การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 373 เรื่องในอดีตกับเรื่องในอนาคต
เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้วนชิงหมิงต้องคอยตามแก้ปัญหา ยิ่งทำให้สาวใช้ทั้งสามคนรู้สึกผิดเป็นทบทวี ก้มหน้าก้มตามอง
พื้นไม่พูดอะไร
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมาทั้งหมดนั้น ไม่เคยมีใครพูดสั่งสอนพวกนางเช่นนี้มาก่อน จะว่าไปแม่นมหนิงสอนพวก
นางทั้งสามคนแต่เรื่องการให้ระวังตัวจากคนอื่น การปรนนิบัติรับใช้คุณหนู ทว่าไม่ได้สอนเรื่องการรับมือกับคนอื่น
อีกอย่างการที่ต้วนอวี้หรานวางอำนาจบาตรใหญ่ในจวนต้วนก็เป็นสิ่งที่บ่าวทุกคนรู้ดี ดังนั้นพวกนางจึงมีความเก
ลียดชังต้วนอวี้หรานเป็นทุน เพราะได้รับการอบรมสั่งสอนจากแม่นมหนิงเป็นเวลานาน เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานเข้าเมื่อไร
ถ้าไม่อยากเข้าไปยั่วโมโห ก็ภาวนาขออย่าให้เจอเรื่องซวย แต่พวกนางทั้งสามคนกลับลืมไปว่าได้สร้างปัญหาให้กับต้วนชิง
หมิงขึ้นแล้ว
ทั้งสามคนเมื่อคิดได้เช่นนั้นก็รู้สึกละอายใจเป็นยิ่งนัก
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่อยู่ติดตามข้างกายต้วนชิงหมิงมายาวนานที่สุด เงยหน้าขึ้นมองอย่างรู้สึกผิดระคนละอายใจ “คุณ
หนู เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ผิดไปแล้วเจ้าค่ะ เป็นเพราะบ่าวเกลียดคุณหนูรองทำให้ทุกครั้งที่เจอจึงชักสีหน้าใส่ ตอนนั้นบ่าวคิดว่า
คุณหนูเกลียดใครบ่าวก็เกลียดด้วย พอคุณหนูพูดเช่นนี้ พวกบ่าวจึงเข้าใจว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ช่วยคุณหนู แถมยังกลับมา
ทำร้ายคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดจบก็แอบชำเลืองมองต้วนชิงหมิงที่กำลังจ้องมาที่นางอยู่ตั้งนานแล้ว สายตาของต้วนชิงหมิงกำลัง
สื่อความว่า ‘ดีที่เจ้าเข้าใจสิ่งเหล่านี้ที่ข้าเพิ่งพูด!’
นัยน์ตาของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เบิกโพลงอย่างตกใจแวบเดียวก็เป็นปกติ ทว่าใบหน้ากลับแดงกํ่าขึ้นมาด้วยความรู้สึก
ละอายใจ นางรีบก้มหน้างุดพลางบีบชายเสื้อไปมา
คำพูดของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดได้แทงใจดำของบ่าวรับใช้ทั้งสามคน ไม่ใช่ว่าพวกนางทั้งสามจะไม่ฉลาดและไม่รู้จัก
รับมือ แต่ด้วยการสั่งสอนของแม่นมหนิงมาโดยตลอดทำให้รับความคิดความอ่านมาเต็มๆ บัดนี้ต้วนชิงหมิงได้ชี้แจงทุก
อย่างให้พวกนางทั้งสามเข้าใจแล้วว่าควรเรียนรู้ที่จะอดทน ปรับตัว และรับมือ ไม่ใช่แสดงอารมณ์ทุกอย่างออกมาทาง
สีหน้า
เมื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดจบ เยวี่ยเจียที่อยู่ด้านข้างก็พูดเสริมขึ้นมา “เป็นเหมือนที่พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดเจ้าค่ะ ยิ่งพวก
บ่าวเห็นคุณหนูรองซวยมากเท่าไรก็ยิ่งสาแก่ใจมากเท่านั้น แม้ว่าบ่าวจะถูกคุณหนูรองถีบเอา แต่พอเห็นนางถูกตบก็ช่วย
คลายความแค้นลงไปได้เจ้าค่ะ”
เยวี่ยเจียที่มีนิสัยตรงไปตรงมา พูดไปหน้าก็แดงกํ่าไป “ตอนนี้บ่าวเพิ่งได้รู้ การไม่เคารพคุณหนูรองก็เท่ากับไม่
เคารพคุณหนู การสร้างเรื่องให้คุณหนูรองก็เท่ากับสร้างเรื่องให้คุณหนูต่างหาก”
สิ่งที่เยวี่ยเจียพูดมานั้นไม่ผิดแม้แต่น้อย ถ้าไม่ใช่เพราะนางได้ล่วงเกินต้วนอวี้หราน ต้วนชิงหมิงคงไม่ต้องตบต้วนอ
วี้หราน เช่นนั้นเรื่องต่างๆ ก็คงไม่เกิดขึ้นตามมา… การที่ต้วนชิงหมิงลงมือตบหน้าจนต้วนอวี้หรานโกรธ วันข้างหน้านาง
ต้องหาทางสร้างปัญหาและเปิดศึกเป็นศัตรูกับต้วนชิงหมิงอย่างเต็มตัวแน่นอน
แต่ว่าเรื่องทุกอย่างเป็นเรื่องของอนาคต จะเกิดอะไรขึ้นในกาลข้างหน้าก็สุดรู้
“เจ้ารู้ทั้งรู้ว่าผิดก็ยังขืนทำอีก!” ต้วนชิงหมิงหันไปตำหนิเยวี่ยเจีย
เยวี่ยเจียเห็นสีหน้าที่ไม่ยินดียินร้ายของต้วนชิงหมิงก็เกิดหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา พูดตะกุกตะกักเสียงเบา “เมื่อก่อน
บ่าวยังไม่ทราบเหตุผล แต่บัดนี้บ่าวเข้าใจอย่างถ่องแท้ ต่อไปบ่าวจะไม่ทำอีกแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงได้แต่ส่ายหน้าไปยิ้มไป “แค่ทราบนั้นไม่มีประโยชน์อันใด ต้องเข้าใจ และทำให้ได้ เข้าใจหรือไม่?”
เยวี่ยเจียพยักหน้ารับหลายครั้ง แต่ในใจของนางกลับเชื่อมั่นว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ต้วนอวี้หรานอ
ยากจะมาหาเรื่องหรือหาจุดอ่อนพวกนางก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกแล้ว
ชิวหนิงที่เห็นทั้งสองคนพูดจบแล้ว ได้รวบรวมแรงที่มีจับชายกระโปรงยกขึ้นแล้วพูดเสียงอ่อยขึ้นมา “บ่าวผิดไป
อย่างมหันต์เจ้าค่ะ เมื่อได้ยินว่าคนในครอบครัวถูกจับตัวไปก็กลัวขึ้นมา……แต่บ่าวก็มิควรคิดทำร้ายคุณชายใหญ่โดย
การนำไปให้คนพวกนั้นเจ้าค่ะ”
พูดมาถึงตรงนี้นางก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอีกคำรบหนึ่ง พลางเงยหน้าขึ้นพูดอย่างติดๆ ขัดๆ “บ่าวทราบว่าทำ
ผิดอย่างร้ายแรงเรื่องของคุณชายใหญ่ อันที่จริงบ่าวควรแจ้งเรื่องนี้ให้กับคุณหนูทราบก่อนถึงจะถูกเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงยกมือขึ้น ประหนึ่งต้องการบอกให้อีกฝั่ายไม่ต้องพูดอีกแล้ว`
ตอนนี้นางครุ่นคิดดูแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้มีหลายจุดที่น่าแปลกใจ
เมื่อวานนี้ตอนบ่าย ต้วนชิงหมิงกับหลิวยวนตั้งใจจะไปหาตู้ชิงหรวน แต่ยังเดินไปไม่ทันถึงครึ่งทาง ก็ถูกชายชุดดำ
ล้อมไว้ในระหว่างทาง
ในตอนนั้นต้วนชิงหมิงคิดว่าชายชุดดำเป็นศัตรูของตู้ชิงหรวนไม่ก็ของหลิวยวน กระทั่งถึงตอนนี้เมื่อมาจับต้นชน
ปลายจึงเดาได้ว่าชายชุดดำต้องการเข้ามาจัดการนางต่างหาก
ต้วนอวี้อายุยังน้อยเพียงหาคนที่เขาไว้ใจก็สามารถหลอกพาตัวไปได้โดยง่ายแล้ว นางลำดับเหตุการณ์พลันเข้าใจ
ในทันทีว่าเหตุใดชายชุดดำจึงกล้าลงมืออย่างโจ่งแจ้ง เพราะหลิวยวนดูจากภายนอกแล้วเป็นแค่บัณฑิตที่ดูอ่อนแอไม่น่าสู้
คน ส่วนชุนถาวดูจากการแต่งตัวก็คงเป็นแค่บ่าวรับใช้คนหนึ่งเท่านั้น
แต่น่าเสียดายที่ชายชุดดำไม่รู้ถึงฝีมือที่เก่งกาจของชุนถาวมาก่อน ไม่เพียงจับตัวต้วนชิงหมิงไปไม่สำเร็จ มิหนำซํ้า
ยังถูกชุนถาวเล่นงานจนกระเจิงไป
อีกอย่างในเมืองหลวงแห่งนี้ผู้คนพลุกพล่าน ชายชุดดำจึงเสียโอกาสที่เหมาะสมจนต้องถอยกลับไป มาถึงตอนนี้ต้
วนชิงหมิงอดคิดไม่ได้ว่าหากวันนี้ไม่ได้พบชุนถาว นางจะถูกฆ่าหรือฝังไว้ที่ไหนก็ยากที่จะรู้
นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมากับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนรอบตัว
ไม่ว่าเยวี่ยเจีย เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ หรือกระทั่งชิวหนิงล้วนมีความจงรักภักดี แต่ทว่าพอเกิดเรื่องขึ้นมากลับไม่สามารถ
ควบคุมอารมณ์ได้ ดูอย่างเยวี่ยเจีย ถ้านางมีวรยุทธ์ติดตัวอยู่บ้างคงสามารถจัดการกับต้วนอวี้หรานได้
นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนชิงหมิงคิดขึ้นมา หากคนข้างกายของนางเป็นอย่างชุนถาวที่สามารถดูแลความปลอดภัย และ
รับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ก็คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย
เมื่อผ่านเหตุการณ์ในชาติที่แล้วมา ต้วนชิงหมิงย่อมมีความคิดที่เปลี่ยนไป นางคิดว่าผู้หญิงควรมีวรยุทธ์ติดตัวไว้
บ้างเพื่อใช้ปั้องกันตัว โชคดีเหลือเกิน ผู้หญิงที่ต้วนชิงหมิงรู้จักไม่ว่าจะในชาติไหนก็มีทั้งความรู้และวรยุทธ์กันทั้งนั้น
เพราะฉะนั้นต้วนชิงหมิงจึงอยากมีบ่าวรับใช้ที่รู้จักวรยุทธ์การต่อสู้ได้ไว้ข้างกายบ้าง
ทว่านางไม่รู้ว่าจะไปหาได้จากที่ไหน?
ถ้าจะให้คนอื่นช่วยหา นางก็ไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะกลัวว่าจะมีแผนการแอบแฝง ดังนั้นการคัดสรรคนคงต้อง
ค่อยๆ ค้นหาไปอย่างใจเย็น ส่วนเรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ ความปลอดภัยและคนที่จะมาปกปั้องอวี้เอ๋อร์ของนางต่าง
หาก
เหนือสิ่งอื่นใดต้วนอวี้ก็ต้องเรียนรู้วิธีการปกปั้องตัวเองด้วย นางคิดแล้วว่าจะหาโอกาสบอกเรื่องนี้กับต้วนเจิ้งให้
เชิญอาจารย์มาสอนวรยุทธ์ให้เขาจนกว่าจะเก่งกาจ
ส่วนบ่าวรับใช้ที่มีวรยุทธ์ที่ต้วนชิงหมิงอยากได้มาอยู่ข้างกาย คงต้องรอวาสนาและค้นหาต่อไป
ทว่าเพียงไม่นาน จู่ๆ ต้วนชิงหมิงก็ดวงตาเป็นประกายขึ้นมา นางนึกขึ้นได้ว่าในชาติที่แล้ว ตรงลานสังหารใกล้
ถนนสือจื้อนั้นเคยลงโทษโจรหญิงคนหนึ่ง ได้ยินมาว่าโจรหญิงคนนั้นฝีมือเก่งไม่เบา ไปมาได้ดั่งสายลม แต่ว่านางถูกจับ
ตัวได้ก็เพราะแอบไปหลงรักผู้ชายคนหนึ่งเข้า จนสุดท้ายผู้ชายทรยศ นางจึงมีจุดจบที่อนาถ
ยิ่งไปกว่านั้นโจรหญิงคนนี้เคยมีคดีติดตัวใหญ่มากคดีหนึ่งคือ การแอบย่องเข้าไปในจวนไค่ซูจื๋อเพื่อขโมยของ
ลํ้าค่าประจำตระกูล จนเรื่องนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วเมืองหลวง