การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 341 ชีวิตของใครมีค่ามากกว่ากัน
สุราที่อยู่ในกระบอกมีอยู่ไม่น้อย ทั้งยังเป็นสุราที่มีความเข้มข้นสูง หรือว่าเจ้าสองคนนี้ไม่มีใครกลัวจะเมามายจน
ตายอย่างนั้นเลยหรือ
คำอธิบายของเรื่องนี้มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือสองคนนี้ชอบดื่มสุราเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าไม่ได้เป็นเช่น
นี้ใครจะยอมแบกกระบอกสุราติดตัวไปมาด้วยทุกที่ โดยไม่ปริปากบ่นว่าหนักแม้แต่คำเดียว
กลิ่นหอมของสุราได้ยั่วยวนความอยากของทูจื่อเข้าให้แล้ว เขารีบกลืนนํ้าลายเฮือกใหญ่และพูดขึ้นว่า “อายุของ
คุณชายสามารถดื่มสุราได้แล้วหรือ ข้าน้อย……”
เป็นอีกครั้งที่ทูจื่อยังไม่ทันพูดจบ เขาได้ยื่นมือออกไปหมายจะคว้ากระบอกสุรากลับมา แต่ต้วนอวี้เบี่ยงมือหลบ
ไปอีกทาง พลางใช้มือผลักทูจื่อจนล้มลงไปกับพื้นอย่างแรง แล้วหันมาถามซานไล่จื่อขึ้น “แล้วสุราของเจ้าล่ะ?”
ซานไล่จื่อเห็นว่าต้วนอวี้ไม่ได้มีท่าทีที่จะดื่มสุราจึงวางใจปลดกระบอกสุราจากเอวออกมาให้ ต้วนอวี้ได้แต่
กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ เจ้าสองคนนี้ช่างเป็นผีสุราโดยแท้!
ซานไล่จื่อรู้ดีว่าต้วนอวี้ไม่ได้อยากดื่มสุรา เขาจึงเดินไปตรงหน้าแล้วพูดเสียงแผ่วเบา “คุณชายไม่ทราบว่าจะเอา
สุราไปทำอะไรหรือขอรับ?”
เด็กน้อยไม่ตอบ ทว่าถามกลับไป “ซานไล่จื่อ ไหนเจ้าลองว่ามาสิ เจ้ากับทูจื่อนั้นใครคอแข็งกว่ากัน?”
ตอนนี้ซานไล่จื่อยิ่งไม่เข้าใจขึ้นไปอีก เหตุใดต้วนอวี้ถึงถามเช่นนี้ ถ้าถามถึงเรื่องคอแข็งนั้นทูจื่อย่อมดีกว่าเขานิด
หน่อย ปกติเหล้าในกระบอกสามถึงสี่ส่วนนั้นไม่อาจทำให้เมามายได้ แม้ว่าซานไล่จื่อจะสู้ทูจื่อไม่ได้ แต่ทั้งสองคนนับว่า
เป็นคนคอแข็งไม่ต่างกันและสามารถดื่มกันได้ทั้งคืน พูดได้ว่าจะไม่กลับบ้าน ถ้าไม่ดื่มจนเมามาย
สองคนนี้แม้จะเป็นผีสุรา ทว่าก็มักจะพกสุราติดตัวมาให้เพียงพอกับการดื่มจนเมา และพอที่จะมีสติจำทางกลับ
บ้านได้เท่านั้น ซานไล่จื่ออดที่จะสงสัยไม่ได้… ต้วนอวี้ถามเช่นนี้ คงไม่ได้จะมอมสุราพวกเขาทั้งสองคนและถือโอกาส
หลบหนีไปกระมัง?
ทว่าท่าทางของต้วนอวี้ไม่มีท่าทีเหมือนจะแอบหลบหนีแม้แต่น้อย เช่นนั้นต้วนอวี้มีแผนอะไรอยู่ในใจกันแน่? พูด
ได้ว่าสำหรับซานไล่จื่อนั้น เขาอ่านใจต้วนอวี้ไม่ขาด!
ต้วนอวี้รู้ดีว่าซานไล่จื่อมีแผนการในใจอยู่ไม่น้อย เขาจึงพูดเสียงแข็งอย่างไม่อ้อมค้อม “ซานไล่จื่อ ถ้าเจ้าต้องการ
มีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าอยากจะให้เจ้ารีบตอบคำถามข้ามาแต่โดยดี มิอย่างนั้น อย่าหาว่าคุณชายอย่างข้าทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ก็แล้ว
กัน…”
ต้วนอวี้จะทิ้งเขาไว้ที่นี่อย่างนั้นหรือ?
ความคิดนี้ของต้วนอวี้ทำให้ซานไล่จื่ออดตกใจขึ้นมาไม่ได้ รีบตอบกลับทันที “คุณชาย ทำอย่างนั้นไม่ได้ ไม่ได้นะ
ขอรับ”
ต้วนอวี้คิดว่าสุราสามารถช่วยถ่วงเวลาไว้ได้ ด้วยเหตุนี้ซานไล่จื่อจึงเอาแต่พกติดตัวโดยไม่ดื่มสักอึก เพราะกลัวจะ
ทำให้เสียการใหญ่ได้… ซานไล่จื่อคนนี้แม้จะเจ้าเล่ห์และน่ารังเกียจ แต่เขาก็เป็นคนยึดกฎเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้อย่างขึ้นใจ!
จู่ๆ ต้วนอวี้ก็หัวเราะขึ้นมา ทว่าภายในพริบตาเดียวเขาก็เข้าไปจับข้อมือซานไล่จื่อด้วยความรวดเร็ว จนทำให้เขา
เจ็บปวดไม่น้อย แต่ไม่กล้าพูดออกมา ซานไล่จื่ออยากจะสะบัดมือต้วนอวี้ออก แต่ต้วนอวี้ได้ใช้เท้าถีบเขาจนล้มลงกับพื้น
ไม่เป็นท่าและมีเสียงดัง “กร๊อบ” ออกมาจากกระดูก ทำให้แขนและขาของเขาหักไปอย่างละข้าง!
วินาทีนั้นซานไล่จื่อเจ็บปวดจนเกือบจะสลบไป เขาร้องอย่างสุดเสียง แต่สายตาของต้วนอวี้ได้บอกเขาว่า “ซานไล่
จื่อ ถ้าเจ้ากล้าส่งเสียงร้องออกมาอีกนิดเดียว ข้าจะส่งเจ้ากลับบ้านเกิด ไปซะ!”
สายตาของต้วนอวี้ทำเอาซานไล่จื่อรีบเอามือขึ้นมาปิดปากเงียบสนิท แม้สายตาของเขาจะมีทั้งความเจ็บปวดรวด
ร้าว ความตระหนกและความกลัวออกมาให้เห็น ทว่าไม่กล้าส่งเสียงออกมา
ต้วนอวี้ใช้เท้าขยี้ไปที่ขาของซานไล่จื่อจนเขาร้องแทบไม่ออก “ซานไล่จื่อ เจ้าคิดหรือว่าตัวเจ้าฉลาดมากมาย ตอน
นี้ดูเอาว่าเจ้าก็เป็นคนโง่คนหนึ่ง คิดหรือว่าคุณชายอย่างข้าจะถูกพวกเจ้าข่มขู่แล้วกลัว? ไม่กลัวคุณชายอย่างข้าจะปล่อย
พวกเจ้าสองคนทิ้งไว้ตรงนี้หรือ? พวกเจ้าคงไม่คิดว่าคุณชายอย่างข้ากลัวความตายจนต้องยอมตามพวกเจ้ามา? ข้าจะ
บอกความจริงให้พวกเจ้าฟังเอาบุญแล้วกัน ที่ข้ามาที่นี่เพื่อจะดูว่าเป็นใครกัน ที่วางแผนทำร้ายข้า และถือโอกาสนี้เอา
ชีวิตของเจ้าสองคนมาส่งให้คนคนนั้นสังหาร… เพราะอย่างไรเสียข้าก็ไม่ได้เป็นอะไรกับพวกเจ้า ก่อนที่จะถึงวัดร้าง พวก
เจ้าทั้งสองยังมีค่าอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้ค่าของพวกเจ้าไม่เหลือแล้ว… ถ้าเจ้ายังขืนทำตัวอวดฉลาดเช่นนี้ ข้าจะจัดการกับเจ้า
เป็นคนแรก…”
นํ้าเสียงของต้วนอวี้เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและโหดเหี้ยม ซานไล่จื่อได้ฟังพลันเกิดความกลัวจนตัวสั่น ไม่รู้ว่า
เป็นเพราะความหนาวเหน็บจากลมเหมันต์ฤดูหรือเพราะสีหน้าและแววตาของต้วนอวี้กันแน่
ซานไล่จื่อเจ็บปวดรวดร้าวและหวาดกลัวเป็นที่สุด ถึงตอนนี้เขาเพิ่งรู้ว่าต้วนอวี้น่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้มาก จึง
กัดฟันฝืนพูดขึ้น “คุณชาย ได้โปรดปล่อยข้าน้อยไปเถอะขอรับ… ข้าน้อยไม่กล้าแล้วขอรับ”
ต้วนอวี้ไม่สนใจคำพูดของซานไล่จื่อ ทว่าเขาผ่อนแรงที่เหยียบขาให้เบาลง จากนั้นยื่นกระบอกสุราส่งให้ชายหนุ่ม
พูดเสียงเเข็ง “เจ้า เอานี่ไปดื่มให้หมด!”
พอซานไล่จื่อได้ฟังก็งงจนตาค้าง ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ รีบล้มลุกคลุกคลานเข้าไปก้มหน้าต่อหน้าต้วนอวี้
เหมือนทำความผิดแล้วพูดเสียงตํ่า “คุณชาย ตอนนี้ข้าน้อยยังไม่สามารถดื่มสุราได้ขอรับ”
ต้วนอวี้ขมวดคิ้วขึ้นและยังไม่ทันจะอ้าปากพูด ซานไล่จื่อก็รีบชิงพูดขึ้นมาก่อน “ข้าน้อยดื่ม ข้าน้อยจะดื่มเดี๋ยวนี้
ขอรับ!”
ก่อนหน้านี้ซานไล่จื่อคิดเสมอว่าต้วนอวี้เป็นลูกไก่ในกำมือของเขาที่จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด แต่เวลานี้เขา
เข้าใจปรุโปร่งแล้วว่า ต้วนอวี้เป็นนักฆ่าคนหนึ่ง ถ้าเขาพูดอะไรไม่เข้าหู มีหวังต้องตายอยู่ในนํ้ามือของต้วนอวี้อย่าง
แน่นอน
ซานไล่จื่อยังไม่รู้ว่านักฆ่าคนนั้นที่รออยู่ในวัดร้างจะมีเก่งกาจมากเพียงใด แต่ต้วนอวี้ในเวลานี้ย่อมมีฝีมือเหนือ
กว่านักฆ่าคนนั้นมากมายนักพลางนึกถึงความโหดเหี้ยมของเด็กน้อยเบื้องหน้า ซานไล่จื่อก็กลัวจนตัวสั่น เขามองไปที่ต้
วนอวี้พร้อมกับรีบยกมือและร้องสุดเสียงว่า “ข้าน้อยดื่มขอรับ”
แล้วรีบยกกระบอกสุราขึ้นดื่มพรวดเดียวไปกว่าครึ่ง ก็หยุดดื่มลง มองไปที่ต้วนอวี้หมายจะถามว่าสรุปแล้ว
ต้องการอะไรกันแน่!
ซานไล่จื่อหน้าแดงกํ่าขึ้นมาหลังจากดื่มสุราไปกว่าครึ่ง ต้วนอวี้จึงพูดเย็นชาขึ้นว่า “ต้องการอะไรนะหรือ? เจ้าเมา
แล้วหรือยัง?”
ซานไล่จื่อพยักหน้ารับ จากนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “เรียนคุณชาย ข้าน้อยดื่มเร็วไปหน่อย จึงรู้สึกมึนหัวไปหมด
ขอรับ”
อันที่จริงเหล้าเพียงแค่นี้มิอาจทำให้ซานไล่จื่อเมามายได้ ทว่าหากดื่มสุราเข้าไปรวดเดียวมากกว่าครึ่งกระบอก
เขาก็มิอาจต้านทานอาการมึนหัวและตาลายได้
ความเจ็บปวดที่มีนั้นหายไปชั่วขณะ ชายหนุ่มขยับตัวลุกยืนขึ้นอย่างโซซัดโซเซ
ต้วนอวี้ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมาและเอ่ยขึ้นว่า “ซานไล่จื่ออย่างนั้นเจ้าก็ไปที่วัดร้างเดี๋ยวนี้ แล้วบอกนักฆ่าคนนั้น
ด้วยว่าเจ้าถูกข้าจัดการจนมีสภาพแบบนี้ ส่วนอีกคนก็ตกใจจนหนีเตลิดไปและในตอนนี้ข้าก็วิ่งหนีเอาชีวิตรอดกลับไป
แล้ว”
ซานไล่จื่อได้ฟังก็ตื่นจากความเมาหัวในทันที เขาแทบไม่อยากจะเชื่อโดยเอานิ้วมาชี้ที่จมูกของตัวเอง “อะไรนะ
คุณชายจะให้ข้าน้อยไปเป็นเหยื่อล่อให้นักฆ่าคนนั้นออกมาหรือขอรับ?”
ทั้งซานไล่จื่อกับทูจื่อต่างรู้ดีว่านักฆ่าคนนั้นโหดเหี้ยมเลือดเย็นเพียงใด การมาที่วัดร้างในคํ่าคืนนี้ของซานไล่จื่
อกับต้วนอวี้จะต้องโดนฆ่าอย่างแน่นอน อีกอย่างคุณชายต้วนอวี้กลับจะให้ซานไล่จื่อไปเป็นเหยื่อล่อนักฆ่าคนนั้น นั่นก็
หมายความว่าให้เขาเอาชีวิตไปทิ้งอย่างนั้นสินะ
มาถึงจุดนี้ซานไล่จื่อที่รักชีวิตของตนเป็นที่สุด ไม่มีทางจะเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเพียงเพราะคำพูดของต้วนอวี้
แน่นอน
ทันใดนั้น ต้วนอวี้ได้จ้องเขม็งไปที่ซานไล่จื่อและพูดอย่างโมโหขึ้นว่า “นักฆ่าคนนั้นอยากจะฆ่าข้า หรือฆ่าเจ้ากัน
แน่? ชีวิตของเจ้ามีค่า หรือชีวิตของข้ามีค่ามากกว่ากัน?”
ซานไล่จื่อพลันพูดอะไรไม่ออก “แน่นอนว่าชีวิตของคุณชายย่อมมีค่ามากกว่า…”