การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 361 ต้วนอวี้หรานมาแล้ว
ชิวหนิงรู้ดีว่าต้วนอวี้เป็นดั่งชีวิตของต้วนชิงหมิงหรือพูดได้ว่าสำคัญมากกว่าชีวิตของต้วนชิงหมิงเสียอีก
ฉะนั้นนางจึงวางแผนไว้เรียบร้อยแล้วต่อให้ต้องใช้ชีวิตของนางเพื่อปกปั้องชีวิตของต้วนอวี้ก็ยอมทว่าต้วนอวี้อ่าน
ความคิดของชิวหนิงออกจนหมดแต่เขายังคงยืนยันให้นางทำตามแผนที่โดนสั่งไว้ แล้วที่เหลือเขาจะเป็นคนรับมือเอง
ถึงเวลานี้ต้วนอวี้ยังไม่กลับจวนต้วนชิวหนิงจึงรู้สึกร้อนรนใจไม่น้อย เดิมทีตอนที่ต้วนชิงหมิงเพิ่งกลับมาจากข้าง
นอกชิวหนิงก็อยากเล่าเรื่องนี้ให้นางฟังแล้วแต่ระหว่างทางที่เดินกลับมาต้วนอวี้หรานเรียกชิวหนิงไปหาถามนู้นถามนี่อยู่
นานสองนานกว่าจะให้กลับ
ครั้นกลับมาถึงเรือนความกล้าที่ตอนแรกมีพลันมลายหายไปสิ้น นางไม่กล้าเข้าไปหาต้วนชิงหมิงในทันที
ทว่าในที่สุดชิวหนิงที่หวาดกลัวอย่างที่สุดจึงตัดสินใจเข้าไปขอให้ผู้เป็นนายให้อภัยในความโง่เขลาและได้โปรด
ลงโทษนางด้วยแต่ชิวหนิงกลับนึกไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงให้นางคุกเข่าลงโดยไม่ถามอะไรแม้แต่ข้อเดียว
ในคํ่าคืนของเมื่อวานนี้ราวกับเป็นคํ่าคืนที่แสนสั้นและยาวนานในเวลาเดียวกัน
อีกทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้วนชิงหมิงไม่ได้อยู่นิ่งเฉยนางใช้ให้แม่นมหนิงที่เพิ่งกลับมาจากเยี่ยมบ้านแอบออกไป
นอกจวนต้วนจนถึงเช้าแม่นมหนิงจึงค่อยกลับมาอย่างรีบร้อน
แม่นมหนิงนำเรื่องมารายงานว่าต้วนอวี้หนีเอาชีวิตรอดไปได้และปลอดภัยแล้ว เพียงแต่ตอนนี้อยู่ที่ไหนมิทราบได้
“เรียนคุณหนู บ่าวเอาของที่คุณหนูให้ไปตามที่ที่คุณหนูบอกเจ้าค่ะเอาจดหมายและคำพูดของคุณหนูไปบอกอีก
ฝั่ายตอนนั้นอีกฝั่ายถามบ่าวว่าทำไมจึงมีของพวกนี้ได้ บ่าวตอบกลับไปว่า ‘ไม่รู้’ ตามที่คุณหนูสั่งไว้…โชคดีที่อีกฝั่ายไม่ได้
ซักไซ้ไถ่ถามต่อ หยิบเพียงจดหมายหายตัวไป จนกระทั่งใกล้รุ่งเช้าอีกฝั่ายกลับมาบอกบ่าวว่าคนที่บ่าวต้องการปลอดภัย
แล้วส่วนใครเป็นคนช่วยและคิดเล่นงานนั้น เขาไม่ได้กล่าวถึงเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ฟังที่แม่นมหนิงเล่ามาต้วนชิงหมิงที่นั่งตัวตรงก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
คนที่ต้วนชิงหมิงให้แม่นมหนิงไปหาก็คือนักฆ่ารับจ้างที่นางเคยได้ยินชื่อมาในชาติที่แล้วที่มีชื่อว่า ‘ชิวสุ่ยหาน’
เขาผู้นี้พ่อแม่เสียชีวิตทั้งคู่มีเพียงน้องสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน รูปร่างของเขาสูงใหญ่ สังหารคนมานับไม่ถ้วนพูดได้ว่าหาก
รับจ้างสังหารใครย่อมไม่มีพลาด แต่จุดอ่อนของชิวสุ่ยหานก็คือน้องสาวคนเดียวของเขาที่ชื่อว่า‘ชิวสุ่ยเยวี่ย’
ชิวสุ่ยเยวี่ยมีเนื้อร้ายอยู่ในท้องหลายปีมานี้ไปหาหมอรักษามานับไม่ถ้วน โรคนี้เป็นโรคที่ไม่อาจรักษาให้หายขาด
ได้ทุกครั้งที่เข้าสู่เหมันต์ฤดู โรคก็มักจะกำเริบจนนางเจ็บปวดเจียนตายถ้าตามหมอมารักษาไว้ไม่ทันอาจถึงแก่ชีวิตได้ทุก
เมื่อ
ในชาติที่แล้วต้วนชิงหมิงได้มีโอกาสช่วยชีวิตชิวสุ่ยเยวี่ยด้วยความบังเอิญนางจึงรอดพ้นจากความตายมาได้ครั้ง
หนึ่งในตอนนั้นชิวสุ่ยเยวี่ยต้องการตอบแทนบุญคุณที่ได้ช่วยชีวิตไว้จึงบอกต้วนชิงหมิงว่าหากวันข้างหน้าเจอปัญหาอะไร
ให้ไปที่ร้านยาปาฟางหาผู้ดูแลร้านแซ่ชิวโดยบอกชื่อของเจ้าไป ผู้ดูแลร้านจะช่วยเจ้าเพียงครั้งเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร
ก็ตาม
ในเวลานั้นต้วนชิงหมิงได้ฟังก็หัวเราะออกมาโดยไม่ได้ใส่ใจแต่ในชาตินี้นางนึกไม่ถึงว่าจะใช้โอกาสนี้ให้ช่วยต้วนอ
วี้ต้วนชิงหมิงต้องการให้ช่วยและนำตัวต้วนอวี้ส่งกลับมาที่จวนต้วนแต่ถ้าเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับเผยให้ศัตรูรู้ตัวได้ทันทีดังนั้นต้
วนชิงหมิงจึงต้องการเพียงแค่ข่าวคราวของน้องชายเท่านั้น
ชิวสุ่ยหานกินข้าวได้เพียงหนึ่งชามเท่านั้นก็ต้องออกไปตามหาน้องชายให้กับต้วนชิงหมิงแต่สิ่งที่เขานำกลับมาเล่า
ให้แม่นมหนิงฟังนั้นไม่ได้ทำให้ต้วนชิงหมิงมีอาการร้อนรนใจเหมือนที่ผ่านมา
ต้วนอวี้ปลอดภัยแล้วแต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกัน? ชิวสุ่ยหานบอกเพียงองค์ชายสามมานำตัวต้วนอวี้ไปแต่ไปที่ไหน
นั้นเขาไม่รู้เห็นทีคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้ต้วนชิงหมิงนั่งไม่ติดแล้ว…ต้วนอวี้ชีวิตช่างเหมือนหนีเสือ
ปะจระเข้เสียจริงไม่รู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะทำอะไรเขาบ้าง?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ต้วนชิงหมิงชักเริ่มนั่งไม่อยู่กับที่แล้วได้ยินที่ชิวหนิงเล่ามาว่าต้วนอวี้ออกจากจวนไปก็ไม่ได้นำ
เสื้อคลุมติดตัวไปด้วยอย่างนั้นตอนนี้ต้วนอวี้จะเป็นอย่างไร ในอากาศที่หนาวเหน็บถึงเพียงนี้ไม่รู้ว่าจะหนาวตายไปแล้ว
หรือยัง…
เพียงแค่นึกถึงสิ่งเลวร้ายที่ต้วนอวี้ต้องพบเจอจิตใจของนางก็ได้แต่ร้อนรนและทรมานเป็นที่สุด
ในเวลานี้นอกเรือนกลับมีเสียงของบ่าวรับใช้พูดห้ามขึ้นว่า “คุณหนูรอง… คุณหนูใหญ่ยังไม่ตื่นเจ้าค่ะ!คุณหนูรอง
จะเข้าไปตอนนี้มิได้เจ้าค่ะ!”
คุณหนูรอง?
ต้วนอวี้หรานมาที่นี่อย่างนั้นหรือ?
เด็กสาวเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมแล้วพูดเสียงเรียบ “เชิญคุณหนูรองเข้ามาได้”
ต้วนชิงหมิงมั่นใจมากว่าต้วนอวี้หรานมาหาแต่เช้าตรู่เช่นนี้ต้องมีเรื่องประสงค์ร้ายเป็นแน่ต้วนชิงหมิงที่กำลังร้อน
ใจกับการหายตัวไปของต้วนอวี้บัดนี้การมาของต้วนอวี้หรานเหมือนเป็นการจุดเชื้อเพลิงใส่นํ้ามันเข้าไปในกองเพลิงที่ร้อน
ระอุให้มอดไหม้ขึ้นไปอีก
ต้วนชิงหมิงตัดสินใจแน่วแน่แล้วในเมื่อต้วนอวี้หรานอยากจะเข้ามาร่วมแสดงร้อนรนใจด้วยหากนางไม่สนองคง
ไม่ใช่พี่สาวที่ดีกระมัง!
ต้วนชิงหมิงส่งสายตาไปทางเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อยู่รับใช้ต้วนชิงหมิงมานานย่อมเข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อความหมายนางรีบเดินเข้าไปจับหวังที่จะดึงชิว
หนิงให้ลุกขึ้นมาพร้อมกับพูดเสียงตํ่า “ชิวหนิงทำไมยังไม่ลุกขึ้นมาอีก ทำคุณหนูใหญ่ขายหน้าไม่พอใช่หรือไม่?”
พอชิวหนิงได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจมองไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์…นางไม่เคยคิดทำให้คุณหนูใหญ่ขายหน้า นี่
มันอะไรกัน นางไปทำอะไรผิดอีก?
อีกอย่างเรื่องที่ทำให้คุณหนูใหญ่ขายหน้านั้นนางไม่เคยคิดในหัวมาก่อนและไม่คิดจะทำด้วยเนื่องจากคุณหนูใหญ่
มีบุญคุณต่อชิวหนิงดุจภูผา ไม่เพียงตั้งชื่อใหม่ให้ยังทำให้ครอบครัวนางมีข้าวกินประทังชีวิต บุญคุณนี้ยังมิได้ตอบแทน
ไฉนเลยชิวหนิงจะทำให้คุณหนูใหญ่ขายหน้าได้เล่า?
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รู้ดีถ้าไม่พูดเช่นนี้ชิวหนิงไม่มีทางยอมลุกยืนขึ้นมาแน่นอน
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงใช้แรงดึงชิวหนิงขึ้นมาได้ชิวหนิงที่ตัวหนักเป็นทุนเดิมได้ซวนเซมาชนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถลาไปด้านหน้า
จนชนกับมุมเก้าอี้ถึงกระนั้นนางกลับยังคงฝืนยิ้มเหมือนไม่เจ็บ
ชิวหนิงถลาเข้าไปพยุงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และพูดอย่างลนลาน “พี่ฉ่าวเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เบะปากออกมา “ไม่เป็นไรได้อย่างไร? เจ้ามาลองโดนชนบ้างไหมล่ะ?”
ไม่นานมานี้นางเพิ่งได้รับบาดเจ็บมาในงานวันเกิดของต้วนชิงหมิงดังนั้นตอนนี้ต่อให้โดนชนเบาๆ ก็ยังเจ็บปวด
อยู่ดีไม่ต้องพูดถึงหากโดนชนอย่างแรงจะเป็นเช่นไร
ชิวหนิงเผยอปากละม้ายจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ถูกแม่นมหนิงขัดขึ้น “พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่? คุณหนูมี
แขกมาที่เรือน พวกเจ้าไม่รู้จักมารยาทเลยหรือทำไมยังไม่รีบกลับไปห้องอีก?”
ชิวหนิงได้ฟังสีหน้าพลันซีดขึ้นมาทันทีนางคุกเข่าอยู่อย่างนั้นอยู่นานจนแทบไม่มีแรงลุกขึ้นมาแล้วเมื่อถูกเซี่ยฉ่าว
เอ๋อร์ดึงตัวขึ้นมาจึงเซไปเซมาจนเกือบล้มไปที่พื้น
แม่นมหนิงใช้สายตาดุดันจ้องมองมาที่ชิวหนิงจนทำให้นางตกใจไม่เพียงแต่ชิวหนิงเท่านั้น บ่าวรับใช้ในเรือนทุกคน
ล้วนกลัวแม่นมหนิงเป็นที่สุดปกติแค่นางมองมาอย่างธรรมดาก็หาได้มีบ่าวรับใช้คนใดกล้าเอ่ยปากออกมาแม้แต่คำเดียว
อยู่แล้ว
เมื่อเห็นแม่นมหนิงโมโหถึงเพียงนั้นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงรีบดึงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับไปที่ห้องเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอหน้าต้วน
อวี้หรานแต่ชิวหนิงใช้แรงขัดขืนและพูดทั้งๆ ที่ใบหน้าซีดขาว “บ่าวไม่ไปไหนบ่าวจะเปิดโปงคุณหนูรองเจ้าค่ะ!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างรีบก้มหน้าลงไปกระซิบ “เจ้าโง่หรือชิวหนิง คุณหนูรองตั้งใจมาหัวเราะเยาะคุณหนูใหญ่
หากเจ้าขืนอยู่ที่นี่ย่อมเท่ากับสร้างความลำบากให้คุณหนูใหญ่รู้บ้างหรือไม่?”
`