การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 345 แผนจัดการคนชั่วของต้วนอวี้
แม้ทูจื่อจะรู้สึกเสียดายสุราเหล่านั้นมากเพียงใด แต่ก็ได้แค่คิดในใจเท่านั้น ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
ที่ทูจื่อไม่กล้าพูดออกมาไม่ใช่ว่ากลัวต้วนอวี้แต่เป็นเหตุผลอื่น อย่างเช่นไม่แน่ว่าแถวนี้นักฆ่าคนนั้นอาจซุ่มตัวอยู่
เพื่อหมายจะเอาชีวิตเขา เมื่อครู่ที่ได้ยินซานไล่จื่อร้องอย่างเจ็บปวดทรมาน ทูจื่อก็รู้ได้ทันทีว่าวิธีการทรมานของนักฆ่าคน
นั้นน่ากลัวกว่าต้วนอวี้เป็นไหนๆ
แม้ว่าทูจื่อจะเบาปัญญาแต่ก็ไม่ถึงกับโง่ เขารู้ว่าหากตามต้วนอวี้อาจรักษาชีวิตของเขาได้ และมีโอกาสช่วยซานไล่
จื่อออกมา
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมซานไล่จื่อที่ทรมานอย่างเจ็บปวด ยังคงฝืนอยู่ที่นี่ตามที่ต้วนอวี้ได้กำชับกำชาไว้ เวลานี้ทูจื่อ
จึงได้แต่มองดูสุราที่ถูกสาดไปเต็มพื้นด้วยความรู้สึกเสียดายเท่านั้น
เขาหายใจเข้าออกอย่างแรงเพื่อสูดกลิ่นสุราที่อยู่ลอยอบอวลอยู่ทั่ว ราวกับว่าเขากำลังได้ลิ้มรสสุราที่หอมหวาน
จินตนาการของเขาทำให้หัวใจชุ่มชื้นขึ้นไม่น้อย อีกอย่างเขากลัวจะเสียเวลาจึงรีบสูดกลิ่นสุราเข้าไปเก็บไว้ในปอดให้มาก
ที่สุด
เพียงแต่เวลามีจำกัด ต้วนอวี้ไม่ได้ให้เวลาผีสุราอย่างทูจื่อมากนัก เขาจึงสะกิดที่มือทูจื่อเป็นสัญญาณบอกให้รีบขุด
หลุมให้เร็วที่สุด
ทูจื่อเข้าใจความหมายนั้น พยักหน้าทันทีแล้วออกแรงอย่างสุดกำลังเหมือนกำลังโกรธใครมา สุราที่ต้วนอวี้สาดลง
ไปบนพื้นนั้นได้ซึมลงไปในดินตรงบริเวณที่ไม่มีหิมะ ทำให้ทูจื่อออกแรงขุดไม่กี่ครั้งก็สามารถได้หลุมลึกไม่น้อย
ความต้องการของต้วนอวี้คือให้ขุดหลุมที่ไม่ต้องลึกมาก เขาไม่มีความกลัวที่นักฆ่าจะโผล่ออกมาในเวลานี้
เนื่องจากซานไล่จื่อเป็นคนที่รักตัวกลัวตาย ฉะนั้นเขาจะต้องบอกเรื่องช่องทางเดินลับนั้นไปแล้ว จึงทำให้นักฆ่าคนนั้นไล่
ตามหาต้วนอวี้
ภายในระยะเวลาอันสั้น นักฆ่าคงยังไม่ได้กลับมา ทุกอย่างเป็นเหมือนที่ต้วนอวี้คิดไว้ทุกประการ ชีวิตของซานไล่
จื่อไม่มีค่า แต่ของต้วนอวี้นั้นกลับมีค่าอยู่ไม่น้อย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการจับตัวต้วนอวี้กลับมาให้ได้
จุดนี้เองเป็นจุดอ่อนของนักฆ่าคนนั้น
โบราณว่าต้องจับจุดอ่อนของคนมาเล่นงาน ต้วนอวี้นั้นเข้าใจจุดอ่อนนี้ของนักฆ่าคนนั้น จึงกล้าให้ทูจื่อขุดหลุม
ตรงนี้
ลองคิดๆ ดู นักฆ่าคนนั้นทำอะไรรวดเร็ว หากให้วิ่งไปและกลับมานั้นคงใช้เวลาไม่นานเกินรอ ฉะนั้นบางครั้งจะใช้
เพียงกำลังวังชาไม่ได้ ยังต้องใช้สติปัญญาในการตัดสินและความกล้าหาญเข้ามา
ตอนนี้ต้วนอวี้กับทูจื่อได้วางกับดักเพื่อจะคอยนักฆ่าที่ยังไม่เคยได้เห็นหน้าให้มาติดกับ หลุมทั้งสองถูกขุด
เรียบร้อยในระยะทางที่ค่อนข้างไกลกัน
หลุมทั้งสองนั้นมีรูปร่างและระยะห่างที่น่าแปลก หลุมหนึ่งเป็นแนวยาว ส่วนอีกหลุมเป็นวงกลม ยิ่งไปกว่านั้น
ระยะห่างของหลุมทั้งสองยังเป็นเรื่องที่น่าแปลกคือ ทั้งสองหลุมอยู่ห่างกันหลายก้าว… ทูจื่อไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมต้วน
อวี้จึงขุดหลุมที่ไร้ประโยชน์แบบนี้ขึ้นมา มันจะใช้ประโยชน์อะไรได้!
เด็กน้อยยืนมองดูหลุมที่ถูกขุดจนเสร็จแล้ว พร้อมกับสั่งให้ทูจื่อเอาดินที่ขุดขึ้นมาย้ายไปไว้ด้านข้างที่ห่างออกไป
จากนั้นต้วนอวี้ได้กระโดดลงไปในหลุมทำอะไรบางอย่างแล้วก็กำดินโปะของบางสิ่งที่ทิ้งไว้ในหลุม
เขาเดินไปในหลุมอีกฝังและคลำหาไปทั่วอยู่เป็นเวลานานจึงค่อยขึ้นมาจากหลุม
หลังจากที่ต้วนอวี้ขึ้นมาแล้วก็ให้ทูจื่อไปหากิ่งไม้จากต้นไม้ด้านหลังสุดมาปูพลางหลุมเอาไว้ หากมองจากที่ไกลๆ
จะดูไม่ออกเลยว่าตรงนี้มีหลุมพรางอยู่
ต้วนอวี้ปัดมือเพื่อให้ดินหลุดจากมือ สายตามองไปที่ทูจื่อที่เหงื่อไหลไคลย้อยจากการขุดหลุม พลางยื่นมือไปตบ
ไหล่ทูจื่อเบาๆ “ไปเถอะ ไปช่วยแก้มัดพี่สามของเจ้า……จงจำไว้ เจ้าต้องรีบพาเขาออกมาและห้ามไม่ให้ส่งเสียงแม้แต่
น้อย เข้าใจหรือไม่!”
ระหว่างที่ทูจื่อกำลังจะหันหลังเดินไป ต้วนอวี้ได้ยื่นกระบอกสุราในมือส่งไปให้พร้อมกับพูดว่า “ทูจื่อ ข้าตั้งใจ
เหลือสุราไว้นิดหน่อย เห็นเจ้าขุดดินจนเหนื่อย รีบดื่มเสียเถอะ!”
เมื่อเห็นต้วนอวี้ที่จู่ๆ ใจดีขึ้นมา ทูจื่อก็ฉีกยิ้มออกมา ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อครู่นี้พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น เขา
รีบหยิบกระบอกสุรามาและถามอย่างไม่ไว้ใจ “คุณชาย ตั้งใจให้กระบอกสุรากับข้าน้อยจริงๆ หรือขอรับ?”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็ตอบอย่างรำคาญ “ไม่ใช่เจ้าดื่มแล้วจะให้ใครดื่มกันเล่า? ถ้าไม่ดื่มก็เอาคืนมา!”
ทูจื่อมีหรือที่จะยื่นของดีเช่นนี้กลับไปให้กับต้วนอวี้
เขารีบเปิดจุกกระบอกสุราออกพร้อมกับสูดกลิ่นเข้าไปจนเต็มปอด จากนั้นกระดกดื่มจนหนำใจ พร้อมกับพูด
พึมพำออกมา “ของที่คุณชายให้ดื่ม ถ้าเป็นยาพิษ ทูจื่อก็พร้อมจะดื่มลงไปอย่างเต็มใจ…”
ต้วนอวี้เห็นท่าทางและคำพูดที่เลียแข้งเลียขาของทูจื่อ ก็ได้แต่เบือนหน้าหนี พลางส่ายหน้าไปมาอย่างไม่สนใจที่ทู
จื่อพูด
เขาทำเช่นนี้ไม่ได้เป็นการเอาใจทูจื่อ เพียงแต่ทูจื่อยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้วนอวี้จึงทำแบบนี้เท่านั้น
ไม่นานทูจื่อก็ช่วยพาซานไล่จื่อที่เอาแต่บ่นด่าออกมาได้
ต้วนอวี้อาศัยแสงจันทร์กลางดึกมองไปที่บาดแผลบนตัวของซานไล่จื่อก็พบว่า คำว่า ‘อนาถ’ ยังธรรมดาเกินไป
สำหรับเขา เพราะนอกจากแขนจะหักแล้ว เนื้อตัวยังมีรอยแผลเต็มไปหมด อีกทั้งเวลาเดินก็ยังกะเผลกโยกเยกไปมา เขา
ยืนดูยังอดหัวเราะเยาะในใจขึ้นมาไม่ได้ “ซานไล่จื่อ… เห็นทีข้าคงจะอ่อนโยนกว่านักฆ่าคนนั้นมากใช่หรือไม่?”
ซานไล่จื่ออยากจะพูดว่า คุณชายก็แทบไม่ต่างกัน!
ทว่ายังไม่ทันได้พูดออกมาก็เจ็บแผลตรงริมฝีปาก เขารีบยกมือขึ้นมาจับปาก ไม่กล้าพูดคำใด
จากนั้นเมื่อเดินออกไปได้เพียงสองก้าว ต้วนอวี้ได้พูดเสียงทั้งตํ่าทั้งเบาขึ้นมาทันที “อย่าขยับ…”
ซานไล่จื่อกับทูจื่อหยุดชะงักยืนแข็งไม่กล้าขยับเขยื้อน ต้วนอวี้เดินอ้อมหลุมที่ขุดไปยืนหน้าสองคนนั้น พลางยื่น
มือออกไปจับแขนของซานไล่จื่อ แล้วยื่นกระบอกสุราอีกกระบอกส่งให้ พูดเรียบนิ่ง “ดื่มสักหน่อยเถอะ! จากนี้จะไม่ต้อง
เจ็บตัวอีกแล้ว!”
ซานไล่จื่อเห็นกระบอกสุราก็ตาโตลุกวาวขึ้นมาทันที เขาเลียริมฝีปากและเอ่ยขึ้น “ยังดีที่คุณชายยังจำข้าน้อย
ได้…”
ต้วนอวี้ส่งให้แล้วก็เงยหน้ามองท้องฟั้า ไม่สนใจพวกเขาอีก
ท้องฟั้าตรงหน้าในเวลานี้มืดสนิทมากกว่าก่อนหน้านี้อย่างมาก พูดได้ว่ายื่นมือออกไปก็ไม่เห็นนิ้วทั้งห้าแล้ว ต้วนอ
วี้ทราบดีว่าเป็นสัญญาณของรุ่งอรุณที่ใกล้เข้ามา เห็นทีฟั้าจะสว่างในอีกไม่ช้า เพียงแต่ไม่รู้นักฆ่าคนนั้นจะกลับมาหรือ
ไม่?
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว ต้วนอวี้จึงพูดกับซานไล่จื่อ “เพียงพวกเจ้าทั้งสองคนพูดตามที่ข้าบอกไว้ จำไว้อย่าพูดเสียงดัง
มากไป… ประเดี๋ยวรอนักฆ่าคนนั้นมาถึง พวกเจ้าก็ถอยไปด้านหลังแค่สองก้าว จำให้ดีว่าสองก้าวเท่านั้น ห้ามขาดห้าม
เกินเข้าใจหรือไม่?”
พวกเขาได้ยินก็รีบพยักหน้ารับ แต่พอเห็นต้วนอวี้จะทิ้งเขาสองคนไว้ที่นี่เพื่อจะแอบไปซ่อนตัว ซานไล่จื่อก็โพล่ง
ถามขึ้นอย่างมาอย่างไม่ไว้ใจ “ถ้านักฆ่าคนนั้นจะเข้ามาฆ่าข้าน้อยทั้งสองคนจะทำอย่างไรดีขอรับ?”
ถ้าจะให้เทียบระหว่างต้วนอวี้กับนักฆ่าคนนั้นแล้วละก็ ต้วนอวี้ช่างอ่อนโยนกว่าหลายเท่า นักฆ่าคนนั้นเข้ามาที่วัด
ร้างก็ถีบซานไล่จื่ออย่างเต็มแรง จากนั้นก็ตบเข้าไปที่บ้องหูของเขา ก่อนจะถามไปตีไป จนถึงตอนนี้ซานไล่จื่อยังไม่รู้ด้วย
ซํ้าว่าที่ร่างของเขามีรอยแผลมากน้อยเพียงใด เขารู้เพียงว่าหลังจากนี้ต้องนอนพักรักษาตัวหลายวันเป็นแน่
เดิมทีทั้งตัวและริมฝีปากของซานไล่จื่อเจ็บปวดเป็นทุนเดิมแล้ว เมื่อขยับจะพูดก็ยิ่งเจ็บปวดทรมานขึ้นไปอีก ต้วน
อวี้ที่ยืนมองอยู่จึงอดหัวเราะเยาะขึ้นมาไม่ได้ “ซานไล่จื่อ… เจ้าวางใจได้ คุณชายอย่างข้าบอกว่าเจ้าไม่เป็นไร ก็จะต้องไม่
เป็นอะไร เจ้าเอาเวลาไปซ้อมสิ่งที่ข้าให้เจ้าพูดให้คล่องก่อนเสียดีกว่า!”
เมื่อพูดจบต้วนอวี้ก็หายแวบเข้าไปในความมืดมิด เขาแนบหูลงไปกับพื้นอย่างแนบแน่นและหลับตาลง เพื่อเริ่มฟัง
เสียงฝีเท้าที่มาจากที่ไกลออกไป