การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 354 ความล้มเหลวของต้วนอวี้
ต้วนอวี้ไม่ได้โกรธจัดหรือหัวเสียขนาดนั้น แต่เพราะคำพูดของชายชราที่เป็นเหมือนดาบแหลม แทงใจดำเสียจน
เลือดไหลซิบ
จู่ๆ ต้วนอวี้ได้นึกถึงเรื่องในชาติที่แล้วของตนเองขึ้นมา กลิ่นคาวเลือดที่ตลบอบอวลทั่วตัว ภาพเหล่านั้นสร้าง
ความหวาดกลัวขึ้นมาทั้งทางร่างกายและจิตใจ และเมื่อเขาเห็นสายตาที่น่ากลัวและน่าเกลียดชังของชายชรา เขาพลัน
อยากจะเข้าไปถีบชายชราให้กลิ้งไถลไปกับพื้น
เพราะชายชราใช้นํ้าเสียงดูถูกองครักษ์ เรื่องในอดีตที่ลืมไปนานแล้วจึงมาปรากฏในมโนภาพอีกครั้ง
เขาจึงเดินออกจากประตูไปด้วยความโมโห เมื่อพบกับแสงตะวันยามรุ่งอรุณสาดแสงส่องไปทั่วพื้นดิน ใบหญ้าที่มี
หิมะที่เกาะอยู่บนใบไม้พลันละลายกลายเป็นนํ้า
ชายชรายกมือขึ้นมาจับเสื้อคลุมที่ได้รับมาเมื่อครู่ไว้แน่น จากนั้นหันมองกลับไปกลับมาอย่างคนเมาสุรา
องครักษ์ที่มาคอยปกปั้องต้วนอวี้ต่างมองชายชราด้วยความโกรธ เด็กชายเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ หากว่า
ชายชราคนนี้มีความเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย หัวเขาของก็จะหลุดออกจากบ่าทันที
สิ่งที่ต้วนอวี้เอ่ยถามเมื่อครู่ทำเอาองครักษ์ต่างตกใจไปตามๆ กัน พวกเขานึกไม่ถึงว่าคุณชายใหญ่ต้วนจะพูดเช่น
นั้น มิน่าเล่า องค์ชายสามถึงได้ใส่ใจคุณหนูใหญ่และน้องชายของนางเป็นกรณีพิเศษ
ต้วนอวี้สาวเท้าออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็เจอเหยียนหลิ่งอวี๋ ดูท่าทางแล้วต้วนอวี้คงไม่คิดกลับไป
หาชายชราที่ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างแอบซ่อนไว้ ชายชราจึงพุ่งตัวออกมา ตะโกนเสียงดังจากทางด้านหลังของต้วนอวี้
“นี่ เจ้าเด็กน้อย หรือว่าเจ้าไม่อยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้แล้ว… ข้ารู้เห็นเรื่องเมื่อคืนมาไม่น้อยเลย”
ต้วนอวี้แสยะยิ้มไม่พูดไม่จา ก้าวเท้าเดินไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋
แสงสว่างบนท้องฟั้าในยามนี้พยายามสาดแสงส่องมาสู่พื้นดิน ต้นไม้และใบหญ้าต่างถูกกลุ่มก้อนสีขาวบดบังเสีย
จนแบนเรียบ
รุ่งอรุณในเหมันต์ฤดู หากจะเอ่ยปากพูดออกมา ความร้อนจากร่างกายจะปะทะความหนาวเย็นจากข้างนอก
อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นควันขาว บัดนี้ทั้งต้นไม้ ใบหญ้าและทุกสรรพสิ่งต่างถูกหิมะโปรยปรายลงมาจนขาวโพลนจน
หมดสิ้น
น่าแปลกตรงที่รุ่งอรุณในวันนี้กลับไม่มีหมอกหนาปกคลุม กลับมีเพียงสีขาว เทาและดำ สามสีที่ปรากฏออกมาให้
เห็น
เหยียนหลิ่งอวี๋ยังคงยืนจับจ้องหลุมดินอยู่หน้าประตูวัดร้าง พร้อมกับฟังสิ่งที่องครักษ์มารายงาน สีหน้าของเขา
เคร่งขรึมในทันใด บนตัวมีเสื้อคลุมสีขาวตัวใหม่ที่องครักษ์นำมาถวาย บริเวณแขนเสื้อปักรูปกิ่งดอกเหมยที่กำลังพลิ้วไหว
ไปมาอย่างอิสระดูเข้ากับคนใส่อย่างยิ่ง
คนบางคนมีทุกอย่างเพียบพร้อมดั่งฟั้าประทาน แม้แต่เสื้อคลุมสักตัวยังต้องบรรจงพิถีพิถันไม่เหมือนกับใคร
หากมองสูงขึ้นมาจะพบใบหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ กำลังมองทุกสรรพสิ่งเหมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน
ต้วนอวี้เงยหน้าขึ้นมองดวงตาที่สวยงามคู่นั้นขององค์ชายสาม ที่กำลังมองออกไปเบื้องหน้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด
สายตานั้นแสดงออกถึงบางสิ่งที่ไม่เป็นไปดั่งใจหวัง… ในจุดที่ต้วนอวี้ยืนอยู่นั้นยังเห็นจมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากรูป
กระจับสีแดงเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ ดั่งบุปผาแดงที่กำลังผลิบาน
ต้วนอวี้เห็นท่าทางของเหยียนหลิ่งอวี๋จึงทราบดี เขาต้องการการปลอบใจเป็นอย่างมาก
การก้าวเท้าของต้วนอวี้ทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋ตื่นจากภวังค์
ในที่สุดเขาได้รู้จุดอ่อนของต้วนอวี้แล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋ตบมืออย่างรวดเร็วหลายครั้งเป็นการบอกองครักษ์ชุดดำให้
รีบแยกย้ายกันไป ส่วนเขาเอาแต่จ้องมองต้วนอวี้ด้วยรอยยิ้ม
ต้วนอวี้เดินเข้าไปทีละก้าวด้วยอารมณ์ที่เศร้าโศกเสียใจ
เหยียนหลิ่งอวี๋กลับหัวเราะพลางก้าวขึ้นมาสองก้าว ตบไหล่ต้วนอวี้อย่างเบามือ “เป็นอะไรไป?สภาพเจ้าในเวลานี้
เหมือนไก่ตัวผู้ที่ไปตีแล้วพ่ายแพ้มา”
บทสนทนาระหว่างเด็กชายเบื้องหน้ากับชายชรา เขารับทราบหมดแล้ว แม้ว่าเขาจะแปลกใจกับคำพูดของต้วนอวี้
อยู่บ้าง แต่นี่เป็นการช่วยให้เข้าใจต้วนอวี้ให้ลึกมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง… เหยียนหลิ่งอวี๋เชื่อว่าหากคนตรงหน้าไม่ใช่เด็กน้อย
ละก็ เขาจะต้องเป็นคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ช่วงหนึ่งในชีวิตของต้วนอวี้จริง เพียงแต่เกิดขึ้นในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
ไม่ใช่ในยุคโบราณก็เท่านั้น
ต้วนอวี้มองหน้าที่หล่อเหลาของเหยียนหลิ่งอวี๋ หัวใจพลันเต้นแรง กัดฟันพูด “เจ้านะสิเป็นไก่ตัวผู้ที่ไปตีพ่ายแพ้
มา… ตลอดชีวิตของเจ้าก็เป็นแต่ไอ้ขี้แพ้”
อันที่จริงต้วนอวี้อยากพูดออกมาเหลือเกินว่า ตระกูลของเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นไอ้ขี้แพ้ เพียงแต่อีกฝั่ายเป็นถึงฝั่า
บาทจึงไม่อาจเอ่ยสิ่งใดพล่อยๆ ได้ เขาจึงรีบกลับหลังหันไป!
เหยียนหลิ่งอวี๋แอบชำเลืองมอง จากนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เสียงหัวเราะของเขาทำให้เหล่าวิหคที่เกาะอยู่บนกิ่งต่าง
แตกตื่นจนโผบินออกไปไกล
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้า “ดี พูดได้ดี! ข้าเป็นคนพ่ายแพ้ เป็นไอ้ขี้แพ้มาทั้งชีวิต… คำตอบเช่นนี้ เจ้าพอใจแล้วใช่
หรือไม่?”
หากเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นไอ้ขี้แพ้จริง อย่างนั้นต้วนชิงหมิงก็เป็นเพื่อนของไอ้ขี้แพ้… เพียงระลึกถึงต้วนชิงหมิงขึ้นมา
ใบหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋จะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน แววตาลุกวาวจนเป็นที่ดึงดูดสายตาของหญิงสาว
ต้วนอวี้เห็นเช่นนั้นก็เบือนปากไปอีกทาง จากนั้นก็เปลี่ยนอารมณ์ให้เป็นปกติ เขาเดินเข้าไปตบหลังฝั่ามือของเหยี
ยนหลิ่งอวี๋เบาๆ พร้อมกับอมยิ้ม “พอใจ ถึงตอนนี้ทุกอย่างเป็นที่พอใจหมดแล้ว”
จะไม่ให้พอใจได้อย่างไรกัน?คนอย่างองค์ชายสามยอมรับปากทำทุกเรื่องให้ มีหรือที่เขาจะปฏิเสธ
ต้วนอวี้ในยามนี้อารมณ์ดีขึ้นแล้ว เรื่องราวที่ไม่สบอารมณ์กับชายชรานับว่าผ่านพ้นไปแล้ว