การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 334-335 ต่างฝั่ายต่างคิดร้ายต่อกัน
ต้วนอวี้พลันรู้สึกโล่งใจขึ้นมา เมื่อคิดได้ดังนั้น
ทว่าช่องทางลับใต้กำแพงเมืองเดิมทีก็แคบอยู่แล้ว พอสามคนเดินเข้าไปยิ่งทำให้ดูคับแคบขึ้นไปอีก ได้ยินเสียง
การก้าวเท้า แม้กระทั่งเสียงหายใจเข้าออกของทั้งสามคนก็ได้ยินอย่างชัดเจน
ซานไล่จื่อที่เดินอยู่ข้างหน้าเมื่อเจอทางโค้งหรือมุมต่างๆ มักจะพูดเตือนต้วนอวี้ขึ้นทุกครั้ง ส่วนทูจื่อที่อยู่ด้านหลัง
ก็เดินตามไปอย่างเงียบๆ
ทั้งสามคนเดินมานานเท่าไรก็สุดรู้ ทว่าก็ยังไม่ถึงปลายทางเสียที ยิ่งกำแพงเมืองหนามากเท่าไร ยิ่งทำให้ช่องทาง
เดินนี้ยาวมากตามไปเท่านั้น จนต้วนอวี้รู้สึกเบื่อหน่าย กอปรกับยังไม่มีข้าวและนํ้าตกถึงท้องก็โดนจับตัวมาก่อนแล้ว
เวลานี้ท้องจึงร้อง “โครกคราก” ขึ้นมาด้วยความหิวโหย
ตั้งแต่ที่ซานไล่จื่อกับทูจื่อจับตัวเขามาก็ยังไม่ได้ให้ต้วนอวี้กินอะไรแม้แต่อย่างเดียว เดิมทีต้วนอวี้หมายจะจัดการ
ซานไล่จื่อตั้งแต่อยู่ที่ห้องเก็บฟางแล้ว จึงทำให้ลืมความหิวไป แต่บัดนี้ด้วยระยะทางที่ไกลและยิ่งอยู่ในที่คับแคบจึงได้ยิน
เสียงท้องของต้วนอวี้ร้องออกมาเสียงดัง
ต้วนอวี้เอามือลูบไปที่ท้องและกวาดสายตามองไปโดยรอบ แสร้งถามซานไล่จื่อขึ้นมา “ซานไล่จื่อ บอกข้ามาตาม
ตรงเถอะ กำแพงแห่งนี้รักษาไว้จนถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เจ้าไม่กลัวทูจื่อจะนำเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นฟังบ้างอย่างนั้น
หรือ? เอาง่ายๆ ถ้าเป็นพ่อแม่ของทูจื่อ ใครจะมารับประกันว่าจะไม่เล่าให้ฟัง?”
ต้วนอวี้ไม่แน่ใจซานไล่จื่อได้นำของกินมาด้วยไหม ต่อให้เอามาด้วย แต่นิสัยที่ชอบวางแผนชั่วร้ายของซานไล่จื่อ
คงจะต้องใส่ยาบางอย่างให้เขาอาจถึงแก่ชีวิต ฉะนั้นต้วนอวี้จะไม่มีทางเอาตัวเข้าไปเสี่ยงโดยรับของกินจากอีกฝั่าย
แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ไม่ได้กินวันเดียวก็หิวจนไส้จะขาด ต้วนอวี้จึงพยายามหาเรื่องอื่นมาเบี่ยงเบนความ
สนใจ เพื่อให้ลืมความหิวไป
ทูจื่อได้ฟังก็คิดในใจว่าต้วนอวี้ก็ไม่ใช่ธรรมดาเหมือนกัน! พอพูดก็หาเรื่องให้กับเขาเสียแล้ว เพียงแต่ทูจื่อไม่ยอมให้
ซานไล่จื่อเกิดความสงสัยในตัวเขาเป็นอันขาด เมื่อถูกต้วนอวี้พูดสร้างเรื่องให้ ทูจื่อก็รีบยกมือขึ้นสาบานต่อหน้าซานไล่
จื่อ “พี่สามก็รู้ว่าข้าเป็นคนเช่นไหน ฉะนั้นพี่สามโปรดวางใจได้ เรื่องนี้ข้าไม่เคยเล่าให้ผู้ใดได้ฟังแม้แต่คนเดียว อีกอย่าง
เรื่องนี้เราสองคนก็ได้สาบานต่อหน้ากันแล้วด้วย!”
ซานไล่จื่อวางใจในตัวทูจื่ออยู่แล้ว แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่าพอต้วนอวี้พูดขึ้นมา ทูจื่อก็มีท่าทีลนลานไปหมด นิสัย
เช่นนี้จะทำการใหญ่ได้อย่างไรกัน!
ชายหนุ่มคิดดูถูกทูจื่ออยู่ในใจ พลางจ้องไปที่อีกฝั่ายแล้วพูดเสียงตํ่า “เจ้าจะลนลานไปทำไม? ข้ามั่นใจในตัวเจ้าว่า
ไม่มีทางบอกเรื่องนี้ให้กับใครได้รู้อยู่แล้ว จงจำไว้ว่าคำสาบานที่พูดไว้ไม่ใช่เรื่องที่พูดล้อเล่นกัน ต่อให้เจ้าอยากจะเล่าก็คง
ไม่กล้าเล่าออกมาใช่หรือไม่?”
เมื่อทูจื่อได้ยินที่ซานไล่จื่อพูดออกมาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา… คนอื่นไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขา! ว่าเมื่อใดที่ซานไล่จื่อเอา
จริงขึ้นมาน่ากลัวเพียงใด ถ้าเขากล้านำเรื่องนี้ไปบอกคนอื่นมีหวังคงโดนถลกหนังเป็นแน่
แม้ทูจื่อจะรอดพ้นจากความสงสัย แต่นั่นกลับสร้างความแค้นที่ทูจื่อมีต่อต้วนอวี้ขึ้นมาแทน… ถ้าไม่ใช่ต้วนอวี้ที่
พูดเสี้ยมมีหรือที่พี่สามจะสงสัยในตัวเขา เพราะพรรคพวกต่างรู้กันดี ถ้าใครทำให้ซานไล่จื่อสงสัยมักจะมีจุดจบไม่ดีแม้แต่
คนเดียว…
ปกติทูจื่อเป็นคนที่คิดอะไรก็มักจะพูดออกมาตรงๆ เขามองไปที่ต้วนอวี้ด้วยสายตาที่ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “ข้า
น้อยว่าคุณชายอย่าใช้วิธีเสี้ยมให้ความสัมพันธ์ของข้าน้อยกับพี่สามต้องห่างเหินกันจะดีกว่า ถ้าจะมีคนเอาเรื่องนี้ไปเปิด
เผยให้คนอื่นได้รับรู้เห็นทีคนนั้นจะต้องไม่ใช่ข้าน้อย แต่กลับเป็นคุณชายเสียมากกว่า เพราะคุณชายเป็นคนที่สามที่รู้เรื่อง
นี้และยังไม่เคยสาบานต่อหน้าพี่สามอีกด้วย!”
เมื่อซานไล่จื่อได้ยินที่ทูจื่อพูดก็รีบพูดห้ามออกมา “ทูจื่อ… เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่เนี่ย คุณชายไม่ได้เป็นคนอย่างที่
เจ้าคิด ถ้าข้าไม่เชื่อใจเขาก็คงไม่พามาทางนี้เป็นแน่ ถ้าเจ้ายังขืนกล้าพูดพล่อยๆ อีกละก็ ข้าจะตัดลิ้นของเจ้าออกมา!”
ทูจื่อได้ยินก็รีบปิดปากเงียบกริบไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก ทว่าเพียงครู่เดียวก็บ่นพึมพำเสียงเบา “หึ! พี่สามเป็น
คนดีจริงๆ จึงไม่สงสัยในตัวคุณชายอย่างเจ้า แต่สำหรับข้านั้น เจ้าไม่ใช่คนดีอะไร ถ้าเกิดมีคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า จะต้องเป็น
เจ้าที่เป็นคนเปิดเผยออกไป!”
เมื่อเห็นท่าทูจื่อจะพูดพล่อยๆ ออกมา ซานไล่จื่อจึงรู้สึกโกรธและยกมือเข้าไปตบหน้าของเขา พร้อมกับพูดโกรธๆ
“เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้าอีกทูจื่อ เมื่อครู่ไม่ได้ยินที่ข้าพูดใช่หรือไม่? องค์ชายใช่คนที่เจ้าจะสงสัยได้อย่างนั้นหรือ?”
ชายหนุ่มกลัวว่าต้วนอวี้จะล่วงรู้แผนการชั่วร้ายในใจของเขา อ้าปากตวาดเสียงดังลั่นพร้อมกับตบหน้าทูจื่อไป
อย่างแรง จนเขาเกือบจะล้มลงไปกับพื้น นํ้าตาของทูจื่อเอ่อล้นขึ้นมาจนเต็มสองเบ้าตา
ปกติเพียงแค่ซานไล่จื่อพูดทูจื่อก็กลัวจะตายอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ซานไล่จื่อไม่เพียงลงมือกับเขา ยังช่วยปกปั้องคน
นอกอย่างต้วนอวี้อีก จนเขารู้สึกไม่ยุติธรรม เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะต้วนอวี้ทั้งหมด… เมื่อก่อนที่ต้วนอวี้จะ
ปรากฏตัวขึ้น แม้ซานไล่จื่ออาจจะมีดุบ้าง ใช้งานหนักบ้าง แต่ไม่เคยที่จะด่าทอและลงไม้ลงมือเช่นนี้มาก่อน เขาจึงยิ่ง
รู้สึกน้อยใจขึ้นมา พลางคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดมีสาเหตุมาจากต้วนอวี้ที่ต้องการสร้างความแตกแยกให้กับพวกเขา
“เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า ถ้าวันใดมีคนรู้เรื่องช่องทางลับนี้ ต้องเป็นเจ้า… จะต้องเป็นเจ้าแน่ๆ ที่เอาไปบอกคน
อื่น!”
ซานไล่จื่อได้ยินที่ทูจื่อพูดก็ยิ่งโมโหขึ้นไปอีก เขาจึงเตะไปที่ขาของทูจื่อและด่าทอ “ถ้าเจ้ายังขืนพูดอีก จะไสหัวไป
ไหนก็ไป!!!”
เมื่อต้วนอวี้เห็นทั้งสองคนทะเลาะกันพอหอมปากหอมคอ ก็รู้ได้ทันทีว่าซานไล่จื่อมีแผนการช่วยร้ายอยู่ภายในใจ
แน่นอน จึงทำให้เขาผิดแปลกไปเช่นนี้ เด็กน้อยยืนมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง กล่าวว่า “ทูจื่อ เจ้าไม่รู้หรือว่าคำไหนควรพูด
ออกมา คำไหนไม่ควรพูดออกมา ดังนั้นข้าจึงไม่แปลกใจที่เจ้าโดนตบแบบนั้น… คุณชายอย่างข้าอยู่จวนหลังโต ทานแต่
ของชั้นเลิศ ต่อให้กลางคํ่ากลางคืนอยากจะออกเมืองก็มีวิธีทำให้ประตูเมืองเปิดออกได้อย่างง่ายดาย… ทูจื่อ เจ้าคงไม่คิด
ว่าคุณชายอย่างข้าจะไร้นํ้ายา จนต้องมาขุดช่องเท่ารูหมาลอดเช่นนี้กระมัง”
ซานไล่จื่อรู้สึกทนไม่ไหวที่ต้วนอวี้กล้ามาพูดต่อว่าช่องทางนี้เล็กเหมือน ‘รูหมาลอด!’
คุณชายไม่ใช่คนสูงส่งหรอกหรือ? ไฉนตอนนี้กลับมาอยู่ที่ ‘รูหมาลอด’ กับพวกเขาด้วยเล่า?
คำพูดเหล่านี้ซานไล่จื่อได้แต่คิดอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าเอ่ยออกมา จากนั้นก็มองไปที่ทูจื่อที่ก้มหน้าก้มตาอยู่ ชายหนุ่ม
รู้สึกว่าทูจื่อช่างโง่เขลาเสียจริงจนเขาต้องออกโรงด่าทอไปหนึ่งคำรบ
แต่ด่าทอก็ส่วนด่าทอ พูดจบแล้วก็แล้วกัน สรุปแล้วซานไล่จื่อก็เข้าใจความคิดของต้วนอวี้ทั้งหมด คุณชายที่ดู
สูงส่งคนนี้ให้ความสำคัญต่อชื่อเสียงเป็นที่สุด ถ้าคนอื่นล่วงรู้ว่าเขาต้องมาอยู่ในช่องรูหมาลอดนี้เข้า คิดไม่ออกเลยว่าเขา
จะเอาหน้าบางๆ นี้ไปไว้ที่ไหนกัน?
ชายหนุ่มคิดได้ดังนี้ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา เขาหันไปเตะขาทูจื่ออีกครั้ง ก่อนหันหลังกลับมายิ้มกว้างให้กับต้วนอวี้
“คุณชาย… ทูจื่อไม่ค่อยรู้ความ อย่าได้ถือสามันเลยขอรับ!”