การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 372 จัดการสั่งสอนบ่าวรับใช้
แม้บ่าวรับใช้จะปฏิบัติต่อต้วนอวี้เป็นอย่างดี ทว่าต้วนชิงหมิงก็มองออกว่าใครปฏิบัติได้ดีมากหรือดีน้อย เต็มใจ
หรือไม่เต็มใจ
ปกติชิวหนิง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ และพวกบ่าวรับใช้ทั้งหลายต่างเชื่อฟังและให้ความเคารพต่อต้วนอวี้เป็นอย่างมาก ซึ่ง
เป็นคุณสมบัติที่บ่าวรับใช้ควรมีต่อเจ้านาย ยิ่งทำดีมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกได้ว่า พวกเขาเหล่านั้นทำไปเพราะเป็น
หน้าที่ระหว่างเจ้านายกับบ่าวรับใช้ที่ต้องมีความเคารพยำเกรง ทว่าแม่นมหนิงกลับเป็นเช่นนั้นไม่ นางมองต้วนอวี้กับต้
วนชิงหมิงเป็นเหมือนคนในครอบครัว
เพียงแค่นึกถึงแม่นมหนิงที่อายุเยอะไปตามวัยขึ้นมานั้น พลันให้นึกถึงเรื่องที่แม่นมหนิงต้องประสบพบเจอในชาติ
ที่แล้วขึ้นมาจนเสียอาการ นางมองไปข้างนอกด้วยความเศร้าสร้อย พึมพำเสียงเบาออกมา “อากาศหนาวเหน็บถึงเพียง
นี้ ไม่รู้อวี้เอ๋อร์จะทนความหนาวไหวไหม…”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่นิ่งเงียบกลับอมยิ้มขึ้นมา “คุณหนูวางใจเถอะเจ้าค่ะ แม่นมหนิงได้จัดเตรียมทั้งโส่วหลู นํ้าขิงร้อนๆ
ขนมทานเล่นรวมทั้งเสื้อคลุมไปให้คุณชายใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงฟังแล้วเบือนปากเล็กน้อย… ถ้ามีแม่นมหนิงเป็นคนจัดการแล้วละก็ ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่าง
เรียบร้อย ครั้งนี้ต้วนอวี้คงต้องวุ่นกับของที่แม่นมหนิงขนไปรับกลับมาอยู่เป็นแน่
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กับชิวหนิงต่างมองตากันหลังจากได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมา บ่าวรับใช้ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างนิ่ง
เงียบกันหมด ทว่ากลับแอบยิ้มเจื่อนๆ ออกมาแทน เพราะบ่าวรับใช้ทุกคนต่างคิดเหมือนกันว่า ปั่านนี้คุณชายใหญ่คง
กำลังโดนแม่นมเอ็ดยกใหญ่อยู่เป็นแน่แล้ว
ตอนนี้เยวี่ยเจียเริ่มรู้สึกจุกบริเวณท้อง ที่โดนต้วนอวี้หรานยกเท้าถีบไปที่ท้องเข้าอย่างแรง แต่ทว่าโชคยังดีที่
เสื้อผ้าในฤดูหนาวค่อนข้างหนา นางจึงพอกันฟันทนความเจ็บปวดนั้นได้
นางสืบเท้าเข้าไปหาต้วนชิงหมิงทั้งที่มือยังสาละวนอยู่กับการทายาที่ท้องไปด้วย พูดเสียงแผ่วเบา “คุณหนู บ่าวดี
ขึ้นมากแล้ว ขอบคุณคุณหนูที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงหันหน้ามามองเยวี่ยเจียอยู่ชั่วครู่ เมื่อเห็นว่านางสีหน้าดีขึ้นแล้วจึงพยักหน้ารับทราบ “อืม เจ้าไม่เป็น
อะไรก็ดีแล้วล่ะ!”
เยวี่ยเจียพยักหน้าตอบรับคำ แล้วเดินไปหยิบกานํ้าร้อนที่ต้มอยู่ขึ้นมารินใส่ถ้วยเมื่อเห็นนํ้าชาในถ้วยของต้วนชิงห
มิงเหลือเพียงครึ่งเดียว
เสียงนํ้าที่ไหลออกจากกานํ้าร้อนกระทบถ้วยนํ้าชาจนได้ยินไปทั่วห้องอย่างชัดเจน ไอจากนํ้าร้อนพวยพุ่งลอยขึ้น
มาตรงเบื้องหน้า คล้ายกลุ่มควันหนาๆ จนเห็นบรรยากาศในห้องไม่ชัดเจน ต้วนชิงหมิงวางโส่วหลูในมือลงแล้วเอื้อมมือ
ไปหยิบถ้วยนํ้าชาขึ้นมาจิบ อยู่ๆ ก็พูดเสียงเรียบขึ้น “ครั้งหน้าใช้ความคิดเสียหน่อย อย่าปล่อยให้คนอื่นมาถีบเอาง่ายๆ
หัดเรียนรู้ที่จะหลบด้วย!”
นํ้าเสียงของนางทั้งแผ่วเบาและเรียบเฉย เยวี่ยเจียได้ยินแล้วทั้งกังวลระคนสงสารเจ้านาย กลับทำได้เพียงพยัก
หน้ารับทราบ พร้อมกับนํ้าตาที่เกือบเอ่อล้นออกมา เยวี่ยเจียสูดหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่งเพื่อไม่ให้นํ้าตานั้นไหลออกและ
กลืนนํ้าลายลงไปก่อนเอ่ยขึ้น “เรียนคุณหนู… บ่าวรับทราบแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงไม่ได้ตอบอะไร เอาแต่ก้มหน้ามองถ้วยนํ้าชา เยวี่ยเจียที่มีนํ้าใสๆ เอ่อขึ้นมากำลังมองไปที่ต้วนชิงหมิง
ที่แม้จะตัวเล็ก แต่กลับมีจิตใจที่เข้มแข็งเหลือเกิน
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เดินตามเยวี่ยเจียมาจากด้านหลัง เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝั่าย ก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ พลางยื่นมือ
ไปคว้าที่กานํ้าร้อนในมือของนาง “เอาล่ะเยวี่ยเจีย คุณหนูไม่ได้มีเจ้าเป็นบ่าวรับใช้เพียงคนเดียว บัดนี้อาการบาดเจ็บของ
เจ้ายังไม่หายดี รีบกลับไปพักผ่อนเสียก่อนเถอะ”
ทว่าเยวี่ยเจียเพียงถอยหลังไปสองก้าว แล้วยืนนิ่งอยู่ด้านหลังต้วนชิงหมิงไม่ขยับเขยื้อน
เรื่องในวันนี้ต้วนชิงหมิงพอคาดเดาได้ว่าจะเกิดสิ่งใด แต่นึกไม่ถึงว่าเท้าของต้วนอวี้หรานจะรวดเร็วเช่นนี้ ทำให้เย
วี่ยเจียตั้งตัวรับไม่ทัน ถึงตอนนี้นางอยากให้บ่าวรับใช้คนอื่นๆ เรียนรู้การหลบหลีกมากกว่ายืนเฉยๆ ให้คนอื่นเล่นงานเอา
ได้
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ใช้ผ้าที่อยู่ในมือเช็ดนํ้าร้อนที่หยดลงมาบนโต๊ะอย่างระวัง นางชำเลืองเห็นต้วนชิงหมิงเหมือนมีเรื่อง
อยากจะพูดจึงหัวเราะเสียงเบา “คุณหนูมีเรื่องอะไรก็รีบพูดออกมาเถอะเจ้าค่ะ ถ้าคุณหนูยังขืนไม่พูด พวกบ่าวก็จะกล้าๆ
กลัวๆ อยู่แบบนี้เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงมองเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ด้วยใบหน้านิ่งเฉย ทว่ากลับพูดอย่างจริงจังออกมาแทน “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เจ้ายังกล้า
หัวเราะออกมาได้อีกหรือ? เรื่องครั้งก่อนที่เจ้าบุ่มบ่ามเอาเศษกระเบื้องแทงที่ขาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดนั้น เจ้ารู้หรือไม่
พวกเราทุกคนต่างเป็นห่วงกันมากเพียงใด!”
ต้วนชิงหมิงใช้คำว่า “พวกเรา” ในการพูดออกมา เยวี่ยเจียและชิวหนิงได้ยินต่างดีใจขึ้นมาไม่น้อย โชคดีเหลือเกิน
ที่คุณหนูไม่เคยคิดว่าพวกเราเป็นคนนอกมาก่อน คำพูดนี้ของคุณหนู พวกนางจะจดจำไว้ในใจไม่ลืมเลือน ต่อไปจะรับใช้
และคอยแก้ปัญหาทุกข์ใจต่างๆ ให้คุณหนูอย่างเต็มกำลังความสามารถ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์หัวเราะที่ได้ยินต้วนชิงหมิงพูดถึงเรื่องในอดีต “หากมีครั้งหน้าอีก บ่าวก็ยังจะทำแบบนั้นอีกเจ้าค่ะ!”
“เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์คุกเข่าเสียงดังตุบ ลงไปที่พื้นทันที นางยิ้มแห้งๆ พลางเงยหน้ามองต้วนชิงหมิงก่อนพูดเย้าหยอกผู้
เป็นนาย “บ่าวทราบเจ้าค่ะ……ว่าคุณหนูอยากต่อว่าบ่าว แต่บ่าวเป็นอะไรไม่ทราบชอบฟังคุณหนูต่อว่าขึ้นมาแล้ว ถ้าคุณ
หนูต่อว่าแล้วมีความสุขก็มาหลายๆ ประโยคหน่อยนะเจ้าคะ”
ต้วนชิงหมิงทั้งโมโหทั้งหัวเราะกับสิ่งที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เย้าหยอกออกมา
พลางส่ายหน้าและพูดอย่างรำคาญ “เจ้านี่มันหน้าหนานักเชียว จนไม่รู้จะหาสิ่งใดมาเปรียบแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงจึงหัวเราะชอบใจออกมา ชั่วพริบตาเดียวต้วนชิงหมิงก็มองชิวหนิงกับเยวี่ยเจียด้วยสายตาเคร่งขรึม
และพูดออกมาว่า “ต่อไปพวกเจ้าทั้งสองยังต้องพบหน้าคุณหนูรองอีกมาก ถ้าหลบเลี่ยงได้ก็หลบเลี่ยงไป แต่ถ้าหลบเลี่ยง
ไม่ได้จริงๆ จงจำไว้ให้แสร้งยิ้มเข้าสู้ ไม่ว่าคุณหนูรองจะพูดอะไรก็แล้วแต่ ให้ตอบเพียง ‘เจ้าค่ะ’ ก็พอ เพื่อจะได้ไม่ต้องถูก
คุณหนูรองจับเอามาเล่นงานได้ แต่หากนางอยากบุกเข้ามาในเรือนตอนข้าไม่อยู่ พวกเจ้าก็ทำเพียงถ่วงเวลาเอาไว้ แล้ว
รีบไปบอกข้า ถ้าข้ากลับมาไม่ทันก็ไม่เป็นไร เพราะของในเรือนนี้ทุกชิ้นต่างจดเอาไว้ในบัญชีหมดแล้ว หากเสียหายหรือ
แตกหักขึ้นมา ข้าจะออกหน้าทวงคืนกับนางเอง พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องมาออกหน้าแทนข้า เข้าใจหรือไม่?”
หากต้วนอวี้หรานกล้าที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งในเรือนของต้วนชิงหมิงละก็ นางย่อมมีวิธีจัดการรับมือ ทว่านางไม่
อยากให้บ่าวรับใช้เหล่านี้ถูกต้วนอวี้หรานลงไม้ลงมือ
เรื่องนี้ไม่ต้องพูดมากกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เพราะสาวใช้ทั้งสามคนนี้ มีเพียงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่รู้จักยืดหยุ่น แต่ชิวหนิ
งกับเยวี่ยเจียที่นิสัยยอมหักไม่ยอมงอนั้น เมื่อเจอหน้าต้วนอวี้หรานขึ้นมาจะต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่
ต้วนชิงหมิงไม่อยากเจอ
นึกมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงก็ระบายลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายออกมา “คุณหนูรองคนนี้ ถ้าพวกเจ้ารับมือได้ก็
รับมือไป แต่ถ้ารับมือไม่ไหว จงอย่าได้ปะทะซึ่งๆ หน้า เพราะพวกเจ้าเป็นถึงหัวหน้าบ่าวรับใช้ซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของข้า
อีกอย่างเรื่องเช่นวันนี้พวกเจ้ายังต้องเจออีกเยอะนัก ฉะนั้นอย่าได้เอาตัวเข้ามาเจ็บกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย”
นางมองไปที่สาวใช้ทั้งสามคนของตนเอง พวกนางต่างก้มหน้าตอบเสียงอ่อยๆ ออกมา ก่อนเอื้อนเอ่ยอีกประโยค
“ถ้าพวกเจ้าเอาตัวเข้าไปแลกละก็ ไม่รู้ต้องเจ็บตัวไม่รู้อีกเท่าไร ครั้งนี้ข้าตบคุณหนูรองไปฉาดใหญ่ หรือครั้งหน้าข้าต้อง
ยื่นไปตบสั่งสอนบ่าวรับใช้ของนางด้วยดีหรือไม่?”
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมาทำให้พวกนางทั้งสามคนรู้สึกละอายใจเป็นยิ่งนัก
ตำแหน่งหัวหน้าบ่าวรับใช้เป็นเหมือนหน้าตาของเจ้านาย ที่พวกนางทั้งสามคนต้องช่วยรักษาให้ดีอยู่เสมอ แต่
ตอนนี้เล่า? พวกนางแต่ละคนถ้าไม่เจ็บตัว ก็ถูกบีบให้ทรยศเจ้านาย ยังมีเยวี่ยเจียอีกที่บีบบังคับให้ต้วนชิงหมิงต้องออก
หน้าไปตบต้วนอวี้หราน
อย่างนั้น วันข้างหน้าหากมีใครมารังแกพวกนางเข้า ต้วนชิงหมิงจะต้องโร่ไปช่วยออกหน้าจัดการให้พวกนางอย่าง
นั้นด้วยหรือ?