การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 336 สร้างความไม่ลงรอย
คำพูดคำจาที่ทูจื่อเอื้อนเอ่ยกับต้วนอวี้นั้นถือว่าไม่ดีอย่างยิ่ง ช่างแตกต่างกับคำที่ซานไล่จื่อพูดกับต้วนอวี้อย่างสิ้น
เชิง จนทำให้คนที่ฟังคล้ายอยากจะอาเจียนออกมาเมื่อฟังไปเพียงครึ่งเดียว
เด็กน้อยเหลือบตามองไปยังซานไล่จื่อด้วยสายตาเย็นชา ‘ข้าไม่มีทางเชื่อคำพูดของเจ้าอีกต่อไปแล้ว……ซานไล่
จื่อ!’ ต้วนอวี้คิดในใจ
ซานไล่จื่อคนนี้เป็นบุคคลอันตรายเหมือนอสรพิษ ซึ่งต้วนอวี้ไม่รู้เลยว่าจะถูกงูอสรพิษตัวนี้แว้งกัดเมื่อใด
เด็กชายเหลือบตาไปมองซานไล่จื่อแวบเดียวก็ไม่มีอารมณ์มองต่อไปอีก เขาก้มหน้าลงและพูดด้วยความโกรธ “ทู
จื่อ ถ้าขืนเจ้ายังกล้าพูดอะไรออกมาอีก เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะตัดลิ้นของเจ้าออก……ให้เป็นคนใบ้ไปเลย!”
อีกฝั่ายสะดุ้งโหยงจนรีบปิดปากเงียบไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว
ทางด้านซานไล่จื่อที่เห็นต้วนอวี้กำลังพูดกดดันทูจื่ออยู่ก็รู้สึกไม่สบายใจ ทว่าเขาก็ไม่กล้ามากพอที่จะต่อว่าต้วนอวี้
ไม่รู้ด้วยเหตุอันใด สายตาของต้วนอวี้เมื่อครู่ กลับทำให้เขาตกใจจนพูดไม่ออกเหมือนทูจื่อ ความรู้สึกนั้นเหมือนกับโดน
คนอ่านความคิดจนขาดหมดสิ้น
ที่จริงซานไล่จื่ออยากด่าทอต้วนอวี้อีกสักสองสามประโยค แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงก็คือ สายตาที่ทูจื่อมองมานั้นครึ่ง
หนึ่งเป็นความอึดอัดใจ ส่วนอีกครึ่งเป็นความแค้นที่ส่งผ่านออกมาทางสายตา เห็นทีทูจื่อคงจะเกลียดซานไล่จื่ออยู่ไม่
น้อย
ซานไล่จื่อชะงักไปจนไม่ด่าทอคำพูดที่คิดเอาไว้ ที่จริงแล้วทูจื่อเป็นคนซื่อตรง ไม่ว่าเรื่องอะไรเกิดขึ้นมักถามความ
คิดเห็นของพี่สามอยู่เสมอ แต่คนแบบนี้เวลาคิดจะหักหลังขึ้นมาก็สามารถทำได้ทุกอย่างที่คาดไม่ถึงมาก่อนเช่นกัน
ชายหนุ่มรู้ดีว่าหลายปีมานี้ที่ทูจื่อได้ติดตามเขามานานหลายปี เรื่องชั่วร้ายที่ทำมาด้วยกันก็มากมี ทว่าเรื่องดีนั้น
แทบจะไม่ปรากฏ ถึงแม้ว่าทูจื่อคนนี้จะดูไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร แต่ว่าเขารู้ความลับของซานไล่จื่ออยู่ไม่น้อย พูดได้ว่าถ้า
เป็นศัตรูกับทูจื่อขึ้นมา ซานไล่จื่อมีหวังอยู่ไม่เป็นสุขแน่นอน
เมื่อมาถึงจุดนี้ซานไล่จื่อที่เดิมทีอยากจะให้ต้วนอวี้ช่วยพูดขอร้องแทนทูจื่อนั้น เห็นทีซานไช่จื่อต้องพูดใหม่เป็นว่า
“คุณชายช่วยปล่อยพรรคพวกผมคนนี้ไปเถอะ หนทางข้างหน้ายังอีกไกล คนยิ่งเยอะก็ยิ่งช่วยกันได้มากไม่ใช่หรือ?”
คำพูดของซานไล่จื่อเป็นเพียงพูดอ้อมๆ ให้ต้วนอวี้ช่วยพูดขอร้องแทนทูจื่อ โดยที่เปั้าหมายของเขาคือไม่อยากให้
ต้วนอวี้รู้สึกไม่ดี และไม่อยากให้ทูจื่อคิดกบฏกับเขา… แต่เวลานี้เรื่องที่อยู่ตรงหน้าก็คือ หลังจากที่ต้วนอวี้ฟังซานไช่จื่อพูด
ออกมาก็หัวเยาะ “เหอะ เหอะ” ออกมา จากนั้นต้วนอวี้เบียดตัวไปอยู่ด้านหลังแล้วใช้มือผลักทูจื่อพร้อมกับพูดนํ้าเสียง
เย็นชา “ทูจื่อ เจ้าฟังคุณชายอย่างข้าให้ดี ถ้าไม่ใช่ว่าทางข้างหน้ายาวขนาดนี้ละก็ ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้เป็นแน่……”
เมื่อพูดจบต้วนอวี้ก็หันมาพูดพึมพำกับตัวเขาเอง “ซานไล่จื่อพูดไม่ผิดจริงๆ ทูจื่อคนนี้ก็แค่คนใช้กำลัง เอามาใช้
รองมือรองเท้าก็เพียงพอ……”
แม้ว่านํ้าเสียงของต้วนอวี้จะไม่ดัง ทว่าช่างประจวบเหมาะกับที่ซานไล่จื่อกับทูจื่อสามารถได้ยินทุกคำพูด รอยยิ้ม
ที่มุมปากของซานไล่จื่อได้หุบลงในทันที… สองประโยคเมื่อครู่ที่ต้วนอวี้พูด แม้ภายนอกอาจไม่ได้มีอะไรมาก แต่ที่จริง
เป็นเหมือนมีดทิ่มแทงเข้ากลางใจ… ทูจื่อแต่ไหนแต่ไรเป็นคนที่มีจิตใจคับแคบ พอได้ยินที่ต้วนอวี้พูดเข้าให้ ก็คิดเป็นจริง
เป็นจังว่าเขาได้เป็นคนที่ใช้กำลังแต่ไม่ค่อยจะใช้สมองเท่าไร
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของต้วนอวี้คงไม่ทำให้ทูจื่อคิดตั้งตัวเป็นกบฏกับเขาแน่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มองเห็นความ
เกลียดชังที่ได้เริ่มปลูกขึ้นในใจของทูจื่อเข้าแล้ว
เมื่อซานไล่จื่อเห็นเช่นนั้นก็เกือบจะกัดฟันกรอดๆ ออกมา เวลานี้จะให้เป็นศัตรูอาจจะยังไม่เหมาะ ทว่าสิ่งที่ทำได้
ในตอนนี้ก็คือทำให้ต้วนอวี้ไปที่วัดร้างให้ได้ อีกอย่างฝีมือการต่อสู้ที่ดีของต้วนอวี้ก็เคยเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาเขามา
แล้ว… บัดนี้ซานไล่จื่อเชื่อว่า ถ้าเกิดสร้างความไม่พอใจให้กับต้วนอวี้เกรงว่าจะมีจุดจบในชีวิตที่ไม่ดี
ต้วนอวี้ไม่อาจล่วงเกินได้ ทูจื่อก็ไม่อาจสร้างความห่างเหินให้ ซานไล่จื่อคิดมาสักพักแล้ว จากนั้นก็พูดอมยิ้มว่า
“คุณชาย… ทูจื่อเป็นคนที่รักพวกพ้องไม่น้อย ภายในสองปีที่ผ่านมา ถ้าไม่มีการออกหน้าจัดการไปก่อน ถึงตอนนี้นางคง
ตายไปแล้วสิบกว่ารอบแล้ว”
สิ่งที่ซานไล่จื่อได้พูดก็เพื่อเอาอกเอาใจต้วนอวี้และทูจื่อ รวมทั้งต้องการเปลี่ยนคำพูดของต้วนอวี้ที่ว่า “ใช้กำลังแต่
ไม่ค่อยจะใช้สมองเท่าไร” เปลี่ยนเป็นพรรคพวกที่รวมเป็นร่วมตายด้วยกัน
ทูจื่อได้ยินที่ซานไล่จื่อพูดออกมา สีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งใจ เขาเอามือ
ลูบหัวพร้อมกับหัวเราะขึ้น “ฮ่า ฮ่า! ที่จริงคนอย่างทูจื่อเป็นคนไม่ได้ใจกว้าง มีเพียงพี่สามที่ไม่รังเกียจ จึงมีข้าในวันนี้”
ในทุกวันนี้มีทั้งอาหารให้ทาน เสื้อผ้าให้นุ่งห่มในฤดูหนาว แม้ว่าซานไล่จื่อจะเป็นคนหน้าเงินแต่เขาก็พูดถูกที่ว่า
ยศถาบรรดาศักดิ์มีไว้สำหรับที่มีเงินทอง ส่วนคนที่ยากจนนั้นขอเพียงให้ท้องอิ่มเพียงมีเเรงเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า
เด็กน้อยมองไปที่ซานไล่จื่อที่ยิ้มกว้างออกมาอย่างเบิกบานใจ การตั้งใจสร้างความแตกแยกของต้วนอวี้ให้กับพวก
เขาสองคนกลับทำให้ความรู้สึกนั้นแนบแน่นขึ้นไปอีก ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์บีบบังคับ สองคนนี้ก็คงจะต้องเปิดศึก
กันไปแล้ว
ต้วนอวี้ทนเห็นคนอื่นได้คืบเอาศอก จองหองพองขนไม่ได้ ตอนนี้เองเขาได้มองไปรอบๆ และพูดเสี้ยมซานไล่จื่
ออีกสองสามประโยค ถ้าเอาเรื่องมิตรภาพกับความสัมพันธ์มาใช้ประโยชน์คงไม่ได้ผล แต่ต้วนอวี้เชื่อว่าถ้าเขาออกแรงอีก
นิดหน่อยก็สามารถทำให้สองคนนี้กลายเป็นศัตรูคู่แค้นต่อกันได้
เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่สุกงอมก็เท่านั้น ท่าทางที่แสดงความรักอย่างแนบแน่นของซานไช่จื่อกับทูจื่อนั้น
ช่างทำให้ต้วนอวี้ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาจึงร้อง “เห้อ” ออกมา จากนั้นท้องของเขาก็เริ่มร้องโครกครากด้วยความ
หิวโหย
ซานไล่จื่อได้ยินเสียงท้องร้องของซานไล่จื่อขึ้นมา ทำให้เขานึกขึ้นได้ว่ามัวแต่พูดคุยกัน จนลืมเอาอาหารแห้งของ
ต้วนอวี้ติดมาด้วย
การหิวของต้วนอวี้ในเวลานี้ ซานไล่จื่อสามารถยืมใช้ประโยชน์ได้ ทว่าซานไล่จื่อในเวลานี้กลีบมาเป็นปกติจนได้
รับความเชื่อใจต้วนอวี้อีกครั้ง การได้แต่พูดเสี้ยมย่อมสู้การดูแลใจใส่ไม่ได้ พอซานไล่จื่อได้รู้ต้วนอวี้กำลังหิวอยู่จึงรีบ
เข้าไปดูแล
ซานไล่จื่อกำลังครุ่นคิดในใจ แต่มือของเขากลับล้วงเข้าไปหยิบอาหารแห้งที่พกติดตัวมาด้วยอย่างเบามือ
“คุณชายตรงนี้มีของกิน… คุณชายคงหิวแล้วใช่ไหมขอรับ? ดูสิ ตลอดทางที่ผ่านมาข้าน้อยลืมนำอาหารแห้งไปให้ พึ่งจะ
มานึกออกก็เวลานี้ขอรับ”
แม้ว่าสีหน้าของซานไล่จื่อดูออกถึงความจริงใจ แต่ว่าต้วนอวี้กลับไม่เชื่อถือคำพูดนั้น… ซานไล่จื่อเอามือล้วงเข้าไป
ในเสื้อหยิบขนมเปียะออกมา แต่ในใจของเขากลับอยากหยิบกริชเเหลมคมที่สามารถปลิดชีพของต้วนอวี้ได้ต่างหาก
เมื่อเปิดห่อกระดาษในมือของซานไช่จื่อออก ก็มีกลิ่นหอมของขนมปิง[1]ลอยมาเตะจมูก
ต้วนอวี้ที่หิวจนไส้จะขาดจึงรีบรับห่อขนมเปียะจากซานไช่จื่อมา แต่เมื่อถึงตอนที่จะหยิบใส่ปากเข้าไป อยู่ๆ ได้
เห็นทูจื่อส่งสายตาจ้องเขม็งมาที่เขา
อันที่จริงในห่อกระดาษก็ไม่ใช่ของกินดีๆ อะไรเป็นเพียงขนมปิงไส้หัวหอมเท่านั้น ที่ด้านหนึ่งผิวขรุขระ อีกด้าน
หนึ่งผิวเรียบสวย แต่ด้วยอากาศที่หนาวเหน็บทำให้ขนมเย็นชืดไปหมด พอจะหยิบเข้าปากก็รู้ขึ้นมาว่าเมื่อใส่ปากแล้ว
ต้องไม่อร่อยเป็นแน่
ช่วงหลายเดือนมานี้ในจวนต้วน ต้วนอวี้เคยชินกับอาหารและเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ดีไปแล้ว แต่เมื่อต้องเจอกับขนมปิง
ไส้หัวหอมที่ด้านหนึ่งผิวเรียบ ด้านหนึ่งผิวขรุขระ สำหรับทูจื่อถือเป็นขนมที่อร่อยกว่าเนื้อราคาแพงและของทะเลเป็น
ไหนๆ
…………………………………………………………
[1] ขนมปิง คือ ขนมที่ทำมาจากแปั้งมีลักษณะแบนและกลม เนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็ง