การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 338 รอยร้าว
“ทูจื่อ ขนมปิงชิ้นนี้ ข้าเปลี่ยนใจไม่ให้เจ้าแล้ว… เจ้าดูสิ พี่สามของเจ้าก็ต้องหิวเหมือนกับเจ้า คงยังไม่มีอะไรตกถึง
ท้องเป็นแน่……” เด็กชายหยุดเว้นจังหวะไปชั่วครู่แล้วเอ่ยประโยคต่อมาด้วยความสงสัย “หรือว่า……ตอนนี้เจ้าก็ยังคิด
อยากจะแย่งขนมปิงชิ้นนี้ของข้า โดยไม่นึกถึงพี่สามของเจ้าเลย?”
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำให้ทูจื่อถึงกับตะลึงงันจนหน้าถอดสีไป ทว่าเมื่อหันกลับไปมองสีหน้าของซานไล่จื่อ
กลับดูไม่ได้เช่นกัน
แม้เขาจะอยากกินขนมปิงมากเพียงใด แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของซานไล่จื่อ ก็รีบพูดอย่างตะกุกตะกักออกมา
ทันที “ใครบอกกันเล่าว่าข้าไม่นึกถึงพี่สาม… ขนมปิงชิ้นนี้ ข้าตั้งใจจะแบ่งกับพี่สามคนละครึ่งต่างหากเล่า!”
ต้วนอวี้เบือนปาก ด้วยไม่เชื่อในสิ่งที่ทูจื่อพูดออกมา ทว่าสีหน้าของซานไล่จื่อก็ยังคงมีนิ่ง ไม่พูดไม่จาดุจเดิม
“ทำไมข้ากับพี่สามถึงต้องแบ่งขนมปิงกันคนละครึ่ง แต่เจ้ากลับได้กินหนึ่งชิ้นเพียงคนเดียวด้วย” ทูจื่อพูดต่อด้วย
อารมณ์โมโห
ต้วนอวี้เม้มปากแน่นมองไปที่ขนมปิงที่กินไปแล้วกว่าครึ่ง เขาพูดไปขณะที่ขนมปิงอยู่ในปาก ฟังดูอู้อี้ทว่ารู้เรื่อง
“เพราะว่าข้าช่วยพวกเจ้าหาเงินอย่างไรเล่า ส่วนเจ้าก็จะได้เงินแบ่งกับพี่สาม”
เรื่องเงินเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้วนอวี้พูดจบก็เสมองไปยังใบหน้าที่เคร่งขรึมของซานไล่จื่อพลางยิ้มเยาะในใจ
ทำให้ทูจื่อที่ยืนอยู่ข้างหลังไม่กล้าเปล่งวาจาใดออกมาอีก
เขาทิ้งระเบิดเวลาให้กับสองคนนี้ได้สำเร็จแล้ว เมื่อกินขนมในมือเสร็จ จึงโยนส่วนที่เหลืออีกชิ้นหนึ่งไปในมือของ
ซานไล่จื่อ “ขนมชิ้นนี้ พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันเถอะ……”
กล่าวจบก็ก้าวหลังถอยไปเพื่อรอดูอะไรสนุกๆ เขารู้แล้วว่าในใจของซานไล่จื่อไม่พอใจทูจื่อเป็นอย่างมาก ส่วนทูจื่
อก็ไม่พอใจเขาเช่นกันเหมือนกัน ทว่าสาเหตุความไม่พอใจของทูจื่อมาจากขนมปิงชิ้นที่เหลืออยู่ในมือของซานไล่จื่อต่าง
หาก
ใช่แล้ว! ในยุคศตวรรษยี่สิบเอ็ดที่ต้วนอวี้จากมา เขาเคยดูหนังเรื่องฆาตกรรมเลือดจากหมั่นโถว[1] เห็นทีตอนนี้
เข้าจะได้ชมมันอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?
ความโกรธของซานไล่จื่อใกล้จะปะทุออกมาเต็มทีแล้ว
ชายหนุ่มมองไปยังทูจื่อและหันกลับมามองขนมปิงที่อยู่ในมือ เขาระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ข่มความรู้สึกที่ไม่
พอใจลงไป ทว่าสิ่งที่ต้วนอวี้พูดมาเมื่อครู่ กลับแทงใจดำเขาเป็นอย่างยิ่ง
ทูจื่อคนนี้ รู้เรื่องของเขามากเกินไปแล้ว ทั้งยังถูกคนพูดเสี้ยมได้โดยง่าย เห็นทีถ้าทำภารกิจนี้เสร็จสมบูรณ์คงจะ
เก็บทูจื่อต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
แม้ภายในใจจะคิดเช่นนั้น แต่กลับแบ่งขนมปิงที่อยู่ในมือออกเป็นชิ้นใหญ่กับชิ้นเล็ก ชิ้นเล็กนั้นเขาเก็บเอาไว้เอง
ส่วนชิ้นใหญ่ก็ยกให้ทูจื่อและพูดอย่างใจกว้างว่า “ทูจื่อ เจ้ากินเยอะหน่อย คืนนี้จะได้มีแรงทำงาน!”
ทูจื่อที่เห็นขนมปิงชิ้นใหญ่อยู่ในมือเขาก็เกิดซาบซึ้งใจ ขอบคุณอีกฝั่ายเสียงดังด้วยความดีใจ “ขอบคุณพี่สาม ทู
จื่อจะติดตามพี่สามไปตลอดชีวิตเลย!”
แม้จะเห็นอีกฝั่ายมองมาอย่างซาบซึ้งใจ แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตามไปด้วยแม้แต่น้อย… แค่บุญคุณเล็กๆ น้อยๆ ก็
สามารถซื้อใจเขาได้แล้วหรือ ต่อไปถ้าคนอื่นมีบุญคุณใหญ่กว่านี้คงยอมทำตามไปแล้วกระมัง
ต้วนอวี้เห็นเวลาในตอนนี้ได้จังหวะจึงเดินไปตรงหน้าซานไล่จื่อ แล้วกระซิบกระซาบด้วยนํ้าเสียงที่ได้ยินเพียงสอง
คน “ซานไล่จื่อ บนโลกใบนี้จิตใจของคนช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้นะ ไม่แน่ว่าพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกับเจ้ามานั้น อาจ
เห็นของกินมีค่ามากกว่าเจ้าก็เป็นได้”
เมื่อครู่ซานไล่จื่อมีความคิดจะจำกัดทูจื่ออยู่แล้ว ยิ่งมาได้ยินที่ต้วนอวี้พูดก็อดไม่ได้ที่จะตระหนกขึ้นมาอีกคำรบ
จนเขาต้องจ้องไปที่ต้วนอวี้ด้วยสีหน้าที่แฝงด้วยความรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน
ต้วนอวี้กำลังยุยงให้พวกเขาแตกแยกกัน ใช่ว่าซานไล่จื่อจะไม่รู้ ทว่าเขากลับมิได้แสดงความโกรธต้วนอวี้ออกมา
เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทั้งเขาและต้วนอวี้ต่างเห็นเป็นสายตาเดียวกัน ทูจื่อต้องการขนมปิงในมือของต้วนอวี้จนสามารถ
ทำทุกอย่างได้เพื่อสิ่งนั้นโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ชายหนุ่มรู้อยู่แก่ใจว่าทูจื่อไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่ต้วนอวี้พูดออกมา ก่อนหน้านี้เวลาความเป็นความตายเขาเลือกที่
จะเชื่อใจพี่น้อง ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเมื่อสักครู่นี้ กลับทำให้ความคิดของซานไล่จื่อเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
ตอนนี้ทูจื่อหาได้สำคัญกับเขาเหมือนเมื่อก่อนไม่
จิตใจของคนเรานั้นย่อมคิดแต่เรื่องของตนมาก่อนเสมอ จนดูเหมือนเห็นแก่ตัวในบางครั้ง เฉกเช่นสร้อยไข่มุกที่
สวยงาม หากถูกดึงให้ขาดจนเม็ดไข่มุกกระจัดกระจายไปทั่ว ก็ยากที่จะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม
ตอนนี้ความผิดเพียงเล็กน้อยที่เคยมองข้ามกลับมาเป็นเรื่องใหญ่ในสายตาของซานไล่จื่อ หลายปีมานี้ทูจื่อมีจุดที่
ทำผิดต่อเขามาไม่น้อย… การเอาหูไปนา เอาตาไปไร่เหมือนในอดีตนั้นได้จบสิ้นลงแล้ว นับจากนี้ต่อไปความเชื่อใจที่เขามี
ต่อทูจื่อ จะเป็นเฉกเช่นสร้อยไข่มุกที่ตกกระจัดกระจายและไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม
ชายหนุ่มหรี่ตาลงมองต้วนอวี้ด้วยความรู้สึกไม่พอใจในที… แม้ว่าเขาจะไม่พอใจทูจื่อมากเพียงใด ทว่าเขากลับไม่
พอใจต้วนอวี้มากกว่าเป็นเท่าตัว เพราะต้วนอวี้สร้างความขัดแย้งให้เขากับทูจื่อ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้สึกว่าต้วนอวี้มีความ
เฉลียวฉลาดและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน… พูดได้ว่าสิ่งนี้ทำให้ซานไล่จื่อรู้สึกถึงศัตรูที่ร้ายกาจในร่างของเด็กน้อย
ต้วนอวี้รีบหันหน้าไปอีกทางทันทีเมื่อสบตากับซานไล่จื่อโดยไม่ได้ตั้งใจ ทว่าจู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาเสียงเบาโดยมอง
ไปที่ซานไล่จื่อและพูดเสียงแผ่วเบาที่แทบจะไม่ได้ยิน “เป็นอะไรไป? เหตุการณ์เมื่อครู่ได้สร้างบาดแผลให้อย่างนั้น? หรือ
ว่าเจ้ามีความคิดอยากจะฆ่าทูจื่อให้ตาย?”
ชายหนุ่มเม้มปากแน่นขึ้นมาทันทีไม่พูดไม่จา เขานิ่งเงียบไป นั่นแสดงให้เห็นว่าซานไล่จื่อคิดเหมือนที่ต้วนอวี้พูด
เด็กน้อยไม่คาดคั้นถามต่อแต่เลือกที่จะหัวเราะออกมา “ฮ่า ฮ่า” กลบเกลื่อนแทนคำพูด
ทูจื่อที่ยืนอยู่ค่อนข้างห่างมัวแต่กัดขนมปิงคำใหญ่เคี้ยวในปากโดยไม่สนใคร ดังนั้นคำพูดของต้วนอวี้กับซานไล่จื่อ
นั้น ทูจื่อไม่ได้ฟังเข้าหูแม้แต่คำเดียว ต่อให้ได้ยินก็คงคิดไม่ถึงว่าความเชื่อใจของพี่สามที่ให้มาโดยตลอดแทบจะไม่เหลือ
แล้ว
ในเวลานี้ขนมปิงได้กินจนหมดแล้ว แต่ท้องก็ยังไม่อิ่มอยู่ดี ทูจื่อเอาแต่ยกมือลูบท้องของเขาพร้อมกับมองขนมปิง
ชิ้นเล็กในมือของซานไล่จื่อที่ยังไม่ได้กิน จากนั้นเขาก็ถามอย่างสงสัย “พี่สาม ทำไมยังไม่กินล่ะ?”
ซานไล่จื่อมองตามสายตาของทูจื่อก็พบว่าอีกฝั่ายกำลังจ้องมองมาที่ขนมปิงอย่างไม่ละสายตา ในใจของเขารู้สึก
ทรมาน เสียใจเป็นอย่างมาก ขนมปิงชิ้นเล็กในมือของเขาละม้ายได้เปลี่ยนเป็นยาพิษไปแล้ว จนซานไล่จื่อรู้สึกขยะแขยง
กับขนมปิงขึ้นมา เขายื่นขนมปิงในมือส่งไปให้ทูจื่อพร้อมกับเอ่ยว่า “ข้าไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่หิว เจ้ากินเถอะ!”
ทูจื่อรับขนมปิงในมือของซานไล่จื่อมาอย่างไม่ลังเลใจ เขากำลังจะจับมันยัดเข้าปากจู่ๆ กลับหยุดชะงักและถาม
ขึ้นอย่างแปลกใจ “ทำไมพี่สามไม่กินล่ะ… หรือว่าเมื่อบ่าย พี่แอบไปหาอะไรกินมาแล้ว?”
ถ้าเขาไม่กินขนมนี่……เช่นนั้นก็แสดงว่าจะต้องแอบกินอะไรมาแล้วเป็นแน่ เพราะว่าตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งสองคนก็อยู่
ด้วยกันตลอดจนถึงตอนนี้ ยกเว้นตอนกลางวันที่ต่างคนต่างหาขนมปิงมากินคนละหนึ่งชิ้น จนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึง
ท้องเลย! ฉะนั้นถ้าซานไล่จื่อบอกว่าไม่หิวก็คงจะเป็นเรื่องหลอกลวง และเหตุใดเขาถึงแสดงออกเหมือนไม่หิวด้วย หรือว่า
ซานไล่จื่อแอบไปหาอะไรกินคนเดียวจริงๆ โดยที่ทูจื่อไม่รู้
ถึงตอนนี้ชายหนุ่มเพิ่งพบว่าทูจื่อเป็นคนที่เห็นแก่กิน ทั้งยังไม่รู้จักแยกแยะสถานการณ์ที่ถูกที่ควร
สำหรับซานไล่จื่อเวลานี้มีแต่ความรู้สึกไม่พอใจอัดอั้นไว้กลางอก เขารู้สึกเสียใจที่ทำไมทูจื่อเป็นคนเห็นแก่กินได้
มากถึงเพียงนี้ เสียใจที่ตัวเขาเองทำไมต้องยื่นขนมปิงชิ้นเล็กให้ทูจื่อด้วย
[1] ฆาตกรรมเลือดจากหมั่นโถว มีชื่อภาษาอังกฤษว่า A bloody case caused by a steamed bun เป็น
ภาพยนตร์สั้นที่หูเกอ ได้ตัดต่อรวบรวมเรื่องเลวร้ายต่างๆ มาปรับและแต่งเนื้อหาเข้าไป โดยนำภาพยนตร์เรื่อง คนม้าบิน
(The Promise) รายการข่าว CCTV 12 และคณะละครสัตว์ Shanghai Circus World มาใช้ประกอบ