การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 348 คนที่ไม่เคยทำผิดจะกลัวอะไร
ความโหดเหี้ยมของเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกสารทิศ แม้แต่ซานไล่จื่อกับทูจื่อที่เป็นเพียงคนร่อนเร่
พเนจรนั้นยังอดรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนไม่ได้
การที่ทั้งสองคนได้เจอตัวจริงของเหยียนหลิ่งอวี๋ถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ หากต้องเผชิญหน้าขึ้นมาก็
เท่ากับชีวิตอันน้อยนิดของทั้งสองคงต้องจบลงในไม่ช้า
แต่ในเมื่อซานไล่จื่อกับทูจื่อไม่เคยมีปัญหากับเหยียนหลิ่งอวี๋ ทำไมพวกเขาถึงได้หวาดกลัวจนตัวสั่นถึงเพียงนี้
ด้วย?
ถ้าจะพูดคงเป็นความหวาดกลัวความผิดที่ซ่อนลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ ความหวาดกลัวเช่นนี้คงคล้ายกับการที่
คนร้ายได้ยินคนเรียกชื่อตำรวจอย่างไรอย่างนั้น
ดังนั้นหากซานไล่จื่อกับทูจื่อจะรู้สึกหวาดกลัวเหยียนหลิ่งอวี๋ก็มิใช่เรื่องน่าผิดแปลก เนื่องจากเขาเป็นถึงโอรสของ
ฝั่าบาทจึงมีฐานะที่สูงศักดิ์ หากใครตกไปอยู่ในนํ้ามือของเขาจะต้องซวยอย่างไม่ต้องสงสัย อีกอย่างข่าวลือที่เล่าต่อๆ กัน
เกี่ยวกับเหยียนหลิ่งอวี๋นั้น กลายเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวของทุกคนในเมืองหลวง ฉะนั้นซานไล่จื่อกับทูจื่อย่อมหวาดกลัวเป็น
ที่สุด
พวกเขาทั้งสองคนหวาดกลัวขึ้นมาอย่างจริงจัง กลัวจนถึงขั้นเพียงได้ยินแค่ชื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ ร่างกายก็สั่นเทิ้มขึ้น
มาอย่างมิอาจควบคุมได้
ในเวลานี้ต้วนอวี้ตะโกนร้องเรียกชื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ออกมาตรงๆ ทั้งสองคนจึงตกใจจนลูกตาแทบถลนออกมานอก
เบ้า ขาแข้งที่ยืนอยู่คล้ายว่าจะอ่อนแรงจนเกือบพยุงไว้ไม่อยู่
อันที่จริงทั้งสองคนไม่เคยได้พบหน้าและพูดคุยกับเหยียนหลิ่งอวี๋มาก่อน เพียงแต่ได้ยินชื่อเสียงกิตติศัพท์เกี่ยวกับ
ความเหี้ยมโหดและเลือดเย็นมาเท่านั้น ทว่า เพียงแค่ได้ยินกลับทำให้ทั้งสองหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้
ต้วนอวี้ปรายตามองอาการหวาดกลัวเหยียนหลิ่งอวี๋ของเจ้าสองคนนี้ พลันรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาน้อยๆ เพราะเจ้า
พวกนี้หาได้หวาดกลัวเขาเช่นนี้ไม่
หน้าตาที่เต็มเปียมไปด้วยความหวาดกลัวของซานไล่จื่อกับทูจื่อ ทำให้ต้วนอวี้รู้สึกเหมือนถูกทั้งสองมองข้ามไป…
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ทั้งการวางแผน การจับตัวนักฆ่า ล้วนแล้วแต่เป็นต้วนอวี้ที่เป็นคนจัดการทั้งสิ้น เขาจึงควร
เป็นพระเอก! แต่เหยียนหลิ่งอวี๋ถือดีอะไร มาแย่งตำแหน่งที่ควรจะเป็นของเขาไป ทั้งที่สองคนนี้ไม่เคยเจอตัว ก็ยก
ตำแหน่งนี้ให้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย!
ในความรู้สึกของต้วนอวี้นั้น เหยียนหลิ่งอวี๋แค่สูงกว่าเขาเพียงเล็กน้อย หน้าขาวกว่านิดหน่อย ชาติกำเนิดสูงกว่า
ไม่เท่าไร เพียงแต่ในเวลานี้เกิดอะไรขึ้นกัน? เจ้าสองคนนี้ยังไม่ได้เห็นหน้าเลยกลับหวาดกลัวถึงเพียงนี้ อย่างนี้ต่อไปจะให้
ต้วนอวี้เอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้
แม้ในใจของต้วนอวี้จะลุกเป็นไฟ ทว่าเขากลับไม่แสดงออกมา
เขายืนมองไปยังกลุ่มคนที่วิ่งเข้ามาแต่ไกลอยู่ในความมืด พร้อมกับความดีใจที่ได้มลายหายไปแล้ว
ยิ่งเหยียนหลิ่งอวี๋เข้ามาใกล้เท่าไร เจ้าสองคนที่อยู่ด้านหลังก็ยิ่งหวาดกลัวขึ้นไปเท่านั้น ทั้งสองคนมองไปยังต้วนอ
วี้แล้วพูดเสียงเบาจะแทบไม่ได้ยิน “คุณชายขอรับ หากองค์ชายสามมาถึงที่นี่ คุณชายช่วยพูดให้พวกข้าน้อยด้วยนะ
ขอรับ!”
ความไม่พอใจของต้วนอวี้ที่เก็บเอาไว้ในใจถึงตอนนี้กลับปะทุออกมาแล้ว เขาเม้มปากแน่นและมองค้อนไปที่ซาน
ไล่จื่อ จากนั้นพูดอย่างเย็นชาว่า “จะขอร้องเหยียนหลิ่งอวี๋ไปทำไมกัน? พวกเจ้าอย่าลืมสิว่า พวกเจ้าสองคนเป็นคนของ
ข้า ถ้าข้าจะไว้ชีวิตก็จะไว้ แต่ถ้าไม่ไว้ชีวิตละก็ เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ทำอะไรไม่ได้… พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?”
ในใจของต้วนอวี้รู้สึกไม่ดีเอามากๆ เพียงแค่การมาของเขา กลับทำให้แต่ละคนมีสีหน้าหวาดกลัวถึงเพียงนี้? เขา
อุตส่าห์ลำบากลำบนมาตลอดทั้งคืน แต่ผลงานและความยำเกรง กลับเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ที่มาชุบมือเปิบไปได้
ซานไล่จื่อตกใจในคำพูดของต้วนอวี้จนสติเกือบหลุด จากนั้นเขาได้คุกเข่าและคำนับขอร้องต้วนอวี้
เดิมทีเขาอยากจะเทียบความเหี้ยมโหดกับองค์ชายสามเสียหน่อย แต่ดูแล้วชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของคุณชาย
อย่างเขา ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักของคนในวงกว้าง หรือว่าความเหี้ยมโหดของเขายังสู้องค์ชายสามมิได้จึงมิมีผู้ใดหวาดกลัว? ต้
วนอวี้รู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวอะไรในตัวองค์ชายสาม ฉะนั้นเขาจะต้องทำให้ตัวเขามีชื่อในความเหี้ยมโหดไม่
น้อยไปกว่าองค์ชายสามให้ได้
ทางด้านซานไล่จื่อกับทูจื่อที่ยังมีความหวาดกลัวพรั่งพรูขึ้นมา… เวลานี้พวกเขาเริ่มนึกถึงเรื่องที่พวกเขาอาจล่วง
เกินต้วนอวี้ตั้งแต่ไปจับตัวเขามา หากไม่สำนึกผิดขึ้นมาละก็ ไม่รู้ว่าอีกประเดี๋ยวต้วนอวี้จะใช้ไม้ไหนเอาคืนพวกเขา
โบราณว่าอยู่ใต้ชายคาบ้านคนอื่นจำต้องก้มหัวให้ ดังนั้นทั้งสองคนจึงต้องยอมก้มหัวให้อย่างไม่มีทางเลือก
`
ในขณะนั้นเอง ซานไล่จื่อกลับรู้สึกอยากตายขึ้นมา ทว่าทูจื่อกลับไม่ได้มีความคิดเช่นนี้
ถ้าจะต้องให้ทูจื่อบอกว่าเหตุใดถึงคิดต่างไปคงพูดได้ว่า ประการแรก คนโง่ย่อมมีความสุขแบบคนโง่ เพราะความ
คิดของทูจื่อไม่มีอะไรเลย มองทะลุได้อย่างง่ายดาย ประการที่สอง ทูจื่อถือว่าตัวเขาอยู่กับต้วนอวี้มาสักระยะหนึ่ง และ
ยอมทำตามคำสั่งของต้วนอวี้แต่โดยดี จึงคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหา และประการสุดท้าย ทูจื่อไม่ได้มีแผนการเหมือนกับซาน
ไล่จื่อ อีกทั้งยังได้รับคำชมอีกด้วย เขาจึงเลือกที่จะทำเป็นลืมเรื่องที่ไปจับต้วนอวี้มาให้หมด!
ในตอนนี้เมื่อทูจื่อเห็นซานไล่จื่อมีท่าทางร้อนรนแปลกๆ เขาจึงเข้าไปพยุงซานไล่จื่อขึ้นมา พร้อมกับพูดอย่างฉงน
ใจ “พี่สามเป็นอะไรหรือ? ทำไมข้าเห็นพี่เอาแต่สั่นไปทั้งตัวเล่า!”
ในความคิดของทูจื่อนั้น เป็นเพราะซานไล่จื่อได้รับบาดเจ็บ เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อซานไล่จื่อได้ฟังที่ทูจื่อพูด เขาก็ยิ่งตัวสั่นหนักขึ้นไปอีกและรีบคว้าไปที่มือของทูจื่อ ถามด้วยนํ้าเสียงสั่นเครือ
“ทูจื่อ หรือว่าเจ้าไม่กังวลแม้แต่น้อยนิด?”
ทูจื่อตอบกลับอย่างงงงวย “พี่สาม… พวกเราสองคนต้องกังวลอะไรกัน?”
ซานไล่จื่อจึงดึงทูจื่อเข้ามาใกล้ขึ้นอีกและกดเสียงตํ่ากระซิบกระซาบว่า “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า พวกเราเคยจับตัว
คุณชายมา?”
“ข้าจำเรื่องนี้ได้!” ทูจื่อพยักหน้าตอบ
ซานไล่จื่อได้ยินก็ยิ่งโมโหขึ้นไปอีก “ในเมื่อเจ้าจำได้ เจ้าเคยคิดไหมว่าอีกประเดี๋ยวคุณชายจะจัดการพวกเรา
อย่างไร?”
“ที่แท้ พี่สามก็กังวลเรื่องนี้นี่เอง! อย่างไรเสียพวกเราสองคนก็ดีกับคุณชายอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน!”
ซานไล่จื่ออยากจะวิ่งเอาหัวชนกำแพงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย… ทูจื่อตอนนี้สมองกลับแล้วอย่างนั้นหรือ? ยังมีหน้า
มาบอกว่าทำดีกับคุณชายไม่น้อย ต่อให้ทำดีไม่น้อยจริง คุณชายก็เคยเป็นคนที่เจ้าจับตัวมาทรมาน ข่มขู่ ต่อว่า และแย่ง
ขนมปิง… หรือเจ้าคิดว่าเรื่องทั้งหมดทั้งมวลในคืนนี้จะหายวับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้?
บัดนี้ความมืดมิดในคํ่าคืนเริ่มจะค่อยๆ หายไปแล้ว ท้องฟั้าที่สีดำสนิทเริ่มกลายเป็นสีดำเจือจางขึ้นมา
ท้องฟั้าเริ่มจะสว่างไสวขึ้นมาแล้ว ทำให้เริ่มมองสรรพสิ่งรอบข้างได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
บัดนี้ภาพของวัดร้าง อิฐเก่าที่ปูอยู่บนพื้น หลุมดินที่ถูกขุด รวมทั้งเสื้อผ้ากับรองเท้าที่ถูกถอนออก และนิ้วมือของ
นักฆ่า กลับเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นมาแล้ว
เสียงของเสื้อผ้าที่สะบัดไปตามลมตลอดจากที่ห่างไกล ได้คืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นมาเรื่อยๆ
ส่วนทั้งสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าวัดร้างกลับมีสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป
ใบหน้าไร้ความรู้สึกของต้วนอวี้ในเวลานี้กลับซีดขาวจนเห็นได้ชัด เนื่องจากตลอดทั้งคํ่าคืนจนถึงยํ่ารุ่งของอีกวัน
เขาอยู่แต่ในความเหน็บหนาว แม้แต่ลมหายใจก็ใกล้จะไม่มีความร้อนปะปนออกมาแล้ว
ด้านข้างต้วนอวี้มีเจ้าซานไล่จื่อกับทูจื่อคอยยืนอยู่
สีหน้าของสองคนนี้ยิ่งแปลกประหลาดจนทำให้ไม่อาจกลั้นหัวเราะเอาไว้ได้
ซานไล่จื่อนั้นใบหน้าและเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล เสื้อผ้าขาดวิ่นอยู่หลายจุด ขาเดินกะเผลกไปมา อีกอย่างเขา
เป็นคนที่ถูกทรมานยาวนานที่สุดและผ่านอารมณ์ทั้งตกใจ จนปัญญา ทรมาน เจ็บปวดและหวาดกลัวที่สุด พูดได้ว่าซาน
ไล่จื่อมีอารมณ์ครบทุกรสชาติในคํ่าคืนเดียว…