การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 360 จุดเริ่มและจุดจบของเรื่องทั้งหมด
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 360 จุดเริ่มและจุดจบของเรื่องทั้งหมด
ต้วนอวี้ยิ่งรู้สึกตกใจกับความคิดตัวเขาเองเรื่องพวกนี้ต้วนชิงหมิงจะคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างไรกัน
ถ้าบอกว่านางสามารถทำนายดวงชะตาได้เขายิ่งไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด แต่ถ้านางทำนายดวงชะตาได้จริงหลิวยวนที่
แต่งตัวซอมซ่อในเวลานั้นทั้งยังไม่มีพื้นหลังทางครอบครัว เหตุใดต้วนชิงหมิงถึงพากลับมาที่จวนต้วนด้วย
ตอนที่ต้วนชิงหมิงพาหลิวยวนกลับมาที่จวนต้วนนั้นรู้เพียงว่าพื้นหลังทางครอบครัวของเขายากจนแต่สิ่งที่ต้วนอวี้
ยังคิดไม่ออกก็คือในแต่ละวันมีคนยากจนเต็มถนนไปหมดเหตุใดจึงเป็นหลิวยวน
จุดนี้เองที่เป็นปัญหาให้ต้วนอวี้ยังคิดไม่ตกมาจนถึงตอนนี้
นอกจากเรื่องนี้แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ยังทำให้ต้วนอวี้งงงวยหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี เช่นเรื่องจัดการลูกในท้อง
ของหลิวหรง เรื่องสุขภาพของหลิวหรงสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีสัญญาณบ่งบอกล่วงหน้าแม้แต่น้อยแต่ดูเหมือนทุกอย่างอยู่ใน
ความคาดหมายของต้วนชิงหมิงไว้หมดแล้วยิ่งทำให้เขาอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้
อีกอย่างความชิงชังที่ต้วนชิงหมิงมีต่อหลิวหรงนั้นไม่เหมือนกับอารมณ์ที่สาวน้อยคนหนึ่งควรจะมีแต่เหมือนเป็น
แค้นสุดขั้วที่ผู้ใหญ่มีต่อกัน…ต้วนชิงหมิงไม่ได้ลงมือจัดการให้หลิวหรงถึงกับความตายในทันทีนางทำเหมือนกำลังเล่นเกม
แมวจับหนูมาทรมานเล่นเสร็จค่อยปล่อยไปแล้วค่อยจับกลับมาใหม่วนไปอยู่อย่างนี้การทำแบบนี้สร้างความหวาดกลัว
ขึ้นมาในจิตใจของอีกฝั่ายมากกว่าฆ่าให้ตายเพียงครั้งเดียว
ถ้าเรื่องการจับตัวต้วนอวี้ไปในครั้งนี้เกี่ยวโยงไปถึงหลิวหรงไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงจะยอมไว้ชีวิตหลิวหรงเหมือนที่ผ่าน
มาหรือไม่
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้วนอวี้ต้องมากังวลใจ
ในสายตาของทุกคนนั้นมองต้วนอวี้เป็นเพียงเด็กน้อยอายุหกเจ็ดปีเท่านั้นหากคิดลึกซึ้งเกินไป พูดลึกซึ้งมากไป
เกรงว่าอีกไม่นานต้วนชิงหมิงที่หลักแหลมคงจะรู้ว่าเขาไม่ใช่น้องชายแท้ๆของนาง ถึงตอนนั้นคงต้องลำบากไม่น้อย
ต้วนอวี้เริ่มสงสัยท่าทางความคิดและแผนการต่างๆ ของต้วนชิงหมิงที่ไม่เหมือนกับสาวน้อยอายุสิบปีแต่กลับ
เหมือนผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากแล้วต่างหาก
หากบอกว่าต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ข้ามเวลามายุคโบราณย่อมไม่น่าใช่เนื่องจากคำพูดและการกระทำของต้วนชิงห
มิงเป็นไปตามกฎและธรรมเนียมของที่นี่ไม่มีท่าทางของคนในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเลย
ถ้าข้ามเวลากลับมาย่อมรู้เรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นมาแล้วได้อย่างชัดเจนสิ่งนี้เองทำให้ต้วนอวี้คิดไม่ตกในตัวผู้เป็นพี่
สาว
ต้วนอวี้ในเวลานี้ไม่ได้นึกถึงเรื่องการกลับชาติมาเกิดมาก่อนเลยเนื่องจากเขาไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้อีกอย่างไม่ว่า
ต้วนชิงหมิงจะปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างไร แต่สำหรับต้วนอวี้แล้วนางกลับดูแลเป็นอย่างดี ทั้งยังคาดหวังในตัวต้วนอวี้เป็น
อย่างมากสรุปแล้วต้วนชิงหมิงเป็นอย่างไรนั้นเขาไม่สนใจ ขอเพียงดีกับเขาก็เพียงพอแล้ว
วิญญาณในร่างต้วนอวี้ขอเลือกอยู่ร่างนี้โดยมีต้วนชิงหมิงดูแลดีกว่าต้องกลับไปเจอเรื่องเหมือนในชาติที่แล้วที่ต้อง
เจอผู้หญิงทรยศหักหลังพวกนั้น
ช่างเถอะ!อย่าคาดเดาอะไรล่วงหน้าไปมากกว่านี้เลยเพราะอย่างไรเสียการจัดการต้วนอวี้อาจจะเป็นเพียงแค่จุด
เริ่มต้น ยังมีอีกหลายเรื่องที่อีกฝั่ายอาจเตรียมรอเอาไว้แล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋นั่งอยู่ตรงข้ามต้วนอวี้ในรถม้าเดิมทีต้วนอวี้พูดไปเรื่อยแต่หลังๆ กลับพูดไปด้วยความเหม่อลอย
เหยียนหลิ่งอวี๋มองตามไปที่สายตาทอดยาวของต้วนอวี้ที่เหมือนจ้องมาที่เขาทว่ากลับก็ดูเหมือนมองผ่านเขาออก
ไปด้านนอกหน้าต่างแทน
คนคนหนึ่งที่นั่งหัวโด่อยู่กลับถูกมองข้ามหัวไปไม่ว่าเป็นใครย่อมรู้สึกไม่ดีดังนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋จึงเตะไปที่ขาของต้
วนอวี้และพูดอย่างเย็นชา “ดึงสติกลับมาได้แล้ว!”
ต้วนอวี้พลันตื่นออกมาจากภวังค์
เขามองไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋และพูดขึ้น “มาถึงจวนของท่านแล้วหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ก้มหน้าจ้องไปที่แววตาต้วนอวี้ “เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่? หรือว่ากำลังคิดถึงพี่สาวเชวียของเจ้า?”
“ไม่มีอะไร เพียงแต่……ข้ากำลังคิดว่าทำไมพี่สาวของข้าถึงได้ชอบคนโง่เขลาอย่างท่านได้!” ต้วนอวี้ตอบกลับ
อย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกเรียกจนตื่นจากภวังค์
แม้จะถูกด่าเป็นคนโง่เขลาแต่เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่โกรธเคืองกลับเอื้อมมือไปหยิบเสื้อคลุมที่อยู่บนพื้นมาให้ต้วนอวี้
และถามอย่างอารมณ์ดีขึ้นว่า “ไหนเจ้าลองว่ามาสิ ปกติพวกเจ้าพี่น้องใช้ชีวิตกันอย่างไร?”
ความเข้าใจต้องเริ่มจากการสื่อสารเหยียนหลิ่งอวี๋จึงเริ่มพูดคุยกับต้วนอวี้อย่างจริงจังเพื่อหวังว่าจะเข้าใจต้วนชิงห
มิงให้มากขึ้น
เด็กน้อยคาดคิดไม่ถึงว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะถามอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์เอาเสียเลยพลันขมวดคิ้วมุ่นขึ้น ก่อนเอื้อน
เอ่ย “ทุกอย่างก็ทำเหมือนๆกับคนอื่น ทุกวันตื่นนอน ทานข้าว อ่านหนังสือส่วนพี่สาวก็ดูแลดอกไม้และดื่มชาอะไร
ทำนองนั้น”
“พี่สาวของเจ้าดูแลดอกไม้?” เหยียนหลิ่งอวี๋พูดขึ้นอย่างตกใจ
“ท่านเคยเห็นผู้หญิงที่ไหนไม่ชอบดอกไม้บ้างเล่า?” ต้วนอวี้กะพริบตาปริบๆ
ผู้หญิงที่โตแล้วถึงจะทำกันแต่นี่กลับเป็นสาวน้อยเนี่ยนะ?
เหยียนหลิ่งอวี๋อดขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความแปลกใจไม่ได้เห็นทีอีกสองสามวันต้องให้คนเอาดอกไม้ไปส่งให้ต้วนชิง
หมิงแล้วกระมัง
ถ้าส่งเมล็ดให้นางเป็นคนปลูกคงลำบากไม่น้อยดูท่าแล้วให้คนส่งดอกไม้ที่ปลูกไว้เรียบร้อยแล้วจะดีกว่า
ในวังหลวงมีดอกไม้แปลกหลากหลายชนิดผลิบานเต็มไปหมดไม่ว่าฤดูกาลไหนก็ตามเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากของ
เหยียนหลิ่งอวี๋แม้แต่น้อย
ภายในรถม้ากลับมาเงียบงันอีกครั้ง
เหยียนหลิ่งอวี๋นั่งครุ่นคิดอยู่เงียบๆเพียงคนเดียว ส่วนต้วนอวี้ที่ผ่านเรื่องราวอันน่าตกใจมาตลอดทั้งคืนจนไม่ได้
หลับไม่ได้นอน ถึงตอนนี้เขากลับนอนแผ่อยู่บนรถม้าแล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋เอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มมาคลุมต้วนอวี้แล้วขยับมานั่งพิงริมหน้าต่าง สายตาทอดมองออกไปข้างนอก
แสงตะวันสีทองในเหมันต์ฤดูสาดแสงไปทั่วบริเวณตกกระทบหิมะที่ขาวโพลนจนสะท้อนแสงระยิบระยับสวยงาม
เบื้องหน้า
เหยียนหลิ่งอวี๋มองความงามนั้นเพียงครู่ก็ปิดตาลง ลำตัวโยกไปมาตามจังหวะรถม้าที่เคลื่อนไป
ส่วนต้วนชิงหมิงที่ไม่ได้หลับตลอดทั้งคืนด้วยความกังวลกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยความร้อนรนใจอย่างที่สุดแม้แต่
นํ้าชาในมือก็ไม่ยกขึ้นมาจิบแม้แต่คำเดียว
ตลอดคํ่าคืนที่ผ่านมาต้วนชิงหมิงมิอาจข่มตาหลับได้เลย ไฉนเลยเยวี่ยเจียจะกล้าขอตัวไปนอนนางกับเซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์ผลัดกันเฝั้าต้วนชิงหมิงอยู่ข้างกายอยู่อย่างนั้น
ทว่าด้านหน้าของต้วนชิงหมิงกลับมีชิวหนิงนั่งคุกเข่าโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา
ตั้งแต่ชิวหนิงพาต้วนอวี้ไปข้างนอกจนกลับจวนมาเพียงคนเดียว นางก็รีบมานั่งคุกเข่าโดยไม่พูดไม่จา
ต้วนชิงหมิงได้แต่นั่งจ้องมองชิวหนิงอยู่อย่างนั้นสายตาของนางช่างเย็นชาไร้ความรู้สึกราวกับนํ้าแข็งที่เยือกเย็นนี่
เป็นครั้งแรกที่ต้วนชิงหมิงถูกบ่าวรับใช้คนสนิทอย่างชิวหนิงทำเอาเจ็บแสบบ่าวรับใช้ที่เหลือต่างยืนตะลึงงันกับสายตาที่
พวกเขาไม่เคยเห็นจากต้วนชิงหมิงมาก่อน
ชิวหนิงที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นจึงเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดซํ้าไปซํ้ามาอยู่อย่างนั้น
ทางด้านต้วนอวี้หรานถือโอกาสที่ต้วนชิงหมิงไม่อยู่เรือนมาหาชิวหนิงเพื่อต้องการให้ชิวหนิงพาต้วนอวี้ไปส่งให้คน
ที่นางเตรียมไว้แล้วด้านนอก
ต้วนอวี้หรานใช้คนในครอบครัวทั้งหมดของชิวหนิงมาเป็นตัวประกัน
ระหว่างที่ต้วนชิงหมิงไม่อยู่นั้นชิวหนิงร้อนรนใจอย่างมากที่ไม่มีใครให้ปรึกษา ต้วนอวี้หรานบอกนางถ้ากล้าเล่า
เรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง ทั้งต้วนอวี้ แม่ของชิวหนิงและพี่ชายจะไม่เหลือลมหายใจอีกต่อไป!
เพื่อชีวิตของแม่และพี่ชายแล้วชิวหนิงจึงจำใจต้องพาต้วนอวี้ออกไปเดิมทีนางคิดหาวิธีมากมายที่จะซ่อนตัวต้วนอ
วี้เอาไว้ แล้วไปพูดกับคนพวกนั้นว่าต้วนอวี้หายไปแล้วเพราะอย่างไรเสียชิวหนิงก็ไม่กล้าเอาความปลอดภัยในชีวิตของต้
วนอวี้มาล้อเล่นอย่างแน่นอน!