การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 395 ยังมิยินยอม
พวกเขาช่วยได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นส่วนที่เหลือก็คงแล้วแต่วาสนาของต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนแล้ว
ไม่นานนักด้านหลังของห้องได้มีเสียงผู้หญิงร้องเสียงแหลมขึ้นมาสิ้นเสียงลงพลันได้ยินเสียงไอดังต่อออกมาชุน
ถาวได้ยินทำท่าลุกลี้ลุกลนร้อนใจเป็นหนักหนาหมายจะเดินไปดูดีที่ต้วนชิงหมิงมือไวรีบคว้ามือของชุนถาวเอาไว้ได้ทัน
“พี่ชุนถาวจะไปทำอะไร?”
นางชี้นิ้วไปที่ด้านหลังของห้องและพูดอย่างใจร้อน “คุณหนูไอหนักมาก ข้าเกรงว่าโรคเก่าจะกำเริบ ต้องรีบไปดู
เสียหน่อย”
ต้วนชิงหมิงเม้มริมฝีปากบีบมือของชุนถาวไว้แน่นส่ายหน้าไปมา “มีท่านพ่ออยู่ตรงนั้นท่านปั้าย่อมไม่เป็นอะไรแต่
ถ้าพี่ชุนถาวไปตอนนี้กลัวว่าจะทำให้เรื่องวุ่นไปกันใหญ่”
ชุนถาวได้ฟังก็เข้าใจในทันทีนางกลับมานั่งลงที่เดิมและเอ่ยขึ้น “ชิงหมิงคิดอะไรรอบคอบจริงเชียว!”
ในเวลานี้ต้วนชิงหมิงวางใจลงได้สนิทแล้ว…ที่เหลือขึ้นอยู่กับตัวท่านพ่อเองแล้ว…
ทั้งสองเพิ่งนั่งลงไปเพียงครู่เดียวก็เห็นเงาดำพุ่งออกมาจากห้องด้านหลังอย่างรวดเร็วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต้วน
ชิงหมิงเงาดำนั้นคือต้วนเจิ้งที่อุ้มตู้ชิงหรวนออกมาจากห้อง กำลังตะโกนเรียกเถี่ยเฟิง “รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า คุณหนู
ใหญ่ตู้เป็นลมหมดสติไปแล้ว”
ด้วยความร้อนใจชุนถาวรีบลุกไปดูด้วยความเป็นห่วงนางยกมือขึ้นชี้ให้พาตู้ชิงหรวนเข้ามาในห้อง “เร็วเข้ารีบพา
คุณหนูตู้เข้ามาในห้องโดยเร็ว!”
ต้วนเจิ้งอุ้มตู้ชิงหรวนเข้าไปในห้องและวางนางลงบนเตียงอย่างเบามือชุนถาวมิได้สนใจแล้วว่าในห้องมีต้วนเจิ้งอยู่
ด้วยรีบดึงผ้าม่านที่อยู่ในห้องมาปิดและลงมือรักษาชีวิตหญิงสาวในทันที
เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตาเดียวแต่ต้วนชิงหมิงกลับไม่มีทีท่าร้อนใจแม้สักกระผีกเดียวนางยังคง
รินชาและยื่นให้ต้วนเจิ้งในมือ ก่อนจะถามเสียงอ่อย “ท่านพ่อ เหตุใดถึงอยู่กับท่านปั้าได้เจ้าคะ?”
ต้วนเจิ้งรับนํ้าชาจากมือต้วนชิงหมิงขึ้นดื่มหมดภายในรวดเดียวเขาเดินไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างพลางถอนหายใจ
เสียงดัง “พ่อไปเจอนางที่ห้องด้านหลังพบว่าสีหน้าของนางไม่ค่อยสู้ดีจึงเดินเข้าไปทักทายคิดไม่ถึงว่านางเวียนหัวจนสลบ
ไป”
ใบหน้าของต้วนเจิ้งมีแต่ความกังวลปรากฏชัดสิบปีมาแล้วที่เขาไม่ได้เจอหน้าตู้ชิงหรวน ในอดีตนางเป็นผู้หญิงที่
สวยหยาดเยิ้มนึกไม่ถึงว่าการกลับมาเจอกันในเวลานี้นางกลับซูบผอมลงไปมาก
ต้วนเจิ้งมองทะลุผ่านม่านเข้าไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดทรมาน…ตู้ชิงหรวนเป็นอย่างทุกวันนี้สาเหตุส่วนหนึ่งต้อง
มาจากตัวเขาไม่มากก็น้อย
ต้วนชิงหมิงที่อยู่ด้านข้างพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ครั้งก่อนเจอกันที่วัดศักดิ์สิทธิ์จิ่วฮว๋า ร่างกายของท่านปั้าก็ไม่ค่อย
ดีเท่าไรหมิงเอ๋อร์ได้ยินพี่ชุนถาวพูดว่าทุกปีเมื่อเข้าสู่เหมันต์ฤดูท่านปั้าจะเจ็บปวดรวดร้าวด้วยความทรมานเป็นที่สุด”
ต้วนเจิ้งได้ยินที่ต้วนชิงหมิงพูดหัวใจพลันเต้นระสํ่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมพ่อไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน?”
ต้วนชิงหมิงแอบชำเลืองมองตามสายตาของต้วนเจิ้งนางถอนหายใจออกมาก่อนจะเล่าว่า “พี่ชุนถาวเล่าให้ฟังว่า
ท่านปั้าเคยโดนทำร้ายอย่างหนักและมีโรคทางใจมาเนิ่นนานร่างกายจึงไม่ค่อยดีมาตั้งแต่นั้นทุกครั้งที่เหมันต์ฤดูมาเยือน
นางมักจะทรมานจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งถูมือไปมาด้วยความร้อนรนไม่พูดไม่จา
บาดแผลที่ตู้ชิงหรวนเคยโดนทำร้ายต้วนเจิ้งเพิ่งได้ยินเมื่อไม่นานมานี้แต่ว่าเรื่องโรคทางใจของนางนั้นไม่ต้องพูดก็
รู้ว่าเกี่ยวข้องกับเขาและติงโหรวเป็นแน่
ฝีมือการรักษาของชุนถาวนับว่าเก่งกาจไม่น้อยหน้าใครเพียงแค่ระยะเวลาต้มนํ้าชาเดือด ตู้ชิงหรวนก็ได้สติฟืน
กลับขึ้นมาหลังม่านนั้นมีเสียงตู้ชิงหรวนพูดอย่างแผ่วเบาและเมื่อชุนถาวเปิดม่านออกก็พบต้วนเจิ้ง “คุณหนูตู้ได้สติแล้ว
แต่ตอนนี้นางไม่อยากพบหน้าท่าน ขอให้ท่านออกไปจากห้องนี้ก่อนเถอะ”
ต้วนเจิ้งได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่งพยักหน้ารับ ก่อนพูดทิ้งท้าย “ฝากความเป็นห่วงไปถึงคุณหนูของเจ้าด้วย”
ชุนถาวได้แต่ก้มหน้าลงไม่ได้ตอบอะไรกลับไปต้วนเจิ้งได้พาต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้เดินไปนอกห้องใครจะรู้ว่าชุนถา
วกลับมาขวางทางขึ้นอีกครั้ง นางพูดเสียงเบา “ชิงหมิง คุณหนูตู้อยากพบเจ้า”
ต้วนชิงหมิงตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามองสีหน้าของบิดาเขาพยักหน้าเป็นการอนุญาต “หมิงเอ๋อร์ไปเถอะ
พ่อกับอวี้เอ๋อร์จะรออยู่บนรถม้า”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าพลางมองต้วนเจิ้งพาต้วนอวี้เดินออกไปจนลับสายตาก็หมุนตัวกลับเดินเข้าไปในห้อง
ตู้ชิงหรวนที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มภายในห้องมีใบหน้าซีดขาวช่างแตกต่างกับครั้งก่อนที่เจอกันในวัดศักดิ์สิทธิ์จิ่วฮว๋า
อย่างสิ้นเชิงท่าทางสูงศักดิ์และการวางมาดหายไปจนหมดสิ้น ราวกับเป็นคนละคน
ต้วนชิงหมิงมองดูด้วยความสงสารจับใจนางเดินไปข้างหน้าเพื่อจับมือตู้ชิงหรวนเอาไว้ “อี๋เหนียงซูบผอมลงมาก
อย่างนี้จะไม่ให้ชิงหมิงเป็นห่วงได้อย่างไร!”
ตู้ชิงหรวนชะงักไปครู่หนึ่งนางไม่นึกว่าต้วนชิงหมิงจะเรียกนางว่า ‘อี๋เหนียง’
เด็กสาวหันไปขอบคุณชุนถาวที่ยกเก้าอี้มาให้นางนั่งแล้วหันหน้ากลับไปถามตู้ชิงหรวนเสียงอ่อนขึ้นว่า “อี๋เหนียง
ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
ตู้ชิงหรวนมองต้วนชิงหมิงที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายติงโหรวมายืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความนึกถึงแต่เมื่อได้สตินาง
กลับมาก็รู้ดีติงโหรวไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้อีกแล้ว
บัดนี้ความโกรธเกลียดที่นางมีคับแค้นใจกับติงโหรวมาตลอดนั้นต่อให้ยังมีหลงเหลืออยู่ก็ไม่รู้จะเกลียดคนที่จากไป
แล้วให้ทุกข์ใจไปทำไมอีก
หญิงสาวมองดูต้วนชิงหมิงและพยายามพูดให้เสียงนิ่งที่สุด “ชิงหมิง เรื่องในวันนี้เจ้าเป็นคนวางแผนทั้งหมดใช่
หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับได้ไม่นานก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “ชิงหมิงไม่มีแรงมากพอที่จะวางแผนเรื่องแบบนี้ได้หรอก
เพียงแต่ปล่อยให้เรื่องราวไหลไปตามนํ้าเท่านั้นเอง”
ตู้ชิงหรวนพยักหน้ารับรู้นางชอบความตรงไปตรงมาของต้วนชิงหมิงมากที่สุด เจ้าเด็กคนนี้ตั้งแต่แรกพบนางก็รู้สึก
ถูกชะตาเป็นอย่างมาก
หญิงสาวค่อยๆหลับตาลงและเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนแรง “ชิงหมิงเป็นเด็กดีมาโดยตลอดตอนนี้ลองบอกอี๋เหนียงหน่อย
สิว่า ชิงหมิงต้องการทำอะไรกันแน่?”
เด็กสาวยิ่งจับมือตู้ชิงหรวนแนบแน่นขึ้นไปอีกพูดด้วยสีหน้าจริงจังที่สุด “ชิงหมิงก็แค่อยากคืนท่านพ่อให้กับอี๋
เหนียงเท่านั้นอยากให้อี๋เหนียงมาช่วยดูแลชิงหมิงกับต้วนอวี้ด้วย”
ทันใดนั้นดวงตาของตู้ชิงหรวนได้เบิกกว้างและจ้องเขม็งอย่างเย็นชาจนชุนถาวและต้วนชิงหมิงต่างยืนตัวนิ่งแทบ
ไม่หายใจ
อันที่จริงในใจของต้วนชิงหมิงไม่ได้รู้สึกกลัวสายตาตู้ชิงหรวนแม้แต่น้อย…เห็นทีชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ตู้ที่รํ่าลือ
กันจะเป็นจริงนางเป็นผู้หญิงที่สามารถทำให้ท่านพ่อหวาดหวั่นได้ โชคยังดีที่ต้วนชิงหมิงเตรียมแผนรับมือมาก่อนล่วง
หน้าแล้วจึงรู้สึกเฉยๆกับสิ่งที่เจอ
ตู้ชิงหรวนเลิกใช้สายตาที่น่ากลัวจ้องเขม็งไปที่ต้วนชิงหมิงเวลานี้นางกลับส่ายหน้าพูดเสียงเรียบ “ชิงหมิงอะไรที่
พูดออกมาแล้วยากจะเอากลับคืนได้ ข้อนี้เจ้ารู้ดีใช่หรือไม่?”
เด็กสาวตอบอย่างจริงใจและซื่อตรง “ข้อนี้ชิงหมิงทราบดี เพียงแต่อี๋เหนียงต้องเข้าใจข้อหนึ่งว่าท่านแม่ได้จากโลก
นี้ไปนานแล้วอี๋เหนียงยังจำสัญญาที่เคยให้ไว้กับท่านแม่ได้หรือไม่ว่าจะดูแลชิงหมิงกับน้องชายอย่างสุดกำลังบัดนี้ชิงหมิ
งกับน้องชายไม่มีที่พึ่งได้แต่พึ่งกันเองหลายวันก่อนชิงหมิงเกือบถูกลอบสังหาร น้องชายถูกลักพาตัวไปเราทั้งสองตกอยู่ใน
อันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดหรือว่านี่คือสิ่งที่อี๋เหนียงอยากจะเห็น?”
โรคทางใจของตู้ชิงหรวนที่มีมานานกว่าสิบปีนั้นหากจะต้องเลือกระหว่างความรักกับความแค้น นางอาจเริ่มไหว
หวั่นจนเลือกไม่ถูกแต่มีเพียงสิ่งเดียวที่นางเลือกได้โดยไม่ลังเลใจนั่นก็คือการรักษาคำสัญญาที่เคยลั่นวาจาเอาไว้!
เมื่อได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงสาธยายมายืดยาวดวงตาของตู้ชิงหรวนกลับเลิ่กลั่กไม่อยู่นิ่ง นางรีบตอบอย่างฉับไว “ชิงห
มิงวางใจได้ คำสัญญาที่เคยได้พูดเอาไว้อี๋เหนียงอาจละเลยไปบ้างแต่นับจากนี้ไปอี๋เหนียงคนนี้จะปกปั้องพวกเจ้าทั้งคู่
อย่างสุดกำลังความสามารถที่มี”
ต้วนชิงหมิงใช้สายตาที่ผิดหวังมองตู้ชิงหรวนและปล่อยมือออกช้าๆ “การตัดสินใจของอี๋เหนียงนั้น ชิงหมิงไม่เคย
สงสัยแม้แต่น้อยแต่ว่าคำสัญญาอาจเกินตัวของอี๋เหนียงไป เนื่องจากสถานการณ์ในจวนต้วนเวลานี้หลิวหรงเป็นคนกุม
อำนาจในจวนต้วนไว้ทั้งหมดถึงแม้ชิงหมิงจะพยายามบั่นทอนอำนาจอย่างสุดกำลัง ทว่าก็ทำได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ
เท่านั้นฉะนั้นจวนต้วนจะต้องมีฮูหยินคนใหม่ที่ขึ้นมากุมอำนาจในจวนต้วนทั้งหมดไว้แทนในเมื่ออี๋เหนียงยังไม่เต็มใจที่จะ
ดูแลชิงหมิงกับน้องชายอย่างออกหน้าออกตาเช่นนั้นชิงหมิงทำได้เพียงหาวิธีการอื่นเพื่อเอาตัวรอดต่อไป”
พอชิงหมิงพูดจบก็ลุกขึ้นยืนทำความเคารพตู้ชิงหรวนแล้วเดินจากไป