การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 394 สหายเก่า
อันที่จริงผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดามารดานั้นหาได้สนใจกับราคาของของขวัญไม่สิ่งสำคัญนั้นคือนํ้าใจของลูกต่าง
หาก ทว่าของขวัญที่ต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงมอบให้ต้วนเจิ้งรู้สึกชอบเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ซาบซึ้งกับความกตัญู
ของลูกทั้งสองคน
ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุขจางอี๋เหนียงก็ได้นำของขวัญซึ่งเป็นเสื้อผ้าฝั้ายตัวใหม่ที่ตัด
เย็บเป็นอย่างดีมามอบให้ต้วนเจิ้งด้วยเช่นกัน
เขารับเสื้อผ้าฝั้ายจากจางอี๋เหนียงมาแล้วหาได้ดีใจจนออกนอกหน้าเหมือนเมื่อครู่ไม่ พูดเสียงเรียบ “อี๋เหนียง
กำลังท้องกำลังไส้อยู่ งานที่เหนื่อยเช่นนี้ต่อไปใช้ให้บ่าวรับใช้เป็นคนทำก็แล้วกัน”
จางอี๋เหนียงได้ฟังพลางก้าวถอยลงมานั่งเก้าอี้ที่ต้วนเจิ้งชี้ให้ไปนั่งไม่ขยับเขยื้อนตัวแม้แต่น้อย
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปทันทีเมื่อจางอี๋เหนียงก้าวเข้ามาทว่าเพียงครู่เดียวก็เอ่ยขอตัวลากลับเรือนไป ปล่อย
ให้พ่อลูกคุยกันตามประสา
ต้วนอวี้มองตาใสไปที่ต้วนเจิ้งและพูดอ้อนๆ “ท่านพ่อ วันนี้เป็นวันที่ยี่สิบแปดเดือนสิบสองแล้วเช่นนั้นท่านพ่อ
ช่วยพาลูกทั้งสองไปเที่ยวข้างนอกจะได้หรือไม่ขอรับ?”
ผู้เป็นพี่สาวได้ฟังพูดเชิงตำหนิออกไป “อวี้เอ๋อร์ใกล้จะฉลองวันตรุษจีนแล้ว ยังคิดจะไปเที่ยวเล่นข้างนอกอีกอยู่
บ้านสงบๆ บ้างไม่เป็นเลยหรือ?”
ปกติต้วนเจิ้งมีงานรัดตัวจนแทบจะไม่มีเวลาอยู่ที่จวนต้วนเมื่อเขากลับมาที่จวนครั้งหนึ่งจึงแทบจะไม่อยากออกไป
ไหนต้วนชิงหมิงกลัวว่าความต้องการของต้วนอวี้ที่มากไปอาจทำให้ต้วนเจิ้งไม่พอใจก็เป็นได้
ชายวัยกลางคนได้ฟังพลันหัวเราะออกมาเสียงเบา “พอผ่านวันตรุษจีนแล้ว อวี้เอ๋อร์ก็อายุครบเจ็ดปีแล้วสินะ”
เด็กน้อยพยักหน้ารับ “เรียนท่านพ่อวันเกิดของอวี้เอ๋อร์ห่างจากวันเกิดท่านพ่อเพียงยี่สิบกว่าวันเองเป็นวันที่สิบ
หกเดือนหนึ่งขอรับ”
ต้วนเจิ้งพยักหน้าว่าเขาจำได้ยื่นมือไปจับมือของต้วนอวี้ให้ลุกขึ้นมา “ได้สิอย่างนั้นพ่อจะพาอวี้เอ๋อร์ไปเที่ยวเล่น
ข้างนอกเดี๋ยวนี้เลยก็แล้วกัน”
เด็กน้อยยิ้มหน้าบานไม่หุบรีบพูดเสียงดัง “ขอบคุณท่านพ่อขอรับ”
ทว่าต้วนชิงหมิงกลับขมวดคิ้วขึ้นละม้ายจะพูดอะไรออกมาต้วนเจิ้งกลับชิงพูดขึ้นก่อน “เอาล่ะ หมิงเอ๋อร์นี่ก็ใกล้
วันตรุษจีนแล้ว นานทีปีหนที่พ่อจะมีเวลาพาพวกเจ้าทั้งสองออกไปเดินเล่นดูว่าใกล้วันตรุษจีนผู้คนทำอะไรกันบ้าง”
ในที่สุดความกังวลใจของต้วนชิงหมิงก็สามารถวางลงได้แล้วนางเดินเข้าไปจับมือข้างหนึ่งของต้วนเจิ้งแล้วพากัน
เดินออกไปนอกจวน
อันที่จริงต้วนเจิ้งไม่ได้อยากจะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเพียงแต่เมื่อเขาเห็นลูกทั้งสองอยากไปเปิดหูเปิดตานึกถึง
เรื่องในอดีตบางอย่างขึ้นมาได้
ในตอนนั้นที่เขายังไม่ได้แต่งงานครั้นถึงงานวันเกิดทีไรก็มักจะแอบไปพักนอกเมืองเพื่อดื่มสุราให้เมามายทั้งวัน
เพียงลำพังที่นั่นเองทำให้เขาได้รู้จักกับผู้หญิงที่พิเศษคนหนึ่งเป็นครั้งแรกที่พานพบคุณหนูติงโหรวลูกของเสนาบดี
ในสมองของคนเรานั้นมักทำงานอย่างประหลาด…บางเรื่องที่อยากจะลืมกลับจำ บางเรื่องที่อยากจำกลับลืม
ครั้นรถม้าเคลื่อนตัวออกไปนอกเมืองได้ไม่นานก็หยุดลงต้วนชิงหมิงแหวกม่านหน้าต่างรถม้าออกไปมองข้างนอก
ก็พบว่าโดยรอบเต็มไปด้วยหิมะที่ขาวโพลนทว่ากลับมีบ้านอยู่หลังหนึ่งที่ตั้งอย่างโดดเดี่ยวเป็นเอกเทศ
บ้านหลังนั้นหากมองแต่ไกลก็ดูเหมือนผ่านเวลามายาวนานทั้งอิฐที่เปลี่ยนเป็นสีดำ ขอบประตูและกำแพงบ้าน
ต่างมีหญ้าสีเขียวขึ้นเต็มไปทั่ว
ต้วนเจิ้งกระโดดลงจากรถม้าเป็นคนแรกแล้วหันกลับมาอุ้มบุตรชายและบุตรสาวลงมา
ในช่วงเหมันต์ฤดูที่นอกเมืองหลวงนั้นช่างหนาวเหน็บจับใจกว่าในเมืองมากนักจนใบหน้าของต้วนอวี้ค่อยๆ แดง
ระเรื่อขึ้นมา เขามองไปทั่วๆและถามขึ้นอย่างประหลาดใจ “ท่านพ่อที่นี่ที่ไหนกันหรือขอรับ?”
ต้วนชิงหมิงที่ยืนอยู่มองไปที่ต้วนเจิ้งราวกับรอฟังว่าผู้เป็นบิดาจะตอบคำถามนี้อย่างไร
ต้วนเจิ้งยื่นมือของเขาออกไปจับมือต้วนอวี้เพื่อให้ความอบอุ่นก่อนจะตอบเสียงเบา “ที่นี่ก็คือที่ที่พ่อได้พบกับท่าน
แม่ของพวกเจ้าอย่างไรล่ะ!”
เขาพูดไปพลางจับมือน้อยๆของต้วนอวี้เดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น
เถี่ยเฟิงจอดรถม้าเรียบร้อยแล้วเร่งสาวเท้าเดินเข้าไปเปิดรั้วบ้านออกพบชายชราสูงอายุมายืนต้อนรับที่หน้าประตู
บ้านอยู่แล้วชายชราดูเหมือนยังจำต้วนเจิ้งไม่ได้ ทำท่าขยับเข้ามาใกล้หมายดูให้ชัดเจนยิ่งขึ้นครู่เดียวพลันเบิกตาโพลงขา
ที่ยืนอยู่กลับทรุดลงไปกับพื้น เขากลืนนํ้าลายอึกใหญ่ก่อนจะเรียก “คุณชายสาม”
ต้วนเจิ้งรีบเข้าไปประคองชายชราคนนั้นขึ้นมาก่อนจะช่วยปัดหิมะที่ติดตามเสื้อผ้าออก “ลุงฉู่ยังเหมือนเดิมไม่
เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย”
ชายชราที่ผู้เป็นบิดาเรียกว่าลุงฉู่ยกชายเสื้อขึ้นมาปาดนํ้าตาที่ไหลรินออกมา “คุณชายสามไม่ได้มาที่นี่นานแล้วนะ
ขอรับ”
ต้วนเจิ้งได้แต่ถอนหายใจออกมาพูดเสียงสั่นเครือ “ขอเข้าไปดูข้างในหน่อยแล้วกัน”
เมื่อต้วนเจิ้งมาถึงที่นี่ราวกับว่าเขามีท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดส่วนต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ก็เดินตามเข้าไป
อย่างเงียบเชียบไม่เอ่ยถามสิ่งใด
บ้านหลังนี้มีสามห้องด้านหลังมีพื้นที่กว้างขนาดใหญ่ ที่ตอนนี้มีแต่หิมะขาวโพลนปกคลุมไปทั่วที่ตรงนี้ต้วนเจิ้งได้
กว้านซื้อมานานหลายปีแล้วหลังจากนั้นก็คอยรักษาตรงที่ชำรุดให้บ้านหลังนี้ยังคงสภาพเช่นเดิมไว้
สายตาและอารมณ์ของต้วนเจิ้งตอนนี้ปรากฏความอาลัยอาวรณ์ออกมาชัดเจนเขายังคงเดินไปข้างหน้าเพียงลำพัง
ละม้ายลืมไปว่าด้านหลังมีใครติดตามมาด้วยเมื่อต้วนชิงหมิงเห็นต้วนอวี้กำลังจะเดินตามไป นางจึงรีบคว้ามือเขาไว้ด้าน
เถี่ยเฟิงที่เดินตามอยู่ข้างหลังรู้สึกแปลกใจกับที่ต้วนชิงหมิงทำทว่าเด็กสาวเพียงหันหน้าไปยิ้มน้อยๆ ให้ลุงฉู่ “ลุงฉู่ใช่หรือ
ไม่?ชิงหมิงกับน้องชายมาที่นี่เป็นครั้งแรกเช่นนั้นรบกวนลุงฉู่ช่วยพาพวกเราไปเยี่ยมชมให้ทั่วเรือนจะได้หรือไม่?”
ชายชราฟังแล้วก็รีบพยักหน้าตอบรับอย่างดีใจพาพวกเขาไปเดินชมอีกทางหนึ่งก่อน
คนเรายามแก่ตัวลงไปมักมีเรื่องเล่าต่างๆนานาให้ฟังมากมาย… ครั้นลุงฉู่พาเดินไปก็เล่าเรื่องราวในอดีตของต้วน
เจิ้งให้ฟังต้วนชิงหมิงแม้ทำท่าฟังอย่างตั้งใจ แต่บางครั้งก็ดูละม้ายใจลอยคิดเรื่องอื่นทันทีที่พวกเขาเดินเลี้ยวหัวมุมออกมา
จู่ๆ ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา “ชิงหมิง ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้เล่า?”
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นมองพบว่าเป็นชุนถาว เผยรอยยิ้มแห่งความสุขขึ้นมาทันที “โอ้พี่ชุนถาวทำไมมาอยู่ที่นี่
ได้?”
ลุงฉู่เมื่อได้ยินต้วนชิงหมิงร้องด้วยความตกใจออกมารีบพูดขึ้น “ชุนถาวเป็นหลานสาวของลุงเอง ทุกๆ สิ้นปีนาง
จะกลับมาเยี่ยมลุงขอรับ”
หญิงสาวเดินเข้ามาจับมือต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมา “ใช่แล้ว ทุกปีชุนถาวจะกลับมาเยี่ยมท่านลุงเสมอ
เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอชิงหมิงที่นี่เหมือนกัน”
ชุนถาวพูดไปพลางหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ
เด็กสาวกระชับมือชุนถาวคลี่ยิ้มบางๆ “วันนี้เป็นวันเกิดของท่านพ่อพอดี จู่ๆท่านพ่อก็พาพวกเรามาเที่ยวเล่นที่
นี่”
พอต้วนชิงหมิงพูดจบได้กวักมือเรียกต้วนอวี้เข้ามาทำความเคารพหญิงสาวต้วนอวี้ไม่รีรอทำตามอย่างว่าง่าย
ภายนอกที่มีแต่ความหนาวเหน็บทำให้ในห้องต้องจุดแสงไฟเพื่อให้ความร้อนพวกเขาเดินตามเข้ามารู้สึกได้ถึง
ความอบอุ่นสบายตัวทว่าเพราะอยู่ด้านนอกเป็นเวลานาน เมื่อเดินเข้ามาในห้องที่อบอุ่นความเย็นกับความร้อนปะทะกัน
จึงรู้สึกมือเท้าชาไปชั่วขณะ
ด้านเถี่ยเฟิงที่ติดตามมาถึงตรงนี้เกิดเป็นห่วงรถม้าขึ้นมารีบขอตัวออกไปส่วนลุงฉู่ที่ไม่ค่อยได้เจอคนมาที่นี่บ่อยนัก
ก็ผละออกไปเตรียมนํ้าชาและของว่างอย่างดีใจ ทิ้งให้ชุนถาว ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้อยู่ในห้อง
“พี่ชุนถาว ตอนนี้คุณปั้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ต้วนชิงหมิงเอ่ยกระซิบกระซาบทำลายความเงียบ
อีกฝั่ายส่ายหน้า “ไม่ค่อยจะดีเท่าไรเลย…”
คำพูดของชุนถาวทำให้ต้วนชิงหมิงเป็นกังวลขึ้นมาดีที่นางพูดต่อไป “แต่ยังดีที่คุณหนูตู้เชื่อที่ชุนถาวบอกวันนี้จึง
เดินทางมาด้วยกัน”
บัดนี้ต้วนชิงหมิงกลับวางใจลงได้สนิทเสียที
ครั้งที่แล้วตั้งแต่เจอชุนถาวที่ตลาดโดยบังเอิญและไปเยี่ยมตู้ชิงหรวนกลับมาในหัวของต้วนชิงหมิงกลับคิดแต่เรื่อง
ที่จะให้ต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนได้สมหวังกันเสียที!
นับตั้งแต่ที่ต้วนชิงหมิงกลับชาติมาเกิดใหม่หลังจากที่นางสั่นคลอนอำนาจของหลิวหรงลงได้นางก็เอาแต่คิดจะ
ช่วยให้ผู้เป็นบิดาเป็นฝังเป็นฝากับคนดีๆ สักคนซึ่งตู้ชิงหรวนเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นฮูหยินคอยดูแลจัดการจวน
ต้วนคนต่อไป
ด้วยเหตุนี้นางกับต้วนอวี้จึงร่วมมือกับชุนถาววางแผนให้คนสองคนที่เคยมีความรู้สึกดีต่อกันกลับมาพานพบกัน
อีกครั้งหนึ่ง
เพียงแต่ที่พวกเขาทำได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนแล้ว