การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 332 ใครเป็นนักฆ่า?
ต้วนอวี้มองไปตามมือของซานไล่จื่อที่ชี้ไปทางที่มีแสงไฟริบหรี่ ถึงกับต้องชะงักไป
ด้านหน้านั้นเป็นฐานรากของกำแพงเมืองที่ก่อด้วยอิฐอย่างเป็นระเบียบและสมบูรณ์ ทว่านึกไม่ถึงว่าจะมีช่องอยู่
ตรงนั้น
เขาเห็นสีหน้าที่มีเลศนัยและแววตาอวดดีของซานไล่จื่อก็รู้ว่าเป็นความรู้สึกที่มาจากใจ ในเมื่อเขาอยากชี้ให้ต้วนอ
วี้ดู เขาจึงมองดูอย่างที่ไม่รู้ว่าด้านหน้านั้นเป็นสิ่งใด
ต้วนอวี้หรี่ตาลงเพื่อตั้งใจมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างพินิจ ทันใดนั้นเขาสังเกตเห็นที่ฐานของกำแพงจุดหนึ่งมีของที่
ไม่ควรจะวางไว้อยู่ นั่นก็คือไม้ฟืนที่จัดวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เป็นที่รู้กันว่าก่อนเข้าฤดูหนาวฟืนเป็นสิ่งมีค่าอย่างมาก และมักจะจัดวางไว้ในห้องอย่างเป็นระเบียบ แล้วเป็นใคร
กันที่นำไม้ฟืนที่เป็นของลํ้าค่ามาวางไว้ตรงใต้กำแพงนี้
ต้วนอวี้สืบเท้าไปข้างหน้าเพื่อดูให้ละเอียดก็พบว่า ฟืนเหล่านี้กับฟืนอื่นนั้นมีบางอย่างที่แตกต่างกัน
แม้จำนวนของฟืนที่วางอยู่ตรงหน้านี้จะไม่ได้มีปริมาณมาก ทว่าฟืนเหล่านี้กลับไม่มีหิมะเกาะหลังจากผ่านหิมะที่
โปรยปรายลงมาและยังถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ… เช่นนั้นความเป็นไปได้คงมีทางเดียว นั่นก็คือฟืนเหล่านี้ถูกนำมาวางไว้
ชั่วคราว หรือไม่ก็อาจจะถูกคนขนย้ายและดูแลอยู่เสมอ จึงไม่มีหิมะตกใส่เลยแม้แต่น้อย
ใครจะไปรู้ว่าที่ฐานกำแพงจะมีฟืนมากองอยู่ตรงนี้ และที่สำคัญคนที่พาเขามาที่นี่กลับเป็นซานไล่จื่อ เห็นทีฝัง
ด้านหลังกองฟืนนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว คงต้องมีบางอย่างที่ซ่อนเร้นไว้เป็นแน่
เพียงแต่ด้านหลังฟืนที่กองอยู่นั้นจะมีอะไรซ่อนเร้นไว้ได้เล่า?
ต้วนอวี้ค่อยๆ ขมวดคิ้วขึ้นราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาเบิกตาโตขึ้นอย่างช้าๆ ก็เห็นช่องทางเดินที่ทอดยาว
ไปในความมืด ไม่นานก็เอ่ยถามเสียงเรียบนิ่ง “ซานไล่จื่อ ถ้าข้าเดาไม่ผิด ด้านหลังของกองฟืนเหล่านี้ คงมีอะไรซ่อนไว้ใช้
หรือไม่?”
ซานไล่จื่อได้ยินที่ต้วนอวี้พูดก็ตกใจจนตาโตเป็นไข่ห่าน
ไม่ว่าต้วนอวี้จะเดาถูกหรือไม่ เรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย
เดิมทีชายหนุ่มแค่อยากจะทดสอบสติปัญญาของต้วนอวี้ว่าจะสามารถพาเขาสองคนหนีรอดได้ตามที่พูดไว้หรือไม่
แต่ทว่าครั้งนี้ทั้งสองคนต่างเชื่อจนสนิทใจแล้ว… ลองคิดดูเด็กชายที่อายุยังน้อย กลับมีหลายเรื่องที่ทำให้พวกเขาต้อง
ประหลาดใจจนนึกไม่ถึงอยู่หลายครั้งหลายครา นั่นแสดงว่าอีกฝั่ายมิใช่เด็กน้อยธรรมดาอย่างแน่นอน
เขาคิดมาถึงตรงนี้ ความเคารพและนับถือต้วนอวี้ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย ชายหนุ่มยกนิ้วโปั้งขึ้นมา เอ่ยชมไม่
ขาดปาก “โอ้โห คุณชายเฉลียวฉลาดจริงๆ ด้านหลังของฟืนมีของบางอย่างอยู่จริง ซึ่งของที่นี่พรรคพวกของข้ามักเอาไว้
ใช้สำหรับเป็นทางหนีรอดเอาชีวิตหรือไม่ก็ใช้เป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน บัดนี้ขอเชิญคุณชายไปเยี่ยมชมสัก
หน่อย!”
พอซานไล่จื่อพูดจบแล้วก็หันไปโบกมือให้ทูจื่อ ทูจื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปย้ายกองฟืนออกและเคาะดินที่ถูกโบก
ปิดเอาไว้ ทันใดนั้นก็พบกับช่องเล็กๆ และมืดสนิทช่องหนึ่ง
แม้ว่าต้วนอวี้จะมีความคิดที่จะหลบหนีมาบ้าง แต่พอเขาได้เห็นช่องด้านหน้าพลันเกิดความตะลึงขึ้นมาไม่น้อย
พูดได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นช่องที่เล็กและแคบ เหมือนช่องสำหรับให้สุนัขเข้าไปนอน!
เป็นที่รู้กันโดยทั่วว่ากำแพงเมืองทั้งหนาและแข็งแกร่งมาก แต่นี่อะไรกัน พวกของซานไล่จื่อกลับบังอาจมาขุดช่อง
ใต้กำแพงเมือง และสามารถข้ามไป ข้ามมาได้อย่างสะดวกไม่ต้องกลัวใครมาเห็น ดูท่าคนในยุคนี้คงมีเรื่องที่ทำให้ต้วนอวี้
รู้สึกคาดไม่ถึงไม่น้อยเช่นกัน
ซานไล่จื่อมองทูจื่อค่อยๆ ย้ายฟืนท่อนแล้วท่อนเล่า พลางหันไปมองต้วนอวี้แล้วพูดขึ้น “คุณชาย ครั้งนี้ต้อง
ลำบากหน่อย ช่องแคบและเล็กแบบนี้จะต้องเดินอย่างระมัดระวังนะขอรับ!”
ต้วนอวี้มองเข้าไปในช่องด้านในก็พบว่าเป็นช่องที่มีขนาดเล็กจริง แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็แค่ตะแคงตัวก้มหรือคลาน
ข้ามไปก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ฉะนั้นรูปร่างที่เล็กของต้วนอวี้จึงผ่านไปได้อย่างไม่ลำบาก… เมื่อต้วนอวี้ได้ยินนํ้าเสียงที่ซาน
ไล่จื่อพูดกับเขาอย่างเคารพนบนอบ เขาบ่นพึมพำเสียงเรียบก่อนเตรียมเดินเข้าไปในช่อง “ซานไล่จื่อ ขนาดตรงฐาน
กำแพงเมืองเจ้ายังกล้าขุด… แล้วเรื่องอะไรที่คนอย่างเจ้าไม่กล้าทำบ้างเล่า?”
แม้จะเป็นวิธีที่ดูโง่เขลาที่สุดในการเลือกขุดช่องตรงกำแพงเมือง แต่นั่นก็ถือเป็นช่องสัญจรที่สามารถเข้าและออก
จากเมืองได้อย่างสบาย ทว่าเรื่องนี้กลับทำให้ต้วนอวี้ยิ่งเพิ่มความระวังตัวขึ้นไปอีก
ซานไล่จื่อฝืนยิ้มออกมา “เรียนคุณชาย ที่ตรงนี้เป็นที่ที่พี่ชายของข้าใช้เวลาหลายปีจึงสามารถขุดได้ทะลุ แต่โชค
ไม่เข้าข้าง……พี่ชายเกิดเป็นโรคร้ายแรงและเสียชีวิตลงในที่สุด ก่อนตายข้ายังได้อยู่ดูแลข้างกาย เขาจึงบอกความลับสุด
ยอดนี้ให้กับข้าน้อยขอรับ!”
แน่นอนว่าซานไล่จื่อไม่กล้าบอกต้วนอวี้ว่า เขารู้จักพี่ชายคนนี้ตอนอยู่ในคุก ตอนนั้นพี่ชายคนนั้นได้ปั่วยหนักอยู่
ในคุก เมื่อซานไล่จื่อเห็นเข้าจึงรู้สึกสงสารและได้ฝากให้คนที่อยู่ด้านนอกซื้อยามาให้พี่ชายได้ใช้ ถึงแม้จะไม่ได้รักษาพี่
ชายคนนั้นจนหายดี แต่ว่าพี่ชายคนนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งในนํ้าใจของซานไล่จื่อ ก่อนจะเสียชีวิตเขาได้แอบบอกเรื่องนี้ให้กับ
ซานไล่จื่อได้รับรู้!
เมื่อซานไล่จื่อได้รู้เรื่องนี้ก็ใช้ทางนี้ในการทำเรื่องราวต่างๆ มากมายรวมทั้งการค้าขาย ดังนั้นถ้าเขาจะนำของอะไร
ออกจากเมืองหลวงย่อมไม่มีทางที่เหล่าทหารที่เฝั้าประตูเมืองจะมองเห็นได้ ดังนั้นในตอนนี้ที่เขาจับตัวต้วนอวี้มาและจะ
พาออกไปนอกเมืองย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม่ใช้ช่องทางนี้คงต้องเปลืองแรงกาย แรงใจในการคิดหาวิธีหนีออกไปมากกว่า
นี้
ต้วนอวี้ได้ฟังที่อีกฝั่ายเล่ามาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาได้แต่คิดว่าพี่ชายคนนั้นที่ยอมบอกช่องลับตรงนี้ให้กับซานไล่
จื่อได้รู้ จะต้องติดหนี้บุญคุณซานไล่จื่อไม่น้อยเป็นแน่
แต่เรื่องนี้ต้วนอวี้ไม่มีทางพูดออกไปและไม่ได้สนใจว่าเป็นใครที่มาขุดช่องตรงนี้
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในช่องและคลำไปบนผนังอย่างชำนิชำนาญจนเจอกับตะเกียงนํ้ามัน เขาจุดมันขึ้นแล้วเดินนำ
หน้าต้วนอวี้ไป
ส่วนทูจื่อที่ยืนอยู่ข้างหลังนั้นก็ขนฟืนมาวางปิดไว้ดังเดิม หลังจากนั้นก็เดินตามซานไล่จื่อกับต้วนอวี้ไป
ช่องที่ทั้งเล็กทั้งแคบนี้กลับมีความชื้นจากดินและความอบอุ่นไม่น้อย ชายหนุ่มต้องค้อมตัวและค่อยๆ เดินไปข้าง
หน้า ในขณะที่ต้วนอวี้เดินไปมาอย่างสบายและไม่เปลืองแรง
ต้วนอวี้มองไปรอบๆ เห็นเพียงกองอิฐที่ถูกก่อตลอดทั้งทาง เห็นได้ชัดว่าช่องทางนี้ใช้มานานหลายปีแล้ว ถ้าเทียบ
กับอายุยี่สิบต้นๆ ของซานไล่จื่อ ช่องนี้ไม่มีทางที่เขาจะเป็นคนขุดเองแสดงว่าสิ่งที่ซานไล่จื่อเล่ามาเมื่อครู่เป็นเรื่องจริง