การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 353 ความผิดหวังของต้วนอวี้
องครักษ์ชุดดำในห้องมองต้วนอวี้ลงมืออย่างระมัดระวังด้วยความแปลกใจ
คุณชายใหญ่จวนต้วนนับว่าเป็นคนที่อยู่เหนือและสูงศักดิ์กว่าคนจำนวนมาก แต่เขากลับก้มตัวลงไปนั่งยองๆ พูด
คุยกับชายชราที่เป็นขอทาน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้องครักษ์ชุดดำที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่างนับถือหัวใจของต้วนอวี้เป็นอย่างยิ่ง
คนในห้องไม่มีใครพูดอะไรสักคำเดียว ส่วนบรรดาองครักษ์ชุดดำต่างได้รับคำสั่ง มิให้ทำชายชราตระหนกตกใจ
ดังนั้นชายชราจึงอยู่ดีมีสุขในวัดร้างแห่งนี้
ต้วนอวี้เคยใช้ชีวิตในจุดที่ตํ่าที่สุดในชีวิต เขาจึงคิดว่าทุกคนและทุกเพศมีความเท่าเทียมเสมอกัน ไม่ว่าจะเป็นใน
ชาติที่แล้วหรือชาติในยุคโบราณนี้ แม้จะเป็นขอทาน เขาก็ให้ความเคารพ
โดยปกติแล้วหากต้วนอวี้จะให้เงินหรือสิ่งของ เขามักจะก้มหน้าและโค้งตัวลงไปเพื่อวางของลงในชามหรือในมือ
แต่คนจำนวนไม่น้อยกลับทำเพียงปรายตามองและโยนของให้แทน
ชายชรารับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในชามจึงหยิบขึ้นมาดมครู่หนึ่ง จากนั้นเขาจึงกัดหนึ่งคำและยื่นมือออกมาให้ต้วนอวี้
เพียงแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ถือชาม เดาจากท่าทางคงอยากดื่มนํ้า
ต้วนอวี้ก็หันไปเอานํ้าจากองครักษ์ชุดดำส่งให้ชายชรา
ชายชราเหมือนยังสะลึมสะลือ ลืมตาเพียงครึ่งเดียว มือหนึ่งหยิบขนมปิงเข้าไปกัดคำใหญ่จนหมด จากนั้นยื่นมือ
ออกมาขออีกถึงสามครั้ง จนองครักษ์ชุดดำไม่เหลือขนมปิงอีกแล้ว แต่ว่าองค์ชายได้กำชับแล้วต้องดูแลต้วนอวี้ให้ดี เขา
จึงต้องรีบวิ่งออกมานอกวัดร้างเพื่อเอาขนมปิงจากคนอื่นมาส่งให้ต้วนอวี้
วิ่งกลับไปกลับมา ชายชราคนนี้ขอกินขนมปิงไปถึงแปดชิ้นจนอิ่มหมีพีมัน เขาจึงบิดขี้เกียจออกมาแล้วท่าทาง
เหมือนจะสลบไสลลงไปต่อ
ต้วนอวี้มองดูด้วยสายตาที่ยิ้มแย้ม จากนั้นจึงถามชายชรา “ท่านลุง เมื่อคืนนี้ได้ยินเสียงหรือเห็นคนบ้างหรือไม่?”
ชายชราปรือตามองไปยังต้วนอวี้และพูดอย่างรำคาญว่า “เป็นเด็กที่ไหนกัน สงสัยจะไม่ได้รับการสั่งสอน ไม่รู้หรือ
ว่าคนเพิ่งจะทานอาหารไป ไม่ควรถามเรื่องที่ไม่มีสาระแบบนี้ มันจะทำให้การย่อยไม่ดี”
คำพูดของชายชราเป็นดั่งสายฟั้าฟาดลงมาที่ตัวของต้วนอวี้ ทำให้เขาถึงกับโมโหขึ้นมา
เชอะ! ยังมีหน้ามาพูดอีกว่าการย่อยไม่ดี กินยัดทะนานแบบนี้ กินหินเข้าไปก็คงย่อยได้ไม่ยากกระมัง?
ชายชราเอาแต่มองต้วนอวี้ไม่ละสายตา แววตาของเขาจ้องมองมาที่เสื้อคลุมชั้นนอกของต้วนอวี้
ถึงแม้ทุกคนคิดว่าต้วนอวี้ปฏิบัติต่อชายชราดี แต่ชายชรานั้นดูเหมือนได้คืบจะเอาศอก
ด้านองครักษ์ชุดดำเริ่มมองใบหน้าของชายชราด้วยความไม่พอใจ แต่ด้วยต้องทำตามที่องค์ชายสามสั่ง เขาจึงต้อง
เก็บความไม่พอใจนี้ไว้ข้างในโดยไม่แสดงอาการ
ช่างไม่รู้ฟั้าสูงแผ่นดินตํ่าอย่างไรอย่างนั้น เขาคิดว่าสิ่งของขององค์ชายสาม คิดจะเอาแล้วจะเอาได้อย่างนั้นหรือ?
ต้วนอวี้แสยะยิ้มออกมาพลางใช้มือลูบไปที่จมูก เขาเข้าใจแล้ว ชายชราคนนี้อยากจะเอาเปรียบเขาทั้งของกินและ
เสื้อผ้า ไม่รู้ว่าอีกประเดี๋ยวคงขอให้รถม้าตามไปส่งที่บ้านกระมัง!
ยิ่งเป็นเช่นนี้ ต้วนอวี้ยิ่งไม่กล้าดูแคลน เขากลับรู้สึกว่าสิ่งที่ทำและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ชายชราคงเห็นหมด
สิ้นแล้ว
แม้ว่าชายชราจะลืมตาเพียงครึ่งเดียว แต่ว่าสายตานั้นกลับมีแสงประกาย ไม่ควรที่จะดูถูกเขาได้
ต้วนอวี้ถอดเสื้อคลุมออกและส่งไปให้ชายชราในมือ “อ่ะ เอาไปสวมเสียเถอะ”
ชายชรามองต้วนอวี้ยื่นเสื้อคลุมออกมาให้เขาอย่างแทบไม่เชื่อสายตา จากนั้นจึงรีบคว้าเสื้อคลุมในมือของต้วนอวี้
เข้ามาคลุมร่างกาย
ในที่สุดชายชราก็ลืมตากว้างเป็นปกติเสียที
สายตาของชายชรานั้นช่างเปล่งประกายและเฉียบคม เมื่อเขามองมาที่ต้วนอวี้จึงหัวเราะเยาะออกมา
ต้วนอวี้เอาแต่ยกมือลูบขึ้นจมูกโดยไม่พูดอะไร
ชายชราชอบอกชอบใจกับเสื้อคลุมตัวนี้ที่ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ไม่ยาวไม่สั้นไป เขาสวมมันและเดินมายืนตรงหน้าต้วนอวี้
พร้อมกับพูดอย่างเหนือกว่า “เป็นยังไงบ้าง? ดูดีหรือไม่?”
ต้วนอวี้เผยอยิ้มออกมาพร้อมกับกวาดตาไปที่ร่างของชายชรา จู่ๆ เขารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้
แผ่ซ่านออกมา ทำให้ชะงักไปครู่หนึ่ง ต้วนอวี้กลับนึกถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ห้ามปรามเขาไม่ให้เข้ามาตั้งแต่แรก แต่เขากลับ
ไม่เชื่อคำพูดนั้น
เห็นที เหยียนหลิ่งอวี๋คงเห็นบางอย่างที่ไม่ปกติออกมาจากชายชราคนนี้?
ชายชรารู้สึกไม่พอใจที่เห็นสีหน้าของต้วนอวี้ จึงเท้าเอวพูดด้วยความโมโห “ดูดีหรือไม่?”
“ดูดี!” ต้วนอวี้ตอบกลับอย่างตะกุกตะกัก
ชายชรารู้สึกพอใจในคำตอบอย่างมาก สวมเสื้อคลุมที่ราคาสูงลิ่วเดินไปเดินมา ก่อนจะนั่งลงกับพื้นและถามอย่าง
เบิกบานใจ “เจ้ามีสุราหรือไม่?”
ต้วนอวี้ฝืนตอบกลับไปยิ้มๆ “ขอโทษด้วยท่านลุง ข้าไม่มีหรอก!”
ชายชราจ้องมาที่ต้วนอวี้ พูดอย่างดูถูกดูแคลน “เจ้ามันยังเด็กจะดื่มเป็นได้อย่างไรล่ะ? อย่างมากก็คงเห็นคนอื่น
ละสิ?”
ต้วนอวี้ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เขาจึงคิดแต่หาวิธีว่าจะถามสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้อย่างไร?
เมื่อเห็นต้วนอวี้ไม่พูดไม่จาจึงเอ่ยปากขึ้น “หึ! เจ้าเด็กนี่ช่างแก่แดดแก่ลม เมื่อคืนแม้เจ้าจะไม่ได้ดื่มสุราเอง แต่ให้
สองคนนั้นดื่มไปก็ไม่น้อย… มีหนึ่งในสองที่เจ้าบังคับให้ดื่มจนล้มฟุบไปกับพื้น คิดหรือว่าข้าจะไม่รู้?”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็ตกใจ “ท่านลุงเห็นหมดเลยหรือ?”
ชายชราตอบกลับอย่างเย็นชา “ถ้าข้าไม่ได้ดื่ม ข้าก็ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ!”
ต้วนอวี้พูดไม่ออก สายตาของชายชราจับจ้องไปทั่วตัวขององครักษ์ชุดดำ ต้วนอวี้เห็นแล้วจึงพูดสัพยอกว่า “พวก
เขาอยู่ในหน้าที่จึงดื่มสุรามิได้หรอก!”
“เจ้าคนพวกนี้ก็เป็นได้แค่สุนัขรับใช้ของเจ้านาย หากเจ้านายไม่อนุญาต มีหรือที่จะกล้าแตะ?”
พอคำพูดของชายชราจบลง องครักษ์ที่เฝั้าอยู่หน้าประตูต่างเดือดดาลกันขึ้นมา แม้ชายชราจะพอมีเล่ห์เหลี่ยม
บ้าง แต่การดูถูกเช่นนี้พวกเขามิอาจทนไหวได้อีกแล้ว
ต้วนอวี้ลุกขึ้นยืน เอ่ยปากด้วยความโกรธเคืองไม่น้อย “สุนัขรับใช้อะไรกัน?พวกเขาเป็นคนธรรมดาเหมือนเราๆ
ไม่มีใครที่สามารถเลือกฐานะและพ่อแม่ได้ พวกเขาก็เพียงใช้ชีวิตอย่างปกติ คนเรานั้นเสมอภาคกัน ท่านลุงมีสิทธิ์อะไรที่
จะด่าว่าคนอื่นเป็นสุนัข? เหอะ…”
พูดจบลงก็หันหลังเดินออกประตูไป
เดิมทีเขาคิดเพียงว่าชายชราคนนี้ก็แค่หาเรื่องและดื้อรั้นไปหน่อยก็เท่านั้น แต่บัดนี้เขาจัดชายชราอยู่ในกลุ่มที่เขา
เกลียดชังและไม่อยากร่วมวงสนทนาด้วยอีกต่อไปแล้ว