การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 364 ต้วนอวี้หรานอิจฉาริษยา
ต้วนอวี้หรานมักจะใส่เครื่องประดับที่ลํ้าค่าเพื่อบ่งบอกถึงความสูงศักดิ์ในทุกวันจนเป็นเรื่องปกติทว่าการแต่งตัว
เช่นนี้กลับไม่ได้งดงามแม้แต่น้อยเพราะความงดงามที่แท้จริงต้องมาจากภายในไม่ใช่ดูจากเปลือกนอก
แต่ละคนย่อมมีความเข้าใจเกี่ยวกับความงามที่แตกต่างกันไปโชคดีที่ต้วนชิงหมิงเคยชินกับนิสัยโอ้อวดของต้วนอวี้
หรานไปแล้วจึงได้แต่ทำเป็นมองไม่เห็น และไม่อยากจะข้ามเส้นเข้าไปสอนเรื่องนี้
ต้วนชิงหมิงเลิกคิ้วขึ้นพริบตาเดียวก็จางหายไปเมื่อเห็นต้วนอวี้หรานเดินเข้ามาภายในห้องด้วยความเหน็บหนาว
เยวี่ยหวารีบเข้าไปช่วยถอดเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกออกให้ต้วนอวี้หรานแล้วชักเท้าถอยกลับไปอยู่ด้านหลังตาม
เดิม เยวี่ยเจียจึงยกนํ้าชาที่ต้มไว้ยื่นไปให้ต้วนอวี้หรานตรงหน้า นางรับถ้วยนํ้าชาไปโดยไม่รับรู้ความรู้สึกใดด้วยเพราะรอ
อยู่ด้านนอกจนมือชาไปหมดแล้ว
หลังจากที่นางได้ดื่มชาลงไปก็พบว่านํ้าชาร้อนลวกปาก
ต้วนอวี้หรานพ่นนํ้าชาที่เพิ่งดื่มเข้าไปอึกหนึ่งออกมาทันทีนางเขวี้ยงถ้วยนํ้าชาในมือลงพื้นแตกดัง “เพล้ง” แล้ว
รีบเอามือขึ้นมาเปั่า “เยวี่ยเจียเจ้าบ่าวบ้า อยากจะลวกข้าให้ตายไปเลยอย่างนั้นหรือ?”
เยวี่ยเจียจึงรีบก้มตัวลงไปเก็บเศษถ้วยนํ้าชาที่แตกกระจัดกระจายในทันทีแล้วลุกขึ้นกล่าวขอโทษต้วนอวี้หราน
“เรียนคุณหนูรองบ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ! ครั้งหน้าหากคุณหนูรองมาอีกบ่าวจะไม่ต้มนํ้าให้เดือดแบบนี้แล้วเจ้าค่ะ!”
น่าขันสิ้นดี!ถ้าไม่เอานํ้าชามาให้ แล้วจะยกชาที่เย็นชืดมาให้แทนหรือ?
เห็นได้ชัดเจนว่าเยวี่ยเจียกำลังต่อว่าเสียดสีต้วนอวี้หรานทางอ้อมอยู่
โชคดีที่นํ้าชาลวกแค่ปลายลิ้นเท่านั้นต้วนอวี้หรานจึงรีบรับนํ้าชาที่เย็นจากมือเยวี่ยหวามาบ้วนปากอยู่หลายครั้ง
แต่ก็ยังด่าทอเยวี่ยเจียไม่หยุด “เจ็บไปหมดแล้วข้าเจ็บปวดไปหมดแล้วจริงๆ!”
ด้านต้วนชิงหมิงที่นั่งนิ่งเงียบอยู่นั้นในเวลานี้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาพร้อมพูดเสียงเรียบนิ่งเป็นที่สุด “น้องรอง ถ้าชา
ร้อนลวกปากก็ดื่มชาเย็นก็แล้วกัน!”
ต้วนชิงหมิงตอบกลับด้วยท่าทางที่สงบนิ่งสง่า และสูงศักดิ์ ทำให้ความงามของต้วนอวี้หรานนั้นมิอาจเทียบรัศมีได้
เลย
ในชั่วพริบตาเดียวต้วนอวี้หรานพลันลืมความเจ็บปวดที่ปลายลิ้นไปสิ้นนางจ้องเขม็งมองไปที่ต้วนชิงหมิง ราวกับ
ว่ากำลังดูของหายากที่ลํ้าค่า
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ต้วนอวี้หรานเอ่ยปากถามด้วยอาการสงบนิ่ง “น้องรองกำลังมองอะไรหรือ หน้าของพี่มีอะไร
ติดอยู่อย่างนั้นหรือ?”
ใบหน้าของต้วนอวี้หรานถอดสีลงอีกครั้งมองต้วนชิงหมิงอย่างสงสัยใคร่รู้
นางอยากเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจและยอมแพ้ของผู้เป็นพี่สาวแล้วเหตุใดวันนี้ต้วนชิงหมิงถึง
มิได้แตกต่างไปจากทุกๆ วันล่ะ?
อาจเป็นเพราะในห้องมีเตาไฟใส่ถ่านที่ให้ความอบอุ่นต้วนชิงหมิงจึงไม่ต้องใส่เสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอก แต่ใส่เพียง
เสื้อผ้าฝั้ายที่ขาวด้านล่างสวมกระโปรงยาวไล่สีจากสีเขียวอ่อนไปจนถึงสีชมพูอ่อนช่วยขับให้วันนี้ต้วนชิงหมิงดูงดงาม
ผุดผ่อง สะอาดตาขึ้นมา
การแต่งตัวที่ธรรมดาเรียบง่ายไม่ได้ทำให้ต้วนชิงหมิงดูโทรมไปแม้แต่น้อยแต่เสื้อผ้าที่เรียบง่ายของนางกลับทำให้
ดูสูงศักดิ์ขึ้นไปต่างหาก
ต้วนชิงหมิงพูดเพียงประโยคเดียวก็หันหน้ากลับไปไม่สนใจว่าอีกฝั่ายจะรู้สึกและมีสีหน้าแบบใด ทำให้บรรยากาศ
ภายในห้องเวลานี้เงียบสงบลงไปทันทีต้วนชิงหมิงกำลังใช้ฝาถ้วยเขี่ยใบชาให้ลอยไปอยู่ฝังหนึ่ง
ถ้วยนํ้าชาที่ต้วนชิงหมิงใช้นั้นเป็นถ้วยเคลือบชั้นดีเมื่อกระทบกันแสงแล้วจะส่องแสงระยิบระยับไปมา
เมื่อต้วนอวี้หรานเห็นต้วนชิงหมิงใช้ของชั้นดีในใจพลันเกิดความรู้สึกอิจฉาริษยาแผ่ซ่านออกมาอย่างปกปิดไม่มิด
เสื้อผ้าเครื่องประดับที่นางใส่มาในวันนี้ กลายเป็นสิ่งน่าขันสำหรับต้วนชิงหมิง?
หากวันนี้นางไม่สามารถทำให้ต้วนชิงหมิงต้องอับอายขายหน้าได้เห็นทีจะเสียแรงที่ต้วนอวี้หรานอุตส่าห์ตั้งใจแต่ง
ตัวมาอย่างเต็มที่
ภายในใจยิ่งคิดใบหน้าก็ยิ่งแดงกํ่าด้วยรู้สึกโมโหสิ่งที่ต้วนอวี้หรานเจอมาตั้งแต่ถูกปล่อยให้รออยู่ข้างนอกเป็นเวลา
นานถูกพูดเสียดสีทางอ้อมหลายประโยค มาจนถึงตอนนี้ยังถูกต้วนชิงหมิงไม่สนใจอีก
ต้วนชิงหมิงวางถ้วยนํ้าชาที่อยู่ในมือลงแล้วปรายตามองไปที่ต้วนอวี้หรานพูดเรียบนิ่ง “น้องรองยังไม่ได้บอกพี่
สาวคนนี้เลยนะ อากาศหนาวเหน็บถึงเพียงนี้น้องรองมาหาพี่สาวด้วยเหตุอันใด?”
ต้วนอวี้หรานได้ยินที่ต้วนชิงหมิงถามขึ้นมาก็เอาแต่เบ้ปากใส่ “หรือว่าถ้าไม่มีเรื่อง ข้าจะมาหาพี่สาวไม่ได้หรือ?”
นางจ้องไปที่ต้วนอวี้หรานมองอย่างคาดคั้นคำตอบปกติแล้วหากไม่มีธุระอันใดต่อให้ต้วนชิงหมิงเชิญต้วนอวี้หรา
นมาที่เรือน นางก็คงไม่อยากย่างกรายเข้ามานางยู่ปากและตอบยิ้มๆ “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก…เรือนของพี่สาว น้องรอง
อยากมาเมื่อไรก็มาได้ทุกเมื่อ พี่สาวยินดีต้อนรับเสมอ”
คำเชิญของต้วนชิงหมิงทำให้ต้วนอวี้หรานเกิดความรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญใจขึ้นมาไม่น้อย
ยิ่งต้วนชิงหมิงดูสวยงามและสูงศักดิ์เพียงใดต้วนอวี้หรานก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปเท่านั้น
“ข้ากับอวี้เอ๋อร์อยากมาตอนไหนก็มาได้ทั้งนั้นใช่หรือไม่?” ต้วนอวี้หรานพรวดถามขึ้นมา
ชั่วแวบเดียวพลันเห็นสายตาเย็นชาฉายวาบขึ้นมาบนหน้างามของต้วนชิงหมิงทำไมกันพูดเพียงไม่กี่ประโยค ต้วน
อวี้หรานก็ทนไม่ได้แล้วหรือ? ต้วนอวี้หรานช่างไม่เหมาะสมที่เป็นคู่ต่อสู้ของต้วนชิงหมิงจริงๆ!
เหตุใดในชาติที่แล้วนางถึงโง่เขลาเชื่อการแสดงของต้วนอวี้หรานกัน?
ต้วนชิงหมิงจึงค่อยๆหลับตาลง แต่ละภาพแต่ละเหตุการณ์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาราวกับเพิ่งเกิดขึ้นกลิ่นควันไฟที่
เผาไหม้ลอยตลบอบอวลอยู่ในจมูกเสียงหัวเราะสาแก่ใจของต้วนอวี้หรานยังดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทไม่คลายมีเพียง
ทางเดียวที่จะดึงสติกลับมาได้ก็คือ การกำมือให้เล็บจิกเนื้อของตัวนางเอง
ในชาติที่แล้วต้วนอวี้หรานฆ่านางและลูกทั้งสองคนจนตายไปแล้วมาในชาตินี้ต้วนอวี้หรานก็ยังคงยื่นมือเข้ามาทำ
ร้ายต้วนอวี้อีก เช่นนั้นแล้วมีหรือที่นางจะยอมปล่อย และไว้ชีวิตต้วนอวี้หรานไปโดยง่าย!
หลายต่อหลายครั้งที่นางเฝั้าถามตัวเองว่าควรอยู่เพื่อแก้แค้นอย่างเดียวหรือว่าควรวางความอาฆาตแค้นลงแล้ว
เริ่มต้นชีวิตใหม่ดี?
แต่วันนี้ต้วนอวี้หรานกลับมาทำเรื่องชั่วร้ายอีกแล้วต้วนชิงหมิงจึงเข้าใจชัดเจนแล้วว่า คนชั่วบางคนนั้นอาจชั่วมา
แต่กำเนิดชั่วที่คอยคิดเอาแต่เล่นงานคนอื่น ชั่วที่คิดให้คนอื่นอยู่ใต้แทบเท้าตลอดไป
ในที่สุดหลังจากต้วนชิงหมิงคิดวนไปวนมาอยู่นานนางจึงแสยะยิ้มออกมา “เฮ้อ! ต้วนอวี้หรานครั้งนี้ข้าจะให้เจ้า
จดจำข้าได้จนขึ้นใจไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต!”
ทางด้านต้วนอวี้หรานยกมือขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้าต้วนชิงหมิงอยู่หลายครั้งด้วยคิดว่าอีกฝั่ายไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้
และตอนนี้คำพูดเพียงประโยคของต้วนอวี้หรานกลับทำให้ต้วนชิงหมิงเสแสร้งไปต่อไม่ได้อีกแล้ว
`