การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 401 เกิดเรื่องขึ้นแล้ว
ใบหน้าของต้วนอวี้หรานบูดเบี้ยวแทบดูไม่ได้ต้วนชิงหมิงที่เดินกลับเข้ามาเห็นก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย “น้องอ
วี้หรานทำไมไม่อยู่ในห้องโถงล่ะ กำลังจะไปไหนอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดของต้วนชิงหมิงเหมือนเป็นการพูดไล่นางทางอ้อมสีหน้าของต้วนอวี้หรานจึงดูไม่รับแขก ในเมื่อแผนการยัง
ไม่ประสบความสำเร็จนางยังไม่สามารถจากไปอย่างง่ายดายได้ เด็กสาวแอบระบายลมหายใจเข้าออกช้าๆจนรู้สึกดีขึ้น
สาบานในใจว่าจะไม่มีทางให้ต้วนชิงหมิงสมหวังตามต้องการ
ต้วนอวี้หรานพยายามดึงสติคลี่ยิ้มตอบ “หรือว่าที่ห้องของพี่สาวไม่มีใบชาอีกแล้วอย่างนั้นหรือ?ถ้าไม่มีละก็
ประเดี๋ยวน้องสาวจะกลับไปเอาที่เรือนมาให้ก็ได้!”
เชอะ!ถ้าต้วนชิงหมิงไม่มีใบชา นางยอมกลับไปเอาที่เรือนมาให้นางไม่มีทางที่จะกลับเรือนไปโดยไม่กลับมาแน่
ตอนนี้ต้วนชิงหมิงสวมเสื้อผ้าสีชมพูชุดใหม่ที่ช่วยขับให้ผิวพรรณของนางดูสว่างสดใสเปล่งประกายเส้นผมดำขลับ
ถูกเกล้าขึ้นพร้อมเสียบปินประดับไข่มุกเพียงชิ้นเดียวในระหว่างที่พูดไปปินปักผมที่มีสายไข่มุกห้อยระย้าก็กวัดแกว่งไป
มาตามทิศทางของศีรษะที่โยกไปตามจังหวะการก้าวเดินเข้าไปในห้องโถง
กระถางที่จุดไฟถ่านอยู่นั้นสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ขาวผ่องเป็นยองใยผิวพรรณที่ขาวเรียบเนียน คิ้วที่โก่งโค้งได้รูป
แววตาที่เปล่งประกายดุจดวงดาวริมฝีปากเล็กเป็นกระจับและรอยยิ้มตรงมุมปากเผยให้เห็นความงามของต้วนชิงหมิง
ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนด้านล่างของนางสวมกระโปรงลายดอกสีขาวดูสูงส่งและสูงศักดิ์อยู่มิน้อย
ต้วนอวี้หรานมองตามอย่างไม่คลาดสายตายิ่งมองนานเท่าไรภายในใจก็ยิ่งอิจฉาริษยาจนยากจะทนดูได้จนต้อง
เมินหน้าหนียิ้มเจื่อนๆ ออกมา “พี่สาวสวยเหลือเกิน…”
ทว่ายิ่งดูงดงามมากเท่าไรก็ยิ่งอยากทำลายมากขึ้นไปเท่านั้นบัดนี้ต้วนอวี้หรานอยากทำให้ชีวิตของต้วนชิงหมิงพัง
พินาศไปต่อหน้าต่อตาเดี๋ยวนี้เลย
ต้วนชิงหมิงไม่ได้ตอบสิ่งใดทว่ากลับมีสีหน้าเย็นชา เอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ “ใบชาและนํ้าต้มชาที่เรือนของพี่สาวก็ยัง
มีอยู่เพียงแต่พี่สาวแปลกใจว่าเหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้มีเวลาว่างมากมายที่จะอยู่ที่เรือนพี่สาวได้นานถึงเพียงนี้”
“หึ หึ ก็แค่ไม่ได้ไปมาหาสู่กับพี่สาวถึงเรือนตั้งนานแล้วข้าเพียงแค่อยากแวะมาคุยกับพี่สาวให้นานเสียหน่อย”
นางตอบยิ้มๆ
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงเงียบไปไม่ตอบกลับนางจึงถือโอกาสพูดต่อไปอีกประโยค “ใช่แล้ว พี่สาว…ข้าได้ยินมาว่า
ครอบครัวของชิวหนิงเกิดเรื่องขึ้นอย่างนั้นหรือมิทราบว่าพี่สาวทราบเรื่องนี้หรือยัง?”
ต้วนชิงหมิงปรายตามองต้วนอวี้หรานก่อนจะตอบเสียงเรียบ “น้องสาวช่างเป็นห่วงเป็นใยชิวหนิงเสียเหลือเกิน
นะทำเอาเจ้านายอย่างพี่ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี”
“เหอะ เหอะ! ก็แค่เห็นชิวหนิงเป็นบ่าวรับใช้ที่ได้เรื่องได้ราวข้าก็อดแปลกใจไม่ได้”
อีกฝั่ายได้แต่เลิกคิ้วขึ้นยกมุมปากไม่เปล่งวาจาภายในห้องจึงเงียบงันขึ้นมาอีกครั้งเนิ่นนานพักใหญ่เห็นเพียงต้วน
ชิงหมิงกำลังก้มหน้าจิบชาอยู่เงียบๆด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง ความสูงส่งและสง่างามแผ่ซ่านออกมาจากตัวนางต้วนอวี้หรานได้
แต่แอบชำเลืองมอง
แต่ไหนแต่ไรมาต้วนอวี้หรานชอบต่อกรกับต้วนชิงหมิงเป็นชีวิตจิตใจตั้งแต่แย่งสิ่งของทั้งหมดของนาง จนตอนนี้
ของเกือบทุกอย่างได้แย่งมาหมดแล้วอันที่จริงต้วนอวี้หรานคิดว่าตัวนางสามารถช่วงชิงชัยชนะมาได้แต่นางกลับพบว่ายิ่ง
แย่งมาได้มากเท่าไร ต้วนชิงหมิงก็ยิ่งดูสูงส่งขึ้นไปเท่านั้นนางแย่งได้เพียงสิ่งของนอกกายของต้วนชิงหมิงเท่านั้น แต่มิอาจ
แย่งท่าทางกิริยามารยาทที่สง่างามมาจากอีกฝั่ายได้เลย
เนิ่นนานเพียงใดก็สุดรู้ในที่สุดต้วนชิงหมิงก็เอ่ยปากพูดออกมา “ใช่แล้วเยวี่ยหวาที่อยู่ข้างกายน้องสาวไปไหนหรือ
ทำไมไม่เห็นติดตามเข้ามาด้วย?”
“น้องใช้ให้นางไปหยิบของให้เจ้าค่ะ” ต้วนอวี้หรานตอบกลับหลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง
ต้วนชิงหมิงไม่พูดอะไรได้แค่ขมวดคิ้วขึ้นเพียงเล็กน้อย
ถึงตอนนี้นอกห้องโถงก็มีเสียงร้องขึ้นอย่างน่าตกใจ “ว๊าย… พวกเจ้ารีบมาดูกันเร็ว นี่มันอะไรกันเนี่ย!”
ต้วนอวี้หรานรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นเสียงของเยวี่ยหวาจึงลุกขึ้นมา “พี่สาว ด้านนอกเกิดเรื่องขึ้นแล้ว พวกเราไปดูกัน
เถอะว่าเกิดอะไรขึ้น”
ต้วนชิงหมิงจ้องไปที่ต้วนอวี้หรานและตอบเสียงเรียบ “ข้างนอกเกิดเรื่องก็ปล่อยให้บ่าวรับใช้ข้างนอกจัดการไป…
ถ้าทุกเรื่องต้องรอให้เจ้านายอย่างพวกเราออกหน้าไปตัดสินแล้วจะมีหัวหน้าบ่าวรับใช้ไปทำไมกัน?”
เมื่อต้วนอวี้หรานได้ฟังจึงรู้ว่าต้วนชิงหมิงกำลังพูดสั่งสอนนางที่ดูเป็นเจ้านายไม่ได้เรื่อง
สีหน้าของต้วนอวี้หรานแดงกํ่าขึ้นมาด้วยความชิงชังจนเกือบซ่อนไว้ไม่อยู่นางอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “ถึงแม้จะ
เป็นเรื่องของพวกบ่าวรับใช้ที่อยู่ข้างนอกแต่ถ้าในเรือนเกิดเรื่องอะไรผิดพลาดขึ้นมาคนที่เสียหน้าย่อมเป็นเจ้านายอย่าง
พวกเราที่ดูแลบ่าวรับใช้ได้ไม่ดีหรือว่าพี่สาวไม่เข้าใจในจุดนี้?”
ต้วนชิงหมิงหันหน้าไปมองต้วนอวี้หรานด้วยสายตาที่แปลกไปพูดอย่างอดเสียมิได้ “เหตุใดวันนี้น้องสาวถึงได้เป็น
ห่วงเรื่องที่เกิดด้านนอกเสียเหลือเกิน…ถ้าไม่ใช่เรื่องของบ่าวรับใช้ ก็เป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้นในเรือนข้าชักสงสัยแล้วว่าเหตุ
ใดเจ้าถึงเป็นเช่นนี้?”
ต้วนอวี้หรานกลับกระฟัดกระเฟียดที่ถูกต้วนชิงหมิงย้อนถามกลับนางอดไม่ได้ที่จะตอบกลับอย่างโมโห “คำพูด
ของพี่สาวฟังแล้วช่างดูเหินห่างอะไรถึงเพียงนี้พวกเราเป็นพี่น้องกันมีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้านหรือว่าความห่วงใยที่น้อง
สาวคนนี้มีให้ พี่สาวไม่อยากรับนํ้าใจ?”
ต้วนชิงหมิงได้แต่มองต้วนอวี้หรานเลือกไม่พูดต่อความยาวสาวความยืดสายตาที่ต้วนชิงหมิงมองไม่ได้คาดคั้นและ
ตำหนิแต่อย่างใดเพียงแต่ต้วนอวี้หรานกลับมีสายตาที่โมโหและเลือดเย็นจ้องไปที่ต้วนชิงหมิงแทน
ต้วนอวี้หรานพูดอย่างมีชนักติดหลัง “ทำไมกัน หรือพี่สาวคิดว่าน้องสาวพูดอะไรผิดไป?”
ที่มุมปากของต้วนชิงหมิงกลับมีรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ปรากฏออกมาดูท่าแล้วต้วนอวี้หรานผู้นี้ถ้าไม่เห็นโลงศพคงไม่
หลั่งนํ้าตาออกมาเช่นนั้นในเมื่อนางตั้งใจมาหาเรื่องที่เรือนของข้าเองอย่ามาหาว่าข้าใจดำอำมหิตก็แล้วกัน!
ต้วนชิงหมิงวางถ้วยนํ้าชาในมือลงและจับชายกระโปรงยกขึ้นมา “ในเมื่อน้องสาวเป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้นในเรือน
ของพี่สาวมากถึงเพียงนี้หากพี่สาวไม่พาออกไปดูก็คงไม่ต่างกับคนใจจืดใจดำอย่างนั้นเอาตามที่น้องสาวพูดแล้วกัน พวก
เราออกไปดูกันเถอะว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก”
เมื่อต้วนชิงหมิงพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไป
ต้วนอวี้หรานในขณะนี้ได้แต่มองต้วนชิงหมิงจากด้านหลังพร้อมกับกัดฟันกรอดๆก่อนจะหัวเราะชั่วร้ายออกมา
เสียงเบา แล้วเดินตามหลังออกไปข้างนอก
ความหนาวเย็นของข้างนอกไปพุ่งเข้าปะทะใบหน้าอุ่นๆของต้วนชิงหมิงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เดินติดตามมาคอยรับใช้อยู่
ด้านหลังได้ยื่นโส่วหลูที่เตรียมไว้ยื่นไปให้ “คุณหนูข้างนอกเย็นเหลือเกิน คุณหนูรับโส่วหลูเถอะเจ้าค่ะ”
ระหว่างที่ต้วนชิงหมิงก้าวข้ามธรณีประตูห้องโถงเดินออกไปต้วนอวี้หรานที่เดินตามอยู่ด้านหลังก็เอาแต่ตั้งหน้าตั้ง
ตาคอยแผนการที่สองที่เริ่มขึ้นแล้วมีหรือที่นางจะพลาดความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้
ด้านนอกของห้องมีเยวี่ยหวาเยวี่ยเจีย และบ่าวรับใช้อีกหลายคนกำลังมุงดูบางอยู่ตรงกลาง
เยวี่ยหวาใช้มือชี้ไปที่ของที่อยู่ตรงกลางวงด้วยซีดหน้าที่กล้าๆกลัวๆ ส่วนเยวี่ยเจียก็เอาแต่ยืนตัวสั่นเทิ้ม
เดิมทีเยวี่ยหวากับเยวี่ยเจียเป็นผู้หญิงที่มาจากชนบทเดียวกันพวกนางถูกขายไปขายมาจนในที่สุดก็ถูกขายมาอยู่
จวนต้วนแม้ว่าเจ้านายของทั้งสองคนจะมิใช่คนเดียวกัน ทว่าเมื่อเยวี่ยหวาแอบเข้าไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูเยวี่ยเจียนา
งก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือขัดขืนแต่อย่างใด
ถ้าเอาเข้าจริงเยวี่ยเจียไม่อยากแม้แต่จะเยื้องกรายเข้าใกล้เยวี่ยหวาแม้แต่ก้าวเดียวเพราะว่าพวกนางมีเจ้านาย
คนละคนจึงอดไม่ได้ที่จะมีการกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้านายไปบ้างปัญหาคือเยวี่ยหวาปฏิบัติต่อนางดี หากไม่รับ
นํ้าใจคงเป็นคนที่ใช้ไม่ได้
แต่ว่าสิ่งที่เยวี่ยเจียคาดคิดไม่ถึงคือตอนที่พวกนางเดินเข้ามาในลานกว้างของเรือนและพูดคุยกันไม่กี่ประโยคก็เกิด
เรื่องขึ้นมาจริงๆ
`