การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 397 วางแผนการ
ต้วนอวี้นั่งหลับสัปหงกอยู่บนรถม้ากระทั่งเดินทางกลับมาถึงจวนต้วนต้วนเจิ้งได้ใช้เสื้อคลุมของเขาห่มให้กับต้วนอ
วี้แล้วอุ้มลงจากรถม้าเดินตรงเข้าไปส่งถึงเตียงพลางคลุมผ้าห่มให้เรียบร้อยก่อนกำชับกำชาจู้จื่อให้ดูแลบุตรชายเพียงคน
เดียวของเขาให้ดี
พูดได้ว่าหลายปีมานี้นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนเจิ้งอุ้มต้วนอวี้กลับมาที่เรือนบ่าวรับใช้ทั้งเรือนต่างเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก
ยังดีที่ต้วนชิงหมิงแวะมาที่เรือนของต้วนอวี้อยู่บ่อยครั้งเพียงนางเอ่ยปากกำชับต่อจากต้วนเจิ้งอีกครั้งหนึ่ง บ่าวทุกคนจึง
เงียบลง
ครั้นเอ่ยปากสั่งบ่าวรับใช้ที่เรือนต้วนอวี้เรียบร้อยต้วนชิงหมิงจึงเดินไปรอต้วนเจิ้งที่ห้องโถงด้านนอกพร้อมกับยื่น
นํ้าชาที่ชงเองกับมือส่งให้ “ท่านพ่อ เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งรับนํ้าชามาและดื่มรวดเดียวจนหมดท่าทางครุ่นคิดพลางหมุนถ้วยนํ้าชาในมือกลิ้งไปมา
ถึงแม้ต้วนอวี้อายุใกล้จะเจ็ดปีแล้วแต่ว่าร่างกายยังผ่ายผอมหากเทียบกับเด็กวัยเดียวกันนี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนเจิ้
งอุ้มเด็กมาก่อน เขาจึงรู้สึกปวดแขนไปหมด
ต้วนชิงหมิงมองต้วนเจิ้งยิ้มๆ “อวี้เอ๋อร์นอนหลับอย่างสบายใจ แต่เหนื่อยท่านพ่อแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งหัวเราะเสียงเบา “ปกติพ่อไม่เคยได้กอดอวี้เอ๋อร์เลยไม่ค่อยคุ้นเท่าไร”
เมื่อเถี่ยเฟิงเห็นทั้งสองคนเดินออกมาจากเรือนต้วนอวี้เขาจึงเดินเข้ากระซิบกระซาบเสียงเบา “ท่านแม่ทัพหลิวอี๋
เหนียงมารออวยพรวันเกิดของท่านแม่ทัพอยู่ที่ห้องโถงรับรองแล้วขอรับ!”
ต้วนเจิ้งหน้านิ่งยกมือขึ้นกล่าวเสียงเรียบ “รู้แล้ว”
เด็กสาวมองเถี่ยเฟิงยิ้มๆแล้วพูดขึ้น “ท่านพ่อ หลายวันมานี้หลิวอี๋เหนียงไม่สบายไม่รู้ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง? หมิงเอ๋
อร์ไม่ได้เจออี๋เหนียงมาหลายวันแล้ว……จะว่าไปก็นึกถึงอยู่เหมือนกันเจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งเห็นดวงตาของต้วนชิงหมิงลุกวาวขึ้นมาจึงเอ่ยขึ้น “ไปกันเถอะ วันนี้ไปทานอาหารเย็นกับพ่อนะ”
เด็กสาวยกยิ้มพลางเดินไปจับมือของต้วนเจิ้งและเดินไปห้องโถงรับรองด้วยกัน
ไม่นานสองพ่อลูกก็เดินมาถึงเรือนของหลิวหรงนางเห็นทั้งสองคนเดินเข้าประตูมารีบทำความเคารพทันที “ปีเซี่ย
ขอให้ท่านพี่มีสุขภาพแข็งแรง อายุมั่นขวัญยืนดังภูผาเจ้าค่ะ”
นางพูดไปก็หันไปรับของขวัญจากแม่นมหวางยื่นให้ต้วนเจิ้ง
วันนี้หลิวหรงสวมเสื้อผ้าหรูหรางดงามท่อนบนสวมเสื้อผ้าฝั้ายสีเขียวมรกต ท่อนล่างใส่กระโปรงจีบสีขาวบริสุทธิ์
บนศีรษะรวบผมเกล้าขึ้นสูงและปักปินที่ประดับนพรัตน์ช่วยขับให้ใบหน้าของนางดูผุดผ่องสดใสขึ้นมา
อันที่จริงหลิวหรงมีหน้าตาที่สวยสดงดงามกอปรกับการแต่งตัวในวันนี้ยิ่งทำให้นางดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
ต้วนชิงหมิงรีบเดินเข้าไปหาหลิวหรงแล้วพูดอย่างสนิทสนม “ชิงหมิงไม่ได้พบอี๋เหนียงมานานแล้วรู้สึกคิดถึงเป็น
อย่างมากช่วงนี้อี๋เหนียงสบายดีหรือไม่?”
บนตัวของหลิวหรงนั้นแม้จะใส่นํ้าหอมกลบเกลื่อน แต่พอดมให้ดีแล้วจะได้กลิ่นเหม็นจางๆ ออกมาจากตัวนาง
ด้วยกลิ่นเหม็นนี้ทำให้นางไม่กล้าเข้าไปใกล้ต้วนเจิ้งในเวลานี้เมื่อถูกต้วนชิงหมิงจงใจพูดขึ้นมา หลิวหรงจึงรู้สึกโกรธจนลม
ออกหู
นานครู่ใหญ่ถึงเอ่ยตอบอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ขอบคุณที่คุณหนูใหญ่ระลึกถึง ปีเซี่ยสบายดีเจ้าค่ะ”
สีหน้าของต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วพริบตาเดียวก็กลับมาปกตินางเบะปากก่อนจะพูดออกไป “ถ้าเป็นเช่นนั้นชิงหมิ
งก็วางใจได้แล้ว”
ต้วนเจิ้งมองหลิวหรงด้วยสายตาเรียบนิ่งต่อให้นางยื่นของขวัญมาให้ เขาก็จะให้เถี่ยเฟิงเข้าไปรับของนั้นแทนไม่
แสดงอาการออกทางสีหน้าใดๆ
หลิวหรงมองสามีก่อนเอื้อนเอ่ยเสียงเบาออกมาอย่างเก็บความไม่พอเอาไว้ภายใน “หรานเอ๋อร์จำได้ว่าวันนี้เป็น
วันเกิดของท่านพี่เพียงแต่ออกมาไม่ได้เพราะถูกกักบริเวณจึงไม่สามารถมามอบของขวัญวันเกิดให้ท่านพี่ได้หวังว่าท่านพี่
จะให้โอกาสหรานเอ๋อร์ออกมาทำหน้าที่ของบุตรสาวด้วยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงมองหลิวหรงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่เปลี่ยน
นี่คงเป็นแผนการขอร้องความเห็นใจของหลิวหรงสินะเพราะงานวันเกิดของต้วนเจิ้งถือเป็นเรื่องดีและเมื่อคนที่ถูก
กักบริเวณออกมาอวยพรวันเกิดได้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องกลับไปกักบริเวณอีก
ต้วนชิงหมิงมองแผนการของหลิวหรงได้อย่างทะลุปรุโปร่งต้วนเจิ้งก็อ่านขาดด้วยเหมือนกัน เขาเพียงทำหน้านิ่ง
ตอบหลิวหรง “เจ้าให้คนไปบอกหรานเอ๋อร์ ความดีของนางข้าทราบแล้วส่วนเรื่องของขวัญเป็นของภายนอกไม่จำเป็น
ต้องเอามาให้”
เมื่อต้วนเจิ้งพูดจบลงเด็กสาวกลับรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
หากเป็นเมื่อก่อนที่หลิวหรงขอร้องอ้อนวอนไม่นานต้วนอวี้หรานก็จะถูกปล่อยออกมาแล้วทว่าครั้งนี้ต้วนเจิ้ง
ตัดสินใจหนักแน่นว่าจะกักบริเวณต้วนอวี้หรานจนกว่าจะสำนึกผิด
หลิวหรงจัดการดูแลต้วนเจิ้งในทุกเรื่องมานานหลายปีรู้นิสัยของต้วนเจิ้งเป็นอย่างดีเห็นทีครั้งนี้อวี้หรานคงกระทำ
ความผิดที่ร้ายแรงเกินไปมิอย่างนั้นต้วนเจิ้งคงปล่อยนางออกมาตั้งนานแล้ว
ในเมื่ออีกฝั่ายพูดปฏิเสธออกมากลายๆนางจึงไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้อีก ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าพูดอะไรออกมา
บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองกลับมาเย็นยะเยือกขึ้นในชั่วพริบตา
สายตาของต้วนชิงหมิงมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเย้ยหยันมุมปากของนางโค้งขึ้นน้อยๆ ก่อนปรับสีหน้าเป็น
อ้อนวอนหันมาหาผู้เป็นบิดา “ท่านพ่อทำแบบนี้อาจไม่ดีนะเจ้าค่ะ โบราณว่าความกตัญูมาเป็นลำดับแรกตอนนี้น้องอวี้
หรานจำได้ว่านี่เป็นวันเกิดของท่านพ่อจึงอยากหาโอกาสมาอวยพรและมอบของขวัญท่านพ่อก็น่าจะให้โอกาสนางได้
แสดงความกตัญูออกมาส่วนเรื่องกักบริเวณนั้นรอให้มอบของขวัญเสร็จก็ให้กลับไปอยู่ที่เรือนตามเดิมก็ได้เจ้าค่ะ”
หลิวหรงได้แต่กัดฟันกรอดๆที่แท้ต้วนชิงหมิงก็ไม่ได้ปรารถนาดีพูดช่วยต้วนอวี้หรานนางแค่อยากให้ต้วนอวี้หรา
นมามอบของขวัญแล้วกลับไปกักบริเวณที่เรือนต่อดังเดิมหาใช่จะช่วยพูดให้ต้วนอวี้หรานเลิกโดนกักบริเวณเห็นที
แผนการที่เตรียมไว้จะต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า
ต้วนเจิ้งได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงพูดมาก็พยักหน้าเห็นด้วย
หลิวหรงใช้สายตาอาฆาตแค้นจ้องต้วนชิงหมิงเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อก็มิปานทว่าต้วนชิงหมิงหาได้แยแสไม่ พูด
ไปยิ้มไป “อี๋เหนียงเหตุใดสีหน้าถึงดูไม่ได้ขนาดนั้นเล่า หรือว่าไม่สบายตรงไหน?”
หลิวหรงกัดฟันแค่นเสียงตอบกลับแบบยิ้มๆ “ขอบคุณคุณหนูใหญ่มาก ปีเซี่ยไม่ได้เป็นอะไรเจ้าค่ะ!”
จากนั้นไม่นานเถี่ยเฟิงก็นำของขวัญที่ต้วนอวี้หรานต้องการมอบให้ต้วนเจิ้งมาให้
วันนี้ต้วนอวี้หรานใส่เสื้อผ้าฝั้ายสีชมพูอ่อนกับกระโปรงผ้าฝั้ายสีเขียวอ่อนบนศีรษะปักปินที่ประดับประดาด้วย
สายไข่มุกห้อยระย้าลงมาช่วยขับให้ใบหน้าของนางดูโดดเด่นและงดงามมากยิ่งขึ้นเมื่อต้วนอวี้หรานเดินเข้ามาห้องโถง
รับรองก็รีบอวยพรวันเกิดต้วนเจิ้งทันทีหลังจากนั้นก็ทำความเคารพต้วนชิงหมิงแล้วหยิบของขวัญยื่นให้ต้วนเจิ้งกับมือ
ต้วนเจิ้งเดิมทียังไม่พอใจกับการที่ต้วนอวี้หรานไม่รู้จักมารยาทและกฎระเบียบแต่วันนี้นางกลับทำได้ดีไม่มีที่ติ จน
ต้วนเจิ้งมองอย่างชื่นชม “ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องควรเป็นเช่นนี้สิถึงจะถูก”
ต้วนอวี้หรานที่ได้ฟังก็พูดอย่างขวยเขิน “เมื่อก่อนเป็นเพราะหรานเอ๋อร์ยังไม่ประสาทำให้ท่านพ่อเป็นห่วงบัดนี้
หรานเอ๋อร์ขอโทษพี่ชิงหมิงด้วยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงพูดตอบต้วนอวี้หรานไปสองสามประโยคและก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีกดูท่าแล้วหลังจากที่ต้วนอวี้หราน
ถูกกักบริเวณนางคงคิดเปลี่ยนแผนใหม่เพื่อมาเล่นงานอีกกระมัง
หากบอกว่าต้วนอวี้หรานเกิดคิดกลับใจขึ้นมาได้แล้วให้หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรนางก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด เพียงแต่
สิ่งที่อีกฝั่ายจงใจทำให้ต้วนเจิ้งเห็นต่อหน้าต้องเป็นหนึ่งในแผนที่นางได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแน่
เป็นอย่างที่ต้วนชิงหมิงคาดคิดไว้หลังจากที่ต้วนอวี้หรานนั่งลงก็หันหน้ามาพูดกับนาง “พี่สาวเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนนี้
เป็นความไม่ประสีประสาของหรานเอ๋อร์เองคำพูดคำจาและการกระทำต่างทำให้เกินเหตุ ในเวลานี้หรานเอ๋อร์สำนึกผิด
แล้วหวังว่าต่อไปพี่สาวคงช่วยอบรมบ่มนิสัยให้หรานเอ๋อร์ด้วยนะเจ้าคะ”
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปจับมือต้วนอวี้หรานพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมาด้วยความดีใจ “เจ้ากับพี่นั้นมีความ
ผูกพันเป็นพี่กับน้องอีกหน่อยไปมาหาสู่กันให้มากก็ย่อมได้ ส่วนเรื่องอบรมบ่มนิสัยนั้นพี่คงไม่กล้าหรอกแต่ถ้ามาขอความ
รู้ละก็ พี่สาวคนนี้จะบอกสิ่งที่รู้อย่างไม่ปิดบัง”