การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 398 ช่างบังเอิญเสียจริง
ต้วนชิงหมิงกำลังพินิจความเปลี่ยนแปลงของต้วนอวี้หรานอยู่นางรู้ได้ทันทีเพราะมือที่จับกับต้วนอวี้หรานนั้นสั่น
ระริกไปหมดนางทำท่าเหมือนอยากจะดึงมือกลับไปทว่าต้วนชิงหมิงกลับจับมืออีกฝั่ายแน่นขึ้นไม่ยอมปล่อย ต้วนอวี้หรา
นได้แต่ยิ้มเจื่อนออกมา “ของคุณพี่สาวมากเจ้าค่ะ!”
ทางด้านต้วนเจิ้งเมื่อเห็นพี่น้องคู่นี้คุยกันอย่างถูกคอความรู้สึกที่ไม่ชอบต้วนอวี้หรานกลับแปรเปลี่ยนไปทันทีเขา
หัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ “พ่อได้เห็นพี่น้องคู่นี้มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเพียงนี้พ่อก็วางใจได้แล้ว”
ทว่าหลิวหรงกลับแอบหันหน้าไปอีกทางเบะปากครั้นหันกลับมาอีกทีใบหน้านั้นช่างเต็มเปียมไปด้วยรอยยิ้มที่
สดใสนางรู้จักนิสัยของต้วนอวี้หรานเป็นอย่างดี หากจะให้นางแสดงความอ่อนแอย่อมไม่มีทางและหากให้นางไปคืนดีกับ
ต้วนชิงหมิงยิ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นต้วนอวี้หรานกลับดูมีความสัมพันธ์ที่ดีกับต้วนชิงหมิงอย่างผิด
สังเกตเห็นทีพายุลูกใหม่คงใกล้มาเยือนแล้วแม้ว่าหลิวหรงยังมิทราบแผนการในครั้งนี้ของบุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง
ทว่าคนเป็นแม่อย่างไรเสียก็สามารถสัมผัสถึงความผิดปกตินี้ได้แม่นยำ
หลิวหรงสาวเท้าเดินเข้าไปพูดกับบุตรี “อวี้หรานจะต้องรักใคร่ปรองดองกับพี่สาวให้มากๆอย่าได้เอาแต่ใจอีกรู้
หรือไม่?”
ต้วนอวี้หรานมองค้อนหลิวหรงเบาๆไปครั้งหนึ่ง กล่าวเสียงเรียบ “ในเมื่อท่านแม่ไม่สบายก็ควรจะพักรักษาตัวที่
เรือนก่อนความสัมพันธ์ของหรานเอ๋อร์กับพี่สาวนั้นรู้ดีว่าควรเป็นไปในทิศทางไหนเจ้าค่ะ”
หลิวหรงได้ยินที่บุตรีพูดถึงกับหน้าซีดเผือดขึ้นมานี่หรือคือบุตรสาวที่นางเฝั้าอุตส่าห์ฟูมฟักด้วยความรักที่มี
ทั้งหมดเหตุใดนางถึงพูดออกมาโดยไม่คิดไตร่ตรองบ้างเลย
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้หรานร่วมทานอาหารเย็นกับต้วนเจิ้งเรียบร้อยแล้วจึงได้ขอตัวลากลับเรือน ทันที
ที่ต้วนชิงหมิงเดินออกจากประตูต้วนอวี้หรานก็รีบวิ่งตามออกมาติดๆ “พี่สาวเรื่องเมื่อวานซืนนั้นเป็นความผิดของน้อง
สาวคนนี้ทั้งหมดข้าต้องขอโทษพี่สาวด้วยนะเจ้าคะ”
ต้วนชิงหมิงหยักยิ้มน้อยๆเว้นจังหวะชั่วครู่ก่อนเอ่ยปาก “อันที่จริงแล้วเรื่องนี้พี่ลืมไปหมดแล้ว อีกทั้งเมื่อครู่เจ้า
ก็ได้ขอโทษไปแล้วเหตุใดยังต้องรื้อฟืนขึ้นมาอีก?”
ต้วนอวี้หรานชักสีหน้าทันทีที่ได้ยินต้วนชิงหมิงอ้าปากหัวเราะเย้ยเสียงเบาออกมา แล้วเอ่ยต่ออีกประโยค “เหอะ
เหอะ! ความหมายของเจ้าคงเป็น คืนนี้ยังไม่ดึกดื่นเลยอยากไปนั่งจิบนํ้าชาที่เรือนพี่สินะ”
นางจ้องมองต้วนอวี้หรานอย่างพินิจรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของนาง แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเอาแต่
หัวเราะ “ได้สิ พี่กำลังอยากพาน้องสาวไปพูดคุยกันอยู่พอดี”
แววตาของต้วนอวี้หรานปรากฏแสงแห่งความได้ใจขึ้นมานางเดินขึ้นมาจับมือต้วนชิงหมิงราวกับสนิทสนมกันมา
นานมากอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงเรือนต้วนชิงหมิงทันใดนั้นกลับปรากฏเงาดำของผู้ชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากเรือนของต้วนชิงห
มิงเมื่อเงาดำนั้นเห็นทั้งสองคนเลยรีบหนีด้วยความว่องไว
“พี่… สาว มี ผะ ผะ ผะ… ผู้ชายวิ่งออกมาจากเรือนของพี่น่ะ” ต้วนอวี้หรานสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจจนต้อง
ยกมือขึ้นมาปิดปาก
ต้วนชิงหมิงเห็นเงาดำนั้นกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกทว่าไม่ว่าจะนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าเป็นใครที่กล้า
มาบุกถึงเรือนคุณหนูใหญ่
“พี่สาว ทำไมถึงได้มีผู้ชายเข้ามาอยู่ที่เรือนได้เจ้าคะ? น้องเห็นเงาดำนั้นหยิบของติดมือไปด้วย หรือว่าจะเป็นโจร
มาขโมยของพวกเรารีบกลับไปแจ้งท่านพ่อให้จัดการเรื่องนี้แทนพวกเราจะดีกว่าไหม?” ต้วนอวี้หรานร้องขึ้นด้วยความ
ตกใจ
เมื่อต้วนอวี้หรานพูดจบลงก็ไม่รีรอให้ต้วนชิงหมิงพูดตอบหันหลังกลับไปสั่งเยวี่ยหวาเสียงดัง “เยวี่ยหวา!เจ้ามัวแต่
ยืนทำอะไรอยู่? ทำไมไม่รีบไปแจ้งนายท่านว่ามีเงาดำผู้ชายวิ่งออกมาจากห้องพี่สาว”
ในตอนนี้เองสายตาของต้วนชิงหมิงกลับชะงักไป
เห็นชัดว่าต้วนอวี้หรานตั้งใจมาเพื่อจับผิดว่ามีผู้ชายวิ่งออกมาจากเรือนของนางไม่ว่าจะเป็นหัวขโมยหรือว่าการ
แอบซ่อนผู้ชายไว้ในเรือนความผิดในครั้งนี้ก็นับว่าใหญ่พอตัว ถ้าเกิดแพร่ออกไปข้างนอกไม่รู้ว่านางจะสู้หน้าคนได้
อย่างไร?
เยวี่ยหวารับคำสั่งกลับตัวหมายจะมุ่งไปทางเรือนของต้วนเจิ้งต้วนชิงหมิงหันไปส่งสายตาให้กับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่ยืน
อยู่ข้างหลัง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบสาวเท้าไปกางแขนขวางทางเยวี่ยหวา “น้องเยวี่ยหวากำลังจะไปไหนอย่างนั้นหรือ?”
“คุณหนูรองให้ข้ารีบไปแจ้งนายท่านว่าเรือนของคุณหนูใหญ่มีขโมยขึ้น” เยวี่ยหวาพูดด้วยความตกใจหน้าซีด
เผือด
สีหน้าของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่แสดงอารมณ์ไม่พูดไม่จา ง้างมือขึ้นมาแล้วตบเข้าไปที่หน้าของเยวี่ยหวาอย่างแรงครั้ง
หนึ่งเด็กสาวยกมือขึ้นจับใบหน้าที่เพิ่งโดนตบจนแดงกํ่าตะโกนใส่หน้าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ดังลั่น “เจ้าถือดีอะไรมาตบข้า?”
อีกฝั่ายสะบัดมือพร้อมกับหัวเราะเยาะออกมา “คุณหนูของพวกข้าเป็นถึงบุตรสาวลูกภรรยาเอก ชื่อเสียงของคุณ
หนูใหญ่บ่าวรับใช้อย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาใส่ร้ายได้ตามอำเภอใจ เยวี่ยหวา…เจ้าบอกว่าในเรือนคุณหนูของข้ามีผู้ชายวิ่ง
ออกมานี่ถือเป็นโทษหลอกลวงนายท่านเชียวนะ เจ้าไม่รู้หรอกหรือ?”
ด้านต้วนอวี้หรานกลับยิ้มเย้ยหยันไปที่ต้วนชิงหมิงพูดกระแนะกระแหน “พี่สาวเรื่องเมื่อครู่นี้พี่กับน้องต่างเห็นกับ
ตามิใช่หรือ? ทำไมเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถึงได้ลงไม้ลงมือตบคนของข้าอีก?”
ต้วนชิงหมิงเดินถือโส่วหลูออกมายืนด้านข้างสีหน้าของนางเยือกเย็นไม่แสดงอารมณ์ใดทว่าความเย็นชาและ
ความน่าเกรงขามทำให้นางดูสูงส่งจนคนอื่นมิกล้าต่อกร
นางจ้องไปที่ต้วนอวี้หรานพูดเสียงเรียบนิ่งทว่าชัดถ้อยชัดคำ “ตบได้ดี ตบได้แรง ตบแบบนี้เหมาะสำหรับพวก
ตาถั่ว เยวี่ยหวา……เจ้ายังไม่สืบหาความจริงให้กระจ่าง กลับบังอาจกล้ามาใส่ร้ายปั้ายสีคุณหนูอย่างข้าสมควรโดนตบให้
แรงกว่านี้อีก!”
กลีบปากของต้วนอวี้หรานเผยออ้าออกสะอึกจนไปต่อไม่เป็นเห็นได้ชัดว่าคำด่าพวกนี้กำลังหมายถึงนาง ที่ทำ
อะไรไม่รอบคอบไม่ดูตาม้าตาเรือเช่นนั้นหรือ
ในเมื่อต้วนชิงหมิงไม่ไว้หน้าให้กันแล้วนางก็มิจำเป็นต้องแสร้งทำเป็นยิ้มอีกต่อไป ยกมือขึ้นชี้ไปทางที่เงาดำหาย
แวบไป “หรือว่าพี่สาวมองไม่เห็นผู้ชายที่วิ่งออกมาจากเรือนของพี่? สิ่งที่เยวี่ยหวาพูดออกมาว่าเรือนของคุณหนูใหญ่มี
ผู้ชายวิ่งออกมานั้นมีคำไหนที่ผิดเพี้ยนไปบ้างหรือ?”
ต้วนชิงหมิงได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างละเหี่ยใจ…ต้วนอวี้หราน! ข้าคิดว่าเจ้าจะมีแผนการที่แยบยลมากขึ้นแล้วเสีย
อีกแต่มันกลับยังไม่พอสำหรับตอนนี้อย่างน้อยที่สุดสำหรับเรื่องนี้นางยังไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าการจะใส่ร้ายคนต้องมีหลัก
ฐานทั้งคนและของจึงจะน่าเชื่อถือ การมีคู่ต่อสู้ที่ไร้นํ้ายาเช่นนี้ ต้วนชิงหมิงได้แต่มองอย่างสมเพชเวทนา
ต้วนชิงหมิงหยุดเว้นจังหวะเพียงครู่ก่อนพูดเย้ยหยันออกมา “ที่เยวี่ยหวาพูดออกมานั้นไม่ผิด ที่น้องสาวพูดออก
มาก็ไม่ผิดเช่นกันแต่บางครั้งแม้เห็นด้วยสองตา ได้ยินด้วยสองหูก็อาจมิใช่เรื่องจริงก็ได้…เงาดำผู้ชายคนนั้น น้องอวี้หรา
นอาจเห็นไม่ชัด แต่พี่สาวคนนี้กลับเห็นชัดใสแจ๋วเลยเงาดำนั้นวิ่งไปพร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างออกนอกลำตัว การก้าว
ฝีเท้าสั้นและถี่เส้นผมยาวจนถึงด้านหลังพลิ้วไหวไปมาตามลมอีกอย่างยังมีท่าวิ่งที่เหมือนนกเพิ่งหัดโบยบินเงาดำนั้นมอง
แผ่นด้านหลังอย่างไรก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นผู้หญิง… ข้าแอบสงสัยหรือน้องอวี้หรานจะมีปัญหาเรื่องความสามารถในการตัดสิน
ใจเรื่องธรรมดาใช่หรือไม่?”
ต้วนอวี้หรานถูกต้วนชิงหมิงพูดดักคอไว้ทั้งหมดนางกัดฟันกรอดๆ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธแค้น
หลังจากที่นางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็เอ่ยปากพูดเสียงรัวเร็ว “พี่สาวมีที่ไหนกันผู้หญิงสวมเสื้อผ้าผู้ชาย? หากจะให้น้อง
สาวคนนี้พูดออกมาละก็ต้องเป็นเพราะบ่าวรับใช้ในเรือนไม่ระมัดระวังจึงทำให้เงาดำผู้ชายแอบเข้ามาได้พี่สาวให้คนออก
ไปสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างเสียดีกว่า”
ต้วนชิงหมิงพรูลมหายใจพลางเพ่งมองอีกฝั่ายด้วยความผิดหวังจับใจ นางนึกว่าต้วนอวี้หรานจะมีแผนการที่
แยบยลมากกว่านี้หลายเท่าเสียอีกที่แท้ก็เป็นเพียงแผนการตื้นๆ เท่านั้น
พอเห็นอีกฝั่ายไม่โต้ตอบต้วนอวี้หรานจึงเดินเข้าไปหมายประชิดตัวและพูดข้างหู “พี่สาวเรื่องทั้งหมดนี้จะปล่อย
ผ่านไปไม่ได้พี่สาวรีบให้คนรีบตามไปสืบจากนั้นเอาตัวไปลงโทษให้หนักก็แล้วกัน!”
อย่างไรเสียต้วนอวี้หรานได้เผยโฉมที่แท้จริงออกมาแล้วนางต้องการใส่ร้ายปั้ายสีต้วนชิงหมิงให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
และแก้ตัวไม่ขึ้น
ต้วนชิงหมิงได้แต่มองต้วนอวี้หรานด้วยสีหน้าที่ดูถูกดูแคลนเป็นที่สุด “น้องอวี้หรานพูดได้ถูกต้องที่สุด ไม่ว่าใคร
ทำผิดจะต้องลากตัวมาลงโทษให้สาสมทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่บงการอยู่เบื้องหลังเพียงแต่ทุกการตัดสินจะต้องมี
หลักฐานที่แน่นหนาพอและประจักษ์ต่อสายตาจะมาพูดส่งเดชไปเรื่อยมิได้เป็นอันขาด”