การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 380 ขายชีวิต
ขอเพียงอย่างเดียว……ให้ต้วนชิงหมิงได้รับรู้ถึงความพินาศย่อยยับ นางยอมแลกได้กับทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของ
นาง
รอบด้านตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงสายลมหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกพัดกรูปะทะใบหน้า ทำให้ต้วนอวี้
หรานหายใจแทบไม่ออก
ผ่านไปนานเพียงใดก็สุดรู้ ชายคนนั้นจึงพูดด้วยนํ้าเสียงขึงขัง “เป็นอันว่านับจากนี้ต่อไป ข้ารับปากเจ้าว่าจะจัด
การต้วนชิงหมิงให้ ส่วนเจ้าก็รักษาสัญญาที่จะมาเป็นบ่าวรับใช้ของข้า!”
ให้นางกลายเป็นบ่าวรับใช้อย่างนั้นหรือ?
ต้วนอวี้หรานรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว ทว่ากลับพูดปฏิเสธไม่ออก แต่เมื่อต้วนอวี้หรานหันหลังกลับไปมองก็ปรากฏ
ภาพต้วนชิงหมิงกำลังยืนหัวเราะเย้ยใบหน้าที่บวมแดงของนางอยู่ ในตอนนั้นความเคียดแค้นชิงชังอย่างสุดแสนได้ปะทุ
ขึ้นมาในใจของต้วนอวี้หราน นางออกแรงกำมือทั้งสองแน่น อ้าปากตะโกนเสียงดังลั่น “ได้ ข้ารับปาก!”
เด็กสาวไม่รู้สึกว่าเสียหายอะไร เพราะในจวนต้วนนางเป็นเจ้านาย ส่วนกับชายคนนั้นนางยอมให้เขาเป็นเจ้านาย
ของนางเพียงคนเดียวเท่านั้น
ขอเพียงต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ยังไม่ตายไป การลืมตาอ้าปากในจวนต้วนของนางจะมาถึงเมื่อไรก็ไม่รู้ได้
ชายคนนั้นรับปากแล้วว่าจะช่วยนางจัดการสองพี่น้องนั่นให้พ้นทางไป นับแต่นั้นมาต้วนอวี้หรานก็ยอมมอบ
ศักดิ์ศรี จิตวิญญาณและทุกสิ่งให้กับเขา
นางยอมแลกทุกสิ่งที่มีทั้งหมดในชีวิต เพื่อให้ชายคนนั้นจัดการกับต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้
นับจากนั้นมาอีกหลายปี ต้วนอวี้หรานได้กลายเป็นเพียงหุ่นเชิดของชายคนนั้นไปโดยปริยาย
หากย้อนเวลากลับไปในตอนนั้นได้ หากนางไม่เลือกที่จะขอร้องให้ชายคนนั้นช่วย ปั่านนี้ชีวิตของนางคงไม่ต้องมา
เป็นแบบนี้
คำสัญญาของต้วนอวี้หรานเป็นการเดิมพันหมดหน้าตัก หากเดิมพันชนะต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ก็จะหายไปจาก
โลกนี้ แต่ถ้าเดิมพันแพ้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางมีก็จะไม่เหลืออีกต่อไป
เวลาและสายนํ้ามิเคยรอใคร ยิ่งไม่สามารถย้อนหวนกลับมาได้ เรื่องที่ผ่านไปแล้วคงต้องให้ล่วงเลยผ่านไป
พูดได้ว่าการตัดสินใจในครั้งนั้นของต้วนอวี้หรานได้เปลี่ยนชีวิตของนางให้เปลี่ยนไปตลอดกาล
ทว่าในตอนนี้นางยังคงนั่งอยู่บนพื้นหิมะ ผมเผ้าที่กระเซอะกระเซิงปลิวไหวไปตามแรงลม พวงแก้มของนางยังคง
บวมเปั่งและแดงกํ่า นางเงยหน้าขึ้นมองชายคนนั้นพร้อมตะโกนอย่างสุดเสียง “ข้าต้องการแก้แค้น ข้าต้องการฆ่าต้วนชิง
หมิงให้ได้”
ดวงตาของชายคนนั้นฉายแววตกใจ มองไปยังต้วนอวี้หราน
เหตุใดพี่น้องต่างมารดาถึงได้มีความแค้นต่อกันมากถึงเพียงนี้? แค่เอ่ยปากพูดก็หวังให้อีกฝั่ายถึงแก่ความตายแล้ว
หรือ?
ชายคนนั้นยังไม่เอ่ยปากตอบรับ นางตะโกนต่อไปอีกประโยค “ข้าต้องการฆ่าต้วนชิงหมิง… ยังไม่พอ ยังมีต้วนอวี้
อีกคน!”
ถึงแม้การเล่นงานต้วนอวี้ในครั้งนี้ล้มเหลว แต่ตราบใดที่ต้วนอวี้หรานยังมีลมหายใจอยู่ นางไม่มีวันยอมให้ต้วนอวี้
กับต้วนอวี้หรานเสวยสุขได้อย่างแน่นอน
ชายคนนั้นเอ่ยถามเสียงแหบแห้ง “เจ้าเกลียดนางเข้ากระดูกดำถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
นางพยักหน้าตอบรับหนักแน่นอยู่หลายครั้งหลายครา
“ใครบอกเจ้ากันว่า การฆ่าใครสักคนเป็นการลงโทษที่หนักมากที่สุด?”
ต้วนอวี้หรานได้ฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
แต่ไหนแต่ไรมา นางจงเกลียดจงชังต้วนชิงหมิงมากที่สุด สักวันนางจะต้องฉีกร่างต้วนชิงหมิงออกเป็นชิ้นๆ ให้จง
ได้ แต่ทว่าหลังจากที่ชายคนนั้นได้พูดเตือนสติขึ้นมา ต้วนอวี้หรานพลันคิดขึ้นได้ว่า ความทุกข์ทรมานมากที่สุดในชีวิตไม่
ได้มีเพียงความตายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
การตายทั้งเป็นต่างหากที่ทำให้คนที่อยู่เหมือนตกนรกทั้งเป็น มีแต่ความสิ้นหวัง หวาดกลัว และทุกข์ทรมาน
“ข้าจะทำให้นางตายทั้งเป็น” ต้วนอวี้หรานกำหมัดแน่น จนเส้นเอ็นที่แตกแขนงคล้ายร่างแหหลังฝั่ามือปูดโปน
ชายคนนั้นพลันยิ้มน้อยๆ ออกมา เห็นด้วยกับคำว่า ‘ตายทั้งเป็น’
ต้วนชิงหมิงคงยังไม่รู้ว่าจุดจบของนางหลังจากนี้มีเพียง การตายทั้งเป็นเท่านั้น!
“เอาล่ะ เจ้ากลับไปได้แล้ว ถึงเวลาข้าจะมาหาเจ้าเอง… เพียงแต่เจ้าอย่าลืมคำสัญญาที่ให้กับข้าไว้ที่เจ้าจะให้ทุก
อย่างกับข้าได้!” ชายคนนั้นกล่าว
แม้เขาจะเดินจากไปไกลแล้ว ทว่าเสียงของเขาแต่ละคำที่พูดช่างชัดเจน ราวกับกระซิบอยู่ข้างหูอย่างไรอย่างนั้น
สายลมหนาวได้พัดกรูเข้ามาปะทะใบหน้าให้แดงกํ่า พร้อมกับผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของต้วนอวี้หราน เวลานี้นางนั่งอยู่
บนพื้นหิมะพร้อมกับหันหน้ามองไปทางที่ชายคนนั้นเดินจากไป
เมื่อครู่นี้นางได้ขายชีวิตให้กับชายคนนั้นไปแล้ว เขาจึงรับปากจะช่วยจัดการต้วนชิงหมิง แต่ว่าต้วนอวี้หรานกลับ
ไม่รู้แม้แต่น้อยเลยว่าชายคนนั้นเป็นใครกันแน่
……
เมื่อเห็นต้วนอวี้หรานวิ่งอย่างลนลานกลับมาเหมือนเจอผี เหยียนหลิ่งอวี๋ที่ยืนอยู่ด้านหลังต้วนอวี้จึงก้าวขึ้นมาข้าง
หน้าอย่างสง่างาม แสงแดดสาดส่องตกกระทบใบหน้าของเขาเผยให้เห็นความหล่อเหลาที่ปรากฏออกมา
เยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่ว เร่งสืบเท้าออกมาข้างหน้าเมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ สายตาของพวกนางต่างจับจ้องไปที่เด็ก
หนุ่มอย่างหลงใหลจนไม่อาจละสายตาได้ จนลืมไปชั่วขณะว่าพวกนางทั้งสองกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นหิมะที่เย็นเฉียบ
เดิมทีต้วนอวี้แค่ต้องการพูดขู่อีกฝั่ายเพียงเท่านั้น นึกไม่ถึงว่านางกลับวิ่งหายไปไหนก็สุดรู้
“เห็นไหม ข้าไม่ได้ตั้งใจพูดให้นางตกใจ” เด็กน้อยเบ้ปาก ยักไหล่ขึ้นน้อยๆ
อันที่จริง ต้วนอวี้ตั้งใจจะพูดข่มขู่ต้วนอวี้หรานให้กลัวเพียงเท่านั้นเอง…
ด้านเหยียนหลิ่งอวี๋จึงถามอย่างฉงนใจขึ้นมา “หรือว่านางเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?”
“ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า?” ต้วนอวี้เอาแต่ยู่ปาก
เหยียนหลิ่งอวี๋ยังคงหน้านิ่ง ไม่พูดไม่จาสิ่งใดออกมา
อี๋เหนียงกับบุตรสาวอนุจวนต้วนนั้นเป็นคนเช่นไร เหยียนหลิ่งอวี๋รู้อยู่แก่ใจดี แต่ถ้าต้วนอวี้หรานตั้งใจเล่นงานต้วน
อวี้ เรื่องนี้คงไม่ต้องถึงมือเหยียนหลิ่งอวี๋ เพราะต้วนอวี้นั้นสามารถรับมือพวกนางทั้งสองคนได้สบายๆ
แต่ถ้าพวกนางมาเล่นงานต้วนชิงหมิงเข้าละก็ ปั่านนี้คงหวาดกลัวจนกลัวตายไปแล้ว
บัดนี้เหยียนหลิ่งอวี๋คิดว่าเขาจะเป็นเพียงคนดูเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยจะไม่ออกความเห็นอะไรทั้งสิ้น
ไม่นานนักเด็กหนุ่มพูดเสียงเรียบขึ้น “พี่สาวของเจ้าคงรอจนร้อนใจไปหมดแล้ว พวกเรารีบไปหานางกันเถอะ!”
“อืม” ต้วนอวี้ตอบรับพลางหันหลังกลับไปมองเยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่ว เขาจำได้ว่าพวกนางทั้งสองที่ถูกทำโทษให้
คุกเข่าอยู่ตรงนี้ เป็นหัวหน้าบ่าวรับใช้ของต้วนอวี้หราน
เดิมทีต้วนอวี้ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเรื่องของเรือนอื่น แต่เมื่อเขาหันหลังกลับไปมองก็พบบ่าวรับใช้ทั้งสองคนที่อายุ
ไม่เกินสิบปีกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นหิมะ อีกทั้งพวกนางยังสวมเสื้อผ้าที่บางอีก หากปล่อยให้คุกเข่าต่อไปคงเจ็บไข้ได้ปั่วย
อย่างแน่นอน
ในที่สุดต้วนอวี้ได้เอ่ยปากขึ้น “พวกเจ้ารีบลุกขึ้นเถอะ!”
เยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่วต่างหันหน้ามาสบตากัน แต่ไม่กล้าลุกยืนขึ้นมา
เด็กชายได้แต่ถอนหายใจและเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้านายของพวกเจ้าสั่งให้คุกเข่าอยู่ตรงนี้ เพราะพวกเจ้าทำผิด ใน
เมื่อตอนนี้เจ้านายของพวกเจ้าไปแล้ว หากไม่รีบกลับไปรับใช้คงได้รับโทษอีกเป็นแน่ เอาล่ะลุกขึ้นได้แล้ว”
เยวี่ยหวากับเยวี่ยซิ่วหันหน้ามามองกันอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า
คำพูดที่ต้วนอวี้กล่าวมานั้นถูกต้องทั้งหมด เป็นเพราะพวกนางทำผิดจึงต้องรับโทษ แต่ถ้าคิดให้ดีแล้ว หากไม่กลับ
ไปรับใช้ได้ทันท่วงที มีหวังโทษคงหนักกว่านี้เป็นหลายเท่า
เยวี่ยหวาขยับตัวค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและหันไปทำความเคารพต้วนอวี้ “พวกบ่าวขอบคุณคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้ส่ายหน้าก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเหยียนหลิ่งอวี๋
เหยียนหลิ่งอวี๋มองต้วนอวี้อย่างแปลกใจ ด้วยคาดไม่ถึงว่าต้วนอวี้จะเข้าไปยุ่งเรื่องของเรือนอื่น เพราะว่าต้วนอวี้
หรานกับอี๋เหนียงคอยเล่นงานต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้อยู่เสมอ แต่ต้วนอวี้กลับมีกะจิตกะใจช่วยไม่ให้บ่าวใช้สองคนนี้ต้อง
รับโทษต่อ สิ่งนี้ได้สร้างความประหลาดใจให้กับเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่น้อย