด้านล่างอย่างนั้นหรือ
ต้วนอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกัดฟันกระโดดลงไปในหลุมที่มืดมิดตรงหน้า โดยมีเสียงของซานไล่จื่อกับทูจื่อคอย
เร่งอยู่ด้านล่างไม่หยุดหย่อน
ทุกอย่างเป็นเหมือนที่ซานไล่จื่อกับทูจื่อบอก หลุมในความมืดมิดนี้ข้างล่างมีฟางอยู่เต็มไปหมด พอกระโดดลงไป
จึงนุ่มนิ่มไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด
เมื่อต้วนอวี้กระโดดลงไป ซานไล่จื่อก็รีบเข้ามาพยุงตัว จากนั้นก็ชี้นิ้วไปข้างหน้าและพูดอย่างได้ใจ “คุณชายดูดีๆ
อีกครู่พวกเราทั้งหมดจะออกมาตรงนี้ขอรับ!”