การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 366 ต้วนอวี้หรานเริ่มหวาดผวา
ต้วนชิงหมิงชะงักงันไปทันที นางวางถ้วยนํ้าชาที่ถือในมือลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเสียงดังก้องไปทั่วห้อง ต้วนอวี้
หรานสัมผัสได้ถึงบรรยากาศไม่ค่อยดีอบอวลอยู่ในห้องยิ่งรู้สึกอึดอัด
“คุณหนูรอง ทั้งหมดเป็นความผิดของบ่าวเองเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวบ่าวจะไปเปลี่ยนนํ้าชามาให้ทันทีเจ้าค่ะ” เมื่อเห็น
ต้วนชิงหมิงมีท่าทีโมโหโกรธา เยวี่ยเจียจึงรีบเข้าไปขอโทษต้วนอวี้หราน
อันที่จริงไม่ใช่ว่าเยวี่ยเจียไม่อยากเปลี่ยนนํ้าชาให้ต้วนอวี้หราน แต่เพราะต้วนชิงหมิงเอาแต่ก้มหน้าจิบนํ้าชาอยู่
นางจึงไม่กล้าเข้าไปเปลี่ยนให้ต่างหาก
ถ้วยนํ้าชาของต้วนอวี้หรานที่ถูกเติมจนปริ่มตั้งแต่แรกนั้น ถึงเวลานี้ยังคงไม่ลดลงแม้แต่น้อย และยิ่งถ้วยนํ้าชาวาง
ไว้นานเพียงใด ก็ยิ่งเย็นชืดขึ้นไปเท่านั้น
เยวี่ยเจียเป็นบ่าวรับใช้ที่หัวไวย่อมรู้ว่าเจ้านายก็คือเจ้านาย บ่าวรับใช้ก็คือบ่าวรับใช้อยู่วันยังคํ่า แม้ต้วนชิงหมิงจะ
ไม่ชอบต้วนอวี้หรานมากเพียงไร แต่เรื่องระหว่างเจ้านายนั้นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้านาย หน้าที่ของบ่าวคือรับใช้เจ้า
นายทุกคนให้เหมือนกัน
และยิ่งต้วนชิงหมิงไม่ชอบต้วนอวี้หรานมากเท่าไร นางก็ยิ่งต้องระมัดระวังและคิดถึงหน้าของเจ้านายให้มากขึ้น
ไปอีก เพราะมีเพียงเรื่องนี้เท่านั้นที่จะไม่ให้ต้วนอวี้หรานหาจุดอ่อนมาเล่นงานต้วนชิงหมิงได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เยวี่ยเจีย
จึงไม่ลังเลใจที่จะเอ่ยปากขออภัยต้วนอวี้หราน และรีบเข้าไปหมายจะเปลี่ยนนํ้าชาที่เย็นชืดหมดแล้วให้นาง
เด็กสาวรีบยื่นมือเข้ามาบังไว้แล้วปฏิเสธเสียงแข็ง เมื่อเห็นเยวี่ยเจียเดินเข้ามาหมายจะเปลี่ยนนํ้าชาให้ใหม่ “ตอน
นี้ยังไม่ต้องเปลี่ยน อีกสักประเดี๋ยวค่อยเปลี่ยนก็แล้วกัน”
การเปลี่ยนนํ้าชาให้ใหม่นั้นแฝงความหมายเป็นนัยละม้ายการไล่แขกกลับทางอ้อม เหตุใดจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้น
เล่า นางยังไม่ทันได้เห็นฉากละครสนุกๆ เริ่มต้นขึ้นเลย มีหรือนางจะยอมจากไปง่ายๆ ต้วนอวี้หรานจึงไม่ยอมให้อีกฝั่าย
เปลี่ยนนํ้าชาที่เย็นชืดถ้วยนั้น
เยวี่ยเจียที่เห็นต้วนอวี้หรานยกมือปั้องไม่ให้เปลี่ยนนํ้าชาในถ้วย นางจึงหันหน้ากลับไปมองต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิงมองไปที่ต้วนอวี้หรานที่กำลังคิดบางอย่างอยู่ แล้วหัวเราะขึ้น “น้องรองคิดอะไรอยู่ ดูสินํ้าชาในถ้วย
เย็นหมดแล้ว อากาศเย็นแบบนี้หากดื่มชาเย็นๆ เข้าไปจะถ่ายท้องเอาได้ น้องรองให้เยวี่ยเจียเปลี่ยนนํ้าชาในถ้วยให้
เถอะ!”
ต้วนอวี้หรานหันมองเยวี่ยเจียที่กำลังเดินเข้ามาหมายจะหยิบถ้วยนํ้าชาไปเปลี่ยน ทว่านางกลับรีบยกนํ้าชาเย็นๆ
ถ้วยนั้นขึ้นดื่มไปกว่าครึ่งในรวดเดียว ก่อนจะพูดกับเยวี่ยเจีย “เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าไปเติมนํ้าร้อนให้ข้าใหม่ได้แล้ว!”
เยวี่ยเจียรับคำแต่โดยดี “ได้เจ้าค่ะคุณหนูรอง”
เยวี่ยเจียยกกานํ้าชาร้อนๆ ขึ้นมา บรรจงรินเติมลงไปในถ้วย แล้วก้าวถอยหลังไปยืนนิ่งอยู่ด้านหลังของต้วนชิงห
มิงตามเดิม
ทว่าต้วนชิงหมิงตอนนี้หันหน้าไปทางอื่นพร้อมกับหัวเราะเยาะอีกฝั่ายในใจขึ้นมา… การเปลี่ยนนํ้าชานั้นเป็นการ
จงใจไล่แขกให้กลับทางอ้อม แต่ต้วนอวี้หรานกลับเลือกที่จะดื่มชาที่เย็นชืดลงไป และให้เยวี่ยเจียเติมนํ้าร้อนใส่ลงไปอีก
เพื่อส่งสัญญาณว่านางไม่ยอมไปโดยง่าย หลังจากที่เติมนํ้าชาร้อนๆ เสร็จ บรรยากาศในห้องกลับเงียบเชียบขึ้นอีกครา
เรือนของต้วนอวี้ห่างจากเรือนต้วนชิงหมิงไม่น้อย การเดินไปมารอบหนึ่งนั้นย่อมใช้เวลาพอสมควร จนถึงตอนนี้
เยวี่ยหวาก็ยังไม่มีที่ท่าจะกลับมาถึงโดยเร็ว
ที่จริงแล้วการที่เรือนของต้วนอวี้และต้วนชิงหมิงห่างกันมากนั้น เป็นความต้องการของหลิวหรง เพื่อจะได้ไม่ต้อง
ให้พี่น้องคู่นี้ไปมาหาสู่กันโดยง่าย แต่สำหรับต้วนอวี้หรานที่นั่งรออยู่กลับรู้สึกเป็นเหมือนเวลาที่ผ่านไปนานแสนนาน
ยิ่งให้รอคอยนานมากเท่าไร นางก็ยิ่งร้อนใจมากขึ้นเท่านั้น ประกอบกับท่าทีที่สงบนิ่งของต้วนชิงหมิงยิ่งทำให้ต้วน
อวี้หรานร้อนอกร้อนใจขึ้นไปอีก หรือว่าต้วนชิงหมิงไม่รู้ว่าต้วนอวี้หายตัวไปแล้ว ไม่ก็คงตั้งใจแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไร
เกิดขึ้น
หากแต่เป็นอย่างหลัง เช่นนั้นก็รอให้ไปอยู่ต่อหน้าท่านพ่อเสียก่อนเถอะ นางจะเพิ่มข้อหาให้ต้วนชิงหมิงอีกเรื่อง
แต่ถ้าอีกฝั่ายแกล้งเสแสร้งทำเพื่อปกปิด เช่นนั้นก็ขอคารวะจิตใจที่นิ่งสงบของนางเหลือเกิน
เวลาผ่านไปนานเท่าไรก็สุดรู้ ทว่าในตอนนี้ต้วนอวี้หรานกลับรู้สึกเหมือนเวลาช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าและ
ยาวนาน จนเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายเต็มทน แต่นางก็ยังไม่ลดละความพยายามในการรอ หันซ้ายทีขวาทีมองไปรอบๆ ห้องเพื่อ
ฆ่าเวลาไปพลางๆ
ภายในห้องของต้วนชิงหมิงตกแต่งอย่างเรียบง่าย โต๊ะเก้าอี้ทำจากไม้แดงเข้าชุด ตรงกลางของห้องมีฉากกันลม
แปดบานที่ทำมาจากต้นสาลี่ วิจิตรด้วยรูปภูเขาและแม่นํ้าที่งดงาม ภาพบนฉากกันลม หาใช่ภาพวาดไม่ หากแต่เป็นการ
ใช้ไหมทองในการปัก ทำให้เห็นความนูนขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ ดูรื่นตาและเปียมไปด้วยพลัง ถ้าดูให้ดีจะทราบได้
ทันทีว่าฉากกันลมนี้เป็นของที่ฮูหยินติงโหรวเหลือเอาไว้
ต้วนอวี้หรานมองดูก็อดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้ ของที่ฮูหยินติงโหรวทิ้งเอาไว้มีเท่านั้นหรือ ส่วนของชั้นดีอื่นๆ ถูก
นางแย่งเอาไปใช้จนหมดแล้ว
อีกทั้งเสื้อผ้า ลวดลายผ้า และเครื่องสานทั้งหมดของต้วนอวี้หราน ก็มีครบครันมากกว่าต้วนชิงหมิงเป็นไหนๆ
เวลานี้ภายในห้องเงียบสงบเป็นอย่างมาก ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ต้วนอวี้หรานมองไปรอบๆ ห้อง ส่วนต้
วนชิงหมิงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น นางก้มหน้าก้มตาจิบนํ้าชาอยู่เงียบๆ ด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ
ระหว่างที่ต้วนอวี้หรานมองสำรวจไปทั่ว จู่ๆ นางรู้สึกได้ว่าภายในห้องของต้วนชิงหมิงมีบางอย่างที่ขาดหายไป
เหตุใดข้างกายของต้วนชิงหมิงจึงมีเยวี่ยเจียยืนรับใช้อยู่เพียงคนเดียว เหตุใดบ่าวรับใช้คนสนิทอย่างแม่นมหนิงก
ลับไม่ได้อยู่ข้างกายด้วย
สายตาของต้วนอวี้หรานเปล่งประกายความชั่วร้ายออกมาแวบเดียวก็พลันหายไป พลางแสร้งเอ่ยถามขึ้นอย่าง
ประหลาดใจ “เอ๊ะ พี่ชิงหมิง ข้ามาถึงที่นี่ก็ตั้งนานแล้ว เหตุใดจึงไม่เห็นบ่าวรับใช้คนอื่นเลย หรือว่า……พวกนางออกไป
เที่ยวด้านนอก ทำไมพี่ชิงหมิงจึงไม่ลงโทษพวกบ่าวรับใช้เหล่านั้นกัน?”
เดิมทีต้วนอวี้หรานอยากถามถึงชิวหนิงมากกว่า แต่ไม่รู้จะเอ่ยปากถามให้เหมาะสมอย่างไรดี จึงเลือกถามถึงบ่าว
รับใช้ในเรือนคนอื่นๆ อย่างกว้างๆ ขึ้นมาทีเดียวพร้อมกันให้หมดทุกคน
ขณะนี้ต้วนชิงหมิงมีบ่าวรับใช้ระดับหนึ่งอยู่สองคนครบแล้ว นั่นคือเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กับชิวหนิง แต่ต้วนชิงหมิงขอ
เลือกทำลายกฎที่มีบ่าวรับใช้ระดับหนึ่งที่มีได้เพียงสองคนออกไป โดยเพิ่มบ่าวรับใช้ระดับสองอย่างเยวี่ยเจียขึ้นเป็นบ่าว
รับใช้ระดับหนึ่งคนที่สาม แม้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กับชิวหนิงจะไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็ยังมีเยวี่ยเจียที่คอยรับหน้าแทนได้ทุกเรื่อง
ต้วนชิงหมิงปรายตามองต้วนอวี้หรานด้วยความไม่พอใจ อนุภรรยาของท่านพ่ออย่างหลิวหรง ช่างสอนต้วนอวี้
หรานได้ดีเสียเหลือเกิน กล้าพูดทุกเรื่องโดยไม่สนใจกาลเทศะและลำดับอาวุโส อีกอย่างเรื่องบ่าวรับใช้ของเรือนอื่น น้อง
สาวลูกอนุภรรยาคนนี้กลับยังกล้ามาสอดไม่เข้าเรื่อง
สายตาแหลมคมของต้วนชิงหมิงจ้องมองต้วนอวี้หราน ราวกับอ่านความคิดของนางได้จนหมดสิ้น ทว่าอีกฝั่าย
กลับไม่กล้าสู้สายตา ก้มหน้าก้มตาแสร้งทำเป็นจิบนํ้าชาแทน
“พี่จะถือซะว่าน้องรองไม่เคยพูดอะไรออกมาก็แล้วกัน ต่อไปคำถามเช่นนี้อย่าได้ไปถามใครพล่อยๆ เป็นอันขาด!”
ทว่าต้วนอวี้หรานยังคงดื้อรั้นไม่ยอมฟัง จนทำให้ความอดทนของต้วนชิงหมิงใกล้ถึงจุดแตกหัก นางจ้องเขม็งไปที่
น้องสาวต่างมารดาตรงหน้าด้วยแววตาดุดันน่าหวั่นเกรง แม้กระทั่งบ่าวรับใช้ข้างกายต้วนอวี้หรานอย่างเยวี่ยจือยังไม่
กล้าส่งเสียงใดออกมาแม้แต่คำเดียว
ต้วนอวี้หรานรู้สึกได้ถึงใบหน้าที่แดงกํ่าขึ้นมา นางเข้าใจแล้วว่าความใจร้อนและปากไวของนางเพียงครั้งเดียว ได้
กลายเป็นจุดอ่อนให้ต้วนชิงหมิงเอามาเล่นงานได้
เป็นที่รู้กันทั่วเมืองหลวงว่า บ่าวรับใช้ย่อมมีหน้าที่ที่ต้องทำแตกต่างกันไป หากเจ้านายไม่ได้เรียกหา ก็อย่าได้เดิน
เพ่นพ่านไปมาในเรือน