การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 344 แผนการของต้วนอวี้เริ่มขึ้นแล้ว
แต่เวลานี้ต้วนอวี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาคอยคนคนนั้นให้มาติดกับ เขาอยากจะดูให้รู้ว่าเป็นใครกันที่หมายทำร้ายเขา
ทว่ายิ่งรอคอยนานเท่าไรในใจของเด็กน้อยก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นเท่านั้น จนแทบจะทนรอต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
ใครๆ ต่างรู้ว่าเวลาที่อยู่ในจวนต้วน ‘หลิวหรง’ คือศัตรูของเขาและต้วนชิงหมิง นางจะคอยขัดขวางและขัดแข้ง
ขัดขาต้วนชิงหมิงมาโดยตลอด ทั้งยังรังเกียจต้วนอวี้ด้วยไม่ใช่บุตรชายที่นางให้กำเนิด จึงกลัวว่าวันหนึ่งต้วนอวี้จะกลับมา
เล่นงาน นางจึงต้องหาทุกหนทางในการกำจัดเสี้ยนหนามให้ออกไปจากชีวิตก่อน
ในเรื่องนี้ต้วนอวี้ย่อมรู้ดีแก่ใจว่านางจงเกลียดจงชังเขามากเพียงใด นางพร้อมหาทุกเหตุผลในการกำจัดเขาให้หาย
ไป ครั้งนี้ก็เช่นกันต้วนอวี้เชื่อมั่นว่าการถูกจับตัวมาที่นี่ในวันนี้ หลิวหรงก็มีโอกาสสูงมาที่เป็นคนอยู่เบื้องหลัง
ทว่าหลังจากที่ต้วนอวี้ได้พบหน้าซานไล่จื่อและส่งเขาไปที่วัดร้างแห่งนั้น เพื่อพูดคุยเรื่องการหายตัวไปของต้วนอวี้
เขาจึงรู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ บางทีอาจมีเบื้องหลังซุกซ่อนอยู่
อันที่จริงนับแต่เขารู้ความมา หลิวหรงเป็นคนที่กล้าทำกล้ารับ เพียงแต่นางเป็นคนที่ขี้ขลาดตาขาวและกลัวผล
เสียที่จะติดตามมา เมื่อฟังเรื่องราวในครั้งก่อนที่ต้วนชิงหมิงถูกแอบลอบทำร้ายที่จ้วงจื่อ… ต้วนอวี้จึงเข้าใจได้ทันทีว่าคน
อย่างหลิวหรงนั้น อยากรักษาภาพลักษณ์ให้ดูดีอยู่เสมอ นางต้องกำจัดความสงสัยทั้งหมดให้ออกจากตัวก่อนค่อยให้
ลงมือทำ
ต้วนอวี้กล้าฟันธง เหตุการณ์ในครั้งนี้หากเป็นหลิวหรงจริง นางจะไม่ทำอะไรรอบคอบถึงเพียงนี้ หากนางบงการ
อยู่เบื้องหลังซานไล่จื่อกับทูจื่อจริง คงต้องสั่งให้สองคนนี้ฉวยโอกาสที่เขายังอยู่ในจวนต้วนลงมือฆ่าให้ตาย ดื่มยาพิษ
ทุบตีจนตาย เอาตัวไปขาย หรือไม่ก็ปล่อยจากเหวลงมาให้ตาย… ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ง่ายและรวดเร็ว หากเขาเอาชีวิตรอดกลับ
มาได้ นางก็ยังสามารถแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เรื่องได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถแสร้งทำท่าเป็นห่วงเป็นใยและเข้ามาถามไถ่
มีเพียงวิธีการเช่นนี้เท่านั้นจึงสอดคล้องกับความเคยชินที่หลิวหรงมักทำเป็นประจำ แต่ครั้งนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่!
ความจริงในเวลานี้เป็นอย่างไรกันแน่? อีกฝั่ายต้องการชีวิตหรือตัวของเขากัน ถึงได้ลงทุนวางแผนพาเขามาไกลถึง
วัดร้างนอกกำแพงเมืองแห่งนี้ เห็นทีในตัวของเขาจะต้องมีสิ่งที่คนคนนั้นต้องการ หรือไม่ก็คงจับเขามาเพื่อข่มขู่ใครบาง
คน ทว่าดูจากความสามารถที่พาเขาออกจากเมืองมาได้อย่างสบาย เป็นไปได้มากที่เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่าง
ที่คิดไว้
ส่วนเหตุผลที่คนคนนั้นไม่จัดการเขาในเมืองหลวงเลย แต่กลับเลือกพามาที่นี่ คงเพราะกลัวว่าคนที่รู้จักคุ้นเคยมา
เห็นเข้า หรือไม่ก็อยากจะถือโอกาสนี้สังหารซานไล่จื่อกับทูจื่อไปพร้อมกัน
ถ้าเป็นในเมืองหลวงหลิวหรงสามารถทำได้ทุกอย่าง แต่นี่เป็นนอกเมืองคงเกินความสามารถที่นางทำได้
อีกอย่างต้วนอวี้ไม่คิดว่าหลิวหรงจะมีความสามารถมากขนาดที่จะหาคนร่อนเร่พเนจรพวกนี้ให้มาเล่นงานเขา ทั้ง
วางแผนชั่วได้อย่างแนบเนียน ทั้งยังหานักฆ่าและจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในวัดร้าง นับว่าการวางแผนทั้งหมด
ทำได้อย่างไม่มีที่ติ!
แม้ว่าต้วนอวี้จะข้ามเวลาเข้ามาในยุคโบราณและใช้ชีวิตอยู่มาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาก็รู้ว่าแผนการเช่นนี้จะต้อง
ไม่ใช่ฝีมือของหลิวหรงอย่างแน่นอน
ต้วนอวี้ขมวดคิ้วแน่นอย่างคิดไม่ตก เช่นนั้นจะเป็นใครที่คิดปองร้ายเขาอีก!
อีกอย่างถ้าสุดท้ายเรื่องทั้งหมดกลายเป็นหลิวหรงคิดจะจัดการเขา นางคงต้องอาศัยอำนาจจากคนอื่น ไม่ก็หา
คนนอกมาช่วยอีกแรงอย่างแน่นอน
ต่อให้เรื่องนี้จะเป็นแบบไหนก็ตาม เขาไม่มีทางยอมอยู่เฉยเป็นอันขาด! เขาต้องตามหาคนที่คิดทำร้ายเขา แล้ว
ทวงความยุติธรรมให้กับตัวเขาเองให้จงได้!
เพียงแต่คนคนนั้นเป็นใครกันแน่? ทำไมต้องวางแผนที่บ้าบอเช่นนี้ด้วย?
พูดได้ว่าในจุดนี้ต้วนอวี้ยังคงไม่แน่ใจนัก แต่เขาพอคาดเดาได้ว่าเรื่องนี้จะต้องเชื่อมโยงกับหลิวหรงหรือต้วนอวี้
หรานไม่มากก็น้อย เพราะชิวหนิงเป็นบ่าวของต้วนชิงหมิง หากให้นางไปตามตัวต้วนอวี้ เขาคงมาอย่างไม่มีข้อสงสัยใด
แววตาต้วนอวี้คล้ายหวนรำลึก วันนั้นชิวหนิงเป็นคนไปตามเขาให้ไปกับนางด้วยเหตุผลที่ว่า ต้วนชิงหมิงกลับจวน
ต้วนมาแล้ว พวกเราควรออกไปต้อนรับ
ที่จริงต้วนอวี้เห็นความปกติของชิวหนิงตั้งแต่ต้นแล้ว ทว่ากลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และเดินตามนางออกไป
ระหว่างทางชิวหนิงเริ่มพูดอะไรเเปลกๆ ขึ้นมาประมาณว่า ถ้าออกจากจวนต้วนแล้วอย่าไปไหนไกล จากนั้นนางก็
เดินตามติดต้วนอวี้ ยังพูดกระซิบทำนองว่าหากเกิดอะไรขึ้นก็ให้รีบหันหลังวิ่งกลับไป
เพียงแค่นั้น เขาก็รู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่นอน! ทว่าเขาไม่ใช่คนที่ขี้ขลาดตาขาว เขาจึงเข้าใจตั้งแต่ที่ชิว
หนิงมาตามตัวแล้วว่า คงไม่ได้กำลังพาเขาไปหาต้วนชิงหมิง แต่กำลังจะพาเขาไปส่งให้ในมือของคนอื่น
ชิวหนิงอาจถูกคนบางคนข่มขู่ หรือไม่ก็ถูกคนจับจุดอ่อนเอาไว้เป็นแน่
แม้ว่าต้วนอวี้ยังไม่แน่ใจเรื่องของชิวหนิง ทว่าเขารู้ดีไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดเรื่องขึ้นกับเขา จึงเลือกเผชิญหน้าโดยไม่
หลบหนี และปล่อยให้แผนการของซานไล่จื่อกับทูจื่อดำเนินการต่อไปโดยไม่ขัดขืน
ในระหว่างที่ต้วนอวี้ถูกจับตัวมาแล้วทราบเรื่องที่ซานไล่จื่อจะนำตัวเขาไปที่วัดร้าง ต้วนอวี้จึงคิดแผนและวางกับ
ดักเพื่อรอเวลารวบตัว
เขารู้อยู่แก่ใจว่าในสมัยโบราณนั้นคนที่มีวรยุทธ์สูงมีจำนวนมาก ซึ่งเขาไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ได้ ด้วยอยู่ในร่างเด็กตัว
น้อยอย่างต้วนอวี้ ฉะนั้นตั้งแต่เริ่มถูกจับตัวมาเขาจึงเลือกใช้สติปัญญาทั้งหมดที่มี ไม่ใช่การเข้าปะทะด้วยกำลังซึ่งหน้า
เดิมทีซานไล่จื่อกับทูจื่อต้องการทำร้ายต้วนอวี้ ทว่าเวลานี้กลับถูกต้วนอวี้ใช้เป็นเหยื่อล่อนักฆ่าไปแล้ว เด็กน้อย
ซ้อนแผนโดยจะใช้ซานไล่จื่อกับทูจื่อต่อกรกับนักฆ่าคนนั้น จากนั้นจะรวบตัวจับทั้งสามคนให้หมด
แผนในความคิดของต้วนอวี้อาจใช้การได้เพียงชั่วคราว แต่อย่างน้อยก็ทำให้ต้วนอวี้ได้มีเวลาหายใจหายคอได้สัก
ระยะหนึ่ง
ระหว่างที่ต้วนอวี้ครุ่นคิดอยู่นั้น เขาพยายามเงี่ยหูฟังเสียงที่วัดร้างแห่งนั้นเพื่อรอคอยความเคลื่อนไหว แล้วพาทู
จื่อเดินไปที่วัดร้างด้วยกัน
เนื่องจากระยะทางจุดที่เขาอยู่ไม่ห่างจากวัดร้างเสียเท่าไร ทั้งสองคนจึงสามารถเดินเข้าไปใกล้บริเวณวัดร้างได้
อย่างรวดเร็ว
ทูจื่ออ้าปากขึ้นเหมือนจะถามบางอย่าง แต่กลับถูกต้วนอวี้ห้ามเอาไว้โดยใช้มือตบไปที่ข้างหัวทูจื่อ พูดกระซิบ
กระซาบให้ได้ยินเพียงสองคน “จำไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ ห้ามพูดอะไรออกมาเป็นอันขาด!”
ทูจื่อพยักหน้าหงึกหงัก แสดงความเข้าใจ! เพราะต้วนอวี้รับประกันว่าเขาจะได้เงินความปลอดภัยในชีวิต เขาจึง
เชื่อฟังและไม่ขัดขืนแต่อย่างใด
ทั้งสองคนค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้วัดร้างทุกทีๆ และได้ยินเสียงด่าทอของซานไล่จื่อเสียงที่ดังลั่นออกมา
ต้วนอวี้กับซานไล่จื่อได้ตกลงกันอย่างดิบดีแล้ว หากนักฆ่าคนนั้นไม่อยู่ในวัดร้างแล้ว ให้ซานไล่จื่อด่าทอออกมา
เสียงดังๆ
ทางด้านต้วนอวี้กับทูจื่อก็เดินย่องเข้าไปจากประตูด้านหลังของวัดร้าง วัดร้างแห่งนี้มีประตูทางเข้าถึงสามทาง
ทว่าด้วยระยะเวลาที่สร้างมานาน ประตูจึงทรุดลงมา เหลือให้ใช้การได้เพียงประตูเดียว… ตอนนี้เหลือเพียงห้องโถงกว้าง
เพียงห้องเดียวที่ยังใช้ได้ ต้วนอวี้ยืนมองเข้ามาจากหน้าหน้าต่างและก้มตัวลงไปลูบพื้น ทุกอย่างเป็นไปตามความคาด
หมาย ต้วนอวี้พบว่าที่พื้นแห่งนี้ได้ปูอิฐไว้อย่างดี
เด็กน้อยกวาดสายตามองสำรวจด้านในจากนอกหน้าต่างอยู่หลายครั้ง ก่อนจะหยิบกระบอกสุราที่เหลืออีกครึ่ง
หนึ่งเปิดจุกออก แล้วสาดออกไปทั้งหมด
กลิ่นสุราที่เข้มข้นได้ส่งกลิ่นเตะจมูกจนทูจื่อมองตามไปบนพื้นที่เปียกด้วยสุรา ทูจื่อเกิดความรู้สึกเสียดายสุรา
จับใจ เขาพยายามอ้าปากจะพูดบางอย่าง กลับถูกต้วนอวี้หยิกใบหูจนไม่กล้าส่งเสียงออกมา
ต้วนอวี้ก้าวออกไปข้างหน้าเพียงไม่กี่ก้าว แล้วสาดสุราที่เหลืออยู่ลงไปบนพื้นดิน โบกมือเป็นสัญลักษณ์ให้กับทูจื่อ
เมื่อทูจื่อเห็นต้วนอวี้สาดสุราไปที่พื้นก็เกิดความรู้สึกเสียดายเป็นที่สุด มีช่วงแวบหนึ่งที่ทูจื่ออยากจะยื่นมือออกไป
คว้ากระบอกสุราจากมือต้วนอวี้เข้ามาดื่มให้หมดโดยไม่ให้เหลือแม้แต่หยดเดียว