การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 390 ต้วนอวี้หรานลนลานไปหมด
ต้วนอวี้ไม่ได้กลัวการทดสอบแต่กลัวการท่องตำราที่ไม่รู้จบต่างหาก อีกอย่างต้วนอวี้หรานใกล้จะมาถึงแล้วละคร
ฉากต่อไปก็ควรจะเริ่มแสดงต่อได้แล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้นต้วนอวี้อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาเขาเอามือไปลูบที่ท้อง ทำหน้าตาน่าสงสารพูดว่า “ท่านพ่อถ้า
มีเวลาค่อยมาทดสอบอวี้เอ๋อร์ใหม่แล้วกันคนจริงนั้นไม่กลัวการพิสูจน์ขอรับ”
ต้วนอวี้พูดไปก็ปรายตามองไปที่ต้วนชิงหมิงปราดหนึ่งแล้วหันมาพูดกับต้วนเจิ้ง “ท่านพ่อตอนนี้อวี้เอ๋อร์หิวแล้ว
ขอรับ”
ประโยคนี้ทำเอาต้วนเจิ้งหัวเราะท้องแข็งจนนํ้าตาเกือบไหลออกมา
นานมาแล้วที่ต้วนชิงหมิงไม่ได้ยินท่านพ่อหัวเราะอย่างมีความสุขแบบนี้หันไปตำหนิต้วนอวี้ “อวี้เอ๋อร์หิวแล้ว
ทำไมไม่บอกพี่สาวล่ะ เมื่อครู่ตอนที่ทานอาหารจะได้สั่งให้ห้องครัวนำมาอาหารมาให้เยอะหน่อยจะได้ไม่ต้องทนหิวอยู่
แบบนี้”
ต้วนอวี้ทำหน้าเศร้าตอบเสียงอ่อย “เพราะพี่สาวกินน้อยอวี้เอ๋อร์จึงไม่กล้ากินเยอะอย่างไรล่ะ”
ฟังจากที่เขาพูดเหมือนกำลังตั้งใจบ่นที่ต้วนชิงหมิงทานอาหารเช้าน้อยไปหน่อยทำให้เขาไม่กล้ากินจนอิ่ม
ต้วนเจิ้งได้ยินก็หัวเราะชอบใจเป็นคำรบที่สองที่ต้วนอวี้เป็นเด็กรู้จักมารยาทเหตุใดคนเป็นพ่ออย่างเขาถึงได้
ละเลยความเอาใจใส่บุตรชายบุตรสาวได้ถึงเพียงนี้เอื้อมมือไปคว้าของกินเล่นส่งไปให้ต้วนอวี้และเอ่ยขึ้น “อวี้เอ๋อร์กิน
รองท้องไปก่อน อีกประเดี๋ยวพ่อจะให้ห้องครัวตั้งโต๊ะอาหาร”
ในที่สุดต้วนอวี้หรานก็เดินเข้ามาในห้องหนังสือทันเห็นภาพพ่อลูกพูดคุยกันอยู่อย่างมีความสุข
ด้านต้วนอวี้หรานที่เพิ่งกลับไปเปลี่ยนชุดที่เรือนมาท่อนบนสวมเสื้อผ้าฝั้ายหนาสีชมพู ท่อนล่างเป็นกระโปรงยาว
สีเขียวมรกตชุดคลุมด้านนอกเป็นเสื้อแขนยาวขลิบด้วยด้ายทองเสื้อผ้าตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูปเผยให้เห็นถึงความ
งดงามและน่าเอ็นดูยิ่ง
ต้วนอวี้หรานฉีกยิ้มให้กับคนในห้องนางใช้เล็บมือขวากำลังจิกเข้าเนื้อมือซ้ายจนเจ็บไปหมด แอบระบายลมหายใจ
อย่างช้าๆแล้วบอกกับตัวนางว่าจะโกรธไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้สิ่งที่นางทำได้คือการทำให้คนในห้องทุกคนผ่อนคลายจาก
นั้นค่อยจัดการต้วนชิงหมิงให้ถึงชีวิตเพียงครั้งเดียว
ต้วนชิงหมิงที่ได้ยินด้านนอกประตูมีเสียงบางอย่างดังขึ้นจึงหันหน้าไปมอง แล้วเผยรอยยิ้มออกมาทันที “อ่าน้องอ
วี้หรานมาแล้ว!”
ต้วนอวี้หรานเก็บสีหน้าชั่วร้ายเอาไว้ภายในใจและฉีกรอยยิ้มแห่งความสุขออกมาแทนนางเดินเข้ามาในห้องแล้ว
เอ่ยขึ้น “ที่แท้ทุกคนก็อยู่ที่นี่เอง…หรานเอ๋อร์คารวะท่านพ่อ คารวะพี่สาว”
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของต้วนเจิ้งเมื่อครู่หุบลงเล็กน้อยเมื่อเห็นต้วนอวี้หราน อย่างไรเสียต้วนอวี้หรานก็เป็นบุตรสาว
ของเขาคนหนึ่งและวันนี้ยังได้ช่วยประคองจางอี๋เหนียงให้ลุกขึ้นมาเห็นถึงความดีที่นางพอจะมีอยู่บ้าง ต้วนเจิ้งยกยิ้มออก
มา “หรานเอ๋อร์มานั่งตรงนี้สิ!”
ในเวลานี้ต้วนอวี้ที่อยู่ในอ้อมกอดของต้วนเจิ้งกลับยิ้มน้อยๆส่งไปให้ต้วนอวี้หรานพร้อมกับพูดว่า “พี่รองมาแล้ว
หรือ?”
ต้วนอวี้หรานยิ้มเป็นการตอบรับแล้วนั่งลงข้างต้วนชิงหมิง พูดยิ้มๆ ไปทางต้วนอวี้ “นานแล้วที่ไม่ได้เจออวี้เอ๋อร์ดู
เหมือนจะโตขึ้นไม่น้อยเลยนะ”
คำพูดของต้วนอวี้หรานทำเอาต้วนอวี้รู้สึกโมโหขึ้นมาเอ่ยอย่างสงสัย “นานแล้วจริงๆ หรือที่ไม่ได้เจอกันทำไมอวี้
เอ๋อร์รู้สึกเหมือนได้เจอพี่รองเมื่อเช้าอยู่เลย”
ต้วนอวี้หรานที่รอเขาพูดประโยคนี้ออกมาหันหน้าไปแสร้งพูดอย่างฉงน “อย่างนั้นหรือ? ถ้าอวี้เอ๋อร์ไม่พูดขึ้นมา
พี่รองก็คงลืมไปแล้วจริงๆ ด้วย… เอ๊ะเจ้าไม่ได้เพิ่งกลับมาจากด้านนอกหรอกหรือ? ไม่รู้ว่าเช้านี้แอบไปเล่นที่ไหนมา?”
หึหึ! เมื่อคืนที่ผ่านมาต้องระหกระเหินจนไม่ได้กลับมาเรื่องนี้คงเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับเขาสินะ
ต้วนอวี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ไปที่ต้วนอวี้หรานและเอ่ยขึ้นอย่างเปิดเผยว่า “พี่รองไม่ทราบเลยหรือเมื่อคืนที่ผ่านมาอวี้เอ๋อร์
ถูกคนจับตัวไปจนเกือบเอาชีวิตรอดกลับมาไม่ได้แล้ว!”
ต้วนอวี้หรานกลับมีท่าทางลนลานออกมาให้เห็น
อันที่จริงนางคิดว่าต้วนอวี้จะต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจนขวัญเสียไปแล้วแต่นึกไม่ถึงว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น
ตอนนี้ต้วนเจิ้งทำท่าทำทางไม่รู้ว่าได้ยินเรื่องนี้แล้วหรือแสร้งทำเป็นไม่เคยได้ยินมาก่อนกันแน่?
เด็กชายมองไปที่ต้วนอวี้หรานแล้วหันไปพูดกับต้วนเจิ้งว่า “เพราะเรื่องนี้ท่านพ่อได้สั่งลงโทษพี่ใหญ่ไปเมื่อครู่ใน
โทษฐานทราบเรื่องแล้วไม่แจ้ง ดูท่าพี่รองจะไม่ทราบเรื่องนี้มิอย่างนั้นคงถูกลงโทษตามไปด้วย”
ต้วนอวี้นั้นพูดไร้เดียงสาตามประสาเด็กน้อยเมื่อต้วนชิงหมิงได้ยินจึงพูดรับช่วงต่อไปว่า “เอาล่ะอวี้เอ๋อร์เรื่องนี้พี่
รองไม่รู้เรื่อง เจ้าก็อย่าได้พูดถึงอีกเลยก็แล้วกัน”
ต้วนอวี้จึงยักไหล่และผายมือออกอย่างจนปัญญา “อย่างนั้นก็เอาตามที่พี่ใหญ่ว่าแล้วกัน”
ในระหว่างที่กำลังพูดคุยอยู่นั้นบ่าวข้างกายของต้วนอวี้ที่ชื่อจู้จื่อได้อุ้มแมวน้อยสีดำเข้ามา
ต้วนอวี้รีบยื่นมือออกไปรับเขาลูบไปที่หัวของแมวดำตัวนั้นอย่างเบามือพร้อมกับเงยหน้ามองต้วนอวี้หรานยิ้มๆ
“ใช่แล้วพี่รองอวี้เอ๋อร์ได้ยินมาว่าเมื่อเช้าตอนที่จางอี๋เหนียงล้มลงบนพื้นหิมะเนื่องจากตกใจกับแมวดำที่กระโดดตัดหน้า
โชคดีที่พี่รองไปพบเข้าพอดีจึงเข้าไปช่วยประคองและไล่มันไปได้ทันเวลาตอนนี้ขอให้พี่รองช่วยดูหน่อยสิว่า แมวดำใน
แขนของอวี้เอ๋อร์นั้นใช่ตัวเดียวกันกับเมื่อเช้าหรือไม่?”
ต้วนอวี้อุ้มแมวดำเดินขึ้นไปตรงเบื้องหน้าของต้วนอวี้หรานระหว่างนั้นต้วนอวี้เผลอหลุดปากโดยไม่ได้ตั้งใจ “เจ้า
แมวดำเอ๋ยถ้าวันนี้ตอนเช้าเจ้าไปซุกซนละก็ มีหวังพี่รองไล่เจ้าออกมานอกจวนแล้วถึงตอนนั้นเจ้าคงต้องหนาวตายอยู่ข้าง
นอกสินะ”
สีหน้าของต้วนอวี้หรานซีดขาวในทันใดเมื่อต้วนอวี้เดินขึ้นไปก้าวหนึ่ง ต้วนอวี้หรานก็ถอยลงไปก้าวหนึ่งจนนาง
ถอยมาชนต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“น้องอวี้หรานเป็นอะไรไปหรือ?” ต้วนชิงหมิงถามอย่างสงสัย
“เปล่านิ น้องรองไม่ได้เป็นอะไร” ต้วนอวี้หรานฝืนยิ้มละลํ่าละลักตอบด้วยใบหน้าซีดจนไร้เลือดฝาด ส่ายหน้าไป
มาปฏิเสธ
ขณะที่ทั้งสองคนสนทนากันต้วนอวี้ได้เดินมาหยุดเบื้องหน้าต้วนอวี้หรานแล้วเขายกมือสีดำในมือตัวนั้นขึ้นมาและ
พูดอย่างไร้เดียงสา “พี่รองรีบมาดูเร็วเข้า แมวดำในมืออวี้เอ๋อร์นั้นใช่ตัวเดียวกับที่เจอเมื่อเช้าหรือเปล่า?”
แมวดำที่ดวงตาดำขลับได้จ้องหน้าต้วนอวี้หรานนิ่งและนานร้องเสียง “เมี๊ยว” ขึ้นมาเบาๆ
ถึงตรงนี้ขาทั้งสองข้างของต้วนอวี้หรานกลับอ่อนแรงจนสั่นไปหมดนางฝืนที่จะไม่วิ่งหนี หันไปพูดกับต้วนอวี้ “อวี้
เอ๋อร์ช่างเข้าใจล้อพี่รองเล่นจริงนะพี่รองไปช่วยจางอี๋เหนียงไล่แมวดำตัวนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันทำไมพี่รองถึงไม่รู้เรื่องนี้เลย
เล่า?”
พอต้วนอวี้ได้ฟังก็มองไปที่แมวดำในมืออย่างประหลาดใจ “เห้อ!แต่ว่าจางอี๋เหนียงที่ล้มเมื่อเช้ากลับบอกต้วนชิงห
มิงกับอวี้เอ๋อร์ว่าเป็นเพราะแมวดำตัวหนึ่งกระโดดตัดหน้าจนตกใจล้มลงกับพื้นโชคดีที่พี่รองผ่านมาพอดีจึงช่วยไล่แมวดำ
ไป…หรือว่าเรื่องที่จางอี๋เหนียงเล่ามานั้นเป็นเรื่องโกหกพกลม? เรื่องพี่รองช่วยไล่แมวดำก็ไม่ใช่เรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?”
จางอี๋เหนียงล้มลงกับพื้นหิมะ? ต้วนอวี้หรานวิ่งเข้าไปช่วยไล่แมวดำออกไป?
ด้วยความตื่นเต้นต้วนอวี้หรานได้รีบพูดขึ้นมา “อ๋อ ใช่แล้ว ใช่แล้ว เป็นพี่รองเองที่ช่วยจางอี๋เหนียงไล่แมวให้ไป”
นางพูดจบก็กลืนนํ้าลายอึกใหญ่ลงคอไปและพูดอย่างติดขัดว่า “ส่วนแมวดำนั้นก็ไม่น่าใช่ตัวนี้แมวดำตัวนั้นตัว
ใหญ่กว่านี้นิดหน่อย”
ในระหว่างที่ต้วนอวี้หรานพูดไปนางแอบชำเลืองและพยายามหลบแมวดำตัวน้อยในมือต้วนอวี้
ต้วนอวี้เห็นเช่นนั้นจึงถามอย่างฉงนใจ “ดูเหมือนว่าพี่รองจะกลัวแมวดำตัวนี้หรือ?”
ทันทีที่ต้วนอวี้หรานได้ยินก็รีบพูดอย่างรีบร้อน “ไม่มีสักหน่อย!”
พอต้วนอวี้ได้ยินก็เบะปากออกมาเขายื่นแมวในมือส่งไปที่ในอ้อมแขนต้วนอวี้หราน “อย่างนั้นพี่รองช่วยดูให้
ชัดเจนอีกหน่อยแล้วกันไม่ใช่แมวดำตัวนี้แน่นะ ถ้าไม่ใช่ละก็…”
ขณะนี้หูของต้วนอวี้หรานอื้ออึงเหมือนสิ่งที่ต้วนอวี้พูดออกมาทั้งหมดนั้นได้ยินไม่ชัด
เพราะว่าแมวดำที่ตัวอุ่นๆเมื่อถูกส่งเข้าไปในอ้อมอกของต้วนอวี้หรานแล้วกลับกลายเป็นเหมือนปีศาจตัวน้อย
อย่างไรอย่างนั้น นางรีบโยนแมวในมือออกแล้วหันหลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
น่าเสียดายตรงที่เจ้าแมวดำตัวน้อยมีปฏิกิริยาที่รวดเร็วเช่นกันมันร้อง “เมี๊ยว” เสียงแหลมและใช้กรงเล็บแหลม
เกาะไปบนเสื้อของต้วนอวี้หราน
เนื่องจากแมวดำที่ถูกโยนเกิดตกใจมันจึงคว้าเสื้อของต้วนอวี้หรานไว้แน่นขึ้นอีกเมื่อต้วนอวี้หรานเห็นเช่นนั้น
ใบหน้าถึงกับซีดขาวจนหมดไม่สนใจท่าทางที่สูงศักดิ์อีกต่อไปแล้ว รีบวิ่งกระโดดร้องเสียงดังอึกทึก “อย่ามาจับข้านะ รีบ
ปล่อยข้า… ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไอ้เดรัจฉาน”