การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 402 แผนการชั่วร้าย
บัดนี้เยวี่ยหวากำลังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างตื่นเต้นละม้ายว่าได้เตรียมการมาแล้วส่วนเยวี่ยเจียทำได้เพียงอ้า
ปากค้างกับสิ่งที่อีกฝั่ายกำลังเล่าออกมา
นางเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างออกรสออกชาติมือไม้ชี้ไปมาวุ่นวายต่อหน้าทุกคน
ทุกคนในเรือนต่างรู้ดีว่าบริเวณด้านหลังของเรือนต้วนชิงหมิงมีสวนต้นเหมยและทุกครั้งที่เข้าสู่เหมันต์ฤดูกลิ่นของ
ดอกเหมยจะขจรขจายส่งกลิ่นหอมอบอวลไปจนทั่วจวนต้วนด้วยฮูหยินติงโหรวชอบดอกเหมยเป็นชีวิตจิตใจ นางจึงปลูก
ต้นเหมยไว้เป็นจำนวนมากทำให้ทุกครั้งที่ต้วนชิงหมิงคิดถึงท่านแม่ก็มักจะเด็ดกิ่งของมันกลับมาไว้ที่เรือนเพื่อดูต่างหน้า
แทน
ทว่าเรื่องในวันนี้เกิดขึ้นที่สวนต้นเหมย
เยวี่ยหวาเล่าให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดว่านางกับเยวี่ยเจียนั้นเป็นพี่น้องที่รักใคร่กันและไม่ได้พบหน้ากันมาสัก
ระยะหนึ่งแล้วจนถึงวันนี้ไม่ง่ายเลยที่คุณหนูรองจะมาหาคุณหนูใหญ่นางจึงขออนุญาตมาพูดคุยกับเยวี่ยเจียที่สวนต้นเหม
ยหลังเรือน ระหว่างที่พูดคุยกันจู่ๆก็มีลมแรงกระหนํ่าพัดเข้ามาใส่พวกนาง
ทว่าระหว่างที่พวกนางกำลังจะเดินไปที่สวนต้นเหมยสายตาพลันเหลือบไปเห็นบ่าวรับใช้ตัวน้อยนางสวมชุด
กระโปรงสีแดงในมือถือจอบทำท่าทำทางหลบๆ ซ่อนๆ อยู่หลังเรือนไม่รู้ว่าบ่าวรับใช้เด็กน้อยกำลังฝังอะไรลงไปในดิน
หลังจากที่นางฝังแล้วก็รีบวิ่งกลับไปที่เรือนของคุณหนูใหญ่ต้วนชิงหมิงแล้วก็หายตัวไปเยวี่ยเจียและเยวี่ยหวาตกใจกับสิ่ง
ที่เห็นทำได้แต่มองดูอยู่ห่างๆ
คล้อยหลังที่บ่าวรับใช้ตัวน้อยหายตัวไปพวกนางก็ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวแอบย่องเข้าไปขุดตรงจุดที่เด็ก
น้อยฝังเมื่อครู่ดูเงียบๆในหลุมนั้นพบห่อผ้าห่อหนึ่ง ละม้ายห่อบางอย่างเอาไว้
เดิมทีทั้งสองคนอยากเปิดออกดูเดี๋ยวนั้นเลยทว่าเยวี่ยเจียกลับพูดขึ้นว่าถ้ามีคนมาพบเข้าเกรงว่าจะไม่ดีทั้งสองคน
จึงนำของชิ้นนั้นถือกลับมาด้วย
อันที่จริงทั้งสองคนคิดว่าบ่าวรับใช้ตัวน้อยกำลังฝังของมีค่าต่างๆแต่แล้วมันเป็นเพียงห่อผ้าธรรมดาก็เท่านั้น ยัง
ไม่ทันได้แกะห่อผ้านั้นออกชิวจวี๋ก็มาพบเข้าพอดีทำให้ทุกคนต่างห้อมล้อมห่อผ้านี้โดยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมันดี
ระหว่างที่สองคนนั้นกำลังเล่าอย่างออกอรรถรสต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้หรานได้เดินออกจากห้องโถงแล้ว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เดินนำหน้ามาเอ่ยดุบ่าวรับใช้ที่กำลังยืนมุงดูเหตุการณ์เมื่อครู่ “พวกเจ้ากำลังมัวทำอะไรกันอยู่
ทำไมยังไม่รีบแยกย้ายไปทำงานของตนอีก?”
บ่าวรับใช้พวกนั้นปกติก็พูดคุยหัวเราะหัวร่อกันอย่างสนุกสนานแต่เมื่อถึงเวลาที่เป็นการเป็นงานเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จะ
มาในมาดที่เข้มงวดอีกทั้งด้านหลังของนางยังเป็นต้วนชิงหมิงยืนอยู่บ่าวรับใช้ทุกคนได้แต่แยกย้ายโดยไม่กล้าพูดหรือบ่น
อะไรทั้งสิ้น
ต้วนชิงหมิงเดินขึ้นมาดูก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นเมื่อพบห่อผ้าเข้า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
เยวี่ยเจียก้าวเท้าออกมาข้างหน้าก้าวหนึ่งส่งเสียงเล่าเรื่องที่ได้พบเจอคร่าวๆ แต่เยวี่ยหวากลับยกมือบีบที่แขนนาง
ด้วยไหวพริบที่รวดเร็วเยวี่ยเจียจึงไม่กล้าเล่าต่อไปด้วยกลัวว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับเยวี่ยหวา นางจึงเล่าเพียงว่าเย
วี่ยหวากับนางกำลังเดินคุยกันจากนั้นก็ได้เห็นบ่าวรับใช้ตัวน้อยกำลังขุดดินฝังห่อผ้านี้
ต้วนชิงหมิงหันไปสั่งเยวี่ยหวา “เปิดห่อผ้าออกมา”
เยวี่ยหวาที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบก้มหน้าก้มตาลงในทันทีเมื่อได้ยินสั่งให้เปิดห่อผ้านั้นออกมา
จนถึงเวลานี้แผนสองที่ต้วนอวี้หรานเตรียมไว้ก็ใกล้จะสำเร็จแล้วเห็นทีคํ่าคืนนี้นางไม่ต้องกังวลใจกลับไปรับโทษ
กักบริเวณอีกแล้ว
อันที่จริงเรื่องเหล่านี้เป็นความขัดแย้งระหว่างเจ้านายส่วนบ่าวรับใช้ทั้งสองเป็นแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น
แต่เยวี่ยหวาคิดว่านางไม่มีเวลามากพอจะมานั่งเสียใจเพราะว่าชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปและไม่รู้จะไปสิ้นสุดเมื่อใด
หรือไม่แน่อาจสิ้นสุดในวันที่สิ้นใจถึงจะเป็นวันอำลาอย่างแท้จริง
ต้วนอวี้หรานที่ยืนอยู่ด้านหลังต้วนชิงหมิงกำลังหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสะใจ
ในที่สุดสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็มาถึงจุดที่ต้วนชิงหมิงต้องพังพินาศมีหรือที่ต้วนอวี้หรานจะไม่ดีอกดีใจ
ต้วนอวี้หรานยังอยากพูดกระเเนะกระแหนต้วนชิงหมิงอีกหลายๆประโยค แต่นางก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ มิอย่างนั้น
อาจเผยไต๋ให้ต้วนชิงหมิงไหวตัวทัน… นางไม่ดีใจจนออกนอกหน้าพลางต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดหากเรื่องแพร่งพราย
ออกไปก่อนก็จะมิสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดตามมาตอนนี้ต้วนอวี้หรานรอคอยเพียงอย่างเดียวให้ต้วนชิงหมิงตกใจจน
เสียอาการกับสิ่งที่นางกำลังต้องเจอ!
ทางด้านเยวี่ยหวาที่ถูกต้วนชิงหมิงสั่งให้เปิดห่อผ้าออกก็ยื่นมือออกไปเปิดแต่โดยดี
ผ้าที่ใช้เป็นผ้ากั้นนํ้าชั้นดีโดยที่จับดูแล้วด้านในมีเป็นของที่มีลักษณะนิ่มๆเมื่อเปิดออกมาก็เป็นเสื้อผ้าผู้หญิง
บริเวณเรือนด้านนอกของต้วนชิงหมิงในเวลานี้ได้ยินเพียงเสียงหิมะที่ตกโปรยปรายลงมาแล้ว
ทางด้านเยวี่ยหวาเมื่อเปิดห่อผ้าออกก็เห็นด้านในเป็นชุดเสื้อผ้าผู้หญิงที่เป็นชุดเก่าและราคาไม่ได้สูงซึ่งดูก็รู้ว่า
ไม่ใช่ชุดของต้วนชิงหมิงอย่างแน่นอนยิ่งไปกว่านั้นของในห่อผ้าก็ไม่ใช่ของบ่าวรับใช้ในเรือนต้วนชิงหมิงแม้แต่คนเดียว
เสื้อผ้าเหล่านี้ดูเป็นของชาวบ้านธรรมดาที่น่าจะเป็นของผู้หญิงที่อายุสามสิบต้นๆ
เมื่อเห็นเป็นชุดผู้หญิงทุกคนในที่นั้นต่างโล่งอกกันไปหมด
เยวี่ยหวายังคงใช้พูดโน้มน้าวให้ทุกคนในที่นั้นเกิดความเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมาแต่ว่าทุกคนต่างนึกไม่ถึงว่ามัน
เป็นเพียงชุดผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาชุดหนึ่งก็เท่านั้นเอง
บ่าวรับใช้ทุกคนในเรือนมีสีหน้าและสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงทำให้เยวี่ยเจียถอนหายใจโล่งอกและค่อยๆ
ขยับตัวห่างจากเยวี่ยหวา
ก่อนหน้านี้ทุกอย่างที่เยวี่ยหวาพูดเยวี่ยเจียจะเชื่อใจในตัวนางเสมอมาดุจพี่น้อง แต่บัดนี้เยวี่ยเจียตาสว่างแล้วการ
ที่อีกฝั่ายเข้ามาพูดดีทำดีด้วยเพียงเพื่อต้องการลากนางเข้ามาสู่แผนที่วางไว้ในที่สุดเยวี่ยเจียก็รู้ทันความคิดและแผนการ
ทั้งหมดของเยวี่ยหวาและไม่อยากข้องเกี่ยวกับนางอีกแม้แต่น้อยนิด
ด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก้มลงไปหยิบเสื้อผ้าชุดนั้นด้วยอาการมือสั่นเอ่ยตำหนิบ่าวรับใช้ทุกคน “พวกเจ้าทุกคนคงว่าง
มากสินะเสื้อผ้าเก่าเพียงชุดเดียวถึงกับทิ้งงานทิ้งการที่ทำอยู่เพื่อมามุงดูท่าทางที่อยากรู้อยากเห็นจนออกนอกหน้าของ
พวกเจ้าทำให้คุณหนูรองหัวเราะเยาะไปได้หลายวันแล้ว…เห็นทีพวกเจ้าคงไม่โดนทำโทษมานานจนลืมรสชาตินั้นไปแล้ว
สินะ?
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่เคยพูดอะไรอ้อมค้อมในเวลานี้เมื่อนางเอ่ยปากออกมาบ่าวรับใช้ทุกคนต่างแยก
ย้ายไปทำงานของใครของมันอย่างรวดเร็ว
ในระหว่างที่หิมะตกโปรยปรายในเวลานี้เหลือเพียงต้วนชิงหมิงต้วนอวี้หราน เยวี่ยเจีย เยวี่ยหวา และเซี่ยฉ่าวเอ๋
อร์
เมื่อเยวี่ยหวาเห็นเสื้อผ้าชุดนี้หลังจากแกะออกจากห่อผ้ากลับมีใบหน้าซีดขาวในทันที นางยกมือขึ้นมาปิดปาก
ด้วยความตกใจ… เป็นไปได้อย่างไร? ในห่อผ้านี้ต้องเป็นเสื้อผ้าผู้ชายสิทั้งยังมีหลักฐานอีกหลายอย่างที่ไม่ว่าต้วนชิงหมิง
จะอธิบายอย่างไรก็ไม่สามารถแก้ตัวขึ้นทว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าทุกคนกลับตาลปัตรเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงไปได้อย่างไร?
สิ่งนี้ทำให้ต้วนอวี้หรานที่ยืนมองดูจากข้างหลังถึงกับเลิกตาโตจนผงะถอยไปข้างหลังอยู่สองสามก้าวราวกับว่า
ผลลัพธ์ที่อยู่เบื้องหน้าไม่ได้เป็นไปตามที่ตระเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้
เห็นได้ชัดว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการวางแผนของต้วนอวี้หรานแต่ไม่รู้เหตุผลกลใดกลับเปลี่ยนเป็นคนละ
อย่างแบบนี้ไปได้
ต้วนชิงหมิงก้มหน้ามองเสื้อผ้าชุดนั้นด้วยสายตาเรียบนิ่งพลางจ้องไปที่ต้วนอวี้หรานพูดเสียงเบา “น้องอวี้หราน
เป็นอะไรไป?ไม่สบายตรงไหนหรือไม่? จะกลับไปจิบนํ้าชาร้อนๆที่ห้องพี่สาวก่อนก็ได้นะ?”
สีหน้าต้วนอวี้หรานซีดขาวเป็นไก่ต้มนางเจ็บใจเหลือเกินกับสิ่งที่เตรียมมานั้นได้พังลงต่อหน้าต่อตาเวลานี้พอได้
ยินที่ต้วนชิงหมิงเอ่ยถามขึ้นมา นางจึงทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆและแกล้งฝืนยิ้มออกมา “ขอบคุณพี่สาวมากข้า
ไม่เป็นอะไร…”
`