การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 375 ต้วนอวี้กลับจวน
สิ้นเสียงเล็กๆ ของต้วนอวี้ เขาก็ผลักประตูเปิดเข้ามาในห้องเหยียนหลิ่งอวี๋ทันที
ต้วนอวี้อาบนํ้าชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาเกล้าผมขึ้นเสียบปินหยกสีดำและเอาปลายผมไปพาดไว้ด้าน
หลัง
วันนี้เด็กน้อยสวมชุดคลุมตัวยาวสีนํ้าเงิน กระดุมและชายเสื้อทำมาจากทอง ช่วยขับให้เขาดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้น
ด้านนอกคลุมด้วยเสื้อคลุมหนา ยามที่เปิดประตูเข้ามาเห็นชายเสื้อพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดกรูเข้ามาในห้อง
ต้วนอวี้เอื้อนเอ่ยเสียงดังชัดเจนและหนักแน่นจนเหยียนหลิ่งอวี๋อดไม่ได้ที่จะปรายตามอง นี่คงเป็นเล่ห์เหลี่ยมที่พี่
สาวสอนน้องชายมาอย่างแน่นอน เมื่อพบหน้าจะเอ่ยเพียงชื่อแซ่ ไม่เรียกตำแหน่งหรือฐานะ
เด็กน้อยผลักประตูเดินเข้ามาอย่างมิได้เกรงใจ ตรงเข้าไปหยิบกานํ้าชารินลงในถ้วยแล้วหยิบขึ้นดื่มทันที ใช้แขน
เสื้อเช็ดปากแล้วเงยหน้ามองอีกฝั่าย “ท่านจะส่งข้ากลับไปที่จวนเมื่อไร? หากกลับช้ากว่านี้พี่สาวคงร้อนรนมากทีเดียว”
เหยียนหลิ่งอวี๋กลับหัวเราะท่าทางของต้วนอวี้ออกมาเสียงดัง แต่ก่อนเขาคิดเพียงว่าต้วนอวี้เป็นเพียงเด็กน้อยคน
หนึ่ง แต่ลืมไปว่าเขาเป็นสายเลือดเดียวกันกับเจ้าจิ้งจอกน้อยผู้เป็นพี่สาว ไฉนเลยจะเป็นเด็กน้อยที่ไม่ประสีประสา
เมื่อได้ยินต้วนอวี้เรียกชื่อของเหยียนหลิ่งอวี๋โดยตรง ลั่วสุ่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงตบไหล่ของต้วนอวี้เบาๆ หลายครั้ง
แล้วเอ่ยอย่างไม่พอใจ “คุณชายใหญ่ต้วน การเรียกพระนามขององค์ชายตรงๆ มีโทษถึงตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร ไม่ใช่ใครจะ
เรียกก็ได้”
องครักษ์ที่ภักดีอย่างลั่วสุ่ยเอ่ยห้ามปรามต้วนอวี้มิให้พูดชื่อของเหยียนหลิ่งอวี๋ออกมาโดยตรง เนื่องจากถ้าถูกคน
ไม่หวังดีได้ยินเข้า จะต้องเอาได้ฟั้องจนต้วนอวี้ได้รับโทษสถานหนักได้
เดิมทีลั่วสุ่ยนึกว่า ถ้าเตือนต้วนอวี้แล้วเขาจะรีบแก้ไข อย่างน้อยก็เปลี่ยนการเรียกชื่อในทันที เพราะการตัดหัวเจ็ด
ชั่วโคตรเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรเอามาล้อเล่น
แต่ต้วนอวี้ไม่ได้หวาดกลัวกับสิ่งที่ลั่วสุ่ยพูดขู่ออกมาแม้แต่น้อยเลย
เขายกมือขึ้นปัดเสื้อคลุมตรงบริเวณที่ลั่วสุ่ยตบเขาไปเบาๆ แล้วเงยหน้าแสยะยิ้ม “ถ้าชื่อไม่ได้มีไว้ให้คนเรียก
อย่างนั้นจะเอาไว้ให้หมาที่ไหนเรียกกันเล่า? แล้วถ้าไม่ให้ข้าเรียกชื่อ เจ้าจะให้ข้าเรียกว่าไอ้หมู ไอ้หมา อย่างนั้นหรือ?”
คำพูดนั้นทำให้ลั่วสุ่ยที่ไม่เคยพบเจอคนที่ไม่ฟังเหตุผลแบบนี้มาก่อนถึงกับอึ้งงันไป… บัดนี้ลั่วสุ่ยเข้าใจในทันทีแล้ว
เหตุใดองค์ชายสามจึงได้สนใจพี่น้องตระกูลต้วนคู่นี้ ต่อหน้ายิ้มแย้มมีความสุข แต่พอลับหลังกลับใช้มีดแทงอย่างไม่ปรานี
ลั่วสุ่ยสะบัดหน้าไปอีกทางด้วยความไม่พอใจและคิดว่าไม่ควรเข้าสอดเรื่องนี้เลย ความปรารถนาดีของเขากลับถูก
ละเลยไม่ได้รับความสนใจจากต้วนอวี้
เมื่อเห็นลั่วสุ่ยสะบัดหน้าแล้วลุกเดินออกไป เขาจึงหยิบของว่างที่วางอยู่บนโต๊ะโยนเข้าปาก แล้วมองไปที่เหยียน
หลิ่งอวี๋
เห็นอีกฝั่ายกำลังขยับลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากห้องไป “ไปกันเถอะ ข้าจะไปส่งเจ้าเดี๋ยวนี้ ถ้าเจ้ายังไม่
กลับจวนต้วน พี่สาวคงร้อนรนใจเป็นแน่”
ต้วนอวี้ชะงักไปชั่วขณะ อะไรกัน! ทำไมเหยียนหลิ่งอวี๋ถึงได้กระตือรือร้นอยากกลับจวนต้วนมากกว่าเขาเสียอีก
ไม่ถูก! ไม่น่าจะเป็นแบบนี้! เห็นนี้ต้องมีบางอย่างแอบแฝงไว้เป็นแน่!
ต้วนอวี้ที่เดินตามหลังเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ดีๆ กลับรีบสาวเท้าเดินไปหยุดตรงหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ พูดเสียงดังลั่นขึ้น
“เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่จะทำร้ายข้าเป็นใครกัน?”
อีกฝั่ายหยุดมองต้วนอวี้ตาค้าง และพูดแก้ไขใหม่อีกครั้ง “ไม่เพียงเจ้าเท่านั้น คนพวกนั้นยังลงมือเล่นงานพี่สาว
เจ้าในเวลาเดียวกัน…”
ต้วนอวี้ฟังแล้วถึงกับตะลึงไปเช่นกัน เขารีบเข้าไปจับชายเสื้อของเด็กหนุ่มดึงไปมา พร้อมถามด้วยเสียงร้อนใจ
“รีบพูดมาเร็วเข้า พี่สาวของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ใช้มือดึงชายเสื้อของเขาให้หลุดออกจากการเกาะกุม แล้วพูดอย่างรำคาญใจ “พี่สาวของเจ้าไม่เป็น
อะไร แต่คนที่มีเรื่องคงเป็นเจ้ามากกว่า!”
ห๊า! ทำไมคนที่มีเรื่องกลับเป็นเขาไปได้เล่า?
ต้วนอวี้สัมผัสได้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋มีเรื่องปิดบังเขาอยู่ ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับคนที่บงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ หรือว่านี่
จะเป็นสาเหตุสำคัญที่คนพวกนั้นทำร้ายเขากับต้วนชิงหมิง?
เด็กชายยืนนิ่งไม่ขยับอย่างตกตะลึง ในขณะที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดไปเดินไป “เจ้ากลับไปก่อน ถ้าเรื่องนี้มีความคืบ
หน้า ข้าจะไปแจ้งเอง”
หลังจากต้วนอวี้ฟังคำสัญญาของอีกฝั่าย เขาก็รีบวิ่งไปขึ้นรถม้าที่จัดเตรียมไว้
ตอนนี้ต้วนอวี้เริ่มเป็นห่วงต้วนชิงหมิงที่อาจจะตกอยู่ในอันตรายขึ้นมาแล้ว ในขณะเดียวกันเขาก็พบว่าคนพวกนั้น
จะต้องมีเหตุผลที่ไม่ธรรมดาที่มาจับตัวเขากับพี่สาวอย่างแน่นอน!
ทว่าคำตอบแรกที่ต้วนอวี้คิดได้ขึ้นมาคือ ‘เรื่องเงินทอง’
ต้วนเจิ้งเป็นขุนนางที่มือสะอาดคนหนึ่ง เขามีเงินเบี้ยหวัดจากหลวงแค่ประมาณสองร้อยตำลึงต่อเดือน เมื่อก่อน
เป็นแม่ทัพใหญ่มากว่าครึ่งชีวิตย่อมพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่สำหรับคนอื่นกลับมองว่าไม่ได้เป็นเงินที่มากมายอะไร อย่าง
นั้นเป็นใครกันแน่ที่จ้องเล่นงานเขากับต้วนชิงหมิงเล่า?
หรือไม่ก็อาจจะเป็นว่าต้วนเจิ้งไปล่วงเกินใครเข้า?
แต่จะไปล่วงเกินใครได้ ถึงต้องมาเล่นงานบุตรชายกับบุตรสาวของเขา
ตอนนี้ยิ่งต้วนอวี้ครุ่นคิดมากเท่าไร ก็ยิ่งหาคำตอบที่แท้จริงออกมาไม่ได้ ทว่าเหยียนหลิ่งอวี๋กลับไม่สนใจให้รถม้า
ออกไปส่งต้วนอวี้ที่จวนต้วนทันที
ในเมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋บอกว่าถ้าสืบจนชัดเจนแล้วค่อยมาบอกเขา เช่นนั้นต้วนอวี้จึงทำได้แต่รอต่อไปด้วยความหวัง
ว่าสิ่งที่เขาคาดเดาไว้จะไม่ถูกต้อง
ยิ่งครุ่นคิดหาคำตอบ ต้วนอวี้ก็ยิ่งกำมือและเม้มริมฝีปากแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ถ้าจะมา
ทำร้ายเขาหรือคนที่เขารัก ต้วนอวี้ย่อมไม่มีทางปล่อยไว้แน่
ทางด้านเหยียนหลิ่งอวี๋ก็กำลังใช้ความคิดเหมือนกัน เขากำลังพิจารณาว่าควรส่งใครมาปกปั้องอยู่ข้างกายต้วนชิง
หมิงถึงจะดี
ถ้าเลือกคนที่ไหวพริบหรือทึ่มทื่อมา ต้วนชิงหมิงคงดูออกได้ไม่ยาก ฉะนั้นการหาคนที่เหมาะสมกับนางช่างยาก
เย็นแสนเข็ญเหลือเกิน
เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋หลับตาคิดบางสิ่งอยู่ เด็กน้อยเอื้อมมือไปแตะเบาๆ พูดขึ้น “เหยียนหลิ่งอวี๋ถ้าท่านสืบจนรู้
เรื่องเมื่อไร จำไว้ว่าให้มาบอกข้าทันที ข้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
“อืม”
ทว่า เด็กน้อยเงียบเพียงครู่เดียวก็เอ่ยวาจาทำลายความเงียบอีกครั้ง “เหยียนหลิ่งอวี๋ ใครกันที่มาเล่นงานพี่สาว
ของข้า? แล้วตอนนี้……พี่สาวบาดเจ็บหรือตกใจกับสิ่งที่เกิดหรือไม่?”
เป็นเรื่องยากมากที่ใครสักคนจะมาถามจนเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องลืมตามอง “นางกับชุนถาวอยู่ด้วยกันในตอนนั้น คน
พวกนั้นไม่อาจเล่นงานพวกนางได้”
“อ่อ”
ต้วนอวี้เคยได้ยินผู้เป็นพี่สาวเอ่ยถึงชื่อของ ‘ชุนถาว’ อยู่บ่อยครั้ง นางเป็นสาวใช้ของตู้ชิงหรวนที่เคยเป็นคนรัก
เก่าของต้วนเจิ้ง จนถึงตอนนี้ตู้ชิงหรวนยังครองพรหมจรรย์มิยอมแต่งงานออกเรือน…
น่าเสียดายที่ตู้ชิงหรวนไม่ใช่คนที่ต้วนอวี้ให้ความสนใจ พูดได้ว่าในใจของต้วนอวี้ นอกจากต้วนชิงหมิงและเชวีย
หนิงหรานแล้ว คนอื่นนั้นต่อให้ฟั้าถล่มดินทลาย เขาก็ไม่มีทางสนใจแม้แต่ปรายตามอง
เวลานี้เหยียนหลิ่งอวี๋นั่งหลับตาละม้ายทำสมาธิ ต้วนอวี้เห็นดังนั้นจึงเลียนแบบท่าทาง เขาเอนหัวไปพิงด้านหลัง
แล้วปล่อยตัวไปมาตามการส่ายของรถม้า ครั้นกำลังนั่งเคลิ้มๆ จะเข้าสู่ห้วงนิทรา ข้างหูของเขาพลันได้ยินเสียงเหยียน
หลิ่งอวี๋พูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “ต้วนอวี้… จงดูแลพี่สาวของเจ้าให้ดีๆ…”
ต้วนอวี้หลับตาและตอบรับไป ทว่าไม่รู้เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ยินหรือไม่ ต้วนอวี้ได้ยินเสียงเหยียนหลิ่งอวี๋ดังขึ้นมา
เข้าไปในภวังค์นิทราว่า “พี่สาวของเจ้านั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ง่ายเหมือนกัน!”
ก่อนหน้านี้เหยียนหลิ่งอวี๋เข้าใจมาตลอดว่าต้วนชิงหมิงเป็นคนเจ้าเล่ห์ แผนสูง และจิตใจเด็ดขาด ถ้านางไม่ลุกขึ้น
มาเตรียมแผนการทุกอย่างให้พร้อม ปานนี้นางคงตายไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว!