การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 384 จางอี๋เหนียงโผล่มาแล้ว
ในตอนนี้ต้วนอวี้ที่อยู่ตรงหน้าต้วนชิงหมิงแปลกไปจนเกือบจะจำไม่ได้อีกต่อไปแล้วว่าเขาเป็นน้องชายแท้ๆเขา
เปลี่ยนไปจนเหมือนคนที่นางไม่เคยรู้จัก
เพียงชั่วพริบตาเด็กน้อยก็หันหน้ากลับมายิ้มหยาดเยิ้มให้กับต้วนชิงหมิง “พี่สาวเป็นอะไรไปหรือ?” สายตาที่เต็ม
ไปด้วยความอาฆาตนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นสายตาที่ไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกขึ้นมาแทน
หรือว่าเมื่อครู่นี้นางจะตาฝาดไปเอง
นางได้แต่ยิ้มเยาะตัวนางเองก่อนจะหันไปยิ้มน้อยๆให้กับต้วนอวี้ “ไม่มีอะไรหรอกพี่แค่เป็นห่วงอวี้เอ๋อร์ก็เท่านั้น
เอง!”
อยู่ๆต้วนชิงหมิงก็รู้สึกตาลาย เวียนหัวขึ้นมาจนต้องใช้มือยันไปที่โต๊ะเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบวิ่งเข้ามาช่วยประคองเอาไว้
ด้วยหน้าตาตื่นตกใจต้วนชิงหมิงรู้สึกปวดหน้าผากปวดไปหมด แม้กระทั่งจะหย่อนตัวลงไปนั่งเก้าอี้ยังรู้สึกลำบากจึงยืน
หลับตานิ่งๆ อย่างนั้นสักพักหนึ่ง
“พี่สาวเป็นอะไรไป?” ต้วนอวี้หน้าตื่นตกใจตามไปด้วยถามอย่างร้อนใจ
ครั้งนี้ต้วนอวี้เป็นห่วงต้วนชิงหมิงอยู่ไม่น้อยแต่ไหนแต่ไรมาร่างกายของต้วนชิงหมิงไม่ได้แข็งแรงมากนักกอปรกับ
การพักผ่อนไม่เพียงพอในช่วงที่ผ่านมา
ต้วนชิงหมิงรู้สึกว่าตรงหน้านางมีดวงดาวลอยวนไปมาเลือนรางมากมายแต่ปากกลับบอกปัดไป “พี่ไม่เป็นอะไร!”
เด็กน้อยขมวดคิ้วมุ่นไม่เชื่อสิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ปากไวรีบฟั้องต้วนอวี้ “คุณชายใหญ่อย่าไปเชื่อที่คุณหนูบอกว่าไม่เป็นไรนะเจ้าคะตลอดเวลาที่
คุณชายใหญ่หายตัวไป คุณหนูเอาแต่ดื่มชา ไม่ทานอาหาร ไม่ข่มตานอนเลยต่อให้เป็นใครก็ทนไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้เงยหน้ามองต้วนชิงหมิงด้วยความแปลกใจถามเสียงเบา “พี่สาว ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือ?”
“อวี้เอ๋อร์ เจ้าไม่รู้หรือว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นกระต่ายตื่นตูมชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ตลอด เช่นนั้นแล้วเจ้า
เชื่อที่นางพูดด้วยหรือ?”
ยังไม่ทันที่ต้วนอวี้จะได้เอ่ยปากพูดเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับร้องเสียงดังขึ้นมา “คุณหนูน่ะกลัวคุณชายใหญ่เป็นห่วงนาง
ถ้าคุณชายใหญ่ไม่เชื่อก็สามารถถามบ่าวรับใช้ทุกคนในเรือนก็จะได้รู้ความจริงทั้งหมดเจ้าค่ะ”
มาถึงตรงนี้ต้วนอวี้ผายมือออกไป “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปยกอาหารมาเถอะ เหนื่อยมาทั้งคืนข้ารู้สึกหิวขึ้นมาแล้วสิ!”
“เจ้าค่ะ” นางตอบรับทันที หันหลังรีบไปยกสำรับอาหารทว่าก่อนนางจะเดินออกไปต้วนชิงหมิงได้เอ่ยปาก “เซี่ย
ฉ่าวเอ๋อร์เจ้าไปบอกห้องครัวว่า สำรับของคุณชายใหญ่รับอาหารตามปกติส่วนของข้าเอาแค่โจ๊กธรรมดาก็พอแล้ว”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยื่นงวยงงอยู่ครู่หนึ่ง
ร่างกายต้วนชิงหมิงไม่ค่อยเเข็งแรงเป็นทุนเดิมซํ้ายังทานอาหารน้อยเป็นปกติอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นต้วน
ชิงหมิงก็ไม่ได้ทานอะไร มาตอนนี้จะทานเพียงโจ๊กธรรมดาอย่างนี้ร่างกายจะรับไหวได้อย่างไร?
อันที่จริงต้วนอวี้เห็นด้วยกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทว่ากลับเอ่ยปากว่า “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ทำตามที่พี่สาวสั่งเถอะ…เช่นนั้นข้า
เอาโจ๊กเหมือนพี่สาวแล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงกล่าวตำหนิต้วนอวี้ทันที “อวี้เอ๋อร์ยังเด็กอยู่ต้องทานให้เยอะๆ จะได้โตเร็วๆทานแค่โจ๊กจะไปพออะไร
กัน?”
“ไม่เป็นอะไรหรอก อวี้เอ๋อร์อยากเลียนแบบพี่สาวก็เท่านั้นเอง” เขาตอบ
ครั้งนี้ต้วนชิงหมิงถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกไปเลย
เด็กน้อยเห็นผู้เป็นพี่สาวไม่พูดไม่จาก็ถามอย่างเป็นห่วงขึ้น “ที่พี่สาวเป็นห่วงอวี้เอ๋อร์นั้นก็เหมือนกับที่อวี้เอ๋อร์
เป็นห่วงพี่สาวนั่นแหละ ถ้าพี่สาวไม่สบายหรือหิวโซอวี้เอ๋อร์ย่อมเป็นห่วงเป็นธรรมดา ดังนั้นถ้าพี่สาวทานข้าวอวี้เอ๋อร์ก็
จะทานข้าวถ้าพี่สาวทานโจ๊กอวี้เอ๋อร์ก็จะทานโจ๊ก”
คำพูดของต้วนอวี้ทำให้ต้วนชิงหมิงถึงกลับไปไม่ถูกเลยทีเดียว
พูดตามตรงตั้งแต่เมื่อคืนต้วนชิงหมิงทานแต่นํ้าชาจนรู้สึกปวดท้องไปหมด หากจะให้ทานข้าวในเวลานี้คงจะกินไม่
ลงแต่ในเมื่อต้วนอวี้มาถึงที่เรือนจะปล่อยให้ทานโจ๊กคงไม่เหมาะ
นางได้แต่ถอนหายใจเสียงเบา “เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอาล่ะ เจ้าไปยกอาหารมาก็แล้วกัน”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กับต้วนอวี้ต่างพลอยดีอกดีใจเป็นอย่างมากเมื่อต้วนอวี้ยิ้มแย้มออกมา เยวี่ยเจียจึงยิ้มตามออกมา ไม่
นานเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ยกอาหารขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะจนเต็มต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงจึงเริ่มลงมือทานอาหารพร้อมกัน
พี่สาวน้องชายคู่นี้ไม่ทานอาหารร่วมกันมานานแล้วจึงทานไปยิ้มไปพูดไปกันอย่างเบิกบานใจ
เดิมทีนั้นหลังจากที่ทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ต้วนอวี้ก็จะให้ต้วนชิงหมิงพักผ่อนตามสบาย ทว่าเมื่อเขาเพิ่งทาน
อาหารจนอิ่มบ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกเดินเข้ามารายงานว่าจางอี๋เหนียงได้มายืนรออยู่หน้าประตูตั้งแต่ที่คุณชายใหญ่กับ
คุณหนูใหญ่รับประทานอาหารแล้วบัดนี้นางจึงให้บ่าวมาสอบถามว่าจะเข้ามาได้หรือยังเจ้าคะ?
ต้วนอวี้ขมวดคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยพลางหันมองไปที่ประตูก่อนพูดเสียงเรียบ “พี่สาวพักผ่อนเสียเถอะเดี๋ยวอวี้เอ๋
อร์ไปบอกให้นางกลับไปก่อน”
ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาต้วนชิงหมิงรู้สึกได้ว่าในใจของต้วนอวี้นอกจากนางกับแม่นมหนิงแล้วเขาแทบจะไม่ยุ่ง
กับใคร ไม่สนใจแยแสผู้ใดแต่ด้วยนางเคยฝากฝังให้จางอี๋เหนียงดูแลต้วนอวี้นางก็มักได้ยินเรื่องที่จางอี๋เหนียงกับบ่าวรับใช้
ชิวเอ๋อร์เป็นที่รองรับอารมณ์ของต้วนอวี้อยู่บ่อยครั้ง
โชคยังดีที่จางอี๋เหนียงตั้งครรภ์จึงไม่สะดวกที่จะออกนอกเรือนมาดูแลต้วนอวี้ทว่าต้วนชิงหมิงกลับรู้ดีว่าท่าทางที่ต้
วนอวี้มีต่อจางอี๋เหนียงนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้นแม้นางจะดูแลต้วนอวี้ในช่วงระยะหนึ่งก็ตาม
ต้วนชิงหมิงรู้ดีว่าการที่จางอี๋เหนียงเลือกเวลามาที่นี่ช่วงที่พวกเขากำลังทานอาหารนั้น นางคงมีเรื่องสำคัญบาง
อย่างทว่าตั้งแต่ที่นางตั้งครรภ์ ต้วนชิงหมิงก็ไม่เห็นนางจะใส่ใจต้วนอวี้เท่าที่ควร…
เมื่อเยวี่ยเจียที่รับหน้าที่คอยตักอาหารให้ต้วนอวี้ได้ยินเช่นนั้นจึงรีบกลับหลังเดินไปที่ประตู…ในเมื่อคุณชายใหญ่
ไม่อยากพบหน้าจางอี๋เหนียงก็ให้นางกลับไปก็สิ้นเรื่องแค่อี๋เหนียงเพียงคนเดียวยังกล้ามารบกวนการพักผ่อนของคุณหนู
ใหญ่อีก
ด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบคว้ามือของเยวี่ยเจียเอาไว้
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ติดตามปรนนิบัติต้วนชิงหมิงตั้งแต่เล็กจนโตจึงให้ความสำคัญกับเรื่องมารยาทเป็นที่สุดในเมื่อจางอี๋
เหนียงมารออยู่นอกประตูเป็นเวลานานสองนานหากไล่นางกลับไปตอนนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะสมส่วนจะเอาอย่างไรนั้นคง
ต้องรอให้ผู้เป็นนายเป็นคนเอ่ยปากตัดสินใจ
ระหว่างที่บ่าวรับใช้ทั้งสองคนพูดกันต้วนชิงหมิงก็ได้ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยพอดี
นางรับผ้าเช็ดปากจากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มาเช็ดอย่างบรรจงเม้มปากอย่างแผ่วเบา รับถ้วยนํ้าชาที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ยกมาให้
ขึ้นดื่มก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “อวี้เอ๋อร์จางอี๋เหนียงน่าจะได้ยินว่าเจ้ากลับมาแล้ว จึงตั้งใจมาหาแล้วเหตุใดถึงจะไล่ให้นาง
กลับไปเล่า?”
สำหรับต้วนอวี้แล้วเขาเบื่อหน่ายเต็มทนกับเรื่องราวต่างๆ ของคนในเรือนหลังไม่ว่าจะเป็นต้วนอวี้หรานบุตรสาว
ลูกอนุที่น่าขยะแขยงนั่นส่วนจางอี๋เหนียงก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีเช่นกัน…เมื่อก่อนตอนที่หลิวหรงยังมีอำนาจอยู่ในจวนต้วน
และต้วนชิงหมิงต้องการความช่วยเหลือจากจางอี๋เหนียงแต่นางกลับนิ่งเฉยทำเป็นทองไม่รู้ร้อนฉะนั้นเขาไม่มีความ
จำเป็นใดที่จะต้องเกรงใจจางอี๋เหนียงอีกต่อไปที่สำคัญก็คือต้วนอวี้ได้ใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับผู้คนและเรื่องราวในยุค
โบราณจนเข้าใจหมดแล้ว
ต้วนชิงหมิงได้พูดเสียงเรียบกับเยวี่ยเจียขึ้นโดยไม่ได้สนใจต้วนอวี้ “ไปเชิญจางอี๋เหนียงเข้ามา”