การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 351 ต้วนอวี้สื่อสารได้ลำบาก
หลุมแรกมีลักษณะเล็กแต่พื้นที่ด้านในกว้าง หากตกลงไปก็ไม่ง่ายที่จะปีนออกมา ในขณะที่หลุมที่สองนั้นปาก
หลุมค่อนข้างกว้างและพื้นด้านล่างเรียบเสมอกัน หากตกลงไปแล้วจะต้องลื่นไถล ล้มลงไปอย่างแน่นอน
เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นหลุมทั้งสอง แววตาพลันเปล่งประกาย
หลุมทั้งสองมีทิศทางและลักษณะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เหยียนหลิ่งอวี๋มองหลุมที่สองด้วยแววตาที่เปล่งประกายอย่างมาก
แม้ลักษณะการขุดจะแตกต่างจากปกติทั่วไป ด้วยขุดเป็นลักษณะตามแนวยาว ซึ่งยาวกว่าหลุมแรกสองถึงสาม
เท่า และขอบด้านข้างก็กว้างกว่าหลุมแรก หลุมที่สองมีเลือดติดอยู่ในดินไม่น้อย อีกทั้งตรงกลางหลุมมีรูขนาดเล็กที่ปัก
บางอย่างไว้จึงทำให้นักฆ่าได้รับบาดเจ็บ
เหยียนหลิ่งอวี๋ก้มหน้ามองไปบริเวณเท้าที่ได้รับบาดเจ็บของนักฆ่า จากนั้นก็เอ่ยถามต้วนอวี้ “เจ้าทำได้ยังไงกัน?”
คำถามของเหยียนหลิ่งอวี๋คลุมเครือเป็นอย่างมาก ทว่าต้วนอวี้กลับรู้อยู่แก่ใจดี
เขายกมือตบที่ไหล่ของเหยียนหลิ่งอวี๋เบามือ พูดเสียงเรียบว่า “เป็นตามที่เห็น”
คำพูดที่ว่า “เป็นตามที่เห็น” คล้ายจะเป็นการตอบแบบโดยรวม ทว่ามีเพียงเหยียนหลิ่งอวี๋ที่รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่าย
เหมือนที่ต้วนอวี้ตอบ
อย่างน้อยหลุมทั้งสองนี้ ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะคิดออกมาได้
ทั้งระยะห่างของทั้งสองหลุมที่ห่างกันสองสามก้าว ถ้าดูอย่างจริงจังก็น่าจะประมาณสองก้าวครึ่ง ซึ่งเหมาะเจาะ
กับระยะทางที่คนมีวรยุทธ์จะใช้เพื่อกระโดดดันตัวให้ลอยขึ้น
คนที่มีวรยุทธ์สูงนั้นจะต้องใช้ระยะทางไม่เกินสองสามก้าวในการกระโดดดันตัว แต่ถ้าระหว่างทางมีสิ่งกีดขวาง
เช่นตกลงไปในหลุมก่อนที่จะกระโดด คนเหล่านั้นจะต้องหัวเสีย และจะพยายามใช้พื้นที่ให้น้อยลงในการกระโดดดันตัว
สิ่งนี้เองจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดว่าทำไมต้วนอวี้ถึงเล่นงานอีกฝั่ายได้สำเร็จ
นักฆ่าที่นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจอยู่ตรงหน้านี้จะต้องโมโหและใช้แรงมากขึ้นเพื่อเข้ามาจัดการต้วนอวี้ ซึ่งประจวบ
เหมาะกับระยะทางที่เขาคำนวณไว้พอดี สุดท้ายจึงตกลงไปในหลุมที่สองที่มีลักษณะยาวและอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็น
ถ้าหลุมที่หนึ่งเป็นเพียงการทำให้นักฆ่าเกิดความโมโหจนทำให้ขาดความรอบคอบ เช่นนั้นหลุมที่สองก็จะเป็น
หลุมที่พรากเอาชีวิต เพราะในหลุมมีอาวุธที่แหลมคมรอคอยเอาชีวิตอยู่
หากนักฆ่าตกลงไปต้องรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีในการพาตัวเองออกมา ดังนั้นต้วนอวี้มีโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะ
กุมชะตาชีวิต ถ้าอีกฝั่ายรอดออกมาจากหลุมได้ คนที่จะไม่รอดก็คือพวกเขาทั้งสามคน!
เรื่องทั้งหมดนี้มองผิวเผินอาจจะดูง่ายดาย แต่แท้ที่จริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น ต้วนอวี้ต้องใช้กำลังกายและมัน
สมองในการคำนวณให้ถูกต้องและห้ามผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย
สรุปแล้วต้วนอวี้ทำได้อย่างไร?
คำตอบของคำถามไม่มีใครล่วงรู้ แต่หลังจากที่เหยียนหลิ่งอวี๋ไตร่ตรองดูก็พอคาดเดาได้
ต้วนอวี้จะต้องใช้คนที่บาดเจ็บไปเป็นตัวล่อให้นักฆ่าไปอีกทางก่อน จากนั้นจึงให้คนที่สองเข้าไปขุดหลุมเพื่อรอให้
นักฆ่าเข้ามาติดกับ
เนื่องจากการขุดหลุมต้องใช้เวลาพอสมควร เมื่อขุดเสร็จก็เหลือแต่คำนวณเวลาให้เหยื่อล่อทั้งสองคนไปยืนรออยู่
หลังหลุมที่สอง ซึ่งต้องผ่านการวิเคราะห์ตำแหน่งและระยะก้าวกระโดดของนักฆ่าเป็นอย่างดี จึงทำให้นักฆ่าตกลงไปใน
หลุมที่หนึ่งและสองจนบาดเจ็บ
นักฆ่ากำลังโมโหจากการตกหลุมที่หนึ่ง ย่อมทำให้เขาไม่ทันได้ระวังตัว พลาดตกลงไปในหลุมที่สองจนขาได้รับ
บาดเจ็บ นักฆ่าก็จะยิ่งใช้กำลังที่มีในการตะเกียกตะกายออกมา เพื่อฆ่าเหยื่อล่อทั้งสองคนให้ตาย
ถ้านักฆ่าสามารถขึ้นมาจากหลุมที่สองได้ เหยื่อล่อทั้งสองคนจะต้องหวาดกลัวจนตัวสั่นและผงะถอยหลังจนทำ
อะไรไม่ถูกอย่างแน่นอน แต่ด้วยการคำนวณที่แม่นยำทำให้นักฆ่าตกลงไปได้พอดิบพอดี
ในระหว่างที่นักฆ่าตกลงไปในหลุมจะเกิดความระแวงขึ้นมามาก เขาจึงต้องพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด
ออกมาก่อน จึงทำให้ต้องสูญเสียพลังไปกว่าครึ่ง เมื่อออกมาจากหลุมแรกได้แล้วก็ยังต้องรำคาญใจกับกลิ่นเหม็นที่ติดตัว
มาด้วย ซึ่งนั่นเป็นการทวีความโมโหให้ลุกโชนมากขึ้นไปอีก จนทำให้ละเลยการระวังตัวไป
เหยียนหลิ่งอวี๋เชื่อว่า หากเขาตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกับนักฆ่า ย่อมมีอาการแบบเดียวกันเป็นแน่
เมื่อนักฆ่าสูญเสียพลังไปกว่าครึ่ง ย่อมไม่มีกำลังเต็มเปียมเหมือนตอนแรก รวมทั้งกลิ่นเหม็นที่ติดตัวก็คอยเพิ่ม
ความโมโหให้มากขึ้น ดังนั้นหากขึ้นจากหลุมแรกได้ก็ต้องใช้ระยะก้าวที่ไม่เกินสองสามก้าวในการเข้าถึงตัวเหยื่อล่อทั้ง
สอง
ถ้าเป็นเช่นนั้นสิ่งที่ต้วนอวี้คิดคำนวณเอาไว้ทั้งหมดก็จะกลายเป็นจริง
ส่วนที่ว่าทำไมนักฆ่าจะต้องกระโดดเข้ามาจัดการเหยื่อล่อทั้งสองคนด้วย?
คำตอบนั้นง่ายมาก ก่อนอื่นเมื่อเราตกอยู่ภายใต้อารมณ์ของความโกรธย่อมเกิดความคิดสับสนและคลาดเคลื่อน
จากความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอการยั่วยุ การดูถูก รวมทั้งการหลอกลวง สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้ความคิดคลาด
เคลื่อนจากความเป็นจริงไปอย่างมาก จนทำให้นักฆ่าคิดว่าสถานที่ที่เหยื่อล่อยืนนั้นปลอดภัย แต่ความจริงกลับมี
อันตรายที่อำพรางรอให้มาติดกับต่างหาก
เพราะฉะนั้นนักฆ่าที่ถูกส่งมาเมื่อคืน จึงต้องมาจบชีวิตลงด้วยแผนการที่แยบยลเช่นนี้
แม้ว่าจะไม่ได้ถูกต้วนอวี้ฆ่าด้วยนํ้ามือของเขา แต่ด้วยแผนการที่วางไว้ทำให้นักฆ่าติดกับจนต้องเสียรู้ ประกอบกับ
การเค้นความจริงออกมา จึงทำให้นักฆ่าต้องตายลงจากนํ้ามือของเงาดำอีกคนแทน
หากนักฆ่าไม่ตายในคืนนี้ละก็ ไม่แน่คนที่ต้องตายแทนคงจะเป็นซานไล่จื่อ ทูจื่อ รวมถึงต้วนอวี้ที่อยู่ในอ้อมอก
ของเหยียนหลิ่งอวี๋
กฎของการมีชีวิตอยู่ของคนเรานั้นมีอยู่ว่า ถ้าอีกฝั่ายไม่ตาย คนที่ต้องตายก็เป็นเรา ฉะนั้นเวลาเกิดความรู้สึกเห็น
อกเห็นใจคนอื่น ก็ไม่แน่ว่าอีกฝั่ายจะรู้สึกเช่นเดียวกัน
ต้วนอวี้คอยสังเกตท่าทีของเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ตลอด พอเห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดของเขาได้คลายลงจึงหัวเราะออกมา
“อะไรกัน? คิดออกหมดแล้วหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับ เพียงแต่ยังมีบางจุดที่เขายังไม่ค่อยเข้าใจ
มุมปากของต้วนอวี้ยกขึ้นอย่างหยิ่งผยอง “เจ้ายังคงแปลกใจว่าทำไมข้าถึงมีเวลาขุดหลุม กะระยะได้อย่างแม่นยำ
อีกทั้งนักฆ่ายังตกหลุมพรางได้ง่ายถึงเพียงนี้ใช่หรือไม่?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับ!
ต้วนอวี้จึงอธิบาย “เพราะว่าข้าหลอกให้นักฆ่าวิ่งไประยะไกล จึงมีเวลาเพียงพอในการขุดหลุม ส่วนเรื่องทำไมถึง
ขุดได้แม่นยำนั้น เป็นเพราะข้าได้คำนวณระยะการก้าวของพวกมันเอาไว้แล้ว”
ต้วนอวี้เป็นคนที่มีความรู้สึกไวอย่างมากต่อการกะเวลากับระยะทาง เพราะการมาโผล่ในยุคโบราณที่ใช้ธูปในการ
บอกเวลาแทนที่นาิกา ทำให้เขาเริ่มอาศัยการกะระยะเวลาจากความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ซานไล่จื่อไปที่วัดร้าง
ต้วนอวี้เอาแต่นอนหลับตา แต่แท้ที่จริงแล้วเขากำลังคำนวณเวลากับระยะทางอยู่ โดยเริ่มจากความเร็วในการก้าวเดิน
ของซานไล่จื่อว่าเป็นกี่ก้าวต่อวินาที จึงทำให้ต้วนอวี้สามารถคำนวณระยะทางจากที่ซานไล่จื่อเดินไปจนถึงวัดร้างได้อย่าง
แม่นยำ… เขายังใช้วิธีนี้ในการคำนวณระยะทางตั้งแต่ช่องทางลับที่ออกจากประตูเมืองหลวงมาถึงวัดร้างแห่งนี้ จากนั้นจึง
เอาผลทั้งสองระยะมาเปรียบเทียบกัน จึงรู้ระยะทางทั้งหมดได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ
แม้ว่าต้วนอวี้จะอาศัยการคำนวณในใจ แต่ก็อาจจะมีการผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปบ้างเล็กน้อย ดังนั้นเขาได้
คำนวณเวลาเผื่อไว้อย่างเพียงพอ เพื่อดำเนินการตามแผนที่วางไว้ทั้งหมดให้เสร็จทันท่วงที