การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 367 ต้วนอวี้หรานถูกตบ
หน้าที่ของหัวหน้าบ่าวรับใช้นั้น ย่อมมีมากกว่าบ่าวรับใช้ธรรมดาอย่างแน่นอน หัวหน้าบ่าวรับใช้มีหน้าที่ดูแล
เครื่องประดับ เงิน และรายจ่ายภายในเรือน
ส่วนบ่าวรับใช้ในเรือนของต้วนชิงหมิงนั้น มีชิวหนิงกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ พวกนางทั้งสองคนเป็นคนแบ่งหน้าที่ที่ต้อง
ทำให้กับบ่าวคนอื่นๆ รวมทั้งยังต้องดูแลความเป็นอยู่ของต้วนชิงหมิงในทุกเรื่อง จึงแทบจะไม่มีเวลามายืนปันจิ้มปันเจ๋อ
อยู่หลังต้วนชิงหมิง
เช้าตรู่ของวันนี้ก็ผ่านพ้นไปโดยไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ในที่สุดต้วนชิงหมิงก็ทนนั่งนิ่งเสียเวลาไปอย่างไร้
ประโยชน์เช่นนี้ต่อไปไม่ไหว เงยหน้าขึ้นจ้องเขม็งไปที่น้องสาวต่างมารดาทันที
เยวี่ยหวาไปที่เรือนต้วนอวี้เป็นเวลานานแล้ว กระทั่งปานนี้ก็ยังไม่กลับมา ภายในใจของต้วนอวี้หรานเริ่มกระสับ
กระส่ายขึ้นมา… แต่ทว่าไม่ว่าแผนการจะถึงขั้นไหนหรือผลลัพธ์เป็นอย่างไร คนคนนั้นก็เป็นคนของนางทั้งหมด ขอเพียง
จัดการให้ชิวหนิงพาต้วนอวี้ออกไปนอกจวนต้วนได้ สิ่งที่เหลือก็เพียงแค่นางมาหาเรื่องต้วนชิงหมิงอีกทางก็เท่านั้น
แต่บัดนี้นางมิกล้าเอ่ยถามถึงชิวหนิง เพราะนางได้บังคับหลอกใช้ชิวหนิงอย่างโจ่งแจ้ง เรื่องนี้มิอาจปิดบังต้วนชิงห
มิงได้ อีกทั้งคนอย่างต้วนชิงหมิงมิยอมให้ใครมาทำร้ายได้ง่ายๆ ต่อให้ชิวหนิงมีชีวิตอยู่ในเรือนต้วนชิงหมิงต่อไป เกรงว่า
ชีวิตที่เหลือของนางคงตกอยู่ในความลำบากอย่างแน่นอน
อีกอย่างการอบรมเลี้ยงดูหัวหน้าบ่าวรับใช้ขึ้นมาสักคนหนึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำได้โดยง่าย นอกจากหัวหน้าบ่าวจะ
ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาร้อยแปดพันเก้าแล้ว สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือ หัวหน้าบ่าวรับใช้ย่อมเป็นเหมือนแขนขาของเจ้า
นาย หากถูกคนกำจัดไป ชีวิตของเจ้านายก็เท่ากับสูญเสียแขนขาไป
ตอนนี้ต้วนอวี้หรานได้ถามสิ่งที่ไม่น่าถามออกมา นางจึงพยายามหัวเราะกลบเกลื่อนพลางแอบเหลือบตามองไปที่
อีกฝั่าย
ชั่วอึดใจเดียว ต้วนชิงหมิงจึงตัดสินใจไม่นั่งทนเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์อีกต่อไป นางวางถ้วยนํ้าชาลงบน
โต๊ะและเงยหน้ามอง “น้องรองนั่งรอมานานสองนานแล้ว หรือว่าที่เรือนจิ้งฝูของน้องรองไม่มีเรื่องที่จะต้องทำอย่างนั้น
หรือ?”
ต้วนอวี้หรานรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าครั้งนี้ต้วนชิงหมิงตั้งใจพูดเพื่อไล่ให้กลับไป นางชะงักกับสิ่งที่ได้ยินไปครู่หนึ่ง แล้ว
พูดเสียดสีประชดประชันอย่างรุนแรง “ข้าก็แค่อยากมาอยู่พูดคุยกับพี่สาวก็เท่านั้น! อะไรกัน หรือว่าพี่สาวมีธุระที่ต้อง
สะสาง?”
เดิมทีต้วนอวี้หรานคิดว่าต้วนชิงหมิงจะมีนํ้าอดนํ้าทนได้มากกว่านี้ ตอนนี้นั่งได้ไม่เท่าไร ก็ดันมีธุระขึ้นมาอย่างนั้น
หรือ?
“เจ้าไม่เห็นหรือว่าพี่สาวดีใจเพียงใดที่น้องรองมาเยี่ยม เพียงแต่นั่งมาตั้งแต่เช้าตรู่ ยังไม่เห็นน้องรองถามสารทุกข์
สุกดิบพี่สาวคนนี้สักคำ”?
คำพูดของต้วนชิงหมิงทำให้ต้วนอวี้หรานถึงกับพูดไม่ออก
ต้วนชิงหมิงขยับลุกขึ้นจากเก้าอี้และพูดอย่างเย็นชา “แค่น้องรองมาเยี่ยมพี่สาวคนนี้ พี่ก็ดีใจมากแล้ว แต่ว่าพี่ยัง
มีธุระอื่นที่ต้องทำจึงไม่อาจไปส่งน้องได้… เยวี่ยเจียไปส่งคุณหนูรอง!”
อีกฝั่ายลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่อาจเก็บอาการสูงศักดิ์ที่อดทนมาตั้งแต่เช้าได้อีกต่อไป “ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น
ข้าจะรออวี้เอ๋อร์อยู่ที่นี่!”
ต้วนชิงหมิงได้หันหลังไปถามอย่างแปลกใจ “อวี้เอ๋อร์ก็มีเรือนของเขาเอง ถ้าเจ้าอยากเจออวี้เอ๋อร์ ทำไมไม่ไปรอที่
เรือนอวี้เอ๋อร์เล่า? เหตุใดต้องอ้อมมาไกลเพื่อมารออวี้เอ๋อร์ถึงที่นี่ด้วย?”
ต้วนอวี้หรานฟังแล้วพูดตะกุกตะกักในทันที เพราะนางไม่ได้สนิทกับต้วนอวี้ และทุกคนในเรือนต่างรู้ว่าหากนาง
ไปหาต้วนอวี้ถึงเรือนก็เท่ากับแกว่งเท้าหาเสี้ยน หาเรื่องใส่ตัว
อีกอย่างนางรอจ้องหัวเราะเยาะใส่หน้าต้วนชิงหมิงต่างหาก จึงตั้งใจทำให้เรื่องการหายตัวของต้วนอวี้เป็นเรื่อง
ใหญ่ขึ้นมา ต้วนชิงหมิงจะได้ดิ้นไม่หลุด
เมื่อได้ยินที่ต้วนชิงหมิงเชิญนางให้กลับไป เยวี่ยเจียจึงเดินเข้ามาโค้งตัวทำความเคารพและพูดเสียงเรียบ “คุณหนู
รอง บ่าวไปส่งเจ้าค่ะ!”
ทันทีที่เยวี่ยเจียกล่าวจบ ต้วนอวี้หรานก็ใช้แรงที่มีผลักเยวี่ยเจียไปอีกทาง กระแทกเท้าตึงตังไปอยู่ตรงหน้าต้วนชิง
หมิง ยกมือขึ้นเท้าเอวพูดอย่างโมโห “ข้ารู้ว่าเจ้าวางแผนอะไรอยู่ เจ้าให้บ่าวรับใช้ไปบอกอวี้เอ๋อร์ว่าข้าอยู่ที่นี่ จึงไม่ต้อง
มาใช่หรือไม่? ยิ่งไปกว่านั้น……เจ้ายังใช้ฐานะบุตรสาวภรรยาเอกเสี้ยมให้ข้ากับอวี้เอ๋อร์ไม่ลงรอยกัน ฉะนั้นอวี้เอ๋อร์ไม่
เพียงจะไม่สนิทกับข้าแล้ว ตอนนี้แม้แต่ให้บ่าวไปตามตัวมาก็ยังไม่สนใจมาอีก! ถ้าเจ้าไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าพูดมาก็ให้ไปเรือ
นอวี้เอ๋อร์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจด้วยกัน…”
ต้วนชิงหมิงอยากหัวเราะออกมาเสียเต็มประดาเมื่อเห็นสีหน้าของต้วนอวี้หราน… เอาเข้าจริงความใกล้ชิดระ
หว่างต้วนอวี้หรานกับต้วนอวี้แทบจะไม่มีต่อกัน ไฉนนางจึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าต้วนชิงหมิงเสี้ยมนางให้แตก
กับต้วนอวี้?
คนในเรือนต่างรู้กันทั่วว่าต้วนอวี้กับต้วนอวี้หรานเหมือนนํ้ากับไฟ นอกจากมีสายเลือดจากต้วนเจิ้งเหมือนกัน ที่
เหลือก็มีเพียงความแค้นและการมาดร้ายทำลายกันเท่านั้น
เพราะฉะนั้นการหายตัวไปของต้วนอวี้เมื่อคํ่าคืนที่ผ่านมาจะต้องเกี่ยวโยงกับต้วนอวี้หราน แม้นางจะไม่ใช่คน
บงการหลักแต่ก็เป็นคนร่วมกลุ่มด้วยอย่างแน่นอน
ดังนั้นตั้งแต่เช้าตรู่ นางจึงตั้งใจวิ่งมาหาต้วนชิงหมิงถึงเรือนเพื่อมารอหัวเราะเยาะ แต่ต้วนชิงหมิงกลับมองต้วนอวี้
หรานด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาในตัวนางมากกว่าที่ไม่รู้จักอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม
ในเมื่อต้วนอวี้หรานพูดไม่ไว้หน้ากันถึงเพียงนี้แล้ว ถ้าต้วนชิงหมิงไม่เอาคืนคงไม่ใช่ต้วนชิงหมิงตัวจริง!
“เอ๋ พี่สาวคนนี้ไม่รู้มาก่อนว่าน้องรองสนิทสนมกับอวี้เอ๋อร์ตั้งแต่เมื่อไรกัน ถึงวิ่งมาตามหาอวี้เอ๋อร์ถึงเรือนพี่สาว
คนนี้ได้? แต่ไม่นานมานี้ต่อหน้าท่านพ่อ พี่สาวคนนี้ยังจำได้ชัดเจนว่าเจ้าเคยกล่าวอย่างแข็งกร้าวว่าอวี้เอ๋อร์ไม่ใช่น้องชาย
ของเจ้า มิใช่หรอกหรือ?”
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำเอาต้วนอวี้หรานถึงกับสะอึกจนพูดไม่ออก ต้วนชิงหมิงทราบดีต่อให้น้องสาวหรือน้อง
ชายทำผิดขึ้นมา อย่างมากก็แค่ลงโทษ ไม่ต้องถึงกับพูดเสียดสีเช่นนี้ แต่ถ้าไม่พูด เกรงว่าต้วนอวี้หรานจะพัวพันไม่ยอม
เลิกรา
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมาล้วนเป็นเรื่องจริง แต่ไหนแต่ไรต้วนอวี้หรานไม่เคยสนใจดูดำดูดีต้วนอวี้มาก่อน ตอนนี้
ต้วนอวี้หายตัวไป นางกลับดีอกดีใจจนออกหน้าออกตา
นางอยากเห็นลูกไม่มีแม่อย่างต้วนชิงหมิงสูญเสียน้องชาย นางจะคอยดูสิว่าต้วนชิงหมิงจะมีอะไรมาต่อกรได้อีก
ด้านเยวี่ยเจียที่ถูกต้วนอวี้หรานใช้แรงผลักจนโซซัดโซเซเกือบล้มไปที่พื้น โชคดีที่นางจับโต๊ะไว้ทันจึงไม่ไถลไปกับ
พื้น ความโกรธแค้นปะทุขึ้นภายในใจของเยวี่ยเจีย
เยวี่ยเจียพยายามประคองตัวยืนขึ้นมาให้ตรงและพูดอย่างนอบน้อม “บ่าวจะเป็นคนไปส่งคุณหนูรองเอง เชิญคุณ
หนูรองเจ้าค่ะ”
ทันใดนั้นต้วนอวี้หรานก็โกรธจนลมพุ่งออกหู
เมื่อเห็นเยวี่ยเจียเดินเข้ามาใกล้เข้า ต้วนอวี้หรานก็มีข้ออ้างที่จะระบายความโกรธออกมา… ปกติหากต้วนอวี้หรา
นอยู่เรือนของนางเองแล้วจะโอหังมากกว่านี้หลายสิบเท่านัก ทั้งต่อว่า ตบตีบ่าวรับใช้สารพัด จนถึงตอนนี้นางโกรธจน
เกินขีดจำกัดที่จะระงับไว้แล้ว หาได้สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมของใครทั้งนั้นไม่
ยกเท้าขึ้นถีบไปที่ท้องของเยวี่ยเจีย “นางบ่าวบ้า ข้ากำลังพูดกับพี่สาวอยู่ เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดสอดขึ้นมา
ประเดี๋ยวข้าจะช่วยพี่สาวสั่งสอนบ่าวที่กำเริบเสิบสานเอง!”
เยวี่ยเจียยกมือขึ้นจับท้อง หน้าซีดไปด้วยความจุก คิดไม่ถึงว่าต้วนอวี้หรานจะลงไม้ลงมือเช่นนี้
ต้วนชิงหมิงเห็นดังนั้นก็ตกใจอยู่ไม่น้อย นางไม่สนใจสิ่งที่ต้วนอวี้หรานพูด กลับเข้าไปประคองเยวี่ยเจียขึ้นมา “เย
วี่ยเจีย เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
นางกลับสูดหายใจเข้าลึกๆ และฝืนยิ้มออกมา “เรียนคุณหนู บ่าวไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงเม้มปากหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่งเพื่อระงับความโกรธ สั่งบ่าวรับใช้อีกคนมาประคองเยวี่ยเจียไปพักที่
ห้อง แล้วค่อยลุกยืนขึ้นมาช้าๆ
ทว่าตอนนี้ต้วนอวี้หรานกำลังรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่ถีบเยวี่ยเจียไปเมื่อครู่
เพราะอย่างน้อยเยวี่ยเจียก็เป็นถึงหัวหน้าบ่าวรับใช้ของต้วนชิงหมิง ซึ่งหัวหน้าบ่าวรับใช้มีอำนาจเทียบเท่าครึ่ง
หนึ่งของเจ้านาย ดังนั้นจึงถือเป็นตัวแทนเจ้านายได้ การที่ต้วนอวี้หรานถีบเยวี่ยเจียนั้นเท่ากับเป็นการไม่ไว้หน้าต้วนชิงห
มิงแม้แต่น้อย
นางพลันเกิดความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำลงไป… แต่เมื่อเห็นสีหน้าไร้ความรู้สึกของต้วนชิงหมิงจ้องเขม็งมา ความ
รู้สึกผิดในใจของต้วนอวี้หรานกลับพลันมลายหายไปทันที นางเลือกที่จะจ้องมองต้วนชิงหมิงกลับโดยไม่หลบสายตาอีก
ต่อไป ในเมื่อนางได้เลือกถีบเยวี่ยเจียไปแล้ว ดูซิ! ต้วนชิงหมิงจะทำอะไรนางได้
อีกฝั่ายเดินเข้าไปยืนตรงหน้าต้วนอวี้หรานอย่างเชื่องช้า ยังไม่ทันได้พูดพรํ่าทำเพลงก็ตบเปรี๊ยะ ไปที่หน้าต้วนอวี้
หรานอย่างแรง