การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 369 คนกันเองของต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิงยกมือขึ้นบังลมหนาวและหันกลับไปมองต้วนอวี้หรานด้วยความดูแคลน หากต้วนอวี้หรานนำเรื่องนี้
ไปฟั้องท่านพ่อและอี๋เหนียง เกรงว่าเรื่องที่นางไปถีบเยวี่ยเจียก่อนคงทำให้ชื่อเสียงของนางเสื่อมเสียมากกว่านี้
สิ่งที่น่าขันมากก็คือต้วนอวี้หรานทำผิดก็แล้ว ถูกตบสั่งสอนก็แล้ว แต่ยังไม่รู้จักยอมรับผิด ยังคงโอหังถือตัวต่อไป
หรือนางไม่รู้ว่าการฟั้องอาจทำให้คนอื่นรู้ถึงความชั่วของนาง
พูดได้ว่าต้วนชิงหมิงเคยพบเจอคนโง่เขลามาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นผู้ใดจะโง่เขลาเบาปัญญาเป็นที่หนึ่งเหมือนต้วนอ
วี้หรานสักที
การที่ต้วนอวี้หรานถูกตบนั้นย่อมมีความโกรธแค้นเป็นธรรมดา นางอยากรีบไปฟั้องให้ท่านพ่อและอี๋เหนียงหมาย
ให้เข้าข้างนาง แต่นางคงลืมไปว่าได้ถีบหัวหน้าบ่าวรับใช้ของต้วนชิงหมิงก่อน
“อวี้หราน……ประตูก็เปิดอยู่ทำไมเจ้าไม่รีบคาบเรื่องนี้ไปฟั้องท่านพ่อเล่า ให้คนรู้กันทั่วว่าเจ้าถ่อมาถึงที่เรือนข้า
แต่เช้าตรู่ วางมาดส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ทั้งยังลงไม้ลงมือกับบ่าวคนนั้นทีคนนี้ที จนสุดท้ายถีบเยวี่ยเจียจนเกือบได้รับ
บาดเจ็บหนัก”
ต้วนอวี้หรานกัดฟันกรอด สายตาแข็งกร้าวไม่ยอมรับ ถึงนางจะถีบให้เยวี่ยเจียเป็นลมหมดสติแล้วจะอย่างไร หรือ
จะตบตีเยวี่ยเจียจนตายใครจะทำอะไรนางได้?
บ่าวรับใช้พวกนี้เกิดมาเพื่อเป็นข้าทาสรองมือรองตีนของเจ้านายอยู่แล้ว ต่อให้ถูกตบตีจนตายไปก็ไม่มีใครที่ลุกขึ้น
มาทวงความยุติธรรมให้กับบ่าวรับใช้พวกนี้หรอก สุดท้ายก็แค่จ่ายเงินให้หนักหน่อย แล้วเอาศพไปฝังเป็นอันจบเรื่อง
ต้วนชิงหมิงแค่นเสียงหึ แสยะยิ้มอย่างเลือดเย็นออกมา
นางใช้สายตานั้นมองต้วนอวี้หรานด้วยความรู้สึกที่ทั้งดูถูกและสมเพชเป็นที่สุด ทุกความคิดของนางถูกต้วนชิงหมิ
งดูออกจนหมดสิ้น… เหอะ เหอะ! ถ้าบ่าวรับใช้เป็นแค่ทาสและจ่ายเงินหนักเพื่อให้เรื่องจบๆ ไป เช่นนั้นบ่าวรับใช้จะยอม
ทำทุกอย่างเพื่อเจ้านายไปทำไม เพราะสุดท้ายชีวิตของพวกนางก็มีค่าเพียงแค่เศษเงินของเจ้านาย
ต้วนอวี้หรานไม่รู้เลยหรือว่าตัวเจ้านั้นเบาปัญญามากเพียงใด?
นางไม่รู้จักความสำคัญของคนเลยหรือ ว่าผู้ใดอบรมสั่งสอนได้ บ่าวรับใช้คนไหนฆ่าไม่ได้…
ไม่สิ ต้วนอวี้หรานไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น นางรู้แต่ทำเรื่องชั่วร้าย ทำตัวโอหังไม่ไว้หน้าใคร… ต้วนอวี้หรานเอ๋ย การที่
มีน้องสาวอย่างเจ้าทำให้พี่สาวอย่างข้าอับอายขายขี้หน้าเป็นที่สุด
เพราะว่าต้วนอวี้หรานไม่เพียงทำให้จวนต้วนขายขี้หน้า ยิ่งไปกว่านั้นหน้าของนางขายจนไม่เหลือที่เอาไว้ขายได้
แล้ว
ต้วนชิงหมิงได้แต่หัวเราะเยาะ “ต้วนอวี้หรานรู้หรือไม่ว่าการตบตีจนบ่าวรับใช้เสียชีวิตต้องจ่ายเงินเท่าไร เจ้ารู้หรือ
ไม่ว่าพวกบ่าวรับใช้ต่างมีพ่อมีแม่เหมือนกัน… ดูอย่าง เยวี่ยเจีย นางแค่ทำสัญญาเป็นบ่าวรับใช้ที่กับจวนต้วนเท่านั้น พอ
หมดสัญญาแล้วนางก็จะมีชีวิตอิสระสามารถออกเรือนได้เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าหากพวกนางถึงแก่
ความตายในจวนต้วน พ่อแม่ของพวกนางย่อมไม่เลิกราโดยง่ายอย่างแน่นอน สถานเบาก็แค่มารังควานสร้างความวุ่นวาย
แต่ถ้าสถานหนักพ่อแม่พวกนางเอาสัญญาไปฟั้องกับทางการ ถึงตอนนั้นผู้คนในเมืองหลวงจะรู้กันโดยทั่วว่าเจ้านายจวน
ต้วนนั้นทารุณจนบ่าวรับใช้ถึงแก่ความตาย และนั่นไม่เพียงทำลายชื่อเสียงของตัวเจ้าเอง ยังทำลายชื่อเสียงของตระกูลต้
วนและท่านพ่อที่สั่งสมมาอย่างยาวนานให้พินาศไป เจ้าเคยคิดถึงจุดนี้บ้างหรือไม่?
คำพูดเหล่านี้ทำเอาต้วนอวี้หรานหน้าซีดขาวในทันที นางไม่กลัวว่าชื่อเสียงของนาง ท่านพ่อและตระกูลต้วนจะ
พังพินาศหรอก แต่นางกลัวว่าเรื่องนี้จะเป็นชนวนให้ท่านพ่อไม่สนใจ ยิ่งไปกว่านั้นนางหวาดกลัวสายตาดูถูกดูแคลนของ
คนอื่นที่จะมองมาที่นาง ส่วนเรื่องอื่นนั้นไม่ได้อยู่ในความสนใจของนางแม้แต่นิดเดียว
ต้วนอวี้หรานหน้าซีดลงทำอะไรไม่ถูก ทว่าต้วนชิงหมิงกลับยิ่งโมโห นางผลักประตูบานหนึ่งออกไป ทว่าประตูมิ
อาจสู้แรงลมที่พัดโหมเข้ามาเกิดเสียงดังปัง ประตูถูกลมพัดอย่างแรงจนปิดลงดังเดิม
นางสาวเท้าขึ้นไปข้างหน้าช้าๆ ถามขึ้นอย่างเย็นชา “ต้วนอวี้หรานอย่าคิดนะว่า ที่ข้าพูดไปทั้งหมดเพื่อให้เจ้า
หวาดกลัว! ถ้าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นมาจริง ท่านพ่อไม่มีทางให้อภัยเจ้าแน่!”
ที่บอกว่าท่านพ่อไม่มีทางให้อภัยต้วนอวี้หราน ไม่ได้หมายความว่าจะให้ไปนั่งคุกเข่าที่ศาลบรรพชนและกักบริเวณ
เป็นระยะเวลาสั้นๆ แบบที่เคยเป็นมาหรอก แต่ต้องเป็นการลงโทษที่ต้วนอวี้หรานคาดคิดไม่ถึง
ความหวาดกลัวปรากฏชัดบนใบหน้าของต้วนอวี้หราน… ไม่เอา! นางไม่ต้องการให้ต้วนเจิ้งลงโทษและไม่มีทางให้
จวนต้วนต้องเสียหน้า ไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องจะกลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้ นางไม่เคยคิดจะถีบบ่าวรับใช้มาก่อน เพราะเรื่อง
ที่ตามมาอาจมีผลเสียกับนางโดยตรง
ต้วนอวี้หรานนั้นเป็นคนประเภทไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งนํ้าตา ถึงเวลานี้เมื่อรู้ว่าต้วนชิงหมิงต้องการเล่นงานนาง
ท่าทางขึงขังเมื่อครู่จึงพลันหายไป
เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานยอมผ่อนอารมณ์ลงมา ต้วนชิงหมิงจึงเดินขึ้นไปข้างหน้าสองก้าว ทางต้วนอวี้หรานคิดว่าต้
วนชิงหมิงจะฉวยโอกาสนี้เข้ามาตบนางอีก แต่นางกลับเดินผ่านต้วนอวี้หรานไปยืนอยู่ที่เดิม “ต้วนอวี้หราน ข้าพูดมาเสีย
เนิ่นนาน ไม่มีประโยคไหนที่พูดห้ามเจ้าไม่ให้ไปฟั้องท่านพ่อกับอี๋เหนียงเลย เหตุใดถึงนิ่งไปเล่า ไม่ไปฟั้องแล้วหรือ?
ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้ว ทำไมเจ้าไม่รีบไป? เจ้ารีบไปฟั้องท่านพ่อสิเล่าไปว่า เจ้าต้องการสั่งสอนบ่าวรับใช้
คนหนึ่งของพี่สาวจึงลงไม้ลงมือถีบนางด้วยตัวเอง หรือว่าอี๋เหนียงไม่เคยสอน และบอกเจ้าว่าเหตุใดบ่าวรับใช้ข้างกาย
ของเจ้าไปไหนกันหมด?
เป็นถึงคุณหนูรองกลับไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เอาแต่ลงไม้ลงมือกับบ่าวรับใช้เมื่อไม่พอใจ
ใบหน้ารังเกียจที่ต้วนชิงหมิงแสดงออกมาในครั้งนี้ ไม่ต่างอะไรกับเวลาที่นางเดินไปเจอแมลงสาบอย่างไรอย่างนั้น
ต้วนอวี้หรานยังคงยืนนิ่งงันอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับเขยื้อนหรือสวนคำพูดกลับแต่อย่างใด ทว่าภายในใจของนางกลับ
ปะทุความโกรธที่ไม่กล้าแสดงออกและพูดออกมา
ต้วนชิงหมิงจึงค่อยๆ เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม
ระหว่างที่ต้วนชิงหมิงพูดด้วยอารมณ์โกรธที่ฟาดงวงฟาดงาเมื่อครู่ นางไม่ได้มองต้วนอวี้หรานที่ยืนแข็งทื่อไปแล้ว
กลับมองไปที่ถ้วยนํ้าชาที่เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่แล้วพูดเสียงนิ่งขึ้นมา “ถ้าไม่มีธุระเรื่องอื่น เจ้าก็กลับเรือนไปเสียเถอะ เรื่อง
ขายหน้าแบบนี้เอากลับไปขายหน้าที่เรือนของเจ้าต่อเองเถอะ อย่าต้องให้จวนต้วนแห่งนี้อับอายไปกับเจ้าด้วยเลย”
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดมาทั้งหมดทำเอาหน้าต้วนอวี้หรานชาไปหมดแล้ว
แม้ใบหน้าต้วนอวี้หรานจะซีดขาวข้างแดงกํ่าข้าง แต่นางก็ยังมีแรงที่จะยกมือขึ้นชี้หน้าอีกฝั่ายและพูดโกรธๆ “ต้
วนชิงหมิงที่เจ้าตบข้าในครั้งนี้ขอฝากไว้ก่อน เจ้าจำให้ขึ้นใจ ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!”
อีกฝั่ายนั่งลงไม่สนใจ ตอบกลับเสียงเบา “ตายสบาย!”
ต้วนอวี้หรานเดือดดาลจนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ใจหนึ่งนางอยากเข้าไปจัดการ แต่อีกใจหนึ่งก็ห้ามปรามตัวนาง
เอาไว้ จนสุดท้ายนางทำเพียงกระทืบเท้าเสียงดังด้วยความไม่พอใจและสะบัดหน้าเดินออกจากประตูไป
ทางด้านเยวี่ยเจียคลายความจุกที่ท้องลงแล้ว แม้จะยังมีอาการเจ็บหลงเหลืออยู่บ้าง แต่สีหน้าก็ดีกว่าเมื่อครู่มาก
แล้ว นางเดินกระง่อนกระแง่นมาข้างกายต้วนชิงหมิง พูดเสียงเบา “คุณหนูยอมล่วงเกินคุณหนูรองเพื่อบ่าวเช่นนี้ มันไม่
คุ้มกันหรอกเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงวางถ้วยนํ้าชาในมือลงแล้วตอบกลับนิ่งๆ “อย่างนั้นให้ทำอย่างไรถึงคุ้มค่าเล่า? หรือทำเพียงแค่มอง
นางทำอะไรตามอำเภอใจ? เยวี่ยเจีย… เจ้าเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไรกัน?”
คำพูดของต้วนชิงหมิงไม่ใช่พูดเพื่อตำหนิ แต่คนฟังอย่างเยวี่ยเจียกลับหน้าซีดขาวขึ้นมาในทันที
ต้วนชิงหมิงเคยพูดเอาไว้ บ่าวรับใช้ในเรือนของนางนั้นมีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถลงโทษได้ ตบตีได้ ต่อว่าได้
ส่วนคนอื่นนั้นไม่มีสิทธิ์!
ในตอนนั้นบ่าวรับใช้ทุกคนที่ได้ยินต่างซาบซึ้งจนนํ้าหูนํ้าตาไหลกันถ้วนหน้าและจดจำคำพูดได้ขึ้นใจ แต่ว่าไม่มี
ใครเชื่อว่าวันนี้สิ่งที่ต้วนชิงหมิงเคยพูดไว้จะทำได้จริง
เพราะว่าวันนี้ต้วนชิงหมิงพิสูจน์ให้ประจักษ์แล้วว่านางทำตามที่พูดไว้ ดังนั้นเยวี่ยเจียจึงเชื่อมั่นอย่างสนิทใจ
เมื่อต้วนอวี้หรานเดินออกไปแล้ว เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงพาชิวหนิงเดินกลับมา