การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 333 ต้วนอวี้เตรียมตัวทะเลาะต่อยตี
ต้วนอวี้ยอมรับว่าต่างคนต่างมีวิธีจัดการแก้ไขปัญหาต่างกันไป เห็นทีซานไล่จื่อก็มีวิธีเอาตัวรอดอยู่บ้างโดยใช้ช่อง
ใต้กำแพงเมืองในการทำเรื่องชั่วๆ
ทว่าตอนนี้เขารู้ความลับนี้แล้ว ในใจพลางคิดว่าจะใช้ประโยชน์กับช่องนี้อย่างไรให้กับตัวเขาเอง
ส่วนซานไล่จื่อกับคนที่ชื่อทูจื่อนั้นเห็นทีจะให้อยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ใช่แล้ว! รอให้จัดการเรื่องที่วัดร้างให้เรียบร้อย
เสียก่อนค่อยจัดการไล่สองคนนี้ไปก็สิ้นเรื่อง
แม้ว่าต้วนอวี้จะตัดสินใจทำเช่นนี้แล้ว ทว่าในใจของเขาก็ยังไม่รู้ว่ามีอีกกี่คน ที่ล่วงรู้ช่องทางเดินนี้
ยิ่งมีคนรู้มากเท่าไร ก็ยิ่งไร้ค่ามากเท่านั้น เช่นนั้นเขาจะต้องใช้กำลังในการไล่คนที่รู้เรื่องนี้ให้ออกไปจากเมืองหลวง
เสีย
คิดได้เช่นนั้นจึงเอ่ยปากถามอีกฝั่าย “ซานไล่จื่อ เรื่องช่องทางนี้ นอกจากเจ้ากับทูจื่อที่รู้เรื่องแล้ว ยังมีใครบ้างที่รู้
อีก?”
ต้วนอวี้ถามเช่นนี้ทำให้ซานไล่จื่อเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น เนื่องจากเดิมทีช่องทางนี้มีเพียงเขากับทูจื่อที่รู้ อีกทั้งทู
จื่อก็เคยสาบานต่อหน้าซานไล่จื่อ หากวันใดไปเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังก็จะไม่มีลูกหลานสืบสกุลและจะต้องไม่ตายดี บัดนี้
ช่องทางนี้กลับมีต้วนอวี้ล่วงรู้เพิ่มมาอีกคน นั่นก็เท่ากับมีความอันตรายเพิ่มมากขึ้นไปอีก
ถึงแม้ว่าต้วนอวี้จะเป็นเด็กที่อายุยังน้อย ทว่าหลังจากที่ซานไล่จื่อกับต้วนอวี้ไปอยู่ด้วยกันมาพักใหญ่ๆ ซานไล่จื่
อก็พบว่าท่าทางและความคิดของต้วนอวี้ช่างไม่เหมือนกับเด็กน้อย แต่เหมือนกับผู้ใหญ่จอมเจ้าเล่ห์มากกว่า… ซานไล่จื่อ
เชื่อมั่นว่าเรื่องนี้ หากต้วนอวี้รู้จะต้องนำภัยมาให้กับตัวของเขาในภายหลัง ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจแล้ว เมื่อเจอกับนักฆ่าคน
นั้นจะให้จัดการต้วนอวี้ เพื่อให้ความลับของช่องทางนี้ยังคงเป็นความลับต่อไป
ความคิดชั่วร้ายของซานไล่จื่อตั้งใจจะผลักไสต้วนอวี้ให้ตายไปภายใต้ดาบของนักฆ่า แต่นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆ ต้วนอวี้ก็
ถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับช่องทางลับนี้ขึ้นมา ซานไล่จื่อตะลึงไปเล็กน้อยก่อนพรวดตอบคำถาม “เรียนคุณชาย ช่องทางนี้ข้า
น้อยทั้งสองคนใช้เพื่อช่วยชีวิตคนจึงไม่ได้บอกกับคนอื่น จนถึงตอนนี้นอกจากข้าน้อยกับทูจื่อแล้ว ก็มีเพียงพี่ชายคนนั้นที่
ตายไปแล้วที่ล่วงรู้…”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็แสยะยิ้มออกมา “ซานไล่จื่อ เจ้าไม่กลัวว่าช่องทางนี้จะถูกทหารที่เฝั้าประตูเมืองหลวงพบเข้าอย่าง
นั้นหรือ? เพราะกำแพงเมืองมีเวลาที่จะต้องซ่อมแซมอยู่ประจำ!”
เขาจำได้ขึ้นใจ กำแพงเมืองนี้เป็นด่านที่สำคัญของเมืองและคอยเป็นปราการให้ความปลอดภัยกับประชาชนที่
อาศัยอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ และยังใช้สกัดโจรผู้ร้ายไม่ให้หนีลอยนวลออกจากเมืองหลวง แต่ถ้าใช้เวลาในการซ่อมแซม
และเสริมความเเข็งแกร่งให้กับกำแพงเมืองที่ยาวนั้นย่อมใช้เวลาที่ยาวนาน อีกทั้งต้วนอวี้เหมือนจำเนื้อหาในหนังสือเล่ม
หนึ่งที่เคยอ่านได้ว่า ในแต่ละปีจะมีการกำหนดให้ทหารที่รักษาประตูเมืองออกตรวจตราฐานของกำแพงเมืองก่อน เพื่อที่
จะไม่ให้มีช่องทางที่เกิดขึ้นเหมือนกับที่ซานไล่จื่อมีอยู่
เมื่อฟังที่ซานไล่จื่อได้พูด ช่องทางตรงกำแพงเมืองได้เคยซ่อมแซมและเสริมกำลังมานานหลายปีแล้ว จนมาถึงมือ
ของซานไล่จื่อก็น่าจะไม่เกินหนึ่งปี แต่ถึงตอนนี้ทำไมยังไม่มีทหารมาพบอีก ทว่าเรื่องนี้ยังมีอีกหลายจุดที่น่าสงสัย
ชายหนุ่มยังคงครุ่นคิดหาวิธีการส่งต้วนอวี้ไปให้กับนักฆ่าอยู่ ตลอดทางเดินนั้นเขายังคงคิดหาข้ออ้างและวิธีที่จะ
ให้ต้วนอวี้ออกหน้าแต่โดยดี เพื่อดึงความสนใจจากนักฆ่าและให้นักฆ่าจัดการสังหารเขาเสีย
วิธีการไม่ใช่ว่าจะไม่มี เพียงแต่เขาต้องรีบวางแผนและลงมือโดยเร็ว ก่อนอื่นต้องสร้างความเชื่อใจจากต้วนอวี้ให้
ได้ หลังจากนั้นค่อยหลอกให้ตายใจและออกหน้าไปหานักฆ่าด้วยความสมัครใจเอง
ชายหนุ่มตัดสินใจแล้วว่าจะใช้วิธีนี้ เขาจะต้องสร้างความเชื่อใจจากต้วนอวี้โดยเริ่มจากเล่าเรื่องต่างๆ ให้กับเด็ก
น้อยฟัง
ถึงแม้ซานไล่จื่อจะเรียนมาน้อยและไม่เข้าใจหลักการเสียเท่าไร ทว่าเขากลับรู้ว่าควรจะสร้างความเชื่อใจได้
อย่างไร และหาเรื่องใดมาพูดคุย ฉะนั้นจนถึงตอนนี้เขาก็เต็มใจที่จะตอบคำถามที่ต้วนอวี้ถามออกมาทั้งหมดทุกข้อ ทั้งยัง
อธิบายไขข้อสงสัยที่เด็กน้อยยังไม่รู้ให้กระจ่าง
ซานไล่จื่อคิดอยู่ในใจเสมอว่าเรื่องพวกนี้คงไม่มีประโยชน์อันใดสำหรับต้วนอวี้อีกต่อไปแล้ว เพราะคนที่ใกล้จะ
ตาย ย่อมไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นถ้าต้วนอวี้อยากรู้อะไร เขาก็ยินดีที่จะตอบทั้งนั้น
ความคิดของชายหนุ่มที่มีต่อต้วนอวี้นั้น เป็นเพียงแค่คนที่ใกล้จะตาย เขาจึงเต็มใจที่จะพูดคุยเรื่องต่างๆ และ
พยายามสร้างความสนิทสนมให้มากขึ้น
ในช่องทางเดินที่เงียบสงัด จู่ๆ ซานไล่จื่อก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่นทำให้คนที่เหลือต่างตกใจกันไปหมด ต้วนอวี้
กลับขมวดคิ้วขึ้นมาและพูดเสียงเรียบ “ซานไล่จื่อ เจ้าหัวเราะได้น่าเกลียดยิ่งนัก มีเรื่องอันใดให้น่าขำกัน?”
คำพูดของต้วนอวี้เหมือนเป็นการตอกหน้าซานไล่จื่อเข้าอย่างจัง แต่ในเมื่อเขาตัดสินใจจะสร้างความเชื่อใจจากต้
วนอวี้แล้ว เขาจึงต้องอดทนไม่ตอบอะไรกลับไป… ที่จริงแล้วในใจของชายหนุ่มกลับวางใจมากขึ้นไปอีกที่ต้วนอวี้พูดตอก
หน้าออกมาตรงๆ เพราะอย่างไรเสีย อีกฝั่ายก็แสดงอารมณ์ที่เด็กน้อยคนหนึ่งควรแสดงออกมาแล้ว
ซานไล่จื่อหุบปากลงในทันที เขายังคงเดินต่อไปและพูดเสียงเบาๆ ว่า “คุณชายอาจจะไม่รู้… ทหารที่รักษาประตู
เมืองมีใครกันที่ยอมจะทำงานลำบากเเบบนี้ ทุกครั้งที่มีงานซ่อมแซมและเสริมความเเข็งแกร่งประตูเมืองก็จะว่าจ้างให้
พวกข้าน้อยมาทำงานที่ใช้แรงหนักอย่างนี้แทน… ยกตัวอย่างเช่น ให้ถมดินกลบหลุมตรงฐานกำแพงให้เรียบ หรือไม่ก็ใช้
แรงงานอย่างหนัก เงินก็แทบจะไม่ได้ แถมยังเหนื่อยสายตัวแทบขาดอีก…”
พอได้ฟังที่ซานไล่จื่อพูดพล่ามออกมาอย่างไม่มีประโยชน์อะไร ต้วนอวี้ก็พูดตัดบทอย่างรำคาญ “พูดเข้าเรื่อง
หน่อย!”
บัดนี้ต้วนอวี้อดทนฟังไม่ไหวแล้ว ซานไล่จื่อจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “อันที่จริง คุณชายอาจจะยังไม่ทราบ ใน
แต่ละปีเวลาใกล้ถึงการซ่อมประตูเมือง พรรคพวกของข้าน้อยก็จะใช้ไม้ทำฟืนมาตั้งและโบกทับด้วยดิน จากนั้นก็ทำแบบ
นี้โดยให้ดูเหมือนแข็งแรงแต่จริงๆ แล้วกลับทำแบบไม่แข็งแรง จนถึงเวลาตรวจรับ พรรคพวกของข้าน้อยก็จะใช้เงินจ่าย
ให้กับพวกทหารเพื่อจะได้ทำเป็นมองผ่านๆ ไป!”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจ ‘เขาใช้ทุกวิถีทางปกปั้องเส้นทางนี้จริงๆ’ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงการที่ต้วนอวี้
รู้จักเส้นทางนี้แล้ว ซานไล่จื่อก็คงไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตรอดต่อไปแน่นอน เช่นนั้น ถ้าจะกลัวก็คงกลัวที่ซานไล่จื่อมีความ
คิดชั่วร้ายขึ้นในใจแล้ว ขอเพียงไปถึงวัดร้างก็คงเอาตัวเขาส่งให้นักฆ่าจัดการแต่โดยดีเป็นแน่?
เด็กน้อยเดินไปคิดไป เดิมทีต้วนอวี้คิดจะจัดการซานไล่จื่อแล้วเอาเส้นทางนี้มาใช้ประโยชน์ ทว่ากลับหยุดความ
คิดนั้นไปเพราะดูแล้วเป็นการเอาเปรียบซานไล่จื่อ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าซานไล่จื่อผู้นี้คิดกำจัดเขาขึ้นมาแล้ว
เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดกับการเล่นงานเพื่อหวังผลประโยชน์จากช่องทางนี้
คำโบราณกล่าวว่าเพื่อประโยชน์ของตนจึงยอมทะเลาะตบตีเพื่อจะได้สิ่งที่ต้องการมาครอบครอง ไม่ว่าจะยุคไหน
สมัยไหนล้วนแล้วแต่เหมือนกันทั้งสิ้น พูดได้ว่าซานไล่จื่อคิดจะเล่นงานต้วนอวี้ แต่คงจะกลายเป็นถูกต้วนอวี้เล่นงานกลับ
จนสูญเสียสิ่งที่มีไปมากกว่า
ซานไล่จื่อ… เจ้ามันรนหาที่เอง
บัดนี้ต่างคนต่างมีความคิดที่จะจัดการอีกฝั่าย ทั้งยังหาทุกวิธีเพื่อให้อีกฝั่ายตกหลุมพราง ต่อไปคงต้องดูว่าวิธีการ
ของใครที่เหนือชั้นกว่ากัน!