การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 359 เหยียนหลิ่งอวี๋ก็แค่คนโง่คนหนึ่ง
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 359 เหยียนหลิ่งอวี๋ก็แค่คนโง่คนหนึ่ง
หากเทียบระหว่างเหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนอวี้แล้วต้วนชิงหมิงย่อมเอ็นดูต้วนอวี้มากกว่าอย่างมิต้องสงสัยดังนั้นถ้ามี
ใครสักคนที่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเห็นทีต้วนอวี้จะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดเพราะต้วนชิงหมิงทั้งรักและ
เอ็นดูน้องชายคนนี้เป็นที่สุดแม้จะทำสิ่งใดผิดอย่างมากก็เพียงแค่ตำหนิเท่านั้น
กลับกันถ้าเรื่องนี้คนที่ผิดเป็นเขาละก็อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้ เขาคงไม่มีทางได้เห็นรอยยิ้มของต้วนชิงห
มิงอีกแน่นอน
เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋คิดได้เช่นนี้ดวงตาก็ลุกวาวขึ้นมา…เรื่องนี้คนที่ต้องรับผิดชอบต้องเป็นต้วนอวี้จึงเหมาะสมที่สุดต้
วนอวี้คงจะเห็นแก่ที่เขาที่ไปช่วยชีวิต และเหลือเขาสักครั้ง
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่ต้วนอวี้พร้อมกับพูดลาเป็นนัยๆ
ใครจะไปนึกไปฝันได้ว่าต้วนอวี้จะอ่านความคิดของเหยียนหลิ่งอวี๋ออกจนหมดเขาจึงโบกมือปฏิเสธและพูดกับเหยี
ยนหลิ่งอวี๋ว่า “องค์ชายสาม…ท่านอย่าได้คิดเอาข้ามาเป็นคนยอมรับผิด ถ้าให้ข้าต้องโกหกพี่สาวละก็ข้าไม่มีทางทำเป็น
อันขาด!”
น่าขำสิ้นดี!ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอกเป็นไหนๆหากนางจับเรื่องชั่วที่เคยหลอกนางได้ขึ้นมามี
หวังวันเวลาแห่งความสุขของต้วนอวี้ในวันข้างหน้าคงต้องดับวูบลง
เหยียนหลิ่งอวี๋ในเวลานี้รู้สึกท้อแท้และจนปัญญาเป็นอย่างยิ่ง
แผนการนี้เขาเพียงแค่คิดทว่ายังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยแล้วเจ้าต้วนอวี้ล่วงรู้ได้อย่างไร? เมื่อใคร่ครวญให้ดีสิ่งที่ต้วนอวี้
พูดมาก็ไม่ผิดต้วนชิงหมิงไม่ใช่คนที่หลอกง่ายหรือยอมคนน้องชายของนางอย่างต้วนอวี้ก็ย่อมเป็นเหมือนนาง จากนิสัย
ของต้วนอวี้แค่ไม่โบ้ยความผิดมาให้ก็เพียงพอแล้ว
แต่ต้วนอวี้เป็นน้องชายของนางทั้งยังมีสายเลือดเดียวกันจึงไม่น่าที่จะจัดการอะไรรุนแรง คิดได้เท่านี้เหยียนหลิ่งอ
วี๋ก็ยกไม้ยกมือขึ้นโบกไปมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
“เจ้าพูดเถอะว่าจะให้ทำอย่างไร?”
เด็กน้อยกลอกตาไปมาก่อนเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ “เหยียนหลิ่งอวี๋เอาอย่างนี้แล้วกันท่านให้คนไปแจ้งพี่สาวของข้าว่า
ตอนนี้ช่วยข้าได้แล้วและข้าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่จวนนอกของท่านก่อน”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองไปที่ต้วนอวี้และคิดอยู่สักประเดี๋ยวจึงพยักหน้าหงึกหงักก่อนพึมพำออกมา “เห็นทีคงจะมีเพียง
วิธีนี้เท่านั้น!”
เขารีบหันไปสั่งให้คนไปแจ้งต้วนชิงหมิงโดยให้บอกว่าช่วยชีวิตต้วนอวี้ได้แล้วตอนนี้กำลังพาต้วนอวี้ไปพักผ่อนที่
จวนของเหยียนหลิ่งอวี๋
ตลอดเส้นทางที่รถม้าผ่านทั้งเหยียนหลิ่งอวี๋และต้วนอวี้ต่างเอาแต่มองหน้ากันไปมาด้วยความรู้สึกอย่างไรก็สุดรู้
ทั้งกังวลใจ เศร้าใจ
ที่จริงแล้วเรื่องนี้ก็ไม่ยากต่อการทำความเข้าใจ เพราะอย่างไรเสียการหายตัวไปของต้วนอวี้แม้อยากจะปิดบังก็คง
ปิดไม่มิด
ตัวอย่างเช่นหลังจากที่ต้วนอวี้ติดต่อเหยียนหลิ่งอวี๋แล้วทำไมปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะไปช่วย? หรือเเม้
แต่ที่รอดจากอันตรายได้แล้วทำไมไม่มีคนมาบอกความคืบหน้า?
เพียงแค่สองจุดนี้อาจทำให้ต้วนชิงหมิงคิดว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจเอาคืนนางแล้ว? หากเป็นเช่นนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋
คงเข้าไปอยู่ในบัญชีดำที่นางไม่มีทางติดต่อเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
เรื่องนี้โทษใครก็ไม่ได้ตอนนี้คิดๆ ดูแล้วเรื่องทั้งหมดมาจากความอิจฉาเป็นเหตุ
ต้วนอวี้ไม่ใช่คนที่จะมาหลอกอะไรได้ง่ายๆเมื่อเขาเห็นแววตาของเหยียนหลิ่งอวี๋ก็เข้าใจสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจทันทีดัง
นั้นเมื่อผ่านความรู้สึกหวาดกลัวที่เจอหน้ากันในครั้งแรกแล้วต้วนอวี้จึงไม่รู้สึกกลัวเหยียนหลิ่งอวี๋อีก เขาเตะไปที่ขาของเห
ยียนหลิ่งอวี๋ครั้งหนึ่งพร้อมกับหัวเราะเยาะว่า “องค์ชายสาม… ท่านบอกข้ามาสิ พี่สาวของข้าไปล่วงเกินท่านใช่หรือไม่?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าขึ้นมองเด็กน้อยตรงหน้าพลางส่ายหน้าปฏิเสธและพูดยิ้มๆ ถ้าต้วนชิงหมิงล่วงเกินเขาจริง
เขาคงไปหลบจนหาตัวไม่พบ แต่เขากลับไปช่วยต้วนอวี้ตลอดทั้งคืน
ต้วนชิงหมิงไม่ได้ล่วงเกินเหยียนหลิ่งอวี๋จริงๆหรือ?
ต้วนอวี้ถามขึ้นอย่างสงสัย “แต่ดูจากสีหน้าของท่านแล้ว คงไม่เป็นเช่นนั้นแน่?”
เหยียนหลิ่งอวี๋หันหน้าไปถลึงตาใส่พร้อมเตะไปที่ขาของต้วนอวี้หนึ่งที “เจ้าเด็กบ้าถ้ายังขืนพูดไปเรื่อยอีก ข้าจะ
หาอะไรมาอุดปากเจ้าประเดี๋ยวนี้!”
ต้วนอวี้เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋เริ่มโมโหแล้วยิ่งรู้สึกสนุกกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างเจ้าเล่ห์ หาได้หวาดหวั่นอะไรไม่ “ข้าว่า
ท่านเอาเวลาไปหาวิธีไม่ให้พี่สาวข้ามาบ่นดีกว่าไม่อย่างนั้นอีกประเดี๋ยวคงต้องเรียกข้าไปช่วยชีวิต!”
เดิมทีเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่อยากพูดอะไรมากแต่เมื่อเห็นเจ้าเด็กน้อยที่นั่งข้างๆ พูดเสียดสีกระแนะกระแหนถึงเพียงนี้
ยิ่งรู้สึกคันปากอยากจะเล่าเรื่องออกมาให้ฟังทั้งหมด
ทว่าไม่นานเหยียนหลิ่งอวี๋ได้หันหน้ามาพูดด้วยเสียงเรียบ “พี่สาวของเจ้ากับหลิวยวนสนิทกันมากหรือไม่?”
“สนิทอย่างไม่ต้องพูดเลย สนิทจนไม่รู้ว่าจะสนิทไปถึงขั้นไหนแล้ว… เพราะเขาเป็นพี่ชายของพี่สาวข้าอย่างไร
ล่ะ!” ต้วนอวี้ตอบ
เหยียนหลิ่งอวี๋กระแทกเสียงออกมาอย่างรู้สึกไม่ถูกใจเป็นอย่างยิ่ง “พี่ชายบ้าบออะไรกัน!”
คำพูดเพียงประโยคเดียวของเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้ต้วนอวี้เข้าใจเรื่องทั้งหมด “อ๋อ เช่นนั้นคงเป็นพี่หลิวยวนที่ล่วง
เกินท่าน?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เอาแต่เบ้ปากและพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “หลิวยวนยังไม่โง่เขลาพอที่จะมาล่วงเกินข้า”
ถ้าพี่หลิวยวนไม่ได้ล่วงเกินทำไมเขาต้องโกรธถึงเพียงนี้ด้วย? ต้วนอวี้คิดในใจพลางยกมือขึ้นเกาหัวทันใดนั้นเขาก็
เข้าใจเรื่องทั้งหมดได้ทันที “ข้ารู้แล้วท่านต้องไปเห็นพี่สาวอยู่กับพี่หลิวยวนใช่หรือไม่?”
บัดดลนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ก็หน้าแดงกํ่าขึ้นมา
ต้วนอวี้จอมเจ้าเล่ห์ช่างเหมือนพี่สาวของเขาเสียจริง ไม่เพียงมองเรื่องอย่างทะลุปรุโปร่งยังกล้าพูดออกมาตามที่
คิด… เช่นนั้นจะให้เหยียนหลิ่งอวี๋เอาหน้าไปหลบไว้ที่ไหนดี?
เหยียนหลิ่งอวี๋คิดว่าหากต้วนอวี้รู้ว่าสาเหตุมาจากการหึงหวงต้วนชิงหมิงจะต้องถือโอกาสพูดเสียดสีเขาเป็นแน่
แต่นึกไม่ถึงว่าต้วนอวี้แค่เพียงเบะปากพูดเสียงเเข็งว่า “เฮ้อ…ข้านึกว่าเรื่องใหญ่อะไรกัน ท่านวางใจได้พี่สาวของข้ากับพี่
หลิวยวนไม่มีทางเป็นไปได้!”
เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ฟังดังนั้นจึงพูดอย่างประหลาดใจไม่น้อย “เจ้าก็รู้เรื่องนี้อย่างนั้นหรือ?”
ต้วนอวี้มองไปที่หน้าองค์ชายสามที่ยังคงงงงวยอยู่พลางแอบคิดในใจ ใครเป็นบอกกันว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคน
ฉลาดหลักแหลมที่ไหนได้กลับช่างเป็นคนที่เบาปัญญาสิ้นดี
เห็นทีคำโบราณที่ว่าความรักทำให้คนตาบอด ความริษยาทำให้คนเคียดแค้น จะเป็นเรื่องจริง!
ต้วนอวี้หัวเราะเยาะขึ้นมา “ข้าย่อมรู้อย่างแน่นอนฉะนั้นท่านก็เป็นเพียงเด็กโง่เขลาคนหนึ่งก็เท่านั้นเอง!”
ไอ๊หยาครั้งนี้ต้วนอวี้ด่าอย่างไม่อ้อมค้อมสักนิดเดียว
ใบหน้าของเหยียนหลิ่งอวี๋ถอดสีลงทันทีเขากัดฟันกรอดๆ พูดขึ้น “ต้วนอวี้…เราสองคนมาวัดกันไปเลย ดูสิว่าพี่
สาวของเจ้าจะลงโทษใครหนักกว่ากัน?”
ทันทีที่ต้วนอวี้ได้ยินก็รีบทำท่าทางอ่อนแอทันที “โอ๊ย ไม่เอาๆ”
เดิมทีเหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจจะไปส่งเขาที่จวนต้วนจากนั้นก็กลับเรือนนอกของเขา โดยปล่อยให้ต้วนอวี้ต้องรับโทษ
แต่เพียงคนเดียวกระนั้นมีหรือที่ต้วนอวี้ผู้เฉลียวฉลาดจะยอมโดนต้วนชิงหมิงลงโทษแต่เพียงผู้เดียว
ต้วนอวี้เลียนแบบผู้ใหญ่โดยเอามือไปตบเบาๆที่ไหล่ของเหยียนหลิ่งอวี๋ “เฮ้อ ข้าจะบอกท่านให้นะผู้หญิงน่ะเป็น
สิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากที่สุดหากพวกนางมีความรู้สึกดีกับใครจะทำเป็นหาเรื่องพูดจาแข็งกร้าวแต่สำหรับคนที่ไม่ได้รู้สึกดี
ด้วยจะเกรงอกเกรงใจอย่างมากข้าเคยสังเกตพี่สาวมาหลายครั้งแล้ว นางไม่ได้รู้สึกรักใคร่หลิวยวนฉันชู้สาวหรอกเชื่อ
ข้า!”
อีกฝั่ายดวงตาเบิกโตทันที “เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?”
แต่ไหนแต่ไรเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยชอบใครหรือมีเวลามานั่งเดาใจผู้หญิงฉะนั้นจึงไม่ค่อยประสีประสาเรื่องความรัก
เสียเท่าไร
ส่วนต้วนอวี้ในชาติที่แล้วมีอายุยี่สิบกว่าปีสำหรับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ย่อมรู้และเข้าใจดีกว่าเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างมาก
สำหรับสาเหตุที่ต้วนชิงหมิงเกรงใจหลิวยวนก็เพราะต้องการช่วยปูทางอนาคตให้ต้วนอวี้แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้วนอวี้ยัง
คงสงสัยมาจนถึงทุกวันนี้นั่นคือตอนที่หลิวยวนตกนํ้าและวิญญาณของเขามาในร่างของต้วนอวี้แล้วในเวลานั้นยังไม่มีใคร
ล่วงรู้ว่าหลิวยวนเป็นบุตรชายของเสนาบดีหลิวจื๋อแต่ดูเหมือนต้วนชิงหมิงล่วงรู้มาก่อนจึงพูดจากับหลิวยวนอย่างเกรงอก
เกรงใจและนับถือเขา…เป็นที่รู้กันว่าการพูดคุยกับคนแปลกหน้าสักคนความเกรงอกเกรงใจและมารยาทเป็นสิ่งที่ขาดไม่
ได้แต่ไม่มีใครที่ถึงขั้นนับถืออย่างนั้นหรอก… ต้วนอวี้ที่คอยสังเกตอยู่เงียบๆ จึงเห็นต้วนชิงหมิงรักษาระยะห่างและ
มารยาทที่มีต่อหลิวยวนประหนึ่งรู้ฐานะที่แท้จริงของเขาว่าเป็นบุตรชายภรรยาเอกของเสนาบดีหลิวจื๋อที่กำลังรอเวลา
กลับเข้าตระกูลหลิว