การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 368 คนทำผิดรีบไปฟั้องก่อน
เสียงตบหน้าดังลั่นไปทั่วห้อง ทุกคนต่างตกตะลึงนิ่งงันไปชั่วขณะ แววตาของเยวี่ยเจียเต็มไปด้วยความสะใจ… ถึง
คราวที่คุณหนูรองต้องได้รับบทเรียนบ้างแล้ว
ส่วนบ่าวรับใช้ที่ติดตามต้วนอวี้หรานมาด้วยนั้น ต่างตกใจสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นเจ้านายโดนตบ พวกนางกระโดดเข้า
มาทวงความยุติธรรมคืน แต่เมื่อเห็นแววตาที่เย็นยะเยือกไร้ความรู้สึกของต้วนชิงหมิงต่างก็ถอยหลังกลับลงไปคนละก้าว
ต้วนอวี้หรานยกมือขึ้นมาจับใบหน้าข้างที่โดนตบด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า จนลืมความเจ็บปวดไป
ชั่วขณะ นางหูอื้อและรู้สึกมึนงง เหมือนดาวขึ้นวนอยู่บนหัวเต็มไปหมด ทั้งเจ็บและทั้งอับอายจนหมดสิ้น
ในใจของต้วนอวี้หรานคิดเพียง… นี่ต้วนชิงหมิงตบนางหรือ ต้วนชิงหมิงตบนาง!
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของต้วนอวี้หรานที่ถูกตบหน้าฉาดใหญ่
ในจวนต้วนนั้น แม้นางจะเป็นบุตรสาวอนุภรรยา แต่หลิวหรงก็เป็นคนกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในจวนไว้ทั้งหมด นาง
จึงรู้สึกสูงศักดิ์มากกว่าต้วนชิงหมิงมาแต่ไหนแต่ไร คนในจวนต้วนคนไหนได้เห็นสายตาของนางต่างก็หวาดกลัวหัวหดจน
สิ้น เพราะเหมือนดวงตาของหลิวหรงอย่างไรอย่างนั้น
คุณหนูที่ได้รับการยอมรับและการปรนนิบัติอย่างดีจากบ่าวรับใช้ทั้งจวน ย่อมไม่เคยถูกตบตีแน่นอน ไม่ต้องพูดถึง
หลิวหรง นางดูแลบุตรสาวคนนี้อย่างยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แม้จะเป็นต้วนเจิ้งก็เคยพูดตำหนินางเพียงไม่กี่ประโยค
เท่านั้น ต้วนอวี้หรานคิดว่าตัวนางสูงศักดิ์และทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ จึงไม่เคยได้รับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน
ต้วนชิงหมิงนี่ก็กระไร ตบตรงไหนไม่ตบ มาตบตรงหน้าต้วนอวี้หราน
โบราณว่า สิ่งที่ไม่ควรพูดคือข้อเสียของผู้อื่น ที่ที่ไม่ควรตีคือหน้าของผู้อื่น
ต้วนชิงหมิงดึงมือที่ชานั้นกลับมาและใช้ปากเปั่าเพื่อให้คลายความร้อน คิดในใจว่าหน้าของต้วนอวี้หรานทำไม
หนาถึงเพียงนี้ ฝั่ามือที่ตบลงไปเจ็บปวดหมดแล้ว แต่ต้วนอวี้หรานยังไม่มีท่าทีเป็นอะไรแม้แต่น้อย
วันนี้ต้วนชิงหมิงสวมชุดกระโปรงสีแดงอ่อนลากยาวไปกับพื้น ชายกระโปรงพลิ้วไหวไปตามลมที่พัดเข้ามาจาก
ประตู ดูแล้วให้ความรู้สึกถึงพลังและความสูงส่ง
ต้วนชิงหมิงยื่นมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้ามาสะบัดและปรายตามองต้วนอวี้หรานอย่างเย็นชา สายตานั้นทำเอาต้วนอวี้
หรานที่กำลังจะอ้าปากด่ากลับหุบลง ไม่เอื้อนเอ่ยคำใด
สีหน้าของต้วนชิงหมิงยิ่งขรึมและดุดันขึ้นอีกครา
ในชั่วขณะความคิดนั้น ต้วนอวี้หรานคิดขึ้นมาได้ว่า คนที่ทำไม่ถูกก่อนเป็นนางจึงสมควรได้รับการตบสั่งสอนด้วย
ความปรารถนาดีจากต้วนชิงหมิง
แต่ว่าต้วนชิงหมิงมีหรือจะปรารถนาดีต่อนางจริง? ต้วนชิงหมิงต้องการแค่ทรมานและแสร้งทำเป็นคนดีมีจิตใจ
เมตตาต่อหน้าคนอื่นเท่านั้น แต่พอลับหลังไม่รู้ว่านางกลับมาแทงข้างหลังต้วนอวี้หรานไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง… เมื่อต้วนอวี้
หรานนึกถึงสิ่งที่ต้วนชิงหมิงทำอะไรกับนางมาบ้าง จึงมีเพียงแต่ความโกรธแค้นที่สุมทรวงอยู่ข้างในอก
ต้วนอวี้หรานใช้มือจับกระโปรงตรงหน้าขึ้นมา นึกในใจขึ้นมา… ต้วนชิงหมิงวันนี้เจ้ากล้าตบหน้าข้า วันข้างหน้าข้า
จะหาวิธีหักแขนของเจ้าออกมาให้ได้
“เจ้ารู้หรือยังว่าทำผิดตรงไหน?”
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานได้ฟังก็อยากหัวเราะให้ฟันร่วง… คนที่รังแกคนอื่นก็คือนางต่างหาก ยังมีหน้ามาบอกคนอื่นให้
ยอมรับผิด ฝันไปเถอะ!
ต้วนอวี้หรานกัดฟันพูดด้วยความโมโหออกมา “ต้วนชิงหมิง เจ้าบังอาจมาตบข้า เจ้าจงเตรียมตัวรับผลที่ทำให้ดี
เถอะ ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่…”
ต้วนชิงหมิงรู้อยู่แก่ใจว่าต้วนอวี้หรานไม่มีทางยอมรับผิดอย่างแน่นอน ทว่านางกลับไม่แยแสคำพูดใดๆ เพราะว่า
ต้วนอวี้หรานทำความชั่วมามากมายเหลือเกิน วันๆ เอาแต่วางแผนคิดเล่นงานต้วนชิงหมิง ครั้งที่แล้วเล่นงานหลิวยวน
ครั้งนี้เล่นงานต้วนอวี้อีก บัดนี้ต้วนชิงหมิงจะไม่อดทนอีกต่อไป การตบสั่งสอนต้วนอวี้หรานเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยก็
เท่านั้น
แต่ไหนแต่ไรมาต้วนอวี้หรานเป็นคนเจ้าเล่ห์กลับกลอก ถ้านางไปทำให้ต้วนชิงหมิงโกรธเข้าจะรีบกลับไปหลบที่
เรือนไม่ออกมาเจอหน้า หรือไม่ก็เลือกเดินทางที่ต้วนชิงหมิงไม่เดินผ่าน
นางรอโอกาสนี้มานานแสนนาน ในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึง ครั้งนี้ต้วนอวี้หรานมาหาเรื่องเพียงคนเดียวย่อมมีพูดจา
และกระทำการที่ล่วงเกินไม่มากก็น้อย เช่นนั้นมีหรือที่ต้วนชิงหมิงจะปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดมือไป
ต้วนอวี้หรานยังคงเอามือจับหน้าที่โดนต้วนชิงหมิงตบจนแดงกํ่าไปข้างหนึ่ง แต่ทว่าใบหน้าอีกข้างนั้นกลับขาวซีด
ไปหมด
เด็กสาวกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ พลางใช้สายตาเคียดแค้นจ้องมอง “ต้วนชิงหมิง เจ้าบังอาจมาตบข้า ไม่กลัวข้า
จะหักแขนของเจ้าออกมาอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้หรานที่ดิ้นพล่านไปมา ถามยํ้าเป็นคำรบที่สอง “รู้หรือยังว่าทำผิดตรงไหน?”
ต้วนอวี้หรานพูดตอบอย่างโอหัง “เจ้า……ต้วนชิงหมิง ข้าก็แค่ถีบสั่งสอนสาวใช้ของเจ้าคนหนึ่งเท่านั้น เจ้ากลับมา
ตบข้า… ข้าจะไปฟั้องท่านแม่กับท่านพ่อประเดี๋ยวนี้”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าไปมา และมองต้วนอวี้หรานด้วยความสมเพชเวทนา
นางเดินผ่านอีกฝั่ายออกไปที่หน้าประตู พร้อมกับชี้ออกไปข้างนอกและพูดเสียงดัง “ต้วนอวี้หราน ตอนนี้ประตู
เปิดอยู่ เจ้าจงรีบไปฟั้องท่านพ่อหรือไม่ก็หลิวอี๋เหนียงของเจ้าซะ ถ้าไม่ไปเดี๋ยวนี้จะเสียชื่อคุณหนูรองจวนต้วนหมด…”
สายตาของต้วนชิงหมิงยังคงจ้องเขม็ง พร้อมกับนํ้าเสียงที่เยือกเย็นราวกับนํ้าแข็งหิมะ
เมื่อประตูถูกเปิดออกลมหนาวได้พัดเข้ามาในห้องไปเป็นระลอกปะทะเข้ากับร่างของต้วนอวี้หรานจนเนื้อตัวสั่น
ระริกไปหมด ส่วนต้วนชิงหมิงที่ไม่ได้ใส่เสื้อคลุมกำลังยืนปะทะลมหนาวอยู่หน้าประตู แม้นางหนาวเหน็บจนตัวสั่นขึ้นมา
แต่นางก็ฝืนนิ่งสงบรักษาท่าทีเหมือนไม่รับรู้ถึงความหนาวเย็น
เดิมทีต้วนอวี้หรานอยากวิ่งออกไปฟั้องอี๋เหนียงและต้วนเจิ้งให้รู้แล้วรู้รอด เพื่อหาวิธีเอาคืนต้วนชิงหมิงที่บังอาจ
มาตบหน้านาง แต่บัดนี้ท่าทางที่เคร่งขรึมและสายตาที่ดูถูกดูแคลนของต้วนชิงหมิง กลับทำให้ต้วนอวี้หรานใจเสาะไม่
กล้าไปฟั้องขึ้นมา
ยิ่งไปกว่านั้นนางกลัวว่าหากไปฟั้องเอาความผิดต้วนชิงหมิงขึ้นมาจริง ผลลัพธ์ที่นางอาจได้ไม่รู้จะเป็นตามที่หวัง
ไหม