การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 376 เยวี่ยหวาถูกลงโทษ
ในความเป็นจริงนั้น ต้วนอวี้เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้เขาได้กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง ในร่างที่หน้าตาเปลี่ยน
ไป ทว่าจิตใจยังคงเป็นดวงเดิม
ตั้งแต่ที่เขาย้อนเวลากลับมายังยุคโบราณแห่งนี้ เขาก็กินอิ่มนอนหลับอย่างสำราญใจ ปกตินอกจากต้วนชิงหมิงมา
ตรวจดูการเรียนของเขาแล้ว เวลาว่างที่เหลือเขามักใช้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะนอนจนตื่นสาย หรือกินทุกอย่างที่ขวางหน้าจะ
พุงแทบแตกจึงยอมหยุด
แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เขากลับหิวจนไส้แทบขาด ทั้งง่วงนอน และหนาวเหน็บ โชคยังดีที่เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ต้มนํ้าขิง
เตรียมไว้บนรถม้า ครั้นได้ดื่มและแช่เท้าในนํ้าสมุนไพรจึงไม่ปั่วย และเมื่อเขาได้กินของจนอิ่มหนำจึงเผลอหลับไปด้วย
ความเหนื่อยล้า
เมื่อเห็นต้วนอวี้เผลอหลับไปอย่างรวดเร็ว เหยียนหลิ่งอวี๋จึงลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แล้วเอาผ้าห่มที่อยู่ด้านข้างห่มให้
พร้อมกับจับเด็กน้อยให้นอนราบลงกับหมอน เขายืนมองหน้าต้วนอวี้อย่างเอ็นดูเป็นเวลานาน ก่อนจะชักสายตากลับไป
มองด้านนอกรถม้า คิดสิ่งใดอยู่ก็สุดรู้
หากมองให้ดีๆ จะรู้ว่าต้วนอวี้มีอายุประมาณหกถึงเจ็ดปีและมีใบหน้ากับดวงตาที่ไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก ด้วยเหตุ
นี้ต้วนชิงหมิงจึงปกปั้องต้วนอวี้อย่างเต็มความสามารถ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่เคยได้เจอเรื่องเลวร้ายในโลกนี้มากนักจึงมี
ความไร้เดียงสาตามอายุ
ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ตอนอายุเท่านี้ เขากำลังทำอะไรอยู่?
ตอนเขาอายุเท่าต้วนอวี้นั้น เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยกินอิ่ม นอนหลับ แม้สักวัน เขาถูกคนอื่นกลั่นแกล้งดูถูกสารพัด
เรื่องหนักสุดที่เคยเจอคือการโดนคนลอบทำร้ายโดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร ความหวาดกลัวเหล่านั้นทำให้เขามิอาจข่ม
ตาหลับได้เต็มตื่นสักคืน ยังดีที่ท่านแม่ของเขารู้จักอาจารย์ท่านหนึ่ง จึงสามารถช่วยเขาเอาไว้ได้ มิอย่างนั้นเขาคงไม่อาจมี
ชีวิตอยู่รอด ผ่านความทุกข์ทรมานเหล่านั้นมาได้
เมื่อปล่อยความคิดให้ไหลมาถึงเรื่องนี้ จู่ๆ เหยียนหลิ่งอวี๋ก็หลุบตาตํ่าลง ยู่ปากพลางหัวเราะขึ้นมา
แม้วันเวลาเหล่านั้นจะผ่านมาได้อย่างลำบาก แต่มันได้ฝึกฝนหล่อหลอมให้เขาเข้มแข็ง และมีชีวิตที่แตกต่างจาก
เด็กในวัยเดียวกัน
ในระหว่างที่ต้วนอวี้หลับไปได้ไม่นาน เขาก็พลิกตัวดิ้นไปมาและละเมอขึ้นว่า “พี่สาวรีบวิ่ง รีบวิ่งเร็วเข้า อย่าให้
พวกนั้นจับตัวได้”
สายตาของเหยียนหลิ่งอวี๋หยุดชะงักไปชั่วขณะ สงสัยต้วนอวี้ฝันร้ายอีกแล้ว คงฝันเห็นพี่สาวเจอเรื่องอันตราย ถึง
ได้ร้องเตือนให้พี่สาวรีบวิ่งหนีไปให้เร็วที่สุดในชีวิต
โชคดีครั้งก่อนที่ต้วนชิงหมิงถูกจับตัวไปยังมีเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ส่วนครั้งนี้มีชุนถาว… นับว่านางยัง
โชคดีอยู่ไม่น้อย แต่เหยียนหลิ่งอวี๋ยังไม่วางใจ ครั้งถัดไปหากต้วนชิงหมิงเกิดอะไรขึ้น เขาจะทำใจได้อย่างไรกัน!
เมื่อก่อนเหยียนหลิ่งอวี๋อาจละเลยความปลอดภัยของต้วนชิงหมิงไปบ้าง แต่นับจากนี้ไปเขาจะเริ่มให้ความสำคัญ
กับเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว
รถม้าเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ จนผ่านถนนตงเจียแล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนจูเชวี่ยใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็ถึงจวนต้วน เขาได้สั่ง
ให้คนมาแจ้งเรื่องความปลอดภัยของต้วนอวี้ตั้งแต่หนึ่งชั่วยามก่อนแล้ว ดูท่าตอนนี้ต้วนชิงหมิงคงร้อนใจอยากเจอน้อง
ชายตัวแสบเสียเต็มประดาแล้ว
ล้อรถม้าหยุดนิ่ง เหยียนหลิ่งอวี๋เปิดม่านออก ดวงอาทิตย์ไล่แสงสาดส่องผ่านม่านรถม้าเข้ามากระทบร่างกายให้
ความอบอุ่นขึ้นมา
เด็กหนุ่มมองออกไปข้างนอกหน้าต่างไม่ทันไรก็อมยิ้มขึ้นมา
……
ย้อนกลับมาที่เรือนของต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้หรานวิ่งออกมาจากเรือนนางด้วยความโมโหเป็นที่สุด
ลมหนาวพัดผ่านวูบใหญ่จนเห็นชายกระโปรงของนางพลิ้วไหวไปมาตามสายลม ผมเผ้ายุ่งเหยิง แม้เครื่องประดับ
ทองที่นางสวมจะสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ แต่ไม่ว่าเครื่องประดับจะลํ้าค่ามากเพียงใด ก็มิอาจปิดบังสภาพน่าอนาถ
ของนางได้มิดแม้แต่น้อย
ต้วนอวี้หรานวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วหยุดฝีเท้าลงหายใจหอบเมื่อถึงสวนดอกไม้หลังจวน
บ่าวรับใช้ที่วิ่งตามต้วนอวี้หรานมาจากด้านหลังต่างตกอกตกใจจนหน้าเสีย รีบวิ่งตามจากด้านหลังพร้อมกับส่ง
เสียงเรียก “คุณหนูรอง รอพวกบ่าวด้วยเจ้าค่ะ…”
มีหรือที่ต้วนอวี้หรานจะสนใจที่บ่าวรับใช้พวกนั้นพูด นางวิ่งมาหยุดตรงสวนดอกไม้หลังจวน แล้วผินหน้ามองแสง
เเดดที่สาดส่องลงมาจนตาพร่ามัวไปหมดถึงยอมหลับตาลง
ลมหนาวยังคงพัดผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีท่าทีที่จะหยุด จนทำให้หน้าของต้วนอวี้หรานยิ่งบวมและแดงขึ้น
เรื่อยๆ
เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานหยุดวิ่งแล้ว บ่าวรับใช้สองคนที่วิ่งตามมาติดๆ จึงผ่อนฝีเท้าลงและพูดอย่างระมัดระวังว่า
“คุณหนูรอง ข้างนอกอากาศหนาวเย็นมากเพียงนี้ คุณหนูรีบกลับเรือนเถอะเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้หรานหาได้สนใจคำพูดของบ่าวรับใช้ทั้งสองคนไม่
นางยังคงแหงนหน้ามองท้องฟั้าและแสงแดดที่ไกลขึ้นไปสุดลูกหูลูกตา จนกระทั่งดวงตาสู้แสงแดดไม่ไหวจนต้อง
หลับตาลง ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์ที่ต้วนชิงหมิงตบหน้านางดังเพียะ อย่างเลือดเย็นและเหี้ยมโหดนั้น ยังคงก้องอยู่ในหู
ของนางจนถึงเวลานี้
ต้วนอวี้หรานยังคงจำคำพูดที่ต้วนชิงหมิงพูดกับนางได้แม่นยำทุกถ้อยคำว่า “ต้วนอวี้หราน อย่าหาว่าข้าสอนเลย
นะ ตอนนี้ประตูเปิดอยู่ เจ้าจงรีบไปฟั้องท่านพ่อกับอี๋เหนียงของเจ้าซะ ถ้าไม่ไปตอนนี้เจ้าก็คงจะไม่ใช่คุณหนูรองจวนต้
วนที่ข้ารู้จัก…”
คำพูดประโยคนี้ยังคงวนเวียนและก้องอยู่ในหูของนางไปมา จนกระทั่งนางรู้สึกเวียนหัวและปวดเบ้าตาไปหมด…
ต้วนชิงหมิง! เจ้าถือดีอะไร ถือดีอะไรกัน?
ต้วนอวี้หรานโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง… ต้วนชิงหมิง! เจ้ากล้าตบหน้าข้า เจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีก
ต่อไปแล้ว ครั้งนี้คนอย่างข้า……ต้วนอวี้หราน! จะทำให้เจ้าได้รับโทษอย่างสาสมที่มาบังอาจมาล่วงเกินข้า…
ต้วนอวี้หรานยืนกำมือแน่น ครุ่นคิดไม่เอื้อนเอ่ยคำใด ไม่นานก็หมุนตัวหันหน้าหมายจะวิ่งไปเรือนของหลิวอี๋
เหนียง… ข้าจะต้องไปขอร้องให้ท่านแม่อนุญาตให้ข้าไปข้างนอก……คนคนนั้นเคยบอกเอาไว้ หากมีเรื่องอะไรสามารถไป
หาเขาได้ตลอดเวลาที่นางปรารถนา ทุกๆ เรื่องคนคนนั้นจะเป็นคนจัดการให้เอง
ต้วนอวี้หรานดวงตาพร่ามัวจากการจ้องมองแสงแดดเป็นเวลานาน นางรีบวิ่งอย่างเร็ว ทว่าก้าวออกไปเพียงสอง
ก้าว นางก็ล้มลงดังตุ้บ ลงไปที่พื้น
บ่าวรับใช้สองคนที่อยู่ด้านหลังรีบวิ่งเข้าไปประคองต้วนอวี้หรานขึ้นมา ถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย “คุณหนูเป็น
อะไรไหมเจ้าคะ?”
ต้วนอวี้หรานพยุงตัวยืนขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา สายตาทั้งสองข้างที่พร่ามัวจากการจ้องแสงแดดเป็นเวลา
นานทำให้นางมองเห็นไม่ชัด
มือทั้งสองข้างของนางถลอกจนแดงไปหมด เยวี่ยหวารีบหาผ้าเข้าไปช่วยเช็ดจนต้วนอวี้หรานสะดุ้งโหยงด้วย
ความเจ็บปวด “บ่าวบ้า! จะเช็ดให้ข้าเจ็บจนตาย เลยใช่ไหม?”
ต้วนอวี้หรานที่ยังโกรธค้างมาจากเรือนต้วนชิงหมิง เมื่อพูดคำว่า ‘เจ็บจนตาย’ จบลงแล้ว เท้าของนางจึงลอยขึ้น
ถีบหน้าอกของเยวี่ยหวาเข้าอย่างแรง “บ่าวเฮงซวย! ต้วนชิงหมิงมารังแกข้า เจ้ายังจะรังแกข้าอีกหรือ?”
เยวี่ยหวากระเด็นล้มลงกับพื้นหิมะไม่กล้าลุกขึ้นมา นางได้แต่คุกเข่าขอร้องวิงวอนให้ต้วนอวี้หรานอภัยให้นาง
ต้วนอวี้หรานมีหรือจะสนใจสิ่งที่เยวี่ยหวาพูดขอร้องออกมา
นางสะบัดมือที่ล้มถลอกเมื่อครู่ แล้วชี้หน้าเยวี่ยหวาพูดอย่างโมโห “เจ้าคุกเข่าอยู่ตรงนี้แหละ คุกเข่าจนกว่าข้าจะ
เรียกให้เจ้าลุก!”
อีกฝั่ายหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อต้วนอวี้หรานลั่นวาจาออกมาแล้วคงแก้ไขได้ยาก นางคุกเข่าลงบนพื้นนํ้า
แข็งอยู่อย่างนั้นไม่กล้าขยับเขยื้อน… เยวี่ยหวาเป็นหัวหน้าบ่าวรับใช้ของต้วนอวี้หรานที่คอยอบรมและสอนมารยาทให้
กับบ่าวรับใช้คนอื่นในเรือน ทว่าการกระทำครั้งนี้ของต้วนอวี้หรานที่ทั้งถีบและต่อว่านางอย่างรุนแรง ทำให้นางใกล้จะ
ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
ความหนาวเย็นจากหิมะทะลุผ่านชั้นเสื้อผ้าเข้ามาถึงหัวเข่า จนนางสั่นเทิ้มไปหมดทั้งร่างกาย ทว่ากลับไม่กล้า
ขยับแม้แต่น้อย
ความโมโหร้ายของต้วนอวี้หรานนั้น เยวี่ยหวารู้ดีกว่าใครทั้งหมด ถ้าไม่ทำตามที่นางลั่นวาจาออกมาก็อย่าได้หวัง
จะมีชีวิตสุขสงบในเรือนอีกต่อไป
ต้วนอวี้หรานที่เห็นเยวี่ยหวาคุกเข่าอยู่ที่พื้นไม่ขยับ จึงหันมายกเท้าถีบเยวี่ยซิ่วที่อยู่ด้านข้างให้หกคะเมนตีลังกา
ตามไปอีกคน นางตะโกนด่าทออย่างโมโหด้วยอารมณ์ที่คั่งค้าง “พวกเจ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วสินะ? เห็นคุณหนู
อย่างข้ากลั่นแกล้งได้จึงกำเริบเสิบสาน พวกเจ้าไม่กลัวตายใช่ไหม?”