การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 400 แผนการล้มเหลว
เพียงแค่เยวี่ยหวาคิดวิธีการที่ต้วนอวี้หรานใช้ลงโทษนางอย่างทรมานก็รู้สึกขนพองสยองเกล้าขึ้นมาด้วยความ
หวาดกลัวจนต้องผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
แผนการขั้นต่อไปของต้วนอวี้หรานได้วางไว้เรียบร้อยแล้วตอนนี้เหลือเพียงเยวี่ยหวาทำตามแผนก็ถือว่าสำเร็จ
พูดตามตรงเรื่องที่ทำให้คนทุกข์ทรมานนั้นนางไม่เคยคิดอยากทำแม้แต่น้อยอีกอย่างเรื่องที่ล้มเหลวในครั้งที่แล้ว
ไม่ว่าต้วนชิงหมิงจะอ่านออกก่อนหรืออย่างไรสำหรับเยวี่ยหวานั่นก็ถือเป็นชนักติดหลังที่นางไม่อาจทำเรื่องผิดพลาดได้
อีกครั้ง
ตามความคิดของเยวี่ยหวาช่วงนี้ควรพักเรื่องการเล่นงานต้วนชิงหมิงไว้ก่อนแต่ว่าต้วนอวี้หรานหาได้ฟังไม่ ยิ่งเพิ่ม
ระดับการทำร้ายให้หนักขึ้นไปอีกซึ่งนางก็มิอาจปริปากพูดเตือนสติต้วนอวี้หรานได้ในเมื่อเลือกเจ้านายแล้วก็คงต้องก้ม
หน้ายอมรับในโชคชะตานางทำได้เพียงซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเจ้านายต่อไปไม่ว่าต้วนอวี้หรานสั่งให้นางทำเรื่องอะไรก็
ตามเยวี่ยหวาไม่มีสิทธิ์ลังเลว่าจะทำหรือไม่ทำ
ในเรือนต้วนชิงหมิงตอนนี้เยวี่ยเจียกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่างยุ่งกับงานต่างๆ ในเรือนชิวหนิงที่อยู่ด้านนอกก็เดินตามเข้า
มาในห้อง เมื่อเห็นบ่าวรับใช้ทุกคนต่างรับผิดชอบในงานของตนเหลือเพียงเยวี่ยหวาที่ยืนงงงวยเพียงคนเดียวโดยไม่รู้ว่า
งานที่ต้องทำคืออะไร
เยวี่ยหวามองไปรอบๆและกัดฟันอย่างหนักแน่นเชื่อมั่นในครั้งนี้เพื่อชีวิตที่ดีนางจะทำผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด
เพียงแต่ครั้งนี้เยวี่ยเจียจะเป็นผู้ที่รับความแค้นที่ต้วนอวี้หรานมีต่อต้วนชิงหมิงแต่เพียงผู้เดียวถึงตอนนั้นจุดจบของนาง
ต้องอเนจอนาถ อย่างไม่ต้องสงสัย
ต้วนอวี้หรานแค่เม้มปากเบาๆเยวี่ยหวาก็รู้ว่าต้องเดินตามต้วนชิงหมิงเข้าไปห้องโถงในเรือนก่อนจากนั้นต้วนอวี้
หรานจึงเดินตามเข้ามาทีหลัง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบยกนํ้าชามาวางให้ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้หรานทันที
ต้วนชิงหมิงที่เจอเรื่องราวมาทั้งวันรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มทีนางเดินเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและพักผ่อนสักครู่
สั่งเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์สักสองสามประโยคก่อนที่จะเดินออกมาข้างนอกส่วนต้วนอวี้หรานกลับนั่งรออยู่ที่เดิมโดยเริ่มยกนํ้าชา
ขึ้นดื่มรวดเดียวแทนการจิบ
นางดื่มนํ้าชาในถ้วยหมดในพริบตาเพราะทานอาหารที่มีรสชาติค่อนข้างหนักไปทางเค็มระหว่างที่ชิวหนิงกำลังริน
นํ้าชาเติมให้อย่างต่อเนื่อง ต้วนอวี้หรานก็มองซ้ายมองขวากวาดสายตาไปทั่วห้องอย่างละเอียด
ทว่าตอนนี้ต้วนอวี้หรานได้อยู่กับชิวหนิงในห้องโถงตามลำพังนางไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงจะมาไม้ไหนกันแน่แต่ว่านาง
จะไม่ปล่อยโอกาสที่ได้อยู่กับชิวหนิงตามลำพังให้ต้องเสียเปล่าถึงเวลาที่จัดการชิวหนิงได้แล้ว
เมื่อเห็นว่าชิวหนิงกลับตัวหมายจะเดินออกไปจู่ๆ ต้วนอวี้หรานได้หัวเราะขึ้นมา “ชิวหนิง ได้ยินมาว่าไม่กี่วันมานี้
แม่และพี่ชายของเจ้าเกิดเรื่องขึ้นไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
ใบหน้าที่เปือนรอยยิ้มของต้วนอวี้หรานเป็นเพียงการเสแสร้งเท่านั้นไม่กี่วันมานี้แผนการที่จะเล่นงานต้วนชิงหมิ
งกับต้วนอวี้ต่างพังไม่เป็นท่าถึงแม้เปั้าหมายของต้วนอวี้หรานยังไม่สำเร็จ ทว่านางมิอาจให้ชิวหนิงอยู่ว่างๆโดยเปล่า
ประโยชน์และอยู่นอกการควบคุมของนาง
ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินของชิวหนิงชะงักหยุดลงทันทีนางหันหน้ามามองต้วนอวี้หรานอย่างเชื่องช้าราวกับใบหน้า
ของต้วนอวี้หรานมีสิ่งลํ้าค่าประดับอยู่
พูดตามความจริงชิวหนิงไม่เข้าใจเลยว่าคนอะไรช่างหน้าด้านหน้าทนได้ถึงเพียงนี้ทำเรื่องชั่วช้าได้มากมายจน
กลายเป็นเรื่องปกติชินชาเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ชิวหนิงจ้องมองอีกฝั่ายด้วยความสงสัยและขัดข้องใจต้วนอวี้หรานรีบพูดด้วยความเข้าใจในทันที “อ๋อข้ารู้แล้ว
เจ้าคงไม่รู้ว่าแม่กับพี่ชายเกิดอะไรขึ้นบ้างดังนั้นจึงยังไม่คลายความกังวลใช่หรือไม่?”
สิ่งที่ต้วนอวี้หรานพูดออกมาเรื่องแม่และพี่ชายที่ถูกจับตัวไปโดยไม่ทราบสาเหตุถือเป็นการพูดเตือนสติให้ชิวหนิง
รู้ถึงผลลัพธ์ที่ตามมาหากไม่ทำตามที่นางสั่งว่าจะเป็นเช่นไร
ชิวหนิงไม่โต้ตอบหรือมีท่าทีลนลานใดนางเพียงยิ้มมุมปากแล้วหมุนตัวถือกานํ้าชาเดินกลับออกจากห้องไป
ระหว่างที่ชิวหนิงกลับตัวเดินออกไปนั้นในที่สุดนางก็เข้าใจหลักเหตุผลขึ้นมาอย่างถ่องแท้ถ้าเราทำสิ่งใดกับคนที่
รู้จักเหตุและผลย่อมมีแต่ความสบายใจแต่ถ้าทำสิ่งใดกับคนที่ไม่รู้จักคำว่าเหตุและผลก็ไม่ต่างอะไรกับการสีซอให้ควายฟัง
ต้วนอวี้หรานนั้นเป็นคนประเภทหลังที่ไม่ว่าจะพูดเหตุและผลมากมายเพียงใดสิ่งที่พูดออกไปมีแต่จะไร้ประโยชน์
เหมือนสีซอให้ควายฟัง
ชิวหนิงได้ยิ้มมุมปากอีกครั้งให้กับต้วนอวี้หรานพร้อมกับพูดลากเสียงยาว “บ่าวอยากถามคุณหนูรองเสียหน่อย
เจ้าค่ะคุณหนูรองอยากฟั้องคุณหนูใหญ่ว่าบ่าวเห็นแก่ทรัพย์สินเงินทองอามิสสินจ้างหรือจะฟั้องว่าคุณหนูรองเอาชีวิตแม่
กับพี่ชายของบ่าวมาข่มขู่จนบ่าวต้องจำยอมพาคุณชายใหญ่ไปมอบให้กับคนเลวพวกนั้นดีละเจ้าคะ?”
ชิวหนิงได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อยและพูดเสียงเบาๆ “คุณหนูรอง ถ้าจะเอาเรื่องเหล่านี้ไปฟั้องคุณหนูใหญ่ บ่าวเห็น
ว่าอย่าได้เสียแรงเปลืองนํ้าลายเปล่าเลยเจ้าค่ะเพราะคุณหนูใหญ่ของบ่าวทราบเรื่องทั้งหมดนี้แล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานตกใจจนอ้าปากค้างกับสิ่งที่ชิวหนิงพูดออกมา
นี่นางจะบอกว่าเรื่องทั้งหมดนั้นต้วนชิงหมิงทราบหมดแล้วหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นไม่รู้ว่าตอนนี้ชิวหนิงกำลังพูดโกหก
หรือว่าต้วนชิงหมิงโง่เขลาหลงเชื่อคำพูดของชิวหนิงไปแล้ว
อันที่จริงต้วนอวี้หรานตั้งใจใช้เรื่องอามิสสินจ้างกับครอบครัวของชิวหนิงมาข่มขู่ให้นางยอมทำตามที่สั่งอีกครั้ง
ทว่าคำพูดเหล่านี้กลับจุกอยู่ที่อกของชิวหนิงจนพูดไม่ออก
เมื่อชิวหนิงกลับตัวแล้วยืนอยู่กำลังจะเดินออกไป
ในมือของนางถือกานํ้าชาที่เพิ่งเติมนํ้าร้อนและมีควันพวยพุ่งออกมาจากปากของกานํ้าชาทำให้เห็นใบหน้าของ
นางไม่ชัดเจน
ด้านนอกหน้าต่างที่มีหิมะโปรยปรายลงมาส่วนภายในห้องมีถ่านที่จุดให้ความอบอุ่นกำลังลุกโชติช่วงส่องไปที่ชิว
หนิงทำให้เห็นสายตาที่สงบนิ่งและน่าสงสารสะท้อนแสงไฟออกมา
ความรู้สึกของต้วนอวี้หรานกับชิวหนิงที่ต่างฝั่ายต่างไม่ยอมลดทิฐิลง
จนไม่รู้เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปนานเพียงใดในที่สุดต้วนอวี้หรานก็ยอมขยับตัวและเผยรอยยิ้มที่มีเลศนัยออกมา
ส่วนสายตาของนางก็จ้องชิวหนิงอย่างไม่ละสายตาลงแม้แต่ขณะเดียว ก่อนพูดเน้นทีละคำ “ชิวหนิง ข้าจะบอกเจ้าให้เอา
บุญ อย่าได้สร้างเรื่องมาหลอกข้าเลย…เจ้ากับต้วนชิงหมิงรู้จักกันมานานเท่าไร ข้าเป็นพี่น้องกับนางมานานเท่าไรมีหรือที่
ข้าจะไม่รู้ความคิดความอ่านของต้วนชิงหมิง…ต้วนชิงหมิงมิใช่คนที่จิตใจกว้างขวางดั่งนภากาศ ถ้าเจ้าทรยศหักหลังนาง
ขึ้นมาเจ้าคงไม่รู้ด้วยซํ้าว่าชีวิตจะจบลงแบบไหน”
ชิวหนิงเอาแต่เม้มปากไม่โต้ตอบ
ต้วนอวี้หรานเลยนึกว่าคำพูดของนางได้ผลจึงพูดต่อไป “เรื่องครั้งที่แล้วถูกเจ้าทำพังไปกว่าครึ่งครั้งหน้าถ้าเจ้ายัง
กล้าทำเรื่องให้พังอีกละก็ข้าจะให้แม่กับพี่ชายของเจ้าได้ตายอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน”
พอชิวหนิงได้ฟังก็หลุดหัวเราะออกมา “คุณหนูรอง บ่าวไม่มีอะไรจะพูดแก้ตัวแล้วเจ้าค่ะคุณหนูรองคิดอย่างไร
ก็ได้เจ้าค่ะ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้วบ่าวขอตัวลาก่อนเจ้าค่ะ”
ทันทีที่ชิวหนิงพูดจบก็ไม่ได้หันหน้ากลับไปมองต้วนอวี้หรานอีกต่อไปนางกลับตัวแล้วเดินออกไปทันที
อยู่ๆชิวหนิงคิดขึ้นได้ขืนต้วนอวี้หรานยังขืนพูดต่อไปเกรงว่านางจะกลั้นหัวเราะเสียงดังออกมามิได้
ไร้เดียงสาเบาปัญญา คิดว่าตนเองเก่ง สิ่งเหล่านี้คือลักษณะของต้วนอวี้หรานแต่ต้วนอวี้หรานกลับคิดว่านางเป็น
คนที่เฉลียวฉลาดเป็นกรด ช่างน่าเวทนานัก
ขณะเดียวกันนางกลับรู้สึกดีใจเป็นล้นพ้นที่เจ้านายของนางไม่ใช่ต้วนอวี้หรานผู้โง่เขลาคนนี้
เมื่อเห็นชิวหนิงเดินพ้นประตูออกไปเด็กสาวกระแทกถ้วยนํ้าชาในมือลงบนโต๊ะจนเสียงดังลั่นด้วยความโมโหพลาง
หันไปมองหิมะที่โปรยปรายลงมานอกหน้าต่าง
ชั่วร้ายช่างชั่วร้ายเหลือเกิน!ไม่ว่าใครที่ติดตามต้วนชิงหมิงมักจะเปลี่ยนแปลงไปในทางชั่วร้ายทุกคน…
`