การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 365 ไปเชิญต้วนอวี้มา
ใบหน้าของต้วนอวี้หรานเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สาแก่ใจ…หึ! ไม่มีทางที่ต้วนชิงหมิงจะแสร้งไม่สนใจไปได้ตลอดถึง
อย่างไรต้วนอวี้ก็เป็นบุตรชายลูกภรรยาเอกที่เกิดจากแม่คนเดียวกันกับนาง
ขอเพียงต้วนชิงหมิงใส่ใจเรื่องต้วนอวี้ขึ้นมาก็เท่ากับพ่ายเเพ้ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว
เจ้ารู้หรือไม่ต้วนชิงหมิง? ข้า……ต้วนอวี้หรานรอวันนี้มานานเท่าไรแล้ว
ครั้นเห็นท่าทางหมดอาลัยตายอยากของต้วนชิงหมิงต้วนอวี้หรานจึงรู้สึกคลายความเกลียดชังที่มีในใจลงมาได้
บ้าง
นางยังคงโบกมือไปตรงหน้าต้วนชิงหมิงที่ยังคงเหม่อลอยอยู่อย่างได้ใจแล้วเดินกลับมาที่นั่งพลางหันไปยิ้มหวาน
เยิ้มให้กับต้วนชิงหมิง “พี่สาวกำลังคิดอะไรอยู่? ทำไมน้องพูดถึงอวี้เอ๋อร์ขึ้นมาแล้วพี่สาวถึงได้เหม่อลอยแบบนี้ล่ะ”
พูดไปพลางกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง “โอ้! ถ้าไม่พูดถึงก็คงลืมไปสนิท…พี่สาววันนี้ทำไมอวี้เอ๋อร์ยังไม่มาอีก
หรือว่าไปทำอย่างอื่นแล้ว?”
ท่าทางที่ได้ใจอย่างออกหน้าออกตาของต้วนอวี้หรานทำให้ต้วนชิงหมิงรู้สึกรำคาญลูกหูลูกตาเป็นอย่างมาก นาง
แสร้งหัวเราะขึ้น “อวี้เอ๋อร์ตัวเล็กขนาดนั้นถ้าอยู่ท่ามกลางหิมะเป็นเวลานานคงต้องแข็งตายไปแล้วแต่อวี้เอ๋อร์เป็นคน
กลัวหนาวคงไม่ออกไปเรือนอื่นตั้งแต่เช้าตรู่กระมัง?”
เวลาต้วนชิงหมิงพูดถึงต้วนอวี้มักจะยิ้มอย่างพออกพอใจและพูดด้วยความเอ็นดูผนวกกับท่าทางไม่เป็นเดือดเป็น
ร้อนของต้วนชิงหมิงทำให้ต้วนอวี้หรานอดรู้สึกชะงักออกมาแวบหนึ่งไม่ได้นางกัดฟันกรอดๆ ด้วยความเกลียดชัง
ถ้าฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมานั้นเห็นได้ชัดว่ากำลังบอกว่าต้วนอวี้กลัวความหนาวแต่ว่าเป็นการตำหนิต้วนอวี้หรา
นกลายๆ ที่ไม่รู้จักกฎของจวนต้วนโดยออกมาร้องเสียงดังโวยวายในเรือนคนอื่น!
ต้วนอวี้หรานได้ยินก็สะอึกจนพูดไม่ออกไปสักพักใหญ่
ในเมื่อต้วนอวี้หรานไม่พูดต้วนชิงหมิงก็เลยไม่พูดเช่นกัน… ไม่นานบรรยากาศภายในห้องก็กลับมาหนาวเหน็บขึ้น
มาอีกครั้งเหมือนกับถ้วยนํ้าชาที่เย็นเฉียบวางบนโต๊ะอย่างนั้น แม้ดูจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่เมื่อยกขึ้นมาจิบจะพบว่า
เย็นชืดจนยากจะกลืนลงไป
อย่างไรเสียการมาครั้งนี้ของต้วนอวี้หรานก็เพื่อมาหาเรื่องโดยเฉพาะ แต่นางก็ไม่ได้โง่เขลาถ้าถูกคำพูดเสียดสีและ
ต่อว่าของต้วนชิงหมิงเข้าแล้วสะบัดก้นออกจากเรือนไปก็เท่ากับตกกับดักที่ต้วนชิงหมิงวางเอาไว้
ต้วนชิงหมิงเลือกที่จะพูดจาแรงๆใส่อีกฝั่ายเพื่อหวังให้ต้วนอวี้หรานโกรธจนจากไปเองเพราะแค่เรื่องการหายตัว
ไปของต้วนอวี้นั้น นางก็ร้อนรนเจียนจะขาดใจอยู่แล้วจึงไม่อยากพบหน้าคนที่มาสร้างปัญหาให้อีก
ทว่าต้วนอวี้หรานเข้าใจในเหตุผลนี้ของต้วนชิงหมิงแทนที่จะรู้สึกโกรธเคืองกลับดีอกดีใจ เริ่มหัวเราะไปด้วยพูดไป
ด้วย “อ๋อ! ที่แท้อวี้เอ๋อร์เอาแต่นอนขี้เซานี่เองวันนี้อากาศดีแต่เวลานี้นับว่าสายแล้ว อย่างนั้นให้เรียกอวี้เอ๋อร์มาเล่นกับ
พวกเราดีหรือไม่?”
ใบหน้าของต้วนอวี้หรานปรากฏรอยยิ้มสาแก่ใจออกมานางไม่รอให้ต้วนชิงหมิงเอ่ยปาก ก็หันไปเรียกเยวี่ยหวาที่
ยืนรอรับใช้อยู่ด้านหลังจีบปากจีบคอเอื้อนเอ่ย “เยวี่ยหวาเจ้าไปตามคุณชายใหญ่มา บอกไปว่าพี่สาวของเขาคิดถึง ให้รีบ
มาโดยเร็ว…”
“เจ้าค่ะ!” เยวี่ยหวารับคำสั่งเสียงดังฟังชัด ยอบกายทำความเคารพแล้วเดินออกไป
ต้วนชิงหมิงเห็นท่าทางที่ร้อนรนจนทนไม่ไหวของต้วนอวี้หรานจึงหัวเราะเย้ยออกมา ‘อวี้หราน เห็นทีเจ้าจะร้อน
ใจจนทนไม่ไหวเสียเองกระมัง’
เรื่องการหายตัวไปของต้วนอวี้นั้นต้วนชิงหมิงยังไม่ได้ให้บ่าวรับใช้แพร่งพรายฉะนั้นบ่าวรับใช้ในจวนต้วนส่วนใหญ่
จึงไม่ทราบว่าต้วนอวี้หายตัวไป
ใกล้วันตรุษจีนเข้ามาทุกทีต้วนเจิ้งยิ่งมีเรื่องให้ยุ่งจนหัวไม่วางหางไม่เว้นบางครั้งหายไปสามวันไม่ได้กลับจวนก็มี
จนเช้าวันนี้ต้วนเจิ้งเพิ่งกลับมาถึงเมืองหลวงดังนั้นต้วนอวี้หรานจึงรีบมาสร้างเรื่องเสียหน่อยเพื่อหวังให้ต้วนเจิ้งทราบ
เรื่องการหายตัวของต้วนอวี้
ความคิดนี้ค่อนข้างใช้ได้แต่ความจริงมีหรือที่ต้วนชิงหมิงจะให้นางสมหวัง?
เวลานี้เมื่อเห็นเยวี่ยหวากำลังจะเดินออกนอกประตูไปต้วนชิงหมิงจึงหันหน้าไปพูดกับต้วนอวี้หราน “คนที่ไปตาม
ครั้งนี้เป็นบ่าวรับใช้ของน้องรองแล้วที่น้องบอกว่าพี่สาวให้มาตาม อวี้เอ๋อร์อาจไม่รู้ว่าควรไปเรือนพี่สาวคนไหนอย่างนั้น
บอกอวี้เอ๋อร์ให้ชัดเจนเสียหน่อยไหม ว่าต้องไปเรือนพี่สาวคนไหนกันแน่?”
ต้วนอวี้หรานหัวเราะชอบใจขึ้นมา…รู้ทั้งรู้ว่าต้วนอวี้ไม่อยู่ในจวน ต้วนชิงหมิงยังแสร้งทำเป็นไม่รู้อีโหน่อีเหน่นาง
อยากดูนักว่าหากเรื่องการหายตัวไปต้วนอวี้ไปถึงหูท่านพ่อแล้วละก็ต้วนชิงหมิงจะมีหน้ามาพูดอะไรอีก…
ต้วนชิงหมิง…เจ้าเสแสร้งไม่รู้ต่อไปเถอะส่วนข้าจะคอยดูว่าเจ้าทนแสร้งไปได้อีกสักกี่นํ้า!
ต้วนอวี้หรานจึงหันไปเรียกเยวี่ยหวาและพูดขึ้น “เยวี่ยหวา! เจ้าไปบอกให้คุณชายใหญ่ ข้ากับพี่ชิงหมิงจะรออยู่ที่
นี่รีบไปแจ้งให้คุณชายใหญ่ตื่นนอน ล้างหน้าล้างตาและมาที่นี่ทันทีก็พอแล้ว!”
เยวี่ยหวาตอบรับ “เจ้าค่ะ!” แล้วเดินออกจากประตูไป
ต้วนชิงหมิงฝืนยิ้มเจื่อนๆ “ดูเหมือนน้องรองจะชอบอวี้เอ๋อร์ไม่น้อยเลยนะ!”
ทันใดนั้นต้วนอวี้หรานก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาและพูดเสียงสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ข้ากับอวี้เอ๋อร์นั้น… ล้วนเป็นบุตร
ของท่านพ่อเหมือนกันส่วนเราก็เป็นพี่สาวน้องสาวกันอีก ถ้าข้าไม่ชอบอวี้เอ๋อร์แล้วจะให้ไปชอบใครได้เล่า”
เห็นได้ชัดว่าต้วนอวี้หรานไม่ได้พูดออกมาจากใจจริงเพราะพูดได้ไม่นานก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อ
เวลานี้เยวี่ยหวาเพิ่งก้าวเดินออกไปจากประตูได้เพียงก้าวเดียวต้วนอวี้หรานก็แค่นเสียงกำชับกำชาอีกครั้งว่า “เย
วี่ยหวาอย่างนั้นเจ้าไปรอจนกว่าคุณชายใหญ่จะตื่น แล้วคุณชายใหญ่มาที่นี่…ถ้าคุณชายใหญ่ยังไม่ตื่น เจ้าก็จงรอจนกว่า
จะตื่นเข้าใจหรือไม่?”
พอต้วนอวี้หรานกล่าวจบต้วนชิงหมิงก็ปรายตามองไปหนึ่งที…ชิ ชะ! อย่าคิดว่าคนอย่างต้วนชิงหมิงรู้ไม่ทัน รอ
จนกว่าจะตื่น รอจนกว่าจะล้างหน้า…ครั้งนี้ต้วนชิงหมิงจะอุดปากต้วนอวี้หรานให้สนิทจนพูดไม่ออกจากนั้นค่อยมาดูกัน
ว่าต้วนอวี้หรานจะแก้ตัวได้อย่างไร!
เมื่อได้ยินที่ต้วนอวี้หรานพูดอย่างมั่นอกมั่นใจปานนั้นต้วนชิงหมิงจึงอมยิ้มขึ้นมา… ต้วนอวี้หรานเอ๋ยวันนี้หากเจ้า
ไม่ได้พบต้วนอวี้คงจะไม่ถอดใจสิท่า นึกไม่ออกจริงๆถ้าอีกประเดี๋ยวต้วนอวี้มาปรากฏตัวที่นี่ สีหน้าของนางจะเป็นเช่นไร
กัน?
พอเห็นต้วนชิงหมิงอมยิ้มต้วนอวี้หรานก็พลอยอมยิ้มตามไปด้วยพลางเอ่ยขึ้น “อะไรกันพี่สาวข้าพูดตรงไหนไม่
เหมาะสมหรือ?”
“ไม่มีตรงไหนที่ไม่เหมาะหรอกเพียงแต่เจ้าบอกให้บ่าวรับใช้ไปบอกอวี้เอ๋อร์ให้สวมเสื้อผ้าหนาๆ หน่อยแล้วกัน” ต้
วนชิงหมิงตอบยิ้มๆ
ต้วนอวี้หรานจึงตะโกนกำชับเยวี่ยหวาเพิ่มอีกคำรบหนึ่ง “ได้ยินหรือไม่? ให้คุณชายใหญ่สวมเสื้อผ้าหนาหน่อย…”
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากเยวี่ยเจียแล้วต้วนอวี้หรานที่ชักเริ่มหงุดหงิดจึงถามอีกฝั่ายด้วยอารมณ์ไม่พอใจ “พี่สาว
ยังมีอะไรจะกำชับอีกหรือไม่?”
เยวี่ยเจียที่ก้าวเท้าออกไปได้เพียงก้าวเดียวต้องหันหลังกลับมาตอบถึงสามครั้งแล้วบัดนี้ต้วนอวี้หรานจะคอยดูต้
วนชิงหมิงมีอะไรจะพูดอีกถ้าต้วนชิงหมิงขืนพูดไร้สาระอีกก็เท่ากับนางกินปูนร้อนท้องเพราะว่าทั้งสองคนต่างรู้อยู่แก่ใจ
ว่าต้วนอวี้ไม่อยู่ที่จวนต้วน
ต้วนชิงหมิงยังคงยิ้มนิ่งๆมองไปที่ต้วนอวี้หรานพร้อมกับส่ายหน้า “ไม่มีไม่มีอะไรกำชับอีกแล้ว!”
ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้วนอวี้หรานต้องงงงวยบ้างแล้ว
อะไรนะ? นางบอกว่าไม่มีอะไรกำชับอีกแล้วหรือ?
ตามความคิดของต้วนอวี้หรานนั้นต้วนชิงหมิงต้องพยายามรั้งและขัดขวางอย่างสุดกำลังทว่าเวลานี้นางกลับพูด
อย่างสบายๆ ไม่รีบร้อนและกำลังใช้ฝาถ้วยเขี่ยใบชาที่ลอยอยู่ให้ไหลออกด้านข้าง เยวี่ยเจียที่รู้หน้าที่จึงหยิบใบชาใหม่ใส่
ในถ้วยนํ้าชาแทนจากนั้นต้วนชิงหมิงก็ล้างใบชาแล้วชงใบชาอยู่อย่างนั้น
ต้วนชิงหมิงทำอย่างคล่องแคล่วและชำนาญเมื่อเทนํ้าร้อนลงไปในถ้วยนํ้าชา กลิ่นใบชาจึงส่งกลิ่นหอมลอยโชย
เต็มห้องไปทั่วแล้วเงยหน้าขึ้นพลางหันไปพูดกับเยวี่ยเจีย “เยวี่ยเจียเจ้ามัวยืนเหม่อลอยอะไรอยู่ ทำไมไม่รีบเปลี่ยนไป
เปลี่ยนนํ้าชาให้คุณหนูรอง?”