การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 356 ต้วนอวี้แต่งเรื่องไปเรื่อย
เหยียนหลิ่งอวี๋เม้มปากไม่พูดไม่จา…บางครั้งพวกเขาก็มีเรื่องที่ต้องเสแสร้งแกล้งทำเพื่อหลอกล่อศัตรูบางครั้งเพื่อ
รับมือศัตรู บางครั้งเพื่อวางแผนการและดูเหมือนได้กลายเป็นความเคยชินโดยไม่รู้ตัว
เพราะความเคยชินนี้กับการเสแสร้งให้คนอื่นดูมามากจนเขาแทบแยกมันออกจากชีวิตไม่ออกมีบางครั้งที่เหยียน
หลิ่งอวี๋เองก็ไม่อาจแยกได้ว่าเขาชอบสิ่งที่เป็นอยู่นี้หรือไม่
เด็กหนุ่มจ้องมองมาที่ต้วนอวี้พบว่าเด็กน้อยในเวลานี้ช่างเหมือนกับเขาในอดีต
ต้วนอวี้เลิกคิ้วขึ้นโยนขนมปิงไปไว้ข้างจาน ถูมือปัดขนมออกจากมือก่อนเงยหน้ามองไปที่อีกฝั่ายจนสุดท้ายเอ่ย
ปากขึ้น
“เอาล่ะ เหยียนหลิ่งอวี๋ ข้าจะบอกความจริงให้ฟังส่วนจะเชื่อหรือไม่เป็นเรื่องของเจ้าแล้ว!”
หากไม่อยู่ต่อหน้าคนอื่นต้วนอวี้กับเหยียนหลิ่งอวี๋มักเรียกอีกฝั่ายด้วยชื่อจริงไปเลยโดยไม่ได้รู้สึกว่าไม่เหมาะไม่
ควร อีกอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรต้วนอวี้จึงเรียกชื่อเขาได้อย่างเต็มปาก
อันที่จริงเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ใช่คนที่มีพิธีรีตองมากมายทว่าในฐานะองค์ชาย เขาจำเป็นต้องทำให้คนรอบข้างเคารพ
ยำเกรง และยากจะคาดเดาใจได้
อีกอย่างเรื่องการเรียกชื่อตามฐานะที่กำเนิดเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากแต่สำหรับต้วนอวี้แล้ว เขาเริ่มเรียกชื่อ
โดยตรงของเหยียนหลิ่งอวี๋มาตั้งนานแล้วจากตอนแรกที่รู้สึกแปลกใหม่ ทว่ามาถึงตอนนี้เขากลับมองเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
เมื่อเห็นสายตาพิศวงของต้วนอวี้เหยียนหลิ่งอวี๋จึงรู้ทันทีว่าเขามีเรื่องอยากจะพูด
ถึงแม้บางทีต้วนอวี้อาจไม่ได้พูดความจริงออกมาทั้งหมดทว่าดูจากท่าทางของเขาในเวลานี้ เหยียนหลิ่งอวี๋อดไม่
ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้น…ใช่แล้ว! ระหว่างที่คนอื่นกำลังจะพูดความลับออกมาสิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือการนั่งฟังอย่างตั้งใจไม่ใช่
จ้องจะถามอีกฝั่ายเพียงอย่างเดียว
เด็กน้อยยื่นมือเล็กๆออกมา พร้อมกับถกแขนเสื้อให้ดูรอยแผลที่ถูกมัด
ต้วนอวี้ถูกนำตัวมาหลังจากโดนโปะยาสลบหลังจากที่เขาฟืนได้สติขึ้นมาก็พยายามขัดขืนให้เชือกที่มัดอยู่หลุด
ออกแต่ว่าผิวที่ขาวเนียนของเขาเมื่อเสียดสีกับเชือกอย่างนั้นกว่าสองชั่วยามจึงเกิดรอยแผลแดงที่ข้อมือขึ้นมา
ในเวลานี้เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นข้อมือที่บวมแดงขึ้นมาของต้วนอวี้กลับไม่ได้พูดอะไร
ชั่วขณะนั้นเด็กน้อยพลันยกมือขึ้นชี้ไปที่วัดร้างด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดก่อนพูดเสียงเบาละม้ายกระซิบ “เหยียน
หลิ่งอวี๋… ข้ารู้ว่าเจ้าสงสัยและแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวข้าแต่สิ่งที่ข้าเจอเจ้าอาจนึกไม่เคยนึกไม่เคยฝันมา
ก่อนฉะนั้นสิ่งที่ข้าจะบอกเจ้าก็คือ……”
เด็กชายตัวน้อยหยุดนิ่งไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยปากเสียงเบาอีกครั้ง “ตอนนี้ ข้า……ไม่ใช่” คน “มาตั้งนานแล้ว แต่ข้า
เป็น” ผี “ต่างหาก… ตอนที่อยู่ในบ่อนํ้าข้าได้จมนํ้าตายมาแล้วหนึ่งครั้งและได้ลงไปเดินยมโลกจนทั่วมาแล้วดังนั้นสิ่งที่
หลายคนยากจะทำความเข้าใจและทำไม่เป็น ข้ากลับทำได้ทั้งหมด!”
ใบหน้าจิ้มลิ้มของต้วนอวี้เคร่งขรึมขึ้นมามือสองข้างถูกันไปมาอยู่ด้านหน้าจากนั้นเขามองเหยียนหลิ่งอวี๋อย่าง
ตั้งใจเหมือนกับผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกและความเลวร้ายต่างๆมา ไม่ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะมองอย่างไร ต้วนอวี้ดูไม่เหมือนพูด
โกหกออกมาถ้าให้เชื่อในคำพูดของเขาเลยก็คงไม่ใช่เหยียนหลิ่งอวี๋กระมัง!
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีทางลืมได้แม้ต้วนอวี้จะอายุยังน้อยแต่ว่าแผนการที่ซ่อนไว้ยังมีมากมายกว่าผู้ใหญ่บางคนเสีย
อีกถ้าอยากเค้นความจริงออกมาจากปากเขาเห็นทีเหยียนหลิ่งอวี๋เลือกเก็บแรงเอาไว้แทนดีกว่า!
เพียงแต่ว่าในครั้งนี้เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้รู้สึกโกรธแม้แต่น้อยหรือพูดได้ว่าต้วนอวี้ในตอนนี้เป็นตัวของเขาเองที่แท้
จริงแล้วเหยียนหลิ่งอวี๋รู้สึกต้วนอวี้คนนี้กำลังยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกแปลกๆจนตัวเขาชักจะเริ่มอ่านใจไม่ออกแล้ว
ใช่แล้ว…ท่านแม่จากไปตั้งแต่วัยเยาว์ ท่านพ่อออกรบอยู่นอกจวนหลายต่อหลายปีมีเพียงพี่สาวที่อ่อนโยนดูแลเขา
เพียงคนเดียวมาโดยตลอดมิอย่างนั้นเกรงว่าต้วนอวี้คงอนาถคาจวนต้วนไปแล้ว
โชคดีที่ต้วนชิงหมิงอยู่ในจวนต้วนกับต้วนอวี้ด้วยมิอย่างนั้นต้วนอวี้อาจรับมือกับนิสัยที่โหดร้ายของหลิวหรงไม่ได้
……
เหยียนหลิ่งอวี๋มีนิสัยอย่างหนึ่งที่เคยชินไปแล้วถ้าเรื่องที่คนอื่นไม่อยากจะเล่าให้ฟังต่อให้เขากระหายใคร่รู้เพียงใด
ก็จะไม่เลือกวิธีเค้นถามแม้คนคนนั้นเป็นต้วนอวี้ก็ตาม ฉะนั้นเมื่อได้ยินที่ต้วนอวี้พูดไปเรื่อยไปเปือยเหยียนหลิ่งอวี๋จึงหลุด
หัวเราะออกมาแล้วยื่นมือไปลูบหัวของต้วนอวี้พร้อมกับยิ้มไปส่ายหน้าไปด้วย “เจ้านี่ดื้อเสียจริง!”
เหยียนหลิ่งอวี๋รู้ว่าทุกคนต่างมีความลับไม่เว้นแม้กระทั่งต้วนอวี้แต่ต่อให้เรื่องนี้ต้วนอวี้ไม่อยากพูดออกมาจะบีบ
บังคับอย่างไรก็ไร้ผลยิ่งไปกว่านั้นเขารู้เพียงว่าต้วนอวี้ไม่ได้คิดร้ายกับเขาก็เพียงพอแล้ว
ต้วนอวี้เงยหน้ามองไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “เจ้าไม่เชื่อคำที่ข้าพูด ใช่หรือไม่?”
เมื่อเห็นดวงตาที่ใสสะอาดคู่นั้นของต้วนอวี้จ้องมองมาเหยียนหลิ่งอวี๋ที่อยากจะพูดบางสิ่งออกมา กลับพูดอะไรไม่
ออก
ในชั่วพริบตานั้นเหยียนหลิ่งอวี๋เกิดรู้สึกขึ้นว่า เขาควรจะเชื่อคำพูดของต้วนอวี้ไหม?
พอเห็นท่าทีเช่นนั้นของเหยียนหลิ่งอวี๋ต้วนอวี้จึงหัวเราะ “ฮ่า ฮ่า” ออกมา “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่เชื่อ……”
ถึงแม้เจ้าจะไม่เชื่อแต่ว่าสิ่งที่ข้าพูดออกมาล้วนเป็นความจริงทั้งหมด!
หลังจากต้วนอวี้พูดจบลงในใจก็ไม่มีความสุขเขาจึงเลือกที่จะก้มหน้าลงอย่างเชื่องช้าไม่พูดอะไรอีก
บัดนี้บนรถม้านิ่งเงียบผิดปกติต้วนอวี้และเหยียนหลิ่งอวี๋ต่างไม่พูดไม่จากัน
เหยียนหลิ่งอวี๋เลือกจะไม่เค้นถามต้วนอวี้อีกแล้วเขาจึงเอนตัวไปพิงที่นั่งด้านหลังและเริ่มหลับตาพักผ่อนเวลานี้
ทุกอย่างภายในรถม้าเงียบเชียบลง แต่นอกรถม้ากลับเริ่มมีเสียงคนพูดคุยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขและเสียงเดิน
ขวักไขว่ไปมา…หากเทียบกับความเงียบสงัดเมื่อคํ่าคืนที่ผ่านมาที่นี่เป็นเหมือนคนละเรื่องกับคํ่าคืนที่ผ่านมาของต้วนอวี้
ต้วนอวี้มีเรื่องที่อัดอั้นอยากพูดออกมามากมายแต่ติดตรงที่คำพูดเหล่านั้นติดอยู่ที่ปากเนี่ยสิ
ต้วนอวี้จึงเลือกถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบายื่นมือออกไปเปิดผ้าม่านในรถม้าขึ้นจึงพบว่ารถม้าของเขาเดิน
ทางเข้าไปใกล้ประตูเมืองแล้ว
เรื่องเมื่อคํ่าคืนที่ผ่านมาจะปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆอย่างนั้นหรือ?
ต้วนอวี้มองออกไปด้านนอกก็เห็นพื้นที่อันเคว้งคว้างที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันขาวโพลนกับต้นไม้ที่ไร้ซึ่งใบยืนต้น
อยู่ไม่น้อยไม่นานเด็กน้อยก็ค่อยๆ จมลงสู่ภวังค์คิดถึงเรื่องที่ต้องเอาชีวิตรอดมาตลอดทั้งคืน…แผนการ ความกังวลและ
ความเหนื่อยล้า ช่างเหมือนกับเรื่องในชาติที่แล้วเวลาที่เขาถอดเสื้อออกมาทีไรต้องพบเลือดที่ซึมติดกับเสื้อผ้าทุกครั้งการ
ข้ามเวลามาสู่ยุคโบราณของต้วนอวี้คงมีสักวันที่เขาจะได้ย้อนเวลากลับไปโลกปัจจุบันที่เขาจากมา?
ในใจของต้วนอวี้สูบฉีดไปมาอย่างแรงตอนนี้เขาอยากหาใครสักคนพูดคุยเป็นเพื่อนแล้ว
คนแรกที่คิดออกนั้นก็คือคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองเหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยความ
รู้สึกผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่เจอมา
จากจุดที่ต้วนอวี้นั่งมองก็พบว่าเหยียนหลิ่งอวี๋มีใบหน้าที่หล่อเหลาไม่น้อยคิ้วที่กระตุกขึ้นเพียงเล็กน้อยอยู่เสมอ
เวลาพูดคุยช่างดึงดูดสายตาของต้วนอวี้ยิ่งนัก
ทำให้ต้วนอวี้อดคิดไม่ได้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นเหมือนปีศาจที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ชายอย่างเขาได้ไม่
ต้องพูดถึงผู้หญิงหรอก ถ้าพวกนางได้พบเหยียนหลิ่งอวี๋คงไม่มีทางหลุดออกจากวังวนเสน่ห์หาได้อย่างแน่นอนฉะนั้นต้วน
อวี้จึงนึกถึงต้วนชิงหมิงขึ้นมา!
หลังจากที่ต้วนอวี้กับเหยียนหลิ่งอวี๋รู้จักกันมาสักระยะหนึ่งแล้วต้วนอวี้พบว่าในใจของต้วนชิงหมิงมีเพียงตัวเขา
และสหายอีกไม่กี่คนแต่สำหรับเหยียนหลิ่งอวี๋ในสายตาของนางนั้น ยังคงมีอีกหลายจุดที่น่าสงสัยอีกมาก
เห็นทีต้วนชิงหมิงจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่ไม่ถูกรูปลักษณ์ภายนอกของเหยียนหลิ่งอวี๋ดึงดูดหรือว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะ
ชอบต้วนชิงหมิงด้วยสาเหตุนี้?
เหยียนหลิ่งอวี๋เอนตัวผิงผนังด้านข้างและหลับตาลงพักผ่อนกายา
อันที่จริงต้วนอวี้ไม่จำเป็นต้องพบเจอเรื่องเมื่อคืนนี้จนได้รับความลำบากถึงเพียงนี้ทว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ เรื่องราวจึงกลับตาลปัตรเป็นแบบนี้